"ในกระเป๋าของผมมันจะมีกล่องเล็กๆอยู่ ในนั้นมันเป็นตัวยาที่พ่อผมผลิตมาเพื่อแก้อาการนี้ จะบอกว่าแก้ก็คงไม่ใช่100% เอาเป็นว่าสามารถควบคุมมันได้ก็แล้วกัน"
อาเบลก็จนปัญญามากจริงๆ เพราะเขาถูกจับอยู่แบบนี้กับหญิงสาวที่ไม่ปกติอะไรเลย และอะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้าเขาไม่ยอมให้เธอบ้าง เขารับมือกับใครก็ได้นะแต่ถ้าเป็นหญิงสาวที่อารมณ์แปรปรวนมากมาก ก็ยากที่จะเข้าใจพวกเธอได้อย่างแท้จริง
"สาเหตุนี้คืออะไร"
"พ่อผมเป็นดร.ที่ศึกษาเรื่องพวกนี้มา สรุปสั้นๆก็เป็นการกลายพันธุ์ของยีนที่เป็นยีนเด่นมากๆ จนเกิดเป็นปานสีดำขึ้นบางจุดหรือทั่วทั้งตัว มันจึงทำให้พวกเขาหรือเธอดูน่าเกลียดน่ากลัว ผมก็เคยเป็นเหมือนกันตั้งแต่เด็ก"
"จริงหรอ มันรักษาให้หายได้จริงๆหรอ"
เธอแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่อาเบลพูดออกมาแต่ก็รีบวิ่งไปดูห้องที่เก็บของ ของอาเบลไว้ เธอค้นหาในกระเป๋ากางเกงพบสิ่งหนึ่งที่คล้ายกับกล่องเล็กๆเท่าเม็ดลูกอม เธอเปิดดูพบเม็ดยาเล็กๆชนิดหนึ่ง เธอหยิบมันขึ้นมาดูมันเป็นยาสีดำทมิฬ เม็ดกลมหนึ่งเม็ด เธอมองมันรู้สึกไม่ดีเล็กน้อยก่อนจะเก็บใส่ที่เดิมและเดินไปหาอาเบลที่เตียงนอน
"มันช่วยฉันได้จริงๆแน่หรอ"
เธอถามยืนยันให้แน่ใจอีกครั้ง
"ใช่ ผมเคยเป็นแบบเธอ พอได้รับยาที่พ่อผมพัฒนาตัวนี้มา ผมก็กลับมาเป็นคนที่มีสีผิวปกติทั่วไป พร้อมกับความแข็งแกร่งที่ควบคุมเอาไว้ได้"
อาเบลที่นอนอยู่อธิบายผลหลังการใช้งานให้เธอฟังอย่างน่าเชื่อถือ
"ตอนนี้ก็อยู่ที่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ ให้คุณตัดสินใจเอาเองเลย"
หญิงสาวมองเม็ดยาสีดำทมิฬที่ดูอันตรายด้วยความลังเล เธอกลัวว่าอาเบลจะหลอกให้เธอกินยานี้เพื่อทำให้อาเบลใช้โอกาศตอนนั้นหนีออกจากที่นี่ไปได้
"ก็ได้ ฉันจะกิน ถ้าฉันเป็นอะไรไปนายเลิกคิดที่จะออกไปจากที่นี่ไปได้เลย นายจะต้องเฝ้าหลุมศพของฉัน ก่อนจะค่อยๆตายไปกับฉันด้วย"
หญิงสาวแค่นเสียงเย็นชาใส่อาเบลก่อนจะรีบเร่งเดินออกไปข้างนอก และหาห้องที่เงียบสงบ ถือเม็ดยาเอาไว้ในมือ โดยจ้องมองไปที่มันด้วยความคิดต่างๆนาๆ พาสมองของเธอสับสนวุ่นวายไปไหนต่อไหน แต่ก็มองได้ไม่นานเท่านั้น เธอจึงตัดสินใจเชื่ออาเบล เพราะยังไงก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วชีวิตเธอก็ไม่ได้มีความสุขหรอกที่ต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิต ในเมื่อมีหนทางมาแล้วก็ต้องคว้าเอาไว้มันก็คงจะดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
"อุ๊ป อึก อึก อึก อึก........."
เธอกลืนยาเข้าไปในลำคอ ก่อนจะดื่มน้ำตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว
"ปัง"
เสียงมีคนเปิดประตูเข้ามาในห้องและปิดลง
"ตึก ตึก ตึก"
เป็นหญิงสาวคนเดิมที่จับตัวอาเบลใส่กุญแจมือล็อคไว้ที่เตียง แต่ที่แปลกไปมากๆกว่านั้นก็คือตอนนี้เธอไม่ได้สวมใส่ชุดคลุมสีดำมิดชิดอีกต่อไป เธอเปิดเผยใบหน้าที่สวยสง่างามราวกับนางฟ้านางสวรรค์ ผิวที่ควรจะมีปานสีดำทั่วทั้งตัวก็เลือนหายจากไปหมดสิ้นแล้วเผยผิวที่ขาวบริสุทธิ์เหมือนดั่งเด็กทารกน่ารักๆ เธอเดินเข้ามาด้วยใบหน้าแสดงความสุข ตื่นเต้นดีใจ ฉีกยิ้มกว้างไม่หุบเลย เธอเดินเข้ามาหาอาเบลอย่างช้าๆ มาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงและมองใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังนอนหลับอยู่อย่างสบายใจ
"หืม กินเข้าไปแล้วสินะครับ งั้นก็ทำตามเงื่อนไขของผมด้วย"
อาเบลลืมตาเหล่มองใบหน้าเธอที่สวยยังกัยนางฟ้าก่อนจะพูดออกมา
"อืม ใช่ กินเข้าไปแล้ว เห็นผลดีเลยค่ะ แต่"
หญิงสาวพูดไม่ทันจบประโยคก็หยุดลง ก่อนจะมองไปที่อาเบลทำสีหน้าจริงจังเหมือนจะพูดอะไรออกมา
"หรือคุณจะไม่ทำตามเงื่อนไขที่ผมให้ไว้หรอ"
อาเบลทำสีหน้าไม่พอใจออกมาใส่เธอ เขาคิดไว้แล้วว่ามีโอกาสที่เธอจะไม่ทำ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรอีกเขาจึงใจเย็นสงบลงรอให้ร่างกายฟื้นฟูเต็มทีก่อน ค่อยคิดหาทางหนี
"แต่ ฉันไม่สามารถปล่อยคุณไปได้ เพราะคุณเป็นชายที่ปัดเป่าความชั่วร้ายและนำพาความสุขมาให้ฉัน ฉันต้องตอบแทนคุณเป็นอย่างดี จะปล่อยคุณไปได้อย่างไรละ คุณต้องอยู่กับฉันไปจนวันตาย"
หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างอย่างผิดปกติ เธอรู้สึกมีความสุขที่สุดในโลก เธอได้ทั้งความงามความสวย และเจ้าชายอันเป็นที่รักมาไว้ในกำมือแล้ว เธอจะไม่มีวันปล่อยมันไปแน่นอน และจะไม่ให้ใครมาขัดขวางเธอได้
อาเบลมองหญิงสาวที่คลั่งไคล้ในตัวเขาเอามากๆคนนี้อย่างปวดหัว เขาแค่ต้องการออกไปจากที่นี่เท่านั้นเองทำไมมันถึงยากเย็นขนาดนี้กันนะ เขาได้แต่นึกในใจ และมองหญิงสาวที่ตอนนี้บิดเนื้อบิดตัวไปมาอย่างตื่นเต้นดีใจ จินตนาการอยู่ในโลกความคิดของตัวเองไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้
"อ่ะ ใช่แล้ว ไหนๆ เราก็จะต้องอยู่ด้วยกันแบบสามีภรรยาแล้ว เรามาจัดงานแต่งงานกันเป็นยังไง อาเบล คุณว่ามันดีไหม ไม่สิ งานแต่งงานฉันก็ไม่อยากจัดด้วย อืม อะไรดีนะที่ต้องทำเวลาเป็นสามีภรรยากันแล้ว"
หญิงสาว นั่งลงและคิดว่าควรทำยังไงดี เธอพูดเองเออเองอยู่คนเดียวเป็นเวลานานก่อนที่อาเบลจะพูดออกมา
"เออผมว่าเราไปจดทะเบียนสมรสกันดีไหม"
อาเบลเสนอความคิดเห็นออกไป เขาคิดว่าตอนนี้ถ้าเขาหาทางหนีออกไปจากตรงนี้ได้ กุญแจมือคงไม่มีปัญหาอะไรเลยที่จะพังมันด้วยตัวเอง เขากลัวแค่ว่าเธอจะตามมาจับตัวเขาได้ เพราะร่างกายที่สามารถควบคุมปานสีดำได้ดีมันน่ากลัวแค่ไหนตัวเขาเองก็รู้ดี อีกอย่างตอนนี้เขาบาดเจ็บจากแผลเก่าสมัยก่อนด้วย จะหนีเธอคงยากมากแน่ๆถ้ายังอยู่ในที่ของเธอแบบนี้
"ไม่ฉันว่ามันไร้สาระมาก ใช่ ลูกไงละ ลูก สามีภรรยาและลูก รวมกันเป็นครอบครัว"
"สามีคะ วันนี้เราจะร่วมหอแล้วกัน"
เอมิยิ้มอย่างยั่วยวน เธอค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าที่คลุมร่างกายออกเปิดโชว์เนื้อหนังสีขาวนุ่มบริสุทธิ์ต่างจากเมื่อไม่นานมานี้ที่ปกคลุมไปด้วยปานสีดำที่ดูน่าเกลียดน่ากลัว เธอรู้สึกภูมิใจในร่างกายของตนเองก็คราวนี้แหละ
"อึก"
อาเบลก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบผู้หญิง เขาก็ยอมรับว่าตัวเองมีอารมณ์กับอะไรพวกนี้ได้ง่ายมาก จากสถานการณ์ต่างๆที่เขาพบเจอมา เขาไม่เคยพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียวที่จะมีอะไรกับหญิงสาวที่พร้อมจะทำกับเขา เขาพยายามควบคุมอารมณ์แล้ว ทั้งเบี่ยงหน้าหนีหันไปมองทางอื่น แต่เสียงที่ยั่วยวนของเอมิมันก็ทำให้เขาคิดลึกไปไหนต่อไหน
"อาเบล ภรรยาที่น่ารักของคุณพร้อมแล้วค่ะ"