ตอนที่ 8ติดเกาะดรุณี สนิทพิมพ์และพรพรรณถอนหายใจออกมาพร้อมๆ กันเมื่อรู้ข่าวเพื่อนสนิท พวกเธอไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะเป็นห่วง ทั้งสามรีบติดต่อพ่อกับแม่ของเพชรพันปีและรายงานเรื่องราวให้ท่านฟัง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ซึ่งก็ช่วยลดความกังวลลงไปได้มากพอสมควร“มันไม่ใช่หน้ามรสุมเสียหน่อย แต่พายุดันเข้าเสียได้” เถ้าแก่ทองคำแท้บ่นเบาๆ เมื่อรู้เรื่องที่ลูกสาวติดเกาะและรอกลับเข้าฝั่งเมื่อพายุสงบ ใจของผู้เป็นพ่อแม่นั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วงต่างๆ นานา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอเท่านั้น“เรื่องนี้มันพูดยากนะเฮีย ลมฟ้าอากาศมันเป็นสิ่งที่เราห้ามไม่ได้ อย่าคิดมากเลย ลูกสาวเราเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว” คุณนายพลอยพันแสงพูดกับสามีด้วยความมั่นใจเพราะรู้จักลูกสาวของตัวเองดี“โชคดีที่ได้ชาวประมงใจดีช่วยไว้นะ แล้วมันนึกยังไงถึงไปเที่ยวคนเดียวแบบนั้น ให้ตายสิ กลับมาจะเขกหัวแรงๆ เสียที ไอ้ลูกบ้า”คุณนายพลอยพันแสงมองสามีแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความอ่อนใจ รู้ดีว่าเขาไม่ทำแบบที่พูดแน่ สามีรักลูกทุกคนมากอาจจะบ่นบ้าง แต่ไม่เคยทำร้ายร่างกายลูกเลย ตั้งแต่เด็กจนโตลูกทั้งสามคนไม่เคยถูกผู้เป็นบิดาตีแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนมากแค่บ่นแค่ว่าเท่านั้น“ว่าแต่เจ้าเพรู้เรื่องนี้หรือยัง” เถ้าแก่ใหญ่ถามภรรยาต่อ“รู้แล้วค่ะ เพื่อนๆ ของเพชรบอกเพแล้ว รายนั้นเป็นห่วงน้องมาก เห็นว่าจะตามไปที่สตูลเลย แต่สาวๆ บอกว่าไม่ต้องห่วง เพชรปลอดภัยดี ตอนนี้รอแค่พายุสงบเท่านั้น ถ้าเพไปก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรออยู่ที่ฝั่ง”เถ้าแก่ใหญ่มองหน้าภรรยาและถอนหายใจออกมาเบาๆ คงต้องรออย่างที่ว่าจริงๆ เพราะเป็นทางเดียวที่ทำได้ ธามนั่งขำเมื่อเห็นหญิงสาวแต่งตัวแปลกๆ แถมขยับผ้าถุงที่ใส่อยู่หลายครั้ง แต่ก็ดูเหมือนว่ายังไม่เข้าที่เข้าทางเสียที ยิ่งเห็นสีหน้าของเธอยิ่งรู้ว่าหงุดหงิด เพราะคิ้วขมวดเข้าหากันจนจะผูกเป็นโบได้อยู่แล้ว นึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่สามารถนั่งมองเธอได้อยู่นานโดยไม่เบื่อ“ขำอะไร” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเขานั่งยิ้มนั่งหัวเราะอยู่“ขำคุณไง ทำไมทำท่าแบบนั้นขยับผ้าถุงบ่อยๆ แถมคิ้วก็จะผูกโบได้แล้ว”“ก็มันไม่เคยนุ่ง บอกตรงๆ นะ มันใส่ยากมาก เวลาเดินก็กลัวจะหลุด” แม่ค้าสาวสารภาพตามตรงส่วนคนฟังก็พยักหน้ารับรู้ปัญหาที่เธอบอก เขาไม่พูดอะไรแต่เดินเข้าไปยังมุมห้องและหยิบเข็มขัดขึ้นมา จากนั้นก็เดินกลับไปหาคนตัวเล็ก“ใช้เข็มขัดของผมสิ มันน่าจะช่วยให้สบายขึ้น ไม่ต้องมาเดินจับผ้าถุงตลอดเวลา”“ขอบใจ”เพชรพันปีมองหน้าเขาเล็กน้อยและรับเข็มขัดมาถือไว้“ไม่เป็นไร ผมมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมโลกเสมอ ถึงแม้ว่าคนคนนั้นจะไม่น่ามีน้ำใจด้วยก็ตาม”“ถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบใจอยู่ดี” หญิงสาวตอบสั้นๆ แล้วเดินไปหลบมุมเพื่อจัดการกับผ้าถุงเจ้าปัญหาของตัวเองต่อ“ลุงกับป้าไปไหนเหรอคุณ” ธามถามเพราะไม่เห็นทั้งสองคนมาพักใหญ่แล้ว“ไปคุยกับเพื่อนแถวนี้แหละ เห็นว่าจะกลับเข้ามาบ่ายๆ ให้เราอยู่กันไปก่อน”“คุณจะทำอะไร” ธามเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเดินไปหยิบไม้กวาด“ช่วยลุงกับป้าทำความสะอาดบ้าน คุณเองก็ควรทำนะ ถ้าไม่กวาดบ้าน ช่วยถูบ้านก็ยังดี”“บ้านหลังนี้มันหลังนิดเดียว เดินถูวนสองสามทีก็เสร็จแล้ว”เขาพยักหน้ารับรู้และยอมทำตามที่เธอบอกอย่างว่าง่าย อย่างน้อยก็ดีกว่านั่งอยู่เฉยๆ “คุณกลับไปแล้วต้องทำงานต่อเลยไหม” เพชรพันปีทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เว้นระยะห่างไว้ไม่ให้น่าเกลียด หลังจากทำงานบ้านเรียบร้อยแล้ว“ผมพักงานสามเดือน แต่อาจจะมีพวกงานอีเวนต์บ้างประปราย แต่งานละคร หนัง ไม่มี ถามทำไม” เขาถามกลับบ้าง“ก็ไม่รู้จะคุยอะไรเลยถามเรื่องงาน จริงๆ ก็ไม่ได้อยากคุยหรอก แต่ไม่ชอบอะไรที่มันเงียบจนเกินไป และไหนๆ ก็ต้องมาติดอยู่ที่นี่กับคุณ เลยคิดว่าน่าจะทำความรู้จักกันมากขึ้น”“ทำไม” นักแสดงหนุ่มเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม“อย่างน้อยคุณก็เป็นลูกค้าของฉัน เอางี้ ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องส่วนตัวของคุณมากมายหรอกนะ คุณแค่บอกว่าคุณชอบอาหารแบบไหน แพ้อาหารอะไรมาก็ได้ ฉันจะได้ไม่พลาด” ว่าไปเพชรพันปีก็หาเรื่องคุยต่อได้เรื่อยๆ“ผมคิดว่าคุณอยากจะเก็บข้อมูลของผม แล้วเอาไปหาทางทำให้ผมชอบ”“ฉันไม่คิดสั้นแบบนั้น ไม่ต้องห่วง” เพชรพันปีเชิดหน้าเล็กน้อย“ผมไม่แพ้อะไร ดังนั้นทำอาหารอร่อยๆ มาส่งได้ทุกอย่าง” ธามตอบคำถามสำหรับข้อมูลแล้วชวนคุยต่อว่า“มีลูกค้าแพ้ด้วยเหรอ”“มี บางคนแพ้พวกถั่ว ฉันก็จะทำแยกเอาไว้ แต่ลูกค้าที่แพ้จะมีแค่รายเดียว เลยจัดการง่าย” หญิงสาวอธิบาย“ว่าแต่ทำไมถึงมาทำธุรกิจนี้ล่ะ ตอนแรกผมเห็นคุณส่งน้ำพริก เลยคิดว่าช่วยกิจการทางบ้านอย่างเดียว”“ตอนแรกฉันก็ช่วยงานอยู่ที่โรงงานน้ำพริก ฉันจะอยู่ที่โรงงานกับพี่ชาย ส่วนพี่สาวจะอยู่ในกรุงเทพฯ พี่ทับทิมรับทำอาหารปิ่นโตและขายน้ำพริกของที่บ้านด้วย ทีนี้พอพี่ทับทิมแต่งงานกับชาวต่างชาติก็ต้องย้ายตามพี่เขยไปเยอรมัน ฉันเห็นว่ากิจการมันกำลังไปได้ดีจะเลิกก็เสียดาย เลยขอแม่กับพ่อว่าจะมารับช่วงต่อ ตอนแรกลูกค้ามีแค่สิบกว่าราย แต่ปากต่อปากทำให้ลูกค้าเพิ่มมากเรื่อยๆ แถมตอนนี้ยังมีลูกค้ากระเป๋าหนักเพิ่มมาด้วย สนุกดี ส่วนเรื่องส่งน้ำพริก ฉันก็ส่งจริงๆ ฉันจะส่งให้กับลูกค้าที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ เท่านั้น ไม่ได้ออกต่างจังหวัด มันเป็นเรื่องที่ไม่ยากนัก ฉันส่งปิ่นโตตอนกลางวัน พอส่งเสร็จฉันก็ส่งน้ำพริกต่อ”“คุณดูสนุกกับงานนะ” ธามสังเกตสีหน้าและแววตาของเพชรพันปีดูมีความสุข“ใช่ แล้วคุณล่ะ นอกจากงานแสดงแล้วมีงานที่ไหนอีกหรือเปล่า”“ก็เป็นบอร์ดบริหารโรงพยาบาล ความจริงพ่ออยากให้ผมมาทำงานของครอบครัวเต็มตัวนะ แต่งานแสดงมันก็เป็นสิ่งที่ผมรักเหมือนกัน ดังนั้นผมเลยทำให้พ่อรู้ว่าผมทำได้ดีทั้งสองอย่าง ความจริงพ่อของผมค่อนข้างปล่อยให้ผมเลือกเองนะว่าอยากจะทำอะไร”“คุณเป็นคนเก่ง แต่วาจาไม่น่ารัก” เพชรพันปีพูดตรงๆ“จะชมหรือว่าด่า เลือกเอาสักอย่างได้ไหมแม่คุณ”“ก็คนเรามันก็ต้องมีดีและไม่ดีจริงไหม จะให้ฉันชมคุณอย่างเดียวคุณก็รู้ว่ามันโกหก แต่ถ้าจะให้ด่าอย่างเดียว มันก็อคติเกินไป ก็เหมือนที่คุณพูดกับฉันนั่นแหละ บางทีคุณก็เหมือนจะชม บางทีคุณก็เหมือนจะด่า”“แล้วถามหน่อย ทำไมถึงพักงานล่ะ” หญิงสาวถามเรื่องที่ไม่เข้าใจ“ผมรู้สึกเหนื่อย รู้ไหม ช่วงระหว่างแปดเก้าปีที่ผ่านมา ผมทำงานทุกวันไม่ได้หยุดเลย พอมาช่วงนี้มันมีข่าว และผมก็ไม่อยากจะตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขาอยากรู้ ผมเลยคิดว่าใช้โอกาสนี้พักงานไปในตัวเลยจะดีกว่า”“ไม่กลัวคนอื่นคิดว่าคุณโดนแบนเพราะนิสัยไม่ดีบ้างเหรอ”“คนอื่นที่คุณว่าคือคนที่ไม่รู้จักผมดีพอ และคนพวกนั้นไม่ได้มามีอิทธิพลกับความรู้สึกของผม ผมเลือกที่จะใส่ใจคนที่เข้าใจมากกว่า คนที่เขาไม่ชอบเรา ไม่ว่าจะทำดีแค่ไหนเขาก็ไม่ชอบอยู่ดี ดังนั้นก็แค่ปล่อยเขาไป” ทั้งน้ำเสียงและแววตานั้นบอกได้ดีว่าเขาคิดตามที่พูดจริงๆ“ก็จริงของคุณ ว่าแต่ข่าวที่เพิ่งเกิดขึ้นนี่จริงไหม” เพชรพันปีถาม“อยากรู้เหมือนกันนะเรา”“ก็เห็นกระแสออกจะดังเสียขนาดนั้น แล้วคุณก็มีภาพเป็นพวกผู้ชายแบดบอย เห็นเงียบๆ ฟาดเรียบนะครับอะไรแบบนี้ด้วย”“ถ้าผมบอกจะเชื่อไหม” เขาถอนหายใจอีกครั้ง“ก็ต้องดูก่อน มันต้องฟังแล้วเอามาคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ก่อนที่จะตัดสินใจว่าเชื่อได้หรือไม่ได้ ถ้าฟังแล้วตัดสินใจว่าเชื่อหรือไม่เชื่อเลย มันดูง่ายเกินไป”“ไม่คิดเลยนะว่าคำพูดแบบนี้มันจะออกมาจากปากของคุณ” เขายิ้มบางๆ“ทำไม”“คุณดูเหมือนคนไม่มีเหตุผล ดูเป็นพวกใช้อารมณ์มากกว่าจะใช้สติไตร่ตรองเรื่องต่างๆ” นักแสดงหนุ่มพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาบ้าง“หลายคนก็คิดแบบที่คุณว่านี่แหละ”“แล้วไม่โกรธเหรอ”“ตอนแรกก็โกรธ แต่จะว่าไปฉันก็เป็นอย่างที่ว่าจริงๆ ฉันงี่เง่าเป็นบางครั้ง โวยวายเป็นบางคราวและบ้าบ่อยๆ”“ผมคิดว่าคุณจะด่ากลับหลังจากที่พูดจบ ไม่คิดว่าจะยอมรับเอาง่ายๆ แบบนี้”“ก็อยากด่าเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะทะเลาะกับคุณทำไม ยิ่งตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่เราจะมาทะเลาะกันเสียหน่อย เอาไว้ตีกันใหม่ตอนเข้ากรุงก็แล้วกัน เราต้องยอมรับตัวเอง”“เล่าเรื่องของคุณต่อดีกว่า บอกมาเสียทีว่าถ้าไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่า ทำไมไม่แก้ข่าว” เพชรพันปีวกกลับมาเรื่องเดิม“ถ้าทำแบบนั้นมันจะมีประโยชน์อะไร พูดไปใครเขาจะเชื่อ ผมเป็นตัวร้ายในละครหลังข่าว ทุกคนติดภาพนั้นไปแล้ว มีข่าวอะไรที่ไม่ดีเขาก็มองผมไม่ดีก่อนเลย บวกกับผมเป็นคนที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับนักข่าวนัก พวกเขาก็เลยยิ่งเขียนข่าวที่ไม่ค่อยดีออกมา”“ใจร้ายจัง”“ความจริงนักข่าวที่ดีก็มีนะ แต่ว่าเดี๋ยวนี้ข่าวฉาวๆ คาวๆ มันขายง่ายกว่าข่าวดีๆ”“ถามจริงๆ นะ คุณทิ้งก่อนจริงหรือเปล่า” หญิงสาวถามในสิ่งที่อยากรู้“คุณเชื่อว่าจริงไหม” เขาถามกลับ“เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง พี่น้ำนิ่งบอกว่าคุณไม่ได้เป็นแบบนั้น คุณมีข้อตกลงในการคบกันกับผู้หญิงทุกคน”“ก็จริง”“ทำไมต้องมีข้อตกลง”“ทำไมต้องอยากรู้มากขนาดนี้”“ก็พูดแล้วก็ต้องพูดให้จบสิ อย่ามาพูดค้างๆ คาๆ มันเหมือนแบบทำให้เสียวแล้วเลี้ยวกลับ อารมณ์มันค้าง”“หาคำเปรียบเทียบที่มันดีกว่านี้ได้ไหม คุณเป็นผู้หญิงจะมาพูดสองแง่สองง่ามมันดูไม่เหมาะ” ธามหัวเราะเมื่อได้ฟังคำเปรียบเทียบของเธอ“คิดอะไรมาก เดี๋ยวนี้เขาก็พูดแบบนี้ทั้งนั้น ฉันไม่ใช่กุลสตรีที่อยู่ในวังสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ต้องเรียบร้อยสงบปากสงบคำนะ บอกมาเถอะน่าอยากรู้”“มันเป็นเหตุผลส่วนตัว”“คุณนี่กั๊กจริงๆ ทำให้ฉันอยากแล้วก็จากไป แบบนี้ไม่ได้ เหมือนคุณทำให้ฉันคันแล้วไม่ช่วยเกา”“เพชรพันปี อย่าทำให้ผมขำ”“ทำไมล่ะจะว่าไปยิ้มบ้างก็ดีนะ คุณชอบทำหน้าบึ้งไม่ค่อยยิ้ม ชอบเชิดคอทำหน้าหยิ่งๆ รู้ไหมว่าไอ้ท่าทางแบบนี้ใครเห็นก็หมั่นไส้ทั้งนั้น”“รวมทั้งคุณด้วยเหรอ”“ฉันไม่ได้หมั่นไส้คุณเพราะเรื่องนี้หรอกนะ แต่ที่ไม่ชอบเพราะคุณปากหมา”“เต็มปากเต็มคำเลยนะ”“ฉันพูดจริงๆ นะ ถ้าวันนั้นคุณไม่หาเรื่องว่าน้ำพริกของฉัน ฉันคงไม่เกลียดขี้หน้าคุณ”“แล้วตอนนี้หายเกลียดแล้วเหรอ”“ยัง แต่ว่าก็ไม่เกลียดมากเท่าตอนเจอกันครั้งแรก”“ก็ยังดี เอาเป็นว่าเราจะเป็นพันธมิตรกันชั่วคราว ตกลงไหม” เขายื่นข้อเสนอออกมาจนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน“คุณบ้าหรือเปล่า”“ไม่ได้บ้า ที่ผมพูดออกมาเพราะเห็นว่าตอนนี้เราทะเลาะกันไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าเราต้องมาทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอหน้า ได้สร้างความรำคาญให้กับลุงและป้าแน่ๆ ดังนั้นเราควรสงบศึกชั่วคราวก่อน” ธามยื่นมือไปตรงหน้าเธอเมื่อพูดจบ เพชรพันปีมองสบตาคมและยื่นมือไปสัมผัสกับเขาในที่สุด เป็นการสงบศึกชั่วคราว สองสามีภรรยามองชายหนุ่มหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังเรียนรู้การถักอวนด้วยความเอ็นดู ยิ่งได้เห็นความตั้งใจของทั้งสองคนด้วยแล้วพวกเขายิ่งพอใจ เพราะมีคนหนุ่มสาวไม่กี่คนที่จะมาสนใจทำเรื่องแบบนี้ แต่ทั้งสองคนต่างออกไป ทั้งธามและเพชรพันปีอาสามาช่วยด้วยตัวเอง แถมยังแข่งกันด้วยว่าใครจะทำได้ดีและสวยกว่ากัน“พักกันก่อนไหม ป้าเห็นนั่งทำกันมานานแล้ว ไม่ยอมลุกไปไหนกันเลย” ป้าชบาเอ่ยกับและวางบางอย่างลงตรงหน้าของทั้งคู่“หอมจัง อะไรเหรอคะป้าชบา” เพชรพันปีพูดขึ้นมาก่อนเมื่อได้กลิ่นของอาหาร และหน้าตาของมันก็น่ารับประทานอยู่ไม่น้อย“แกงตอแมะห์จ้ะ กินกับข้าวมันอร่อยนะ วางมือแล้วมากินข้าวกันก่อน” ป้าชบาผู้ใจดีเอ่ยชวน ธามละมือจากสิ่งที่เขาทำบ้าง และขยับตัวมานั่งข้างๆ เพชรพันปี“มีอาจาดด้วยหรือครับ”“ใช่ เอาไว้กินคู่กันนะพ่อหนุ่ม”“แล้วนี่ขนมอะไรคะป้า” หญิงสาวถามต่ออย่างสนใจเมื่อเห็นขนมที่วางอยู่ข้างๆ กัน“เขาเรียกว่าขนมบุหงาบุดะ ถ้าจะเรียกกันแบบภาษากลางก็ขนมดอกเตย มันเป็นขนมขึ้นชื่อของอำเภอละงู ขนมนี่ส่วนมากเขาจะใช้ในงานฮิดิลรัฎฮาและพิธีแต่งงาน เพราะความหมายของมันดี แต่ป้าชอบกินเลยทำกินโดยไม่มีเทศกาลอะไร” ป้าชบาอธิบาย“สีสันมันน่ากินมากเลยค่ะ”“ใช่ครับสีหวานมาก แต่อาหารคาวก็น่ากินมากเหมือนกัน”“ถ้าจะให้อร่อยเพิ่มขึ้นต้องกินมือนะ” ป้าชบาแนะนำเพชรพันปีพยักหน้ารับ ส่วนธามนิ่งเพราะไม่เคยกินแบบที่ว่า“ถ้าอย่างนั้นหนูจะทำแบบที่ป้าชบาบอกค่ะ” เพชรพันปีเดินออกไปล้างมือ และเอากะละมังพลาสติกใบเล็กที่อยู่ใกล้ๆ รองน้ำมาไว้ด้วย จากนั้นเธอก็เริ่มเปิบข้าวด้วยมือ ป้าชบายิ้มและเดินเลี่ยงออกไปเพราะมีงานต้องทำต่อ ส่วนธามนั้นได้แต่นั่งมองสิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าทำ และชั่งใจอยู่พักใหญ่ว่าจะทำตามดีไหม“ไม่กินเหรอ อร่อยนะ” เพชรพันปีเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมกินเสียที“กินแบบคุณไม่เป็น” นักแสดงหนุ่มสารภาพตามตรง ทำเอาคนฟังยิ้มและนึกสนุก หญิงสาวใช้ช้อนกลางตักแกงมาไว้ที่จานของเขา และใช้มือของตัวเองขยำมันเบาๆ“ทำอะไร”“เงียบเถอะน่า แล้วอยู่นิ่งๆ”จากนั้นก็ใช้มืออีกข้างที่ไม่เปื้อนบีบแก้มของเขาไว้หมายให้ชายหนุ่มอ้าปาก และมันก็ได้ผลทันทีที่เขาอ้าปาก เพชรพันปีก็ใช้มือยัดข้าวเข้าปากฝ่ายตรงข้ามทันที ถึงแม้จะตกใจแต่ธามก็เคี้ยวช้าๆ และกลืนสิ่งที่เธอป้อนลงคอเงียบๆ รสชาติของมันอร่อยแบบที่พูดจริงๆ“อร่อยไหม”“อืม”“ทีนี้ทำตามที่ฉันทำได้แล้วใช่ไหม” หญิงสาวถาม“อือ” เขาตอบสั้นๆ แล้วเริ่มใช้มือตามที่เห็นเพชรพันปียิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งดูดนิ้วทุกนิ้วของตัวเอง ธามในตอนนี้ไม่เหมือนผู้ชายปากร้ายขี้เก๊กแบบที่เคยเจอในครั้งแรก ตอนนี้เขาดูเหมือนคนธรรมดาที่พร้อมจะเรียนรู้ทุกอย่าง“ยิ้มอะไรคุณ มีอะไรน่าขำ” ธามถามเมื่อเห็นว่าเธอยิ้ม“เปล่า ไม่ได้ขำ เพียงแต่ตอนนี้คุณดูน่ารักกว่าตอนที่เป็นดารา”“ชมใช่ไหม”“ใช่ ชม คุณดูไม่มีท่าอะไรมากมาย ไม่เก๊กและไม่เยอะ”“สถานการณ์แบบนี้จะเก๊กไปทำไม”“แล้วคุณจะดูดนิ้วต่ออีกนานไหม” เพชรพันปีถาม ธามรู้ตัวว่าพลาดทำอะไรลงไปรีบวางมือลงและเก็บของ จากนั้นก็เดินไปล้างมือเงียบๆ ส่วนเพชรพันปีได้แต่มองตามไปแล้วแอบขำในใจ
-----------------------------------------------------------------------------------โหลด (ดาว)ร้ายคว้ารัก(เธอ) มาอ่านเพลินๆเลยค่ะ กดข้างล่างนี่เลย ???? https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiMjA3NzE5IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMTEzMTI4Ijt9สำหรับท่านใดอยากได้แบบรูปเล่ม สามารถติดต่อได้ที่????เพจ ตะวันเปรมปรีดิ์????Line :tawan9645 มี @ นำหน้าด้วยนะคะ