"อีก10 ปีข้างหน้าจะเกิดสงครามครั้งใหญ่อย่างงั้นเหรอข้าไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้มาก่อน
"หากในอนาคตตัวเจ้ามีโอกาสได้มาเยือนที่ดินแดนเผ่าอสูรของข้าตัวข้านั้นจะต้อนรับเจ้าอย่างสมเกียรติที่สุดเอาเจ้าจงรับนี่ไว้เจ้าสิ่งนี้ก็คือแหวนประจำตระกูลราชวงของเผ่าอสูรของข้าหากบุคคลที่อยู่เผ่าอสูรได้เห็นแหวนวงนี้พวกมันจะเคารพและให้เกียรติเจ้าเหมือนดังคนราชวงทุกประการไม่ใช่ใครก็จะสามารถที่จะมีเจ้าสิ่งนี้ได้ดังนั้นในยามนี้ตัวเจ้าก็เสมือนคนสำคัญของเผ่าอสูรคนนึง
เซย์รินยอมรับเจ้าสิ่งนี้ไว้ในความครอบครองด้วยความยินดีโดยไม่ได้ปฏิเสธ
"ขอบคุณที่มอบของล้ำค่าเช่นนี้ให้กับข้าท่าน ฮิวแกรน
"ฮ่าฮ่า ฮ่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร มันเรื่องเล็กน้อยเพราะภายในอนาคตข้าเชื่อว่าตัวเจ้านั้นจะเป็นผู้นำของพวกมนุษย์และในการที่พวกเราเป็นพันธมิตรกันในการที่เจ้ามีเจ้าสิ่งนี้ไว้ในความครอบครองมันถือว่าเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว เป้าหมายของข้าก็ลุล่วงแล้วข้าคงต้องขอตัวลาก่อนไว้โอกาสหน้าเราค่อยพบกันใหม่
"หืมท่านเองก็รักษาตัวด้วยแล้วพบกัน
หวืดหวืด หวืด
เมื่อสิ้นเสียงการกล่าวลาราชาอสูรและบุตรชายคนเล็กก็จากไปโดยทันทีด้วยอุปกรณ์เคลื่อนย้ายข้ามมิติ
ในยามนี้เซย์รินทำการครุ่นคิดอยู่เพียงลำพัง กับเรื่องที่ได้ทราบภายใน 10 ปีนี้จะเกิดสงครามครั้งใหญ่เด็กหนุ่มเองก็ไม่ทราบรายละเอียดอะไรเลยว่าสาเหตุของสงครามครั้งนี้มันเกิดจากอะไรและพวกเราจะต้องทำสงครามกับใครเด็กหนุ่มเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของตัวเองแต่เขาไม่ค่อยเชื่อมั่นในบุคคลที่อยู่ในความดูแลของเขามากนักต้องหาวิธีอะไรสักอย่างที่จะสร้างกองกำลังที่แข็งแกร่งและไร้เทียมทานขึ้นมา
หลังจากที่ได้พบหน้ากับราชาเผ่าอสูรทำให้ตอนนี้นั้นเขาได้รู้แล้วว่าตัวเองนั้นมีความอ่อนแอมากน้อยเพียงใดถึงแม้ว่าในยามนี้เขาขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ที่มากไปด้วยพรสวรรค์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะสามารถต่อกรกับบุคคลที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับพ่อบุญธรรมและราชาของเผ่าอสูรในการที่ราชาเผ่าอสูรมาเชิญชวนเพื่อรวมกลุ่มเป็นพันธมิตรขึ้นมานั้นแสดงว่าฝ่ายตรงข้ามจะต้องทรงพลังเป็นอย่างมากแน่ๆ
หากคนพวกนี้มั่นใจในกำลังของตนการรวมกลุ่มเพื่อก่อตั้งพันธมิตรมันคงจะไม่เกิดหากฝ่ายตรงข้ามคงไม่แข็งแกร่งอย่างเหนือโลกเรื่องพวกนี้เซย์รินจะพักเอาไว้ก่อนเพราะก่อนนั้นเด็กหนุ่มตั้งใจที่จะไปสำรวจภายในทวีปมืด ไม่แน่ว่าเด็กหนุ่มอาจจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในครั้งนี้ได้อย่างมากมายมหาศาลการเดินทางในครั้งนี้เซย์รินตั้งใจจะเดินทางไปเพียงลำพังเท่านั้นเพราะตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดเรื่องอะไรบ้างมันมีความลับที่ซ่อนอยู่เต็มไปหมดและข่าวคราวเกี่ยวกับทวีปมืดมันก็ไม่มีมากนักขนาดซันซัสยังมีความสามารถเข้าไปเพียงแค่ในเขตรอยต่อของทวีปมือเพียงเท่านั้น
หลังจากจบงานเลี้ยงฉลองชัยชนะการประลองระหว่าง 6อาณาจักร เด็กหนุ่มจะออกเดินทางในทันทีและภายในงานเลี้ยงนี้ซันซัสบอกว่าจะแนะนำบุตรสาวของตนให้รู้จัก เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้แก่กันและกันเด็กหนุ่มเองก็พอที่จะมีความตื่นเต้นไม่น้อยเช่นกันเพราะมีเสียงเล่าลือว่าบุตรสาวของซันซัสนั้นงดงามดั่งเทพธิดาและเป็นผู้ที่มากไปด้วยพรสวรรค์หลายๆด้าน
ในตอนแรกเด็กหนุ่มก็เกิดความรู้สึกเกรงใจบรรดาหญิงสาวของตนทั้ง ยูริ เอลซ่า หรือแม้แต่แชลเทียร์ เมื่อลองพูดคุยกันพวกเธอนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมีเพียงยูริเท่านั้นที่แสดงท่าทางฉุนเฉียวออกมาเพราะเธอบอกว่าเจ้าแก่นั่นจงใจจะจับชายหนุ่มของเธอและยูริก็พูดแบบปล่อยวางว่ามันก็เป็นเรื่องที่จะสุดแสนจะธรรมดาในการที่พบเจอบุคคลที่แข็งแกร่งผู้คนก็อยากจะเข้าหา
วันเวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วและแล้ววันงานเลี้ยงฉลองที่จัดอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติก็มาถึง