ห้องทำงานเดิมเหมือนคราวก่อน
ทั้งคู่นั่งตรงข้ามกันอยู่บนโซฟาคนละฟาก
“เมื่อคืน…” เสิ่นเป้ยอีปริปากพูดออกมาด้วยความยากลำบาก ออร่าผู้ชายคนนี้แข็งกร้าวเกินไปทั้งที่ก่อนหน้าจะเจอเขา เธอได้ฝึกพูดอยู่ในใจมาหลายต่อหลายครั้ง แต่พอมาอยู่ตรงหน้าเขากลับเริ่มทำตัวไม่ถูกอีกแล้ว
สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่เธอถึงพูดต่อ “ฉันไม่เอาความได้”
หนิงเส้าเฉินปรายหางตามองเสิ่นเป้ยอีแวบหนึ่งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยแต่ไม่ได้พูดอะไรเพราะผู้หญิงคนนี้ยังพูดไม่จบ
“แต่ฉันอาจจะอยู่ทำงานต่อที่ตระกูลหนิงไม่ได้แล้ว” เธอค่อยๆเอ่ยปากด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความอาลัยอาวรณ์ นี่เป็งานที่เธอแทบสละชีวิตเพื่อได้มา
แต่เห็นได้ชัดว่าหลังเกิดเื่อย่างนี้ขึ้น เธอไม่มีความกล้าพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกันอีกต่อไปแม้ว่าทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ทั้งหมดก็ยังคงเป็เื่จริงอยู่วันยังค่ำว่าเคยเกิดเื่นี้ขึ้น
พลางนึกถึงงานแต่งงานของเขากับเกาเหวินที่เธอเผลอหลุดเข้าไปเป็มือที่สามระหว่างทั้งคู่โดยไม่ได้ตั้งใจซึ่งจุดนี้ทำให้เธอรับไม่ได้และครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกจนสุดท้ายจึงตัดสินใจจากไป
ไม่คิดว่าจู่ๆ เธอจะตัดสินใจจากไป นึกถึงไม่นานมานี้ที่เธอเคยคุกเข่าขอร้องเขาเพื่อที่จะไม่ให้ไล่เธอไปวันนี้กลับ…
เสิ่นเป้ยอีลอบมองหนิงเส้าเฉินแวบหนึ่งเมื่อเห็นสีหน้าเรียบนิ่งของเขาราวกับบุคคลที่เกิดเื่ไม่ใช่เขาก็เย็นวาบไปทั้งใจ
ตัวเองทำเป็เื่ใหญ่ขนาดนี้บางทีในสายตาเขาอาจเป็แค่ความผิดพลาดในคืนเดียวเท่านั้นเอง
“บอกมาสิว่ามีข้อแลกเปลี่ยนอะไร” เสียงเย็นดังขึ้น เสิ่นเป้ยอีได้ยินก็ถอนหายใจในที่สุดก็รอมาได้แล้ว
สีหน้าของเธอไม่ได้หลุดไปจากสายตาของหนิงเส้าเฉินดวงตาฉายแววดูถูกชั่วแวบหนึ่ง
หางของสุนัขจิ้งจอกจะโผล่ออกมาแล้วหรือ? นึกได้อย่างนี้เขาก็รู้สึกสะอิดสะเอียนกับเื่ที่เกิดขึ้นในเมื่อคืนวาน
เสิ่นเป้ยอีนั่งหลังตรงไม่กล้ามองไปทางหนิงเส้าเฉินกัดฟันพูดขึ้น “ถ้าคุณไม่อยากให้คุณเการู้เื่นี้ฉันอยากให้คุณอนุญาตให้ฉันเจอหนิงเสี่ยวซีได้โดยไร้ข้อแม้”
จบประโยคเสิ่นเป้ยอีก็ถอนหายใจโล่งอก ทว่าก็ยังไม่กล้าสบสายตาหนิงเส้าเฉินนี่เธอกำลังขู่เขาชัดๆ เธอไม่กล้ารับรองว่าผู้ชายคนนี้จะยอมทำตามหรือไม่แต่นี่เป็วิธีที่ดีที่สุดแล้ว หากออกไปจากที่นี่แล้วยังอยากเจอหนิงเสี่ยวซีเธอไร้ทางเลือกอื่น
หนิงเส้าเฉินเลิกคิ้วมองด้วยแววตายากจะคาดเดา
หลายปีมานี้ที่เขาบากบั่นอยู่ในวงการธุรกิจเคยพบเจอคนเ้าแผนการมามากมายแม้จะไม่ถึงขั้นเดาใจได้ทุกคน แต่ส่วนใหญ่ก็ดูออก แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เขาดูผิดไปผู้หญิงคนนี้มักทำอะไรเกินความคาดหมายอยู่เสมอ
เมื่อกี้เขาคิดว่าเธอต้องอ้าปากเรียกขอเงินจำนวนก้อนโตแน่นอนหรืออาจจะเรียกร้องอะไรที่เกินไป แต่กลับคิดไม่ถึงว่า…จะเป็หนิงเสี่ยวซีอีกแล้ว
การกระทำของหนิงเสี่ยวซีเมื่อคืน เขาคิดว่าถ้าผู้หญิงคนนี้ไม่โง่เกินไปก็ต้องเดาได้ในฐานะที่เขาเป็คุณพ่อของเขาจะปล่อยไปก็ไม่เป็ไร ส่วนเธอล่ะ?
ถูกเด็กแปลกหน้าวางแผนใส่ ตอนนี้ก็น่าจะต้องโกรธเป็ฟืนเป็ไฟไม่ใช่หรือ?ทำไมนอกจากจะไม่กล่าวโทษแล้วยังเอ่ยคำขอแบบนี้อีก
“ทำไม?” เขาพูดขึ้น
“หา?” เสิ่นเป้ยอีไม่เข้าใจว่าเขาถามถึงเื่ใดเงยหน้ามองไปเห็นหนิงเส้าเฉินที่กำลังจ้องเธออยู่ก็รีบหลบสายตา “ฉันไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร?”
หนิงเส้าเฉินหัวเราะ เ้าตัวเอนหลังพิงโซฟาไว้สองแขนกอดอก “คุณเสิ่นไม่คิดว่าคำขอที่ตัวเองพูดออกมามันไม่สมเหตุสมผลเหรอ?”
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเรียกแทนเธอว่า คุณเสิ่น
เสิ่นเป้ยอีชะงักนิ่งไปครู่ถึงได้สติ นั่นสิ เธอรู้ว่าหนิงเสี่ยวซีเป็ลูกชายของเธอเลยเลือกที่จะไม่เอาเื่แต่เธอกลับคิดไม่ได้ว่าในสายตาคนอื่นแล้วมันจะแปลกแค่ไหนเมื่อเกิดเื่แบบนี้แต่ยังเอ่ยขอเช่นนี้อยู่อีก
เธอเผลอแลบลิ้นเลียปากในหัวก็คิดหาคำอธิบายที่จะโน้มน้าวใจชายผู้นี้
เธอไม่มีทางบอกความจริงเขาไปหรอก
แล้ว…
“เขาแค่หวังอยากให้เราอยู่ด้วยกัน แล้วก็เขาคิดว่า…ฉันชอบคุณ” ว่าจบใบหน้าก็แดงเถือก
กระแอมเสียงไอเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ “ตอนเช้าฉันโกรธจริงๆแต่พอระงับสติอารมณ์มาคิดๆ ดูแล้วต่อให้เขาฉลาดแค่ไหนก็แค่ห้าขวบ ใช่…เขาไม่มีทางรู้เื่แบบนั้นได้หรอกเขาแค่คิดว่าเรานอนด้วยกันบนเตียงก็ต้องได้อยู่ด้วยกันแน่ๆจุดเริ่มต้นของเขาทำเพื่อฉัน ฉันเกลียดเขาไม่ลง” เธอพูดจบในทีเดียวแต่กลับไม่กล้ามองหน้าของหนิงเส้าเฉิน
ก่อนหนิงเส้าเฉินจะกลับมา เธอเคยถามหนิงเสี่ยวซีอย่างละเอียดแล้วหนิงเสี่ยวซีกลับบอกว่าวันนั้นเธอร้องไห้จึงคิดว่าเป็เพราะหนิงเส้าเฉินหมั้นกับเกาเหวินเลยคิดจะช่วยเธอพอได้ยินคำอธิบายนี้แล้วบอกตามตรงว่ามีแต่จะเ็ปใจหากแต่ไร้ความโกรธเคือง
เด็กคนนี้แค่หวังดีกับเธอเท่านั้นเอง
ทว่ากับเื่ความรักไม่ได้ง่ายแค่การร่วม ‘เตียง’ น่ะสิ
ฉะนั้นยามอยู่ต่อหน้าหลุมศพของมารดาหลังจากร้องไห้เสร็จเธอก็เลือกที่จะเผชิญหน้ากับมัน
หนิงเส้าเฉินเชยตามองเสิ่นเป้ยอีเขาไม่เข้าใจผู้หญิงคนนี้จริงๆ
“คุณเสิ่นรู้สึกว่าเื่เมื่อคืนคุณเป็ฝ่ายเสียเปรียบงั้นเหรอ?” จู่ๆ เขาก็ผุดลุกขึ้นเดินมาด้านหน้าของโต๊ะยกแก้วกาแฟที่วางบนโต๊ะขึ้นมาจิบคำหนึ่ง
มีผู้หญิงตั้งมากมายที่หาทุกวิถีทางเพื่อจะได้ขึ้นเตียงของเขาส่วนผู้หญิงคนนี้กลับทำท่าราวกับถูกเขาขืนใจ
ตรงส่วนนี้สร้างความไม่พอใจแก่เขามาก
เสิ่นเป้ยอีไม่เคยคิดว่าหนิงเส้าเฉินจะคิดเล็กคิดน้อยกับเธอในเื่นี้
“เป็ครั้งแรกของฉัน ฉันก็ต้องเสียเปรียบสิ” เธอพลั้งพูดออกปากจากนั้นก็ก้มหน้าทันทีหลังว่าจบพลางรู้สึกคิดผิดมหันต์ พระเ้า นี่เธอกำลังพูดอะไรกัน?
หนิงเส้าเฉินเม้มปากดวงตาดำขลับจดจ้องหญิงสาวตรงหน้าอย่างมีนัย “งั้นเหรอ?บังเอิญจังเลยนี่ก็เป็ครั้งแรกของฉัน” เขาพูดเสริมในใจว่าเป็ครั้งแรกในรอบหลายปีนี้
เสิ่นเป้ยอีได้ยินดังนั้นก็อ้าปากอย่างตะลึงเงยหน้าเบิกตาโตมองหนิงเส้าเฉิน “จะจะเป็ไปได้ยังไง?”
เขาหมั้นกับเกาเหวินแล้วไม่ใช่หรือ?จะเป็ไปได้ยังไงที่ในยุคนี้ทั้งคู่จะไม่เคยมีอะไรกันทั้งที่หมั้นกันไปแล้ว? ก็ได้บางทีเธออาจคิดลามกเกินไป แต่นี่มัน…
ต่อให้เขาจะไม่เคยกับเกาเหวิน แต่…ทั้งรวยทั้งหล่อขนาดนี้ จะเป็ไปได้ยังไง?
หนิงเส้าเฉินก้มมองเธอ
ไม่รู้ว่าเป็เพราะมุมหรือเปล่าถึงได้รู้สึกถึงความ ‘ตะลึง’ แปลกๆยามมองผู้หญิงคนนี้
เมื่อเห็นสีหน้าตะลึงของเธอก็กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “คุณเสิ่นบอกว่าเป็ครั้งแรกฉันก็เชื่อแล้วทำไมพอฉันบอกแล้วกลับไม่เชื่อซะงั้นล่ะ?”
เสิ่นเป้ยอีลุกขึ้นยืนทันที “คุณ…คุณจะพิสูจน์ยังไง?”
เื่นี้เกี่ยวข้องไปถึงว่าจะได้เจอหนิงเสี่ยวซีในอนาคตหรือเปล่าฉะนั้นเสิ่นเป้ยอีเริ่มจริงจังขึ้นแล้ว
หนิงเส้าเฉินมองเธอด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้นขยับก้าวไปข้างหน้าแล้วโน้มตัวลงจ้องเสิ่นเป้ยอี “เธอล่ะจะพิสูจน์ยังไง?” กลิ่นอายแปลกๆ ตลบอบอวลไปทั่วห้อง
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ#readAwrite ด้วยน้า