บทที่ 36 ผู้หญิงอีกคนที่เขารัก
ฟู่อวิ่นซางพยักหน้ารับ เยี่ยเจียก็กอดเขาด้วยความตื่นเต้น “รักคุณสามพันนะคะ”
“ทำไมต้องสามพันด้วย?”
“จริง ๆ แล้ว คุณอยากได้ห้าพัน หรือหมื่นก็ได้นะคะ” เธอพูดทั้งหน้าแดงก่ำ น้ำเสียงแผ่วเบาลงขณะอยู่ในอ้อมกอดของเขา
ฟู่อวิ่นซางก้มลงจูบเธออย่างนุ่มนวล มือใหญ่ของเขาเลื่อนลงไปเรื่อย ๆ จนถึงเนินอกในที่สุด
เขาปลดกระดุมเสื้อของเธอด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งก็เปิดลิ้นชักข้างเตียงหยิบเอาถุงยางอนามัยออกมา
ลองนับดูแล้ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายของรอบเดือนเยี่ยเจียพอดี หากจะเรื่องอย่างว่าในตอนนี้คงไม่น่ามีปัญหา แต่แน่นอนว่าเธอจะไม่ตั้งครรภ์ เธอกอดเขาเบา ๆ แล้วเอ่ยเสียงแผ่วว่า “พูดแล้วต้องไม่คืนคำนะคะ ไม่อย่างนั้นฉันจะเสียใจนะ”
ฟู่อวิ่นซางม้วนปอยผมของเธอ ด้วยสายตาลึกซึ้ง “พรุ่งนี้ผมไม่มีนัดอะไร”
ไม่มีเหรอ? สวีเสี้ยนหย่าบอกชัดเจนว่า... แต่ช่างเถอะ ถ้าคิดดี ๆ สวีเสี้ยนหย่ายังบอกอีกว่าสวีเสี้ยนซูยังมีชีวิตอยู่ บางทีเรื่องพวกนี้อาจเป็นแค่คำโกหกของเธอก็ได้ เธอก็แค่ผู้หญิงที่ชอบโกหกจนเป็นนิสัยเท่านั้นเอง
ไม่ทันที่เยี่ยเจียจะได้คิดอะไรมาก ฟู่อวิ่นซางก็เข้าควบคุมเธอ เสียงของเขากลายเป็นเสียงกระเส่าตามจังหวะการเคลื่อนไหว
คืนแห่งความรักได้เริ่มขึ้น และจบลงอย่างสุขสม
เยี่ยเจียตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของฟู่อวิ่นซาง ความรู้สึกที่เงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นว่าเขานอนอยู่ข้าง ๆ นี่ช่างดีจริง ๆ
เธอล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก่อนสามี จึงลงไปช่วยแม่สามีเตรียมอาหารเช้า คุณนายฟู่เห็นรอยคล้ำใต้ตาของเธอ แล้วนึกถึงภาพเธอหมดแรงบนโซฟาเมื่อวานนี้จึงพูดว่า “เยี่ยเจีย เธอลองกลับไปอยู่กับอวิ่นซางสองคนดูไหม”
“หือ?”
“ดูสิ บริษัทก็ไกลจากบ้านใช้ได้เลย เธอกลับมาเหนื่อยขนาดนี้ทุกวัน จะเตรียมตัวตั้งครรภ์ได้ยังไง”
เยี่ยเจียเคยคิดว่าตัวเองทำอะไรไม่ดีพออย่างนั้นเหรอ คุณนายฟู่ถึงอยากไล่ตัวเองออกไป แต่พอได้ยินว่าเป็นเพราะความห่วงใย ถึงแม้จะด้วยเหตุผลที่ว่า ‘เพื่อให้เธอตั้งครรภ์’ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นความหวังดีจากคนคนนี้
ตั้งแต่เด็กจนโต เยี่ยเจียไม่ค่อยได้รับความห่วงใยจากคนอื่นมากนัก ยิ่งเมื่อก่อนแม่สามีไม่ชอบเธอเลย ตอนนี้กลับกลายเป็นห่วงใยเธอ ทำให้หัวใจเธอรู้สึกอบอุ่น “ถ้า อวิ่นซางคิดว่าดี งั้นหนูก็จะทำตามที่แม่ว่าค่ะ”
“เฮ้อ… ฉันก็ไม่อยากให้พวกเธอไปหรอกนะ แต่ทำเลของบ้านหลังนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ส่วนบ้านหลังเล็กของฉันของพวกเธอก็ยังไม่ชิน เลยไม่มีทางเลือกอื่น”
เยี่ยเจียพยักหน้ารับเบา ๆ ฟังคำบ่นและคำสั่งของแม่สามีโดยไม่ปริปาก
ฟู่อวิ่นซางที่ลงมาจากชั้นบน เห็นเยี่ยเจียกับแม่ของเขากำลังคุยกันอย่างสนิทสนมด้วยบรรยากาศอันอบอุ่น แม้แต่เขาที่เป็นลูกแท้ ๆ คุณนายฟู่กลับก็ไม่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ สายตาที่เขามองไปยังเยี่ยเจียเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน แต่ก็จางหายไปในพริบตา
สองคนที่กำลังคุยกันอยู่ก็สังเกตเห็นชายหนุ่ม คุณนายฟู่จึงรีบโบกมือเรียกเขามา พูดถึงเรื่องที่จะให้ทั้งสองย้ายออกจากบ้านหลังนี้กลับไปอยู่บ้านของตัวเอง
ฟู่อวิ่นซางพยักหน้ารับฟัง “บ้านนี้ไม่ค่อยสะดวกจริง ๆ”
“งั้นก็ตกลงตามนี้นะ แม่จะแวะไปดูความคืบหน้าในการเตรียมตัวมีลูกของพวกลูกเป็นครั้งคราว ถ้าพวกลูกว่างก็กลับมาหาแม่บ้างนะ” ถึงแม้คุณนายฟู่จะอารมณ์ร้อน แต่ก็เป็นคนที่ตรงไปตรงมา เธอตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างกระชับฉับไว
“คุณแม่ค่ะ พวกเราจะกลับมาเยี่ยมคุณแม่กับคุณพ่อบ่อย ๆ นะคะ” เยี่ยเจียพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“เธอนี่จริง ๆ เลย ดูแลสุขภาพให้ดีล่ะ ฉันแทบจะกราบขอร้องอยู่แล้ว!”
“แม่วางใจเถอะครับ” คนที่พูดประโยคนี้กลับเป็นฟู่อวิ่นซาง
เมื่อเห็นลูกชายและลูกสะใภ้ต่างก็บอกว่าจะรีบมีหลานให้เร็ว ๆ คุณนายฟู่ก็ดีใจจนกินข้าวต้มหมดไปหลายชาม ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใส
หลังจากกินข้าวเสร็จ เยี่ยเจียตั้งใจจะไปสวนสนุกแห่งใหม่กับฟู่อวิ่นซาง แต่รถขับไปได้แค่ครึ่งทาง โทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้น ปกติแล้วแทบไม่มีใครโทรมาในมือถือส่วนตัวของเขา ยิ่งเป็นช่วงวันหยุดแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่
เยี่ยเจียหันไปและพบว่าเป็นชื่อ 'สวีเสี้ยนหย่า' กำลังกะพริบอยู่ตรงหน้าจอ
เธอใจหายวาบ คิดจะห้ามฟู่อวิ่นซางไม่ให้รับสาย แต่เธอจะใช้เหตุผลอะไรดี เธอยังไม่ทันได้คิดเหตุผล เขาก็รับสายไปแล้ว
“มีอะไร”
“พี่อวิ่นซาง พี่ลืมไปแล้วใช่ไหมว่าวันนี้เป็นวันครบรอบการตายของพี่ ฉันอยู่ที่สุสานมาเกือบชั่วโมงแล้ว ทำไมพี่ยังไม่มาอีก?”
วันครบรอบการตายไปของสวีเสี้ยนซู...
ฟู่อวิ่นซางชะงักไปครู่หนึ่ง เขาลืมเรื่องแบบนี้ได้ยังไง?
เขาหันรถกลับทันที “ฉันจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้”
เมื่อวางสายไปแล้ว เขาก็หันไปบอกกับเยี่ยเจียว่า “คุณนั่งแท็กซี่กลับไปก่อน หรือไปเดินเล่นที่ไหนก็ได้ ตอนนี้ผมมีธุระสำคัญ”
เยี่ยเจียบอกตัวเองว่าต้องทำใจให้ชินกับเรื่องแบบนี้ นี่มันไม่ใช่ครั้งแรก แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มได้ยาก หญิงสาวจึงเอ่ยเพียงแผ่วเบา “คุณไม่ได้บอกเหรอ ว่าวันนี้…”
ฟู่อวิ่นซางขัดจังหวะอย่างร้อนใจ “ตอนนี้ผมมีธุระสำคัญ”
ปึง!
เยี่ยเจียปิดประตูรถ มองตามรถของฟู่อวิ่นซางที่ขับออกไปอย่างเร่งรีบ
เรื่องของสวีเสี้ยนหย่าสำคัญเสมอ แล้วตัวเธอล่ะ? สำหรับเขาแล้ว เธอมีความหมายอะไรบ้าง?
เธอเดินอยู่บนถนนอย่างเลื่อนลอย จากนั้นโทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอหยิบขึ้นมาดู พบว่าเป็นข้อความจากฟู่อวิ่นซาง ‘กลับไปแล้วจะชดเชยให้’
ชดเชย?
เธอปิดหน้าจอทันที เขาไม่ได้เป็นหนี้อะไรเธอ ไม่จำเป็นต้องชดเชยหรอก
ชายหนุ่มกลับบ้านมาดึกดื่น เยี่ยเจียก็แกล้งหลับ วันรุ่งขึ้นเธอจงใจเอ้อระเหยจนกระทั่งเขาออกไปแล้วค่อยตื่นขึ้นมา ไม่มีเขาเธอก็สามารถใช้ชีวิตในวันหยุดได้อย่างสนุกสนาน!
แต่ความจริงแล้ว ถึงแม้วันหยุดสุดสัปดาห์จะผ่านไปได้ดี แต่ประสิทธิภาพการทำงานในวันจันทร์กลับตกต่ำลงไปมาก หญิงสาวเอาแต่เหม่อลอยอยู่เป็นระยะ
เยี่ยเจียก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป ทั้ง ๆ ที่เมื่อคิดถึงแล้วก็จะรู้สึกเจ็บปวดในใจ แต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องของฟู่อวิ่นซางและสวีเสี้ยนหย่า รวมถึงท้องของตัวเองที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นมาเลย
แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือเขาไม่สนใจท่าทีของเธอเลยสักนิด
“ไง ที่รักของผม คุณช่วยตั้งใจหน่อยได้ไหม? ตัวอักษรสามตัวนี้ ‘เลี่ยวเฉินอี้’ คุณเขียนผิดไม่ต่ำกว่าห้าครั้งแล้วนะ เลี่ยวเชิงอี้… เลี่ยวเฉินกวาง… เลี่ยวเฉินเซียน… คุณไม่พอใจชื่อของผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ?” เลี่ยวเฉินอี้เปิดกระป๋องโคล่าแล้วรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย
เขาฉุกคิดกระทั่งว่า ‘เยี่ยเจียกำลังแก้แค้นเขาอยู่’
ถ้าเธอไม่ชอบให้เขาพูดแหย่เธอเรื่องพวกนั้น ต่อไปเขาก็จะไม่พูดอีกแล้ว ไม่เห็นมีความจำเป็นจะต้องถ่วงเวลางาน ถึงเธอไม่อยากพัก แต่เขาอยากจะพักเต็มทีแล้ว
เมื่อเยี่ยเจียได้สติ ก็รีบลบชื่อตลก ๆ พวกนั้นทิ้งไป “ขอโทษนะคะ”
ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ตั้งใจงั้นเหรอ
เลี่ยวเฉินอี้คว้ามือเธอที่กำลังยุ่งอยู่เอาไว้อย่างกะทันหัน “คุณเป็นอะไรไป?”
เยี่ยเจียส่ายหัวปฏิเสธ ดูเหมือนเธอจะไม่ต้องการบอกเรื่องนี้กับเขา
เลี่ยวเฉินอี้ดึงเอกสารตรงหน้าเธอออกไปแล้วเอ่ยว่า "ถ้าวันนี้ไม่ยอมบอกผมว่าเกิดอะไรขึ้น ผมจะไม่ยอมแพ้หรอกนะ คุณก็รู้นิสัยของผมดี ใครรังแกคุณ บอกผมมา"
ความรู้สึกที่เขามีให้เธอ เหมือนกับว่าเธอมีพี่ชายคนหนึ่ง
ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกรังแก เพราะพี่ชายคนนี้จะคอยปกป้องเธอจากอันธพาลเหล่านั้นเสมอ
หัวใจของเยี่ยเจียบอบช้ำอย่างถึงที่สุด ความน้อยใจทั้งหมดพลันไหลบ่าเข้ามาอย่างกลั้นไม่อยู่ “ถ้าสามีของผู้หญิงคนหนึ่ง รักผู้หญิงอีกคน เธอควรจะทำยังไงดีคะ”
“แค่เรื่องเล็กน้อยแบบนี้เองเหรอ เป็นเรื่องของเพื่อนเธอสินะ”เลี่ยวเฉินอี้ไม่ทันคิดว่าเธอจะเป็นคนที่แต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว จะมาอยู่ที่บริษัททุกวันเหมือนคนว่างงานได้ยังไง?
ดังนั้นเขาจึงสรุปเอาเองว่าเธอ ‘โสด’
เยี่ยเจียไม่อยากพูดถึงเรื่องและชื่อเฉพาะ ด้วยกลัวว่าเลี่ยวเฉินอี้จะพูดเพ้อเจ้อให้คนอื่นฟัง จึงพยักหน้ารับตามนั้นเบา ๆ
“ง่ายจะตายไป ก็แค่เลิกหรือหย่าร้างกันไป จากนั้นก็แบ่งทรัพย์สิน ยังไงในวงการบันเทิงเรื่องแบบนี้ก็มีอยู่ดาษดื่น แม้กระทั่งหย่ากันแล้วยังมาออกรายการโชว์ความรักกันอีก เล่นละครเรื่องไหนก็เปลี่ยนแฟนไปเรื่อย มีให้เห็นออกบ่อย” เลี่ยวเฉินอี้ พูดอย่างไม่ใส่ใจ
ความคิดเรื่องความรักของเขานั้นง่ายดายมาก ถ้าชอบก็จีบ ถ้าจีบไม่ติดก็ตามตื๊อ หากตามตื๊อแล้วยังไม่ได้ก็ไปจีบคนอื่น จีบติดแล้วเกิดไม่ชอบขึ้นมา ก็ไปจีบคนที่ชอบใหม่
จะเอาเรื่องรักสามเส้ามาเป็นปัญหาให้ปวดหัวอีกทำไม?
