ตอนที่ 189 เกลียว
นิทานฟาดร่มปกปักหทัยเข้าใส่สิงโตครึ่งหมาป่าในระยะประชิดอีกครั้ง เขายังคงเล็งที่ร่างกายซีกขวาอย่างน่ารำคาญ
ร่มปกปักหทัยที่อัดพลังจนแน่นนี้ทำให้สิงโตครึ่งหมาป่าต้องเกร็งพลังใส่กรงเล็บข้างขวาที่หักเบี้ยวของมันเข้ารับ แม้การโจมตีนี้จะรุนแรงแต่เหตุผลส่วนใหญ่ที่กระดูกของมันหักเป็นเพราะมันประมาทเสียมากกว่า หากมันตั้งใจป้องกันการโจมตีนี้มันสามารถฝืนรับได้แม้ขาของมันจะหัก
มันรวบรวมพลังอีกส่วนหนึ่งไว้ที่เขี้ยวหมาป่า เตรียมกัดกระชากสวนทันทีที่ร่มคันนั้นฟาดเข้ามาโดน มันสังเกตเห็นจากครั้งก่อนว่าหลังจากมนุษย์คนนี้โจมตีสุดแรงแล้วร่างกายของเขาจะชะงักไปชั่วครู่
เมื่อร่มปกปักหทัยฟาดลงมา มันก็ขย้ำสวนไปในพริบตาเดียวกันนั้นเอง มันมั่นใจว่าหากมันขย้ำโดนมนุษย์คนนี้ตรง ๆ ชัยชนะจะต้องเป็นของมันอย่างแน่นอน ร่างกายของมนุษย์ไม่ได้แข็งแรงถึกทนเช่นมัน
หากเมื่อร่มปกปักหทัยปะทะเข้ากับร่างของมัน มันกลับพบว่าร่มนั้นไร้ความรุนแรงโดยสิ้นเชิง เป็นเพียงร่มที่ฟาดออกมาอย่างไร้น้ำหนัก ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้มันได้แม้แต่น้อย
เมื่อมันเห็นมนุษย์ตรงหน้ายิ้มอย่างชั่วร้ายมันจึงได้เข้าใจว่ามันโดนหลอกอีกครั้ง มนุษย์คนนี้เพียงแกล้งโจมตีให้เหมือนว่าใส่สุดตัวเท่านั้น เขี้ยวที่ขย้ำลงของมันถูกหลบได้อย่างง่ายดายเมื่อนิทานลดน้ำหนักของตนลงแล้วเอี้ยวตัวหลบกลางอากาศด้วยก้าวเหยียบนภา
ร่างกายของเขาไม่ชะงักไม่แม้แต่น้อย ร่มปกปักหทัยเมื่อครู่เขาเพียงฟาดด้วยกำลังกายล้วน ๆ เท่านั้น ไม่มีการเสริมพลังใด ๆ
เมื่อมันขย้ำพลาดไป ลำคอที่เปิดโล่งของมันก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดมหาศาลเมื่อมีอีกหนึ่งคมเขี้ยวหนึ่งขย้ำเข้าที่คอของมันอย่างจัง
หมาป่าสีดำตัวนั้น!
คีตาปรากฏร่างของมันออกมาอีกครั้ง มันอาศัยจังหวะที่หัวหมาป่าขย้ำเต็มแรงพร้อมทั้งใช้คำแห่งพลัง ฉีกกระชาก ไปแล้วจึงค่อยโผล่ออกมาขย้ำไปที่ลำคออันเป็นจุดตายของสิ่งมีชีวิตส่วนมาก
ร่างกายของคีตายามนี้ได้รับการเสริมพลังเต็มสูบ เขี้ยวของมันเต็มไปด้วยน้ำหนักอันแกร่งกล้า พลังหลายสายจากร่างของนิทานเสริมให้คีตาอีกระดับ แม้ไม่อาจทะลุผ่านระดับอริยะขั้นต้นได้เพราะขีดจำกัดทางกายภาพและดวงจิตแต่ก็มากพอจะทำให้คมเขี้ยวของคีตาขย้ำผิวหนังอันแข็งแกร่งของสิงโตครึ่งหมาป่าได้ลึกกว่าที่เคย
โลหิตสาดกระเซ็น ร่างของคีตายามนี้ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสีแดงสดจากร่างของสัตว์อสูรระดับอริยะ มันออกแรงกัดมากขึ้นหวังจะฉีกกระชากเนื้อออกมาให้ได้คำโตเพื่อสร้างแผลฉกรรจ์ มันรู้สึกได้ว่าการกัดของมันครั้งนี้ไม่ลึกถึงเส้นเลือดใหญ่
สิงโตครึ่งหมาป่าคำรามอย่างเจ็บปวด หัวสิงโตหันมาพยายามขย้ำคีตาที่อยู่ประชิดร่างมัน มันยกกรงเล็บข้างซ้ายที่ยังดีอยู่ของมันตะปบซ้ำอีกชั้นหนึ่ง มันจำได้แม่นว่าหมาป่าตนนี้มีพลังป้องกันที่สูงเป็นพิเศษ
เมื่อเห็นว่าทั้งกรงเล็บและคมเขี้ยวของสิงโตครึ่งหมาป่านั้นแฝงไปด้วยพลังจิตวิญญาณอันหนาแน่นมันจึงได้แต่จำใจถอนเขี้ยวออก ร่างของมันโดนนิทานผลักออก หลบการโจมตีไปได้อย่างเฉียดฉิว
การโจมตีของมันพลาดเป้าไปอีกครั้ง ไม่ทราบว่ากี่ครั้งแล้วที่หนึ่งมนุษย์หนึ่งหมาป่านี่หลบการโจมตีของมันไปได้ด้วยวิธีแปลกพิสดาร แม้มันจะหงุดหงิดแค่ไหนหากนิทานไม่ให้เวลามันตั้งตัวแม้แต่น้อย
ยามนี้หัวหมาป่าชะงักจากบาดแผลที่กำลังเริ่มฟื้นตัว หัวสิงโตเอนเข้ามากัดคีตาแต่วืดไป ส่วนกรงเล็บข้างซ้ายนั้นตวัดขึ้นจะตบใส่คีตาแต่วืดเช่นกัน เหลือเพียงขาหน้าข้างขวาที่หักผิดรูปที่มันใช้ยันพื้นอยู่ แม้จะหักผิดรูปแต่ด้วยความแข็งแกร่งและความเร็วในการฟื้นตัวขาข้างนี้ใกล้กลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพแล้ว
ร่มปกปักหทัยถูกรีดเป็นเกลียวราวกับผ้าที่พึ่งซักจนแห้งแล้วโดนบิดให้หมาด ร่มขนาดใหญ่คันยาวกลายสภาพเป็นเข็มรูปร่างแปลกตาเล็มหนึ่งที่มีความยาวเท่าตัวนิทาน
หากให้นับสภาพแล้วสมควรเป็นหอก หากเพราะความเรียวแล้วรอยบิดบนตัวด้ามที่ยังชัดเจนมันจึงดูคล้ายกับเข็มขนาดยักษ์เสียมากกว่า
นิทานตบคันร่มเรียวด้วยมือทั้งสองจนมันเริ่มหมุนตามเข็ม เมื่อเขาบิดข้อมืออีกครั้งหนึ่งร่มปกปักหทัยในรูปแบบเข็มก็หมุนด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ เขาไม่มีเวลามากพอจะอัดแรงหมุนหรืออัดพลังไฟฟ้าและควบคุมให้มันเสถียรเพื่อยิงวัชระดาวตก แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเป้าหมายของเขา
นิทานใช้ฝ่ามือตบที่ก้นเข็มพร้อมทั้งอัดพลังผลักยิงร่มปกปักหทัยออกไปในระยะประชิดใส่ขาหน้าข้างขวาของสิงโตครึ่งหมาป่า ร่มนั้นราวกับลำแสงที่ทะลวงผ่านขาและกระดูกของมันได้ เสียบทะลุปักเข้าไปในขาแกร่งของสัตว์อสูร
เป๊าะ
เมื่อเข็มเจาะทะลวงเข้าไปได้ระดับหนึ่ง นิทานดีดนิ้วของตนอย่างรวดเร็ว ร่มปกปักหทัยที่ถูกบิดเป็นเกลียวก็คลายตัวออกอย่างรุนแรง สมบัติระดับอริยะคลายตัวจากสภาพเข็มแหลมที่หนาไม่กี่เซ็นกลับเป็นคันร่มที่หนาเท่าต้นไผ่ กล้ามเนื้อและโลหิตของสิงโตครึ่งหมาป่าไม่อาจยับยั้งการคลายตัวนี้ได้เลย ทั้งหมดถูกบดขยี้จากภายใน
แรงเหวี่ยงและแรงกระชากจากการคลายตัวของสมบัติระดับอริยะทำให้ขาหน้าข้างขวาของมันขาดสะบั้น โลหิตสาดกระจายไปทั่วพื้นที่ อุ้งเท้าส่วนที่ขาดนั้นกระเด็นออกไปไกล ส่วนข้อเท้าขึ้นไปถึงข้อต่อนั้นหายไปอย่างสิ้นเชิงจากการโดนฉีกกระชากจากภายในยามร่มปกปักหทัยคลายตัว
การโจมตีเมื่อครู่มีผลไม่ต่างอะไรกับการปักระเบิดเข้าไปในร่างของศัตรูแล้วจึงจุดชนวน!
นี่คือคำแห่งพลังคำที่สามของร่มปกปักหทัยที่เขาเลือกจากปลาคาร์ปผนึกอักษร เกลียว!
คำแห่งพลังนี้ส่งผลให้ร่มปกปักหทัยสามารถถูกบิดเป็นเกลียวแน่นคล้ายผ้าที่โดนรีดน้ำ ด้วยรูปลักษณ์ที่แหลมคมและความเรียวยาวทำให้ร่มปกปักหทัยสามารถจับได้ง่ายขึ้นมาก
รูปร่างเช่นนี้เหมาะทั้งการใช้แทนหอก เขวี้ยงโจมตี หรือยิงเป็นกระสุนของวัชระดาวตก รอยเกลียวของมันช่วยได้มากเรื่องการหมุนและการกักเก็บพลัง
แต่สิ่งที่ทำให้นิทานตัดสินใจเลือกคำแห่งพลังคำนี้มาเป็นเพราะยามที่มันคลายออกต่างหาก เจ้าของคำแห่งพลังนี้คืออาชญากรโรคจิตที่มักทรมานเหยื่อด้วยการบิดเป็นเกลียว
แต่เพราะความเข้าใจของมันเกิดจากความบิดเบี้ยวยามเห็นต้นไผ่ที่หักลงดีดกลับด้วยความรุนแรงทำให้มันเกิดเป็นผลพิเศษของคำแห่งพลังของมัน การคลายตัวหลังจากการบิดเป็นเกลียวจะก่อให้เกิดพลังมหาศาล
ด้วยพลังนี้และฐานะของมันที่เป็นถึงนักสลักเอกทำให้มันจับคนบริสุทธิ์มาทรมานนับไม่ถ้วนจนในที่สุดก็จบชีวิตลงด้วยหน่วยพิทักษ์เมือง ศพของมันกลายเป็นแหล่งพลังให้ปลาคาร์ปผนึกอักษรได้สะกดคำแห่งพลัง เกลียว ของมันไว้
แม้ต้นตอจะน่ารังเกียจหากพลังนั้นเหมาะสมกับเขาอย่างแท้จริง นี่คือคำแห่งพลังที่เขาต้องการ และผลลัพธ์ที่เขาวาดไว้ในหัวก็สำเร็จอย่างงดงาม ขาหน้าที่หักอยู่แล้วของมันนั้นขาดสะบั้น!
สิงโตครึ่งหมาป่ากรีดร้องโหยหวน ร่างของมันล้มกลิ้งลงเมื่อร่างกายขาดสมดุล การโจมตีเมื่อครู่มันไม่อาจหลบได้เลยแม้แต่น้อย มันจดจ่ออยู่กับการโจมตีสวนหมาป่าตัวนั้น แม้หมาป่าตัวนั้นจะหลบออกไปแล้วแต่หัวทั้งสองและขาหน้าอีกข้างของมันนั้นไม่พร้อมโจมตี
การหลอกลวงสองชั้นซ้อนอันเกิดจากการหลอกว่าจะโจมตีด้วยร่มเพื่อล่อให้มันป้องกันทำให้หมาป่าตัวนั้นได้โอกาสโจมตีลำคอของมัน แล้วจึงซ้อนการโจมตีอีกครั้งด้วยร่มคันเดิมยามที่มันโจมตีสวนใส่หมาป่า
และความเสียหายครั้งนี้รุนแรงจนถึงขั้นมันสูญเสียขาหน้าไปข้างหนึ่ง!
มันโมโหจนแทบคลั่งเมื่อเห็นว่ามนุษย์และหมาป่าตนนั้นพุ่งเข้ามาอีกครั้ง ทั่วทั้งร่างของมันเปล่งแสง มันสะบัดร่างอย่างรุนแรง นัยน์ตาหัวหมาป่าส่องประกายเจิดจ้า พลังฉีกกระชากอันรุนแรงกระจายออกไปรอบทิศ
นิทานกางร่มปกปักหทัยขวางหน้าตน ส่วนคีตาที่อยู่อีกฟากม้วนตัวเป็นวงกลมเพื่อปกป้องอวัยวะภายในพร้อมทั้งใช้ปราการเพื่อป้องกันร่าง
ร่างของทั้งนิทานและคีตาโดนแรงฉีกกระชากจนกระเด็นออกไป ฝุ่นควันและเศษซากกิ่งไม้ใบไม้กระจัดกระจายอีกครั้ง เมื่อพลังฉีกกระชากนั้นครอบคลุมถึงพื้นดิน
นิทานนั้นมีบาดแผลตามตัวเล็กน้อยจากการที่เขาหดตัวให้ร่มปกปักหทัยบังทั่วร่างไม่ทัน หากบาดแผลนั้นก็กำลังเยียวยาด้วยพลังรักษาสีทอง ทางคีตานั้นไร้รอยขีดข่วน มันหายร่างไปอีกครั้ง
นิทานจับจ้องฝุ่นควันนั้นอย่างไม่วางตา เขาขมวดคิ้วน้อย ๆ วิเคราะห์สถานการณ์ หากเป็นตามสมควรแล้วเขาควรรีบพุ่งเข้าไปโจมตีซ้ำ เพื่อไม่ให้มันมีโอกาสได้ตั้งหลักอย่างที่เขาทำเมื่อครู่ หากครั้งนี้เขารู้สึกได้ว่ามีอะไรแปลกไปเล็กน้อย
สัตว์อสูรตัวนี้สามารถโจมตีรอบทิศทางได้ดังที่มันทำก่อนหน้า และยิ่งฝุ่นควันฟุ้งกระจายครั้งนี้เกิดจากมันเป็นคนทำเอง ทำให้นิทานสัมผัสได้ว่าอาจเป็นกับดักให้เขาพุ่งเข้าไป
มันจงใจใช้พลังให้โดนพื้นดินและต้นไม้อย่างชัดเจนเพื่อสร้างม่านควันนี้
อีกเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่กล้าประมาทนั้นคือคำแห่งพลังอีกคำหนึ่งที่มันยังไม่ได้ใช้ออก จนถึงตอนนี้มันยังไม่ได้ใช้คำแห่งพลังนั้นเลยแม้แต่น้อย เป็นไปได้ว่าอาจเป็นคำแห่งพลังที่ใช้ยากแต่ทรงพลังจนสามารถทวนกระแสของการต่อสู้ได้
นิทานเปิดใช้พลังอาณาเขตเพื่อตรวจสอบ แม้จะเปลืองพลังสมาธิแต่ในสถานการณ์ที่ไม่มั่นใจเช่นนี้พลังอาณาเขตส่งผลดีเป็นอย่างมากต่อการตัดสินใจขั้นต่อไป
ภาพที่นิทานเห็นทำให้เขารีบทะยานร่างออกไปด้วยความเร็วสูงสุด แม้ฝุ่นควันจะยังไม่จางหายแต่เขาไม่อาจรอได้อีกต่อไป
“คีตา โจมตี!”
เขาใช้ก้าวเหยียบนภาหลายครั้งซ้อนเพื่อดันให้ร่างของเขาทะยานด้วยความเร็วสูงลิ่ว ฝ่าเข้าสู่ม่านควันหนาทึบเพื่อรีบโจมตีใส่สิงโตครึ่งหมาป่า คีตาที่ได้รับคำสั่งกระโจนร่างเข้ากลุ่มควันจากอีกด้านหากด้านความเร็วเส้นตรงยังคงด้อยกว่านิทาน
ร่มปกปักหทัยในมือถูกบิดเป็นเกลียวอีกครั้ง นิทานตบคันร่มเพื่อเริ่มให้มันหมุนแล้วจึงตบก้นร่มเพื่อยิงอีกครั้งหากกลับสายไปแล้ว
ร่างของสิงโตครึ่งหมาป่าที่ตัวเล็กลงเหลือเพียงขนาดเท่ามนุษย์คนหนึ่งพุ่งออกมาจากกลุ่มควัน มันใช้ร่างของมันรับร่มอันบิดเป็นเกลียวนั้น ด้วยเพราะความเร่งรีบทำให้ไม่อาจเจาะทะลุได้ เพียงปักคาอยู่ภายในร่างนั้น
นิทานดีดนิ้วอย่างจำใจ ร่างนั้นระเบิดออก โลหิตสาดกระจาย ด้วยขนาดร่างที่เล็กลงทำให้แรงกระชากนั้นฉีกร่างนั้นเป็นสองซีก ศพของสิงโตครึ่งหมาป่าขนาดเล็กนั้นกลายเป็นกลุ่มพลังงานที่ไหลกลับเข้าสู่ศูนย์กลางของม่านควันอีกครั้ง
นิทานถอนหายใจ ร่มปกปักหทัยที่กลับเป็นร่มแล้วคืนสู่มือโดยอัตโนมัติ เขาใช้พลังผลักดันฝุ่นควันจากภายในออก วิสัยทัศน์จึงกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
ฟาง หมิงและโฮโจนั้นตัวสั่นน้อย ๆ เมื่อเห็นว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นในกลุ่มควันนั้น เพชฌฆาตเผยรอยยิ้มที่แข็งกระด้างส่วนอิซึมินั้นกระชับหอกในมือของตนมั่น ยามม่านควันนี้ปรากฏขึ้นดวงเนตรทั้งหมดก็หายไปแล้ว
แต่ที่เกิดขึ้นแทนนั้นน่าหวาดหวั่นกว่ากันหลายเท่า จากร่างของสิงโตครึ่งหมาป่าที่ตัวสูงใหญ่หลายเมตร มีร่างของสิงโตครึ่งหมาป่าที่มีขนาดตัวเพียงมนุษย์คนหนึ่งกำลังดิ้นรนมุดออกมาจากร่างของสิงโตครึ่งหมาป่าตัวใหญ่
ยามนี้มีสามถึงสี่ร่างแล้วที่ออกมาได้และยืนอยู่รอบกายร่างหลักที่สูงใหญ่ ร่างหนึ่งนั้นสลายไปแล้วเพราะมันคือร่างที่พุ่งเข้ามารับการโจมตีของนิทาน
คีตาเห็นดังนั้นก็รีบถอยร่างกลับมายืนเคียงข้างกับนิทาน จากสามสี่ร่างเล็กที่ออกมาได้แล้วนิทานยังเห็นอีกหนึ่งร่างที่พึ่งมุดออกมาสำเร็จ เมื่อร่างนั้นมุดออกมาได้แล้วร่างของสิงโตครึ่งหมาป่าตัวใหญ่สุดก็กลับสู่สภาวะปกติ มันจับจ้องมาที่นิทานพร้อมแผ่จิตสังหารรุนแรง
สิงโตครึ่งหมาป่าคำรามอย่างดุร้าย ส่วนร่างแยกเล็ก 5ตัวที่รายล้อมมันนั้นก็หอนตามอย่างน่าเกรงขาม นอกจากร่างหลักที่ขาขาดไปข้างหนึ่งแล้ว อีก 5ร่างนั้นสมบูรณ์พร้อม
นิทานเป่าปากเบา ๆ เมื่อเห็นว่าจากการสู้ 7 ต่อ 1 เมื่อครู่ กลายเป็น 7 ต่อ 6 เขาเหลือบตามองพวกเพชฌฆาตที่เตรียมพร้อมต่อสู้อยู่ไม่ไกล พวกเขาไม่มีดวงเนตรคอยกวนใจอีกแล้ว
หลังจากการประจันหน้ากันไม่กี่วินาที นิทานไม่จำเป็นต้องออกคำสั่งใด ๆ เมื่อร่างของคีตาพุ่งนำเข้าไป สมาชิกทั้งหมดก็พุ่งเข้าจู่โจม