ครั้นเมื่อเยว่เล่อกลับมาอยู่กับแม่ของตนที่จวนท่านเ้ากรมคลัง นางก็ไม่ได้นิ่งดูดายช่วยงานท่านแม่อย่างที่เคยทำเหมือนแต่ก่อน ก็จะมีบ่าวไพร่แอบซุบซิบว่านางนั้นแอบไปทำงานที่หอนางโลมมาบ้าง บ้างก็ว่าแอบไปเป็เมียบำเรอของเศรษฐีมาบ้าง มันก็ไม่ได้ทำให้นางนึกโกรธแต่อย่างใด เพราะนางคิดว่ามิได้เป็อย่างที่บ่าวไพร่เ่าั้พูด ครั้นเมื่อไม่มีงานที่จะต้องทำแล้วนางก็มานั่งพักที่ศาลาในสวน แต่ก็ไม่ทันที่จะได้หายเหนื่อยก็มีเสียงแว่วมาแต่ไกล
“ท่านมหาเสนาบดีเชิญด้านนี้เ้าค่ะ เดี่ยวข้าจะให้บ่าวยกน้ำชามาให้นะเ้าค่ะ”
“คุณหนูใหญ่ไม่ต้องลำบากเพราะข้าเลย ข้าแค่แวะมาหาท่านเท่านั้น”
“แสดงว่าท่านคิดถึงข้าหรือเ้าค่ะ”
เจียวจินพูดอย่างไม่อายปากพลางก็พาเขาเดินไปตรงศาลาที่เดียวกันกับเยว่เล่อกำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ พอนางเห็นเยว่เล่ออยู่ที่นั่นก็รู้สึกแปลกใจและก็ทำท่ารังเกียจ
“อ้าว...เยว่เล่อไหนว่าเ้าไปทำงานอยู่ในหอนางโลมแล้วนี่เ้ากลับมาที่ทำไม เสนียดจวนเปล่าๆ”
เจียวจินพูดตามที่ได้ยินมาจากบ่าวไพร่และด้วยนิสัยของนางก็ไม่ได้มองเยว่เล่อดีแต่อย่างไร
“ใครบอกท่านพี่เ้าค่ะว่าข้าไปอยู่ในหอนางโลม ช่างปากพร่อยกันเสียจริง”
เยว่เล่อโต้กลับและยิ่งทำให้เจียวจินโมโห
“เ้าว่าใครปากพร่อยข้าได้ยินบ่าวไพร่พูดกันไม่ผิดเป็แน่”
“ท่านพี่ก็ถามข้าด้วยตัวเองเถิด...ดีกว่าไปถามบ่าวไพร่พวกนั้นไม่มีความจริงจากปากพวกเขาแม้แต่น้อย”
“เ้าๆ....ไม่ต้องมายอกย้อนข้า”
ห่าวอู๋ยืนดูเหตุการณ์ที่สองพี่น้องโต้เถียงกัน แต่เขากลับนิ่งเฉยไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเพียงแต่เขาตอนนี้แอบยืนสังเกตรูปร่างหน้าตาของเยว่เล่ออย่างลืมตัว
“ท่านมหาเสนาบดีข้าว่าเราไปที่อื่นกันเถอะข้าไม่อยากเห็นหน้านางแล้วเ้าค่ะ”
เจียวจินหัวเสีย เพราะนางไม่ชอบให้ใครมาเถียงและอีกอย่างนางอยากจะอยู่กับห่าวอู๋สองต่อสอง
“ข้าว่าเราไม่ต้องไปไหนหรอกคุณหนูใหญ่อยู่ที่นี่เสียเถิดอากาศกำลังดี”
ส่วนเยว่เล่อกำลังจะแอบปลีกตัวออกมาจากศาลานั่น แต่กลับโดนพี่สาวของนางเรียกไว้
“จะไปไหนข้ายังไม่ได้อนุญาติให้เ้าไปเลย”
เยว่เล่อก็หยุดชะงักทันที นางก็คิดในใจว่าวันนี้มันเป็วันอะไรหนักหนาถึงได้ดวงซวยมาเจอพี่สาวของตนซึ่งปกตินางมักจะหลบหน้าหลบตาไม่อยากเจอพี่สาวของตนเสียด้วยซ้ำ เพราะการเจอกันแต่ละครั้งเป็อะไรที่อึดอัดใจไม่โดนว่าก็โดนใช้เป็อย่างนี้ั้แ่เด็กจนโต เยว่เล่อเปรียบเสมือนสาวใช้ของพี่สาวนางเวลาอยู่ด้วยกันนั้นนางจะต้องปรนนิบัติพี่สาวอย่างดี ไม่เช่นนั้นหากนางไปฟ้องฮูหยินใหญ่ก็จะต้องโดนลงโทษเสียทุกครั้งไป และบางครั้งก็ลามไปถึงท่านแม่ของเยว่เล่อด้วย นางจึงต้องยอมเสียทุกครั้งไป ส่วนห่าวอู๋สังเกตเห็นสองพี่น้องนี้แล้ว เขาคิดว่าการเป็อยู่ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว ซึ่งเจียวจินนั้นนางจะแต่งตัวบ่งบอกถึงฐานะคุณหนูใหญ่ไม่ว่าจะเป็เสื้อผ้าอาภรณ์รวมไปถึงเครื่องประดับต่างๆไม่มีขาดตกบกพร่อง ส่วนเยว่เล่อนั้นการแต่งตัวของนางไม่ต่างจากบ่าวรับใช้ภายในจวน เผลอๆสาวใช้ยังใส่เสื้อผ้าดีกว่านางเสียด้วยซ้ำแต่ในมุมกลับกันที่ห่าวอู๋เห็นก็คือใบหน้าที่งดงามของเยว่เล่อ ถึงแม้เสื้อผ้าจะดูเก่ามอซอแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความงดงามของนางนั้นดูจืดจาง
“ท่านพี่มีอะไรจะให้ข้าทำหรือเ้าค่ะโปรดสั่งมาเถิดเ้าค่ะ”
เยว่เล่อถามเจียวจินอย่างขอไปทีเพราะจะได้รีบทำให้นางแล้วจะได้ไปให้พ้นนางเสียที และอีกอย่างนางก็ไม่ค่อยถูกชะตากับมหาเสนาบดีท่านนี้เสียเท่าไหร่เพราะเขามัวแต่วางท่าขี้เก๊ก ดูเ็า มิหนำซ้ำสายตาที่เขามองยังนางบ่งบอกว่านางน่ารังเกียจไม่ต่างกับใส้เดือนกิ้งกือที่น่าขยะแขยง ช่างเป็บุรุษที่อัธยาศัยแย่เป็ที่สุด
“เ้าไปเอาน้ำชากับขนมมาให้ข้ากับท่านมหาเสนาบดีเดี๋ยวนี้ อย่าช้าล่ะ ทำอะไรให้ว่องไวเสียด้วย”
“ได้เ้าค่ะท่านพี่”
เยว่เล่อเมื่อได้ฟังค้ำสั่งของพี่สาวตนก็รีบไปจัดการทันทีตามจริงนางจะใช้บ่าวไพรของนางก็ได้ แต่ด้วยเยว่เล่อเป็ลูกสาวของอนุนางก็ไม่ชอบอยู่แล้วมักจะจิกหัวใช้อย่างนี้ก็ไม่แปลก
“ท่านมหาเสนาบดีเ้าค่ะมานั่งชมดอกไม้ตรงนี้เถิดเ้าค่ะ เห็นไหมกำลังออกเต็มไปหมด”
เจียวจินรีบเอาแขนตนเองคลองแขนห่าวอู๋อย่างเป็กันเองส่วนเขาก็ไปตามแรงที่นางดึง เยว่เล่อในขณะที่เดินออกมาจากสองคนนั่นพอคล้อยหลังไม่เท่าไหร่นางก็หันกลับไปมองทั้งสองพรางก็คิดว่า ถ้าหากสองนั่นแต่งงานกันก็คงจะสมกันดีเป็แน่แท้ อีกคนก็เอาแต่ใจ ส่วนอีกคนก็สายตาก็มักจะมองเหยียดคนอื่น
“์ท่านช่างจับคู่ได้เหมาะสมอย่างยิ่ง”
นางก็ทำท่าคาราวะไปที่ท้องฟ้าประหนึ่งล้อเลียนเบื้องบน แล้วก็รีบเดินจ้ำอ้าวไปเอาชากับขนมมาให้พี่สาวตนอย่างว่องไว
เมื่อถึง่เวลากลางดึกที่เงียบสงัด ผู้คนต่างก็หลับใหลกันอย่างสบายอยู่ภายใต้ชายคาที่อยู่อาศัยของตน จะมีก็เพียงเยว่เล่อกับเฝิ่นลู่ที่บัดนี้ทั้งสองอยู่ในชุดดำที่ปิดบังหน้าไว้ เป้าหมายของทั้งวันวันนี้ก็คือหอนางโลมของตระกูลเจียงซึ่งทั้งสองได้ข่าวว่ามีชั้นใต้ดินที่กักขังเด็กขอทานเอาไว้ พวกมันไปจับเด็กขอทานเ่าั้มาเพื่อที่จะขายไปเป็แรงงานทาส หากแต่ว่าสกุลเจียงทำเช่นนี้ได้จะต้องมีผู้อยู่เื้ัที่มีอำนาจเป็แน่แท้ และหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่อยู่เื้ัก็ไม่พ้นอัครมหาเสนาบดี เพราะขุนนางหลายคนต่างก็พูดกันเป็เสียงเดียวว่าเขามีอำนาจพอๆกับฮองเต้หากเพียงแต่ใครไปขวางการทำงานของเขาจะต้องโดนกำจัดสิ้นให้พ้นทาง แม้กระทั่งฮองเต้ยังไม่สามารถที่จะทำอะไรเขาได้ แต่เยว่เล่อกับเฝิ่นลู่ในฐานะสายลับพวกเขาจะต้องสืบให้แน่ชัดก่อน หากไม่มั่นใจแล้วพวกเขาจะไม่มีวันเชื่อเมื่อทั้งสองมาถึงหอนางนางโลม ก็ะโลงมาจากหลังคาสูงด้วยวิชาตัวเบา เยว่เล่อนางะโลงถึงพื้นอย่างไร้เสียง แล้วรีบวิ่งด้วยเท้าที่แ่เบาไปยังห้องใต้ดินอย่างชำนาญประหนึ่งว่าเคยอยู่ที่นี่ ส่วนเฝิ่นลู่ก็ตามนางไปอย่างไม่ให้คลาดสายตาครั้นเมื่อทั้งสองแอบเข้าไปในห้องใต้ดินของสกุลเจียงสำเร็จสิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือเด็กขอทานมากมายหลายสิบคน นอนเรียงรายกันอยู่ภายในกรงขัง พวกเขาเดินสำรวจไปอย่างไม่ลดละเมื่อเยว่เล่อเห็นเด็กขอทานที่นอนเรียรายอยู่นั้นก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ ใจหนึ่งก็อยากจะช่วยออกไปแต่ใจหนึ่งคิดว่าหากช่วยออกไปหมดนี่ มีหวังเวรยามที่พวกมันเฝ้าอยู่คงแห่มากันมากมาย คงหนีไปได้ไม่ถึงไหน เช่นนั้นนางจึงคิดว่าจะต้องรายงานเื่นี้ให้หัวหน้าตนทราบ เพราะตอนแรกนางคิดว่าจะมาช่วยเด็กไม่กี่คน แต่กลับคิดผิดเพราะเด็กขอทานที่พวกมันจับมารวมกันตอนนี้ก็มีมากมายหลายสิบคน เยว่เล่อกับเฝิ่นลู่ก็ไม่รอช้ารีบออกจากห้องใต้ดินของสกุลเจียงทันทีและรีบนำข่าวนี้ไปรายงานให้หัวหน้าของตนทราบ และจะได้ให้ฮองเต้ออกคำสั่งจัดการให้สิ้นซาก เพราะนางเกรงว่าหากปล่อยไว้ช้าแม้แต่วันเดียวเด็กๆเหล่านี้จะต้องโดนขายไปเป็ทาสต่างบ้านต่างเมืองแน่นอน
“เฝิ่นลู่เ้านำข่าวนี้ไปรายงานหัวหน้าก่อนเถิดจะได้ช่วยเด็กๆได้ทัน”
“อ้าว...เ้ามิไปกับข้าหรือ”
“ข้ามีงานจะต้องทำ.....ข้าฝากเื่นี้กับเ้าได้หรือไม่”
“ถ้าเช่นนั้นเ้าก็ระวังตัวด้วยหล่ะ เื่นี้ไม่ต้องห่วงข้าจะไปรายงานหัวหน้าเดี๋ยวนี้”
“ถ้าเช่นนั้นก็รบกวนเ้าด้วย อย่างนั้นแยกกันตรงนี้เถิด”
พอสิ้นเสียงสนทนาเยว่เล่อก็รีบะโขึ้นไปบนหลังคา แล้ววิ่งสลับกับะโไปตามหลังคาดั่งนกที่กำลังโบยบินอย่างชำนาญ ครั้นไม่นานนางก็มาหยุดอยู่ที่จวนของมหาเสนาบดี สิ่งที่นางสังเกตได้ก็คือภายในจวนของเขานั้นเงียบสงบ หากแต่มีเวรยามไม่กี่คนที่กำลังเดินตรวจตราอยู่ภายในจวน แต่นางก็พอจะมองออกว่าเวรยามเ่าั้ล้วนเป็ยอดฝีมือเพราะดูจากลักษณะท่าทางก็พอจะมองออก นางได้สังเกตการณ์อยู่บนหลังคาสูงอยู่สักพักหนึ่ง และก็ค่อยๆะโลงมาอย่างเงียบๆแล้วไปวิ่งห้องที่เก็บของมีค่าภายในจวน ครั้นเมื่อหาห้องเก็บสมบัติของมหาเสนาบดีเจอแล้ว นางก็ไม่รอช้ารีบเข้าไปอย่างง่ายดายแล้วก็ถือวิสาสะหยิบถุงเงินมาหนึ่งถุง
“ข้าขอแล้วกันนะท่านมหาเสนาบดีแบ่งๆกันใช้ก็แล้วกัน”
เมื่อนางได้ของตามที่้าแล้วก็สำรวจตรวจตราภายในห้องนั้นอย่างใจเย็น
“ท่านมหาเสนาบดีก็ไม่ได้มีข้าวของมีค่ามากมายเสียเท่าไหร่ ข้าคิดว่าท่านจะมีเงินทองกองเป็ูเาเสียอีก”
นางเดินสำรวจแล้วก็บ่นพึมพำออกมา และเมื่อนึกได้นางก็รีบออกจาจวนของมหาเสนาบดีอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีใครสังเกตเห็นนาง นางก็นึกในใจว่าเรามีฝีมือหรือว่าเวรยามเ่าั้ไร้ซึ่งความสามารถกันแน่
เมื่อเยว่เล่อออกมาจากจวนของมหาเสนาบดีเรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งหน้าตรงไปบ้านของหญิงสาวผู้หนึ่งที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน ซึ่งจะเรียกว่าเป็บ้านก็ไม่ได้กลับต้องเรียกมันว่ากระท่อมเสียมากกว่า ภายในกระท่อมนั้นก็จะมีแม่ลูกคู่หนึ่งที่นอนกอดกันกลมเพราะอากาศที่เหน็บหนาวภายใต้ผ้าห่มที่มีอยู่ผืนเดียวชีวิตการเป็อยู่ของสองแม่ลูกช่างดูแร้นแค้นขัดสนเสียยิ่งกว่าอะไร หากแต่ว่าเยว่เล่อได้เห็นสองแม่ลูกนี้ที่ตลาดเมื่อ่สายๆของวัน นางกับลูกเก็บผักที่ปลูกไว้ไปขายพอได้เงินเล็กน้อยประทังชีวิตแต่ก็ยังไม่พอที่จะมีเงินไปเจียดซื้อของที่จำเป็บางอย่าง อย่างเช่นผ้าห่มที่ไว้ห่มในคืนที่แสนเหน็บหนาวเช่นนี้ หากเยว่เล่อเปรียบเทียบชีวิตสองแม่ลูกนี้กับตนก็ไม่ได้ต่างอะไรจากนางเสียเท่าไหร่ หากแต่ว่านางยังมีโอกาสและมีข้าวของเครื่องใช้ครบครันไม่ถือว่าลำบากเท่าสองแม่ลูกนี้ ถึงแม้ว่าของบางอย่างจะเป็ของจากฮูหยินใหญ่ที่ไม่้าแล้วถึงได้ตกมายังนางกับท่านแม่ของนางนางก็ไม่ได้สนใจกลับใช้มันอย่างมีคุณค่าอีกครั้ง และก็นับว่ายังดีกว่าที่จะต้องมาใช้ชิวิตข้างถนนดั่งเช่นขอทาน ครั้นเมื่อนางเข้ามาในกระท่อมสองแม่ลูกนั้นแล้ว เยว่เล่อก็ค่อยๆวางถุงเงินนั้นไว้ให้กับสองแม่ลูกนั้นแล้วก็รีบออกมาอย่างรวดเร็ว พอคล้อยหลังที่เยว่เล่อออกมาแล้ว หญิงสาวแม่เลี้ยงเดี่ยวคนนั้นก็รีบลืมตาขึ้นทันทีเพราะนางรู้อยู่แล้วว่ามีคนเข้ามาภายในกระท่อมของตน นางจึงค่อยๆกวาดสายตาไปรอบๆก็เจอถุงเงินที่เยว่เล่อวางไว้ให้นางคว้าถุงนั่นมาดูก็พบว่ามีเงินมากมายอยู่ในถุงนั่น นางก็น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามมิได้
“ขอบคุณท่านจอมยุทธหญิง ข้ารู้ว่าสักวันท่านจะต้องมาหาข้า เป็เช่นนั้นจริงๆ ข้าขอให้ท่านไปไหนก็ปลอดภัย ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิคุ้มครองท่านด้วย...”
น้ำตาของนางไหลออกมาเป็สายด้วยความซาบซึ้ง เพราะนางเคยได้ยินข่าวที่ว่าโจรสาวมักจะขโมยสมบัติคนรวยที่มีนิสัยไม่ดีเอาไปช่วยเหลือคนจน บัดนี้นางได้เจอเข้ากับตัวเอง ภายในใจของนางนั้นได้แต่ขอบคุณและไม่รู้จะต้องทดแทนบุญคุณของจอมยุทธหญิงท่านนี้อย่างไร ส่วนเยว่เล่อก็ะโสลับกับวิ่งไปตามหลังสูงอย่างสนุกสนานภายในยามค่ำคืนที่แสนวังเวงและเงียบสงัด แต่นางกลับคิดว่ามันช่างเป็่เวลาที่มีความสุขที่สุด