ตอนที่ 12
เริ่มต้นการค้าขาย (12)
จูเฟยหลังจากที่ขายผักในยามเช้าเสร็จเรียบร้อยเมื่อกลับมาถึงบ้านของท่านยายหวังในยามเที่ยงวัน นางก็ละทิ้งทุกอย่างแล้วรีบวิ่งตรงไปที่บริเวณด้านหลังของที่ดินทันที แต่นางเองก็ยังไม่ลืมที่จะแวะที่ต้นไม้ใหญ่ที่นางได้เพราะปลูกต้นหญ้าเลื้อยคลานเอาไว้ วันนี้ต้นหญ้าเลื้อยคลานเองก็เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมันเติบโตโดยการเลื้อยพันลำต้นขนาดใหญ่ของต้นไม้ขึ้นสูงไปถึง 2 ใน 3 ส่วนแล้ว
เมื่อได้มองเห็นเช่นนั้นจูเฟยก็รู้ได้ทันทีว่าในวันพรุ่งนี้นางคงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตในส่วนนี้ได้ เมื่อดูต้นหญ้าเลื้อยคลานเสร็จนางก็ได้นำกระบวยที่มีน้ำใสอยู่นำไปลดบริเวณโคนต้นเพื่อให้มันเจริญเติบโตขึ้นไปอีก
หลังจากที่จัดแจงบริเวณสวนนั้นเสร็จก็รีบมุ่งตรงไปที่ลำธารขนาดใหญ่ด้านหลังที่ตัดผ่านที่ดินของท่านยายหวังทันที ผลผลิตอีกหนึ่งอย่างที่นางจะต้องเก็บเกี่ยวในวันนี้แล้ว
เมื่อเดินไปถึงดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองลงไปที่ผิวน้ำบริเวณที่นางได้หว่านเมล็ดเอาไว้เมื่อ 2 วันก่อน
ต้นสมุนไพรที่กำลังเปล่งแสงทอประกายสว่างไสวเป็สีน้ำเงินเข้มอยู่ใต้ผิวน้ำ ลำต้นเล็กๆที่ไม่ต่างจากดอกไม้ธรรมดาที่มีใบเป็ 5 กลีบเอนเอียงไปมาตามแรงของสายน้ำที่กำลังไหลเชี่ยว
แม้จะเห็นต้นพฤกษาน้ำที่เติบโตจนกลายเป็ต้นเต็มวัย แต่ว่าก็ไม่พ้นที่จะมีเื่ให้นางประหลาดใจอีก
ดวงตาทั้งสองข้างของเด็กน้อยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก ผลผลิตที่ตัวของนางอุตส่าห์หว่านเมล็ดเอาไว้ั้แ่เมื่อสองวันก่อน มันเหลือเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
“ สมุนไพรของข้า!!! ” เสียงเล็กๆร้องดังโวยวายขึ้นมาทันที
จูเฟยไม่รีรอนางได้ย่างกายของนางเข้าไปใกล้ๆสมุนไพรบริเวณนั้น นางได้ใช้มือของตนเองรีบดึงสมุนไพรที่เหลืออยู่เพียงแค่ 10 ต้นขึ้นมาทันที
ตอนนี้พวกมันเติบโตจนเรียกได้ว่าเป็ต้นเต็มวัยที่พร้อมแก่การเก็บเกี่ยวได้แล้ว เมื่อนำต้นสมุนไพรที่มีใบ 5 กลีบเปล่งประกายแสงสีน้ำเงินเข้มสว่างไสวขึ้นมา เด็กน้อยก็ได้เดินขึ้นมาจากบริเวณนั้นแล้วออกห่างจากลําธารทันที
..
ตรงจุดนี้ถือว่ายังดีที่น้ำมันเพียงแค่ลึกเพียงแค่หัวเข่าของนางจึงสามารถลงไปหยิบมันขึ้นมาได้ แต่ว่าถ้าท่านแม่หรือว่าท่านยายหวังไม่เห็นนางเข้าใกล้แม่น้ำคงจะโวยวายกันยกใหญ่
ทั้งสองมือเต็มไปด้วยต้นสมุนไพรที่กำลังแต่งประกายน้ำเงินเข้ม จูเฟยพึ่งพาร่างกายของตนเองขึ้นมาจากลำธารนางก็หันกลับไปมอง
..
ใบหน้าในน้อยๆทำท่าทางโกรธจนแดงก่ำ เื่นี้ต้องเป็ฝีมือของพวกปลาอย่างแน่นอน เถ้าแก่ร้านสมุนไพรเคยเตือนนางเอาไว้แล้วว่าต้นพฤกษาน้ำมันจะเป็ของโปรดของเหล่าปลาที่อยู่ภายในลำธาร แต่ก็ไม่คาดคิดว่าเหล่าปลามันจะกินไปได้รวดเร็วขนาดนี้ถ้านางมาช้ากว่านี้อีกสักครึ่งชั่วยามคงจะหมดไม่เหลือผลผลิตให้นางเก็บเกี่ยว
ใบหน้าเล็กๆแสดงความโกรธจนแดงก่ำและท่าทางฉุนเฉียว เ้าปลาพวกนี้น่าจับมาย่างกินให้หมด.. เมื่อวานนางชะล่าใจไปหน่อยเพราะเห็นว่า เมื่อวานตอนที่ต้นพฤกษาน้ำมันเติบโตเป็ต้นขนาดกลางยังอยู่ครบแล้วไม่มีปลาตัวไหนเข้ามาหา
“ น่าโมโหยิ่งนัก.. ” แต่แล้วจูเฟยก็ได้สลัดความโกรธของตนเองออกไปแล้วกลับมาสนใจกับสิ่งที่อยู่ในมือทั้งสองข้างของนาง นี่คือผลผลิตรอบแรกที่นางได้มา
ต้นพฤกษาน้ำเมื่อนำขึ้นมาบนน้ำมันเองก็ยังคงเป็ประกายสว่างไสวมีสีน้ำเงินเข้ม ต้นพวกนี้น่าจะเป็ต้นโตเต็มวัยแล้วแต่ว่านางก็ต้องลองเอาไปถามกับท่านปู่ร้านสมุนไพรผู้นั้นก่อนว่านี่มันเป็ต้นที่พอจะขายได้หรือยัง
ทว่า..ต้นในตอนนี้มันเป็ต้นที่สามารถนำไปขายได้แล้วการเพาะปลูกสมุนไพรต้นพฤกษาน้ำเพื่อนำไปขายมันก็จะทำกำไรอย่างงามให้กับนางได้
ต้นพฤกษาน้ำมันใช้การเจริญเติบโตรวดเร็วในที่ดินของท่านยายหวังเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น แถมการดูแลมันก็ง่ายดายไม่ต้องรดน้ำเพราะว่าตัวของมันปลูกเพราะอยู่ภายในน้ำอยู่แล้ว 1 ต้นขายได้ 5 อีแปะ
ในการซื้อขายเมล็ด 1 ถุงมันมี 100 เมล็ดในราคา 50 อีแปะ ถ้าสามารถเพาะปลูกทั้งหมดแล้วเอาไปขาย 100 ต้นก็จะได้ราคา 500 อีแปะในสองวัน แต่ว่าถ้าเพาะปลูกมากกว่านั้นก็จะได้ราคาที่มากขึ้น
ดวงตาของเด็กน้อยเปล่งประกายเป็เงินขึ้นมาทันที นี่เป็ก้าวแรกของการทำธุรกิจนางต้องหาเงินทุนจำนวนมากมาก่อนเพื่อที่จะได้สร้างธุรกิจและขยับขยายธุรกิจของนางให้ใหญ่โตมากขึ้นได้
การตั้งเป้าไว้ 5 ปี 5 ปีกับการปักหลักภายในเมืองอู่หนานแห่งนี้เพื่อที่จะให้ธุรกิจของนางเป็ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภายในเมืองอู่หนานแห่งนี้
หลังจากนั้นอีก 5 ปี นางจะทำให้ธุรกิจของนางยิ่งใหญ่และใหญ่โตคับแคว้นแห่งนี้
การหาเงินทุนในตอนนี้มันก็เป็ก้าวแรก จูเฟยอยากจะทำเื่นี้ด้วยตัวเองก่อนนางเลยเก็บสมุนไพรพฤกษาน้ำเอาไว้ภายในผ้าผืนเล็กๆที่นางเตรียมมา โดยการใช้ผ้าผืนนั้นห่อพวกมันเอาไว้ทั้งหมดแล้วก็เดินทางกลับไปทำงานต่อทันที
การทำงานวันนั้นก็เป็เช่นทุกวันการขยายส่วนตอนนี้ปริมาณผักภายในสวนของท่านยายหวังเองมันก็ยังไม่เพียงพอเลยยังไม่ได้หยุดการขยับขยายสวน ทำงานทั้งวันั้แ่ตอนบ่ายจนถึงตอนเย็นสองแม่ลูกก็เดินทางกลับบ้านของตนเองไปอีกครั้ง
ดวงอาทิตย์อัสดงส่องแสงทอประกายสว่างไสวเป็สีส้มอมแดง ท่ามกลางทางเดินที่ลากยาวเพื่อมุ่งตรงกับไปที่บ้านหลังเล็กๆที่อยู่ภายในสลัมนอกเมืองอู่หนาน สองแม่ลูกเดินจูงมือกันไปด้านหน้าอย่างมีความสุข
ตอนนี้ชีวิตของพวกนางมันเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ผู้เป็มารดาอย่างิ่อวี้เฟยเริ่มมีเงินทองมากมายในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
เมื่อกลับมาถึงบ้านทั้งสองก็พักผ่อนกันตามปกติเช่นทุกวัน
ในขณะที่ตัวของิ่อวี้เฟยกำลังก้มหน้าก้มตาทำอาหารเย็นอยู่นั้นดวงตาของนางก็ลอบไปสังเกตกับบุตรสาวที่กำลังนั่งทำอันใดสักอย่างอยู่
หลังจากกลับมาเย็นตัวของจูเฟยมักจะมาทำบันทึกรายรับรายจ่ายของนางและรวมไปถึงการวางแผนธุรกิจต่างๆและการวางแผนการเงินด้วย โดยตอนนี้นางก็ไม่ได้มีเงินมากพอที่จะซื้อแผ่นน้ำหมึกกระดาษมาใช้ในการเขียน เพราะว่าของทั้งสองสิ่งมันถือว่ายังเป็ของที่ฟุ่มเฟือยมากเกินไปสำหรับนาง ตอนนี้เลยก็ทำได้เพียงแค่การนั่งครุ่นคิดอย่างขะมักเขม้นอยู่ภายในหัวของตนเองเท่านั้น
เด็กน้อยที่อยู่ในท่าทางครุ่นคิดอย่างขะมักเขม้นในขณะที่นั่งอยู่บนเตียงเก่าๆที่ทรุดโทรม มันเป็ที่ผิดสังเกตกับมารดายิ่งนักที่บุตรสาวตัวน้อยของนางมีท่าทางเปลี่ยนไปหลังจากที่ครั้งนั้นได้ป่วยหนัก
ก่อนหน้านี้บุตรสาวของนางเป็เด็กที่แทบจะไม่สามารถทำอันใดได้ด้วยตนเองเลยสักนิดแต่ตอนนี้กลับสามารถกระทำเื่ทุกอย่างได้ราวกับผู้ใหญ่ แถมตัวของนางก็มีความคิดอ่านเหมือนกับอีกเสียผู้ใหญ่ด้วย
ิ่อวี้เฟยลอบใช้สายตาของตนเองจับจ้องลูกหญิงตัวน้อยอยู่สักพักก่อนที่จะหันกลับไปสนใจกับการทำอาหารของตนเองอีกครั้ง
วันเวลานำพาให้ราตรีนั้นผ่านพ้นไปอีกครั้งขึ้นสู่วันใหม่สองแม่ลูกก็กระทำเช่นเดิมในการเดินตรงไปที่บ้านของท่านยายหวังในตอนเช้าเพื่อไปเตรียมตัวในการนำผักไปขายภายในเมืองอู่หนาน
การจัดเตรียมผักยามเช้าเมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ขนของทั้งหมดขึ้นรถม้าที่จ้างวานมาแล้วก็มุ่งตรงเข้าสู่ภายในเมือง เมื่อมุ่งตรงผ่านถนนเส้นหลักของเมืองแล้วไปที่บริเวณแผงผัก วันนี้มีสิ่งที่สังเกตได้อย่างเห็นได้ชัดเลยก็คือจำนวนลูกค้าที่มารอมันมีมากขึ้นจากเมื่อวานจนเรียกได้ว่ามันทะลุ 20 คนไปแล้ว
เมื่อลูกค้าที่มาเฝ้ารออยู่บริเวณด้านหน้าร้านก่อนที่แผงผักจะเปิดขายมีจำนวนมากกว่า 20 คนมันก็ย่อมแปลว่าป้ายที่จูเฟยนางทำเอาไว้มันไม่เพียงพอ วันนี้ก็เลยต้องไปจ้างช่างแกะสลักให้ทำป้ายแผ่นไม้ตัวเลขเพิ่มขึ้นมา
การค้าขายมันก็เป็ไปอย่างราบรื่น ผักของท่านยายหวังก็ขายดิบขายดีเช่นเดิม จนมันหมดไปั้แ่ก่อนจะเที่ยงวันซะอีก ดูเหมือนว่าตอนนี้เหล่าชาวเมืองภายในอู่หนานจะเริ่มรู้จักร้านผักของท่านยายหวังมากขึ้นอีกระดับแล้ว ดูจากจำนวนคนที่หนาแน่นและมากขึ้นเรื่อยๆมันคงเป็เพราะว่าเหล่าชาวเมืองได้พูดกันปากต่อปากมันก็เหมือนกับเป็การโฆษณาไปในอีกแบบ
แต่ถ้าเป็อย่างนี้ไปอีกสักพักคงจะเป็ที่ริษยากับแผงผักแผงอื่นอย่างแน่นอน เพราะว่าหลังจากที่เปิดร้านผักทั้งหมดก็ขายดีเป็เทน้ำเทท่าเมื่อเดินไปดูแผงผักแผงอื่นที่ขายอยู่บริเวณหน้าเมืองพวกเขาก็ยังขายไม่ได้เพียงแค่ 3 ใน 10 ส่วนเท่านั้น
แต่หลังจากที่มองดูทุกอย่างจนเสร็จวันนี้จูเฟยก็ไม่ได้เดินทางกลับไปที่บ้านของท่านยายหวังพร้อมกับท่านแม่และท่านยายหวังเลยแต่ว่านางมีเื่ที่ต้องทำนั่นก็คือการไปสั่งให้ช่างไม้แกะสลักป้ายคิวเพิ่ม เื่นี้จะลืมไม่ได้เป็อันขาดความเท่าเทียมของลูกค้าและความสม่ำเสมอมันจะทำให้พวกเขามาอุดหนุนร้านผักของท่านยายหวังบ่อยมากขึ้น
โดยวันนี้นางก็รับเงินมาจากท่านยายหวังที่เป็เ้าของร้านเพื่อให้ไปจ้างช่างแกะสลักแกะสลักแผ่นไม้ขึ้นมาคราวนี้ต้องเพิ่มไปถึงเลข 50 เพื่อที่จะได้เอาไว้ใช้ยาวๆ
ในขณะที่รอช่างไม้กำลังแกะสลักจูเฟยเองก็ไม่รอช้า นางไม่ปล่อยให้เวลาทั้งหมดของนางสูญเปล่าวิ่งตรงไปที่ร้านสมุนไพรของท่านปู่ผู้นั้นเพื่อจะลองนำเอาสมุนไพรพฤกษาน้ำที่นางพึ่งปลูกมาได้ในการเพราะปลูกรอบแรกไปให้ท่านปู่ที่เป็เ้าของร้านสมุนไพรตรวจดูว่ามันสามารถส่งขายได้หรือไม่
เด็กน้อยที่วิ่งตรงไปยังร้านสมุนไพรที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในตรอกซอกซอยเล็กๆที่อยู่ข้างๆถนนหลักของเมืองอู่หนาน
แต่แล้วเมื่อไปถึงเท้าทั้งสองข้างของจูเฟยก็ต้องหยุดลง ดวงตากลมโตชะโงกเข้าไปมองในร้านก่อนเป็อันดับแรกเพราะว่านางได้ยินเสียงพูดคุยบางอย่าง วันนี้ท่านปู่เ้าของร้านสมุนไพรที่นางรู้จักกำลังมีแขกสำคัญนั่งสนทนากันอย่างขะมักเขม้นอยู่ด้านใน
จบตอน