ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ)

    ตอนที่ 44 สำนักจิตวิญญาณ

            ภายนอกเมืองเหรินซานทางทิศเหนือ หลินตงตอนนี้วิ่งออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะไปยังสถานที่ๆทุกคนนั้นรอคอย


            สำนักจิตวิญญาณนั้นตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองเหรินซานห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร รอบบริเวณเต็มไปด้วยเทือกเขาและผืนป่าที่กว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดและสำนักวิตวิญญาณก็ตั้งอยู่บนเทือกเขาแห่งนั่น มันถูกเรียกว่าเทือกเขาอุดรเหนือ


            ตลอดทางที่หลินตงกำลังวิ่งอยู่นั่นก็เห็นว่ามีผู้ฝึกยุทธรุ่นเยาว์หลายสิบหลายร้อยคนกำลังตรงไปยังทิศทางเดียวกัน พวกเขาบางคนถึงกับขี่สัตว์อสูรม้าเลือดโลหิตระดับสองมาเลยก็มี บางคนก็มีรูปลักษณ์ที่งามสง่าราวกับมาจากตระกูลที่แข็งแกร่ง ต้องบอกก่อนว่าสำนักจิตวิญญาณแห่งนี้มีชื่อเสียงที่ไม่ธรรมดาภายในระแวกหัวเมืองต่างๆนับสิบ โดยปกติแล้วเมื่อมาถึงวันครบกำหนด ตระกูลต่างๆจากเมืองอื่นๆหรือรุ่นเยาว์ที่มุ่นมั่นก็จะมารวมตัวกันที่เมืองเหรินซานแห่งนี้เพื่อที่จะรอคอยการรับสมัครที่จะเปิดขึ้น


            ในช่วงที่ชายหนุ่มกำลังเดินทางอยู่ก็มีหลายคนที่สังเกตเห็นถึงเขา ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาพร้อมกับเส้นผมสีเงินยาวประกายทำให้เป็นที่โดดเด่นมากยิ่งกว่าคนอื่นๆแถมชุดสีดำมืดที่ดูเรียบง่ายของเขามันก็ช่วยให้หลายคนจดจำเขาได้ในทันที คนบางกลุ่มที่ออกเดินทางมาด้วยกันถึงกับซุบซิบกันถึงเรื่องราวของชายหนุ่มคนนี้ว่ามาจากไหนกัน สำหรับหญิงสาวรุ่นเยาว์หลายคนคงจะไม่ต้องบอกอะไร ถึงรูปลักษณ์ของชายหนุ่มจะยังไม่เติบโตอย่างเต็มที่แต่ทว่าเพียงแค่นี้ก็ทำให้หญิงสาวแต่ละคนต้องกรีดกร๊าดออกมาแล้ว


            "ฮ่าฮ่า น่าสนใจจริงๆ มีแม้แต่ผู้มีพลังจิตยุทธวิญญาณขั้นสอง เป็นคนของที่ไหนกันน่ะ จากลักษณะท่าทางแล้วคงมาจากตระกูลที่แข็งแกร่ง..!!"


            หลินตงชำเลืองมองไปยังชายหนุ่มที่ขี่สัตว์อสูรม้าโลหิตคนนึงที่อยู่ไม่ไกล


            และเขาตอนนี้ก็กำลังชำเลืองมองมาทางหลินตงด้วยเช่นกัน นัยน์ตาของทั้งสองเหมือนกับเจอศัตรูคู่แข่งกันยังไงยังงั้น ชายบนหลังม้าอสูรถึงกับตกใจเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังจิตวิญญาณยุทธที่แผ่พุ่งออกมาจากตัวของหลินตง ในความคิดของเขาเหมือนจะบอกว่าหลังจากนี้คงจะไม่ง่ายแล้ว คิดไม่ถึงว่าวันเปิดรับสมัครของสำนักจะมีคนระดับเดียวกับข้าปรากฏตัวขึ้น เป็นใครมาจากไหนกัน


            ชายหนุ่มมองหลินตงอยู่นิดๆก็หันหน้าของตนกลับมาอย่างไม่สนใจ เขารีบควบม้าอสูรให้วิ่งไปยังบนเทือกเขาในทันที ด้วยความเร็วของม้าเลือดโลหิตระดับสองมันก็ทำให้แซงหน้าทุกคนได้อย่างรวดเร็ว หลายคนที่กำลังวิ่งอยู่เมื่อเห็นว่าเขาขี่สัตว์อสูรระดับนี้มาก็อิจฉากันเป็นอย่างมาก ชายคนนี้คงมาจากตระกูลที่แข็งแกร่งซักตระกูลอย่างแน่นอน


            หลินตงเมื่อเห็นว่าได้ทักทายกันพอแล้วก็แสยะยิ้มออกมา หลังจากนี้ที่สำนักจิตวิญญาณเขาคงจะไม่เบื่อเลยเชียวละ สำหรับเขาแล้วถ้าไม่มีเรื่องท้าทายอะไรเข้ามามันก็จะทำให้เขานั้นดูเบื่อเป็นอย่างมากแต่เมื่อชายหนุ่มเห็นว่ามีคนระดับเดียวกันปรากฏตัวขึ้นเช่นนี้ก็ดูสนุกขึ้นมาในทันที


            ชายหนุ่มเมื่อคิดจบก็ไม่รอช้ารีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ร่างเงาที่เสมือนกับสายลมวิ่งผ่านหน้าทุกคนไปอย่างไม่ทันที่จะตั้งตัว หลายคนอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นความเร็วที่เขาพุ่งตัวออกไป ความเร็วที่เห็นนั้นมากกว่าพวกเขาถึงหลายเท่า มันไม่แพ้ความเร็วของม้าเลือดโลหิตตนเมื่อกี้เลยสักนิด ความคิดของหลายคนบอกว่าดูท่าหลังจากนี้ศิษย์หน้าใหม่จะมีสัตว์ประหลาดปรากฏตัวขึ้นมาแล้วสิ


            ไม่ว่าจะคนที่ขี่ม้าอสูรนั้นก็ดีหรือชายหนุ่มผมเงินนี้ก็ดีเพราะถึงยังไงพวกเขาก็ไม่มีปัญญาไปสู้ด้วยได้ แต่ละคนคิดจบก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักพลางวิ่งหน้าตั้งไปยังบนเทือกเขากันอย่างเร่งรีบ


            ผ่านไปสักพักใหญ่ๆด้วยความเร็วของหลินตงในที่สุดเขาก็ขึ้นมาถึงบนเทือกเขาแห่งนี้ เบื้องหน้าของเขาคือลานกว้างที่ใหญ่โต ใจกลางมีจัตุรัสที่ถูกยกสูงขึ้นมาเสมือนกับเป็นลานประลองขนาดใหญ่ รอบๆหรือด้านบนมีผู้คนหลายร้อยคนยืนกันอย่างคับคั่ง พวกเขาคือผู้ฝึกยุทธหนุ่มสาวที่มาถึงก่อนหน้านั่นเอง แต่ละคนตอนนี้พูดคุยกันอย่างตื่นเต้นถึงเรื่องราวที่พวกเขากำลังจะได้เข้าสู่สำนักที่แข็งแกร่ง


            ขณะเดียวกันรอบๆลานกว้างก็มีชายชราหรือชายวัยกลางนับสิบยืนคุมด้วยท่าทีที่สบายๆ แต่ละคนจ้องมองไปยังชายหนุ่มกับหญิงสาวด้วยสายตาที่ลุกวาว พวกเขาสวมชุดแบบเดียวกันแถมยังมีสัญลักษณ์สลักเอาไว้ที่ตรงหน้าอกและที่สำคัญเลยด้านหลังของพวกเขาคือตำหนักโบราณที่สูงตระหง่านมากมายนับสิบนับร้อยอาคาร ที่แห่งนี้คือสำนักจิตวิญญาณอันเป็นสถานที่ๆทุกคนวาดฝันกันเอาไว้นั่นเอง


            หลินตงที่ตรวจสอบบรรยากาศบนเทือกเขานี้ก็พยักหน้าอย่างพอใจ ต้นไม้ผืนพันธุ์ที่ใหญ่โตตั้งหลายล้อมอยู่รอบๆเทือกเขา ดูเหมือนว่าทำเลนี้จะมีพลังงานฟ้าดินที่ไม่ธรรมดา มันปกคลุมไปทั่วบริเวณจนทำให้ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ๆเหมาะกับผู้ฝึกพลังยุทธ ถ้ามาฝึกฝนที่สำนักนี้ละก็มันจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าโลกภายนอกถึงหลายเท่า สำหรับเรื่องนี้ถือว่าเป็นปกติมากที่สำนักแห่งใดแห่งนึงจะตั้งอยู่บริเวณที่มีพลังงานฟ้าดินมากกว่าที่แห่งอื่นๆ


            ระหว่างที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นพลางพูดคุยกันอยู่นั้นก็มีชายชราคนนึงปรากฏตัวขึ้น เขาลอยอยู่เหนือลานกว้างด้วยท่าทางที่อหังการ ใบหน้าที่ราวกับตาแก่ใจดีพร้อมกับสวมชุดคลุมสีขาวทำให้หลายคนที่เห็นต้องสบายใจ ชายชราที่กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าเมื่อเห็นว่าพวกเด็กๆยังคึกคักตื่นเต้นเช่นนี้ก็ตวาดออกมาด้วยท่าทางที่หงุดหงิด


            "ทุกคนเงียบ..!!"


            เสียงที่ยิ่งใหญ่ดังไปรอบๆเทือกเขาทำให้ทุกคนถึงกับต้องสะดุ้ง แต่ละคนรีบหันขวับมามองอย่างรวดเร็วก็เห็นว่ามีชายชราคนนึงกำลังร่อนลงมายังหน้าทางเขาประตูสำนักโดยที่เบื้องหลังก็มีคนอีกหลายคนโผล่ออกมา


            เมื่อพวกเขาเห็นว่าเป็นใครก็ต้องกลืนน้ำลายกันอึกใหญ่ พวกเขามองไปยังชายชราด้วยท่าทางที่หวาดกลัว คนที่มายังที่แห่งนี้ส่วนใหญ่จะศึกษาประวัติของสำนักอยู่ก่อนแล้ว ชายชราที่ตะโกนออกมาเมื่อกี้นี้คือเจ้าสำนักจิตวิญญาณและยังเป็นผู้ที่ทรงพลังอีกด้วย จากที่พวกเขาได้ยินมาว่ากันว่าท่านเจ้าสำนักคนนี้มีพลังถึงจิตยุทธนภาเลยทีเดียว เป็นขอบเขตพลังที่ทุกคนนั้นใฝ่ฝันว่าอยากจะมีมัน เพราะในขั้นพลังนี้จะสามารถโบยบินได้อย่างอิสระเสมือนกับเป็นนกตัวนึง


            ขณะเดียวกันหลินตงที่ยืนอยู่ตรงหัวมุมนึงของลานกว้างเมื่อเห็นชายชราคนนี้ก็ได้แต่ประหลาดใจ ถึงคนอื่นๆจะคิดว่าตาแก่นี้เป็นผู้มีพลังจิตยุทธนภาแต่ทว่าเขานั้นไม่ใช่ เมื่อกี้นี้เขาเผลอใช้เนตรเทพมังกรอมตะจ้องมองไปแว็บนึงจึงทำให้รู้ว่าตาแก่คนนี้เก็บซ่อนพลังที่มหาศาลเอาไว้ ไม่คิดว่าเจ้าสำนักจิตวิญญาณจะมีพลังถึงจิตยุทธดาราขั้นที่หนึ่งเลยทีเดียว ดูท่าสำนักนี้คงจะไม่ง่ายแล้วสิ