ตอนที่สี่สิบแปดเฒ่าตกปลา 4
ผมใช้มุกดั้งเดิมที่ได้ผลมาตลอด
กล่าวอ้างความกตัญญู
ข้ออ้างข้อนี้แม้จะก่อกบฎพยายามลอบสังหารฮ่องเต้แม้จะโดนตัดหัวเสียบประจานหรือสับศพเป็นชิ้นๆทิ้งกลางป่าให้แร้งกากินประชาชนทั่วไปก็พอจะเข้าใจได้หากเราทำไปเพื่อแก้แค้นให้บุพการี
มันไม่ช่วยให้เรารอดชีวิตแต่ช่วยให้เรารักษาหน้าตาได้และในดินแดนนี้หน้าตาและหลักความกตัญญูสำคัญมากนั่นเอง
“ข้านั้นคือคนทำการบู๊ไม่สำเร็จบุ๋นไม่ได้ความ คงทำให้ความเมตตาของท่านผู้เฒ่าเสียเปล่าแล้วและข้าได้ปณิธานไว้ทุกข์กลับบ้านเกิดจะเอ่ยถึงเรื่องการฆ่าฟันได้อย่างไรเล่า?”
ผมทำท่าน้ำตาคลอประกอบฉากบิวต์อารมณ์ในความรู้สึกของลูกอกตัญญูที่ทำให้บิดามารดาเสียใจไม่สามารถสอบเข้ารับราชการในราชสำนักศักดินาล้าหลังที่เล่นพรรคเล่นพวกแบ่งแยกกลุ่มการเมืองได้
“ข้าเย่ชิวนี้แม้ไร้ความสามารถแต่มิอาจจะลืมคุณสมบัติความเป็นคน กตัญญู คุณธรรมนี้ข้าพอรักษาไว้ได้บ้างขอให้ท่านผู้เฒ่าเอาตำรานี้ไปให้แก่ผู้มีบุญญาธิการ มีคุณธรรมนำพาแผ่นดินให้รุ่งเรืองงดงามเถิด”
ผมค้อมตัวคารวะท่านผู้เฒ่าอย่างนอบน้อมจนแทบติดพื้น
ไม่ได้ใช้กระบวนท่า
ไม่ถ่อมตัวไม่เย่อหยิ่ง
แต่ประการใดแต่คือการถ่อมตัวจนตคัวแทบติดพื้นอยู่แล้วและเอาบุพการีมาเป็นหลักพิงในการต่อต้านของดีบัฟติดคำสาปพรรค์นี้
เพราะผมจำได้คุ้นๆว่าท่านปรมาจารย์เตียวก๊ก หรือแม้แต่จางเหลียง ซ่งเจียง คนที่ได้คัมภีร์สวรรค์ไป
ไม่มีใครได้ครองแผ่นดินเลยนี่หว่า?
จางเหลียงยังดียังพอถอนตัวจากราชสำนักได้แต่ท่านปรมาจารย์เตียวก๊กเหน็ดเหนื่อยจนตายซ่งเจียงที่เชี่ยวชาญพิชัยสงครามก็ตุยอนาถ
ไอ้คัมภีร์บ้าๆนี่มันช่วยอะไรใครได้บ้างฟะ?