มหาสงครามแห่งโชคชะตา(Fate Online)

    บทที่ 38 แผนลอบสังหาร

    บทที่38 แผนลอบสังหาร


                ราดิชอุ้มเจ้าปิกามอนไว้และเดินเข้ามาลึกเรื่อยๆผ่านทุ่งหญ้าภูเขา หุบเหวลึก ลำธารอีกหลายสาย เขาชื่นชมกับบรรยากาศของที่นี่อย่างเพลิดเพลินระหว่างทางเจอสัตว์อสูรอีกหลายตัว ที่เคยได้เห็นแต่ในนิยายไม่ว่าจะเป็นเปกาซัสที่เป็นม้าสีขาวและมีปีกของนกยูนิคอร์นที่เป็นม้ามีเขาแหลมที่หน้าผากและมีขนสีขาวบริสุทธิ์ทั้งตัวเขาก็เข้าไปชมความงามของมันใกล้ๆได้เพราะพวกนี้ไม่โจมตีก่อน

                เจ้าม้าเปกาซัสนั้นผู้เล่นก็นิยมมาจับไปเป็นสัตว์เลี้ยงเหมือนกันเพราะมันใช้เป็นพาหนะในการเดินทางหรือต่อสู้ได้ส่วนอาชีพที่มักจะมาจับพวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงคือ อาชีพอัศวิน ผู้ฝึกสัตว์ เป็นต้นส่วนวิธีการก็เหมือนกับที่ใช้กับพวกพิ๊กซี่คือห้ามโจมตีมัน และใช้อาหารเข้าล่อและคุยกับมันและแน่นอนว่าพวกมันก็ถูกสุ่มให้ชอบอาหารไม่เหมือนกันแต่ความยากนั้นยากกว่าพิ๊กซี่หลายเท่าว่ากันว่าอัศวินคนไหนจับพวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงได้จะเก่งขึ้นอย่างมากส่วนยูนิคอร์นนั้นเป็นม้าที่ยอมให้แต่ผู้หญิงเท่านั้นที่สัมผัสตัวมันได้ เพราะราดิชพยายามจะลูบตัวมันแต่มันก็เดินหนีซะเฉยๆซึ่งเรื่องนี้เขามารู้ทีหลังจากสองสาว

                ราดิชเพลิดเพลินกับความงามของธรรมชาติที่นี่อยู่นานเหมือนกันขณะเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆของด้านในหุบเขาแฟรี่ก็มีเสียงติดต่อดังขึ้นขัดจังหวะของเขา เขาดูชื่อผู้ติดต่อก็พบว่าเป็นมิคัง จึงกดรับสาย

                “ฉันเรียกนายทางช่องปาร์ตี้ตั้งหลายทีไม่ได้ยินหรือไง” มิคังกำลังอารมณ์บูดพอสมควร

                “พอดีผมปิดเสียงทั้งหมดน่ะครับ”ราดิชตอบ เพราะเขาปิดเสียงทั้งหมด แต่เปิดเป็นระบบข้อความแทน ซึ่งถ้าไม่อ่านก็จะไม่รู้นั่นเอง

                “พอดีจะถามว่านายตีนางไม้เสร็จหรือยังน่ะ”มิคังถามต่อ

                “เสร็จแล้วครับแต่มันให้เข้าไปส่งภารกิจที่โบราณสถานด้านในต่อน่ะครับ”ราดิชตอบกลับไป

                “โบราณสถานหรอรู้สึกจะอยู่คนละด้านกับที่ฉันมาน่ะ เอางี้ละกัน นายไปส่งภารกิจก่อนเถอะถ้ายังไงเดี๋ยวเราตามไปเจอนายที่โบราณสถานก็ได้ แต่ถ้าไปส่งแล้วมันให้ทำอะไรต่อ ก็บอกกันก่อนด้วยล่ะ”มิคังบอกจุดนัดพบมา

                “ได้ครับพอส่งภารกิจแล้ว ได้เรื่องยังไงจะติดต่อมาบอกนะครับ”ราดิชรับคำ และตัดการติดต่อไป ทางมิคังหลังจากคุยกับราดิชเสร็จก็บอกเรื่องของราดิชที่ต้องไปส่งภารกิจที่โบราณสถานให้ซากุระรู้ ทั้งคู่ตัดสินไปเจอราดิชที่โบราณสถานและเริ่มหาสัตว์อสูรที่เป็นเป้าหมายของวันนี้ เพื่อจัดการมันต่อไป

            ส่วนราดิชก็เดินมุ่งหน้าไปตามเส้นทางเดินในแผนที่และในเวลาทำภารกิจนั้นจะมีลูกศรบอกถึงตำแหน่งที่เขาต้องไปต่อปรากฏขึ้นทำให้ง่ายต่อการไปโบราณสถานมาก

                ‘นายท่านท่านจะเข้าทดสอบที่โบราณสถานแห่งนี้หรือ’ อาธูเรียที่เงียบมาตลอดถามขึ้น

                “ก็ใช่นะตอนนี้ก็เพิ่งจะบ่ายสองกว่าๆเองนี่ ยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะคิดว่าลองหน่อยคงไม่เป็นไรหรอก” ราดิชไม่ได้กังวลอะไรมากอยู่แล้ว

                ‘แต่ข้าสังหรณ์แปลกๆยังไงก็ไม่รู้และคนที่ทดสอบท่านรอบนี้ข้าไม่ค่อยไว้ใจเลย’ อาธูเรียบ่นขึ้นมาอีก

                “รู้จักคนที่จะทดสอบผมด้วยหรอ?”ราดิชถามขึ้นด้วยความสนใจ

                ‘ก็พอรู้น่ะถ้าเป็นที่หุบเขาแฟรี่นี่ก็มีแค่คนเดียวเท่านั้นแต่ข้ากับไม่ค่อยถูกกับนางเท่าไรนัก ยังไงนายท่านก็ระวังตัวให้ดีล่ะนางได้ชื่อว่าเป็นนางร้อยเล่ห์เลยทีเดียวล่ะ’ อาธูเรียว่า

                “ผมจะระวังตัวไว้ละกัน”ราดิชรับคำเธอ พลางคิดว่า ‘สงสัยคงเป็นระดับจักรพรรดิแบบโอเฟนอีกแน่เลย’ ในขณะที่ราดิชกำลังมุ่งหน้าไปที่โบราณสถานนั้นมีกลุ่มคนสี่คนได้แอบซ่อนตัวซุ่มดูเขาอยู่ไม่ไกลคนเหล่านี้นั้นกลบร่องรอยตัวเองอย่างมิดชิดแม้แต่ราดิชเองก็สัมผัสถึงตัวตนของคนเหล่านี้ไม่ได้

                “นั่นเป็นเป้าหมายของเราตามที่ได้รับมอบหมายมาแน่นอน”เสียงๆหนึ่งที่ฟังไม่ออกว่าชายหรือหญิงพูดขึ้น พร้อมกับดูรูปในมือที่เป็นรูปถ่ายของราดิช

                “เข้าไปจัดการเลยหรือเปล่าครับหัวหน้า”เสียงชายคนหนึ่งถามขึ้น

                “นั่นสิดูแล้วเจ้านี่แค่ระดับ 50 กว่าๆตามที่ได้รับรายงานมา ไม่น่าจะยากเย็นอะไรนะ”เสียงผู้หญิงอีกคนว่าขึ้น

                “ไม่ได้หรอกถึงมันจะระดับ 50 กว่าๆ แต่มันมีทักษะพิเศษที่เทียบเท่ายอดฝีมือทั้ง 10ต้องระวังให้มากด้วยล่ะ” เสียงชายหนุ่มซึ่งเป็นคนที่สี่กล่าวคัดค้าน

                หัวหน้าของคนทั้งกลุ่มกล่าวขึ้นมา “ที่สำคัญ ตอนนี้ยอดฝีมือลำดับห้าอยู่แถวนี้ด้วยถ้าเกิดเธอคนนั้นมายุ่งเกี่ยวด้วยละก็ งานของเราพังแน่ต่อให้พวกเราสี่คนรวมกันก็สู้ไม่ได้”

                “แต่พวกเราก็ระดับ70 กว่ากันทุกคนนะคะ ทำไมแค่ผู้เล่นระดับ 50 คนเดียวเบื้องบนถึงได้ให้พวกเรามาพร้อมกันตั้ง 4 คนความจริงแค่พวกเราคนใดคนหนึ่งก็จัดการได้แล้วนี่คะ” เสียงผู้หญิงคนนั้นพูดแสดงความเห็น

                “ข้าก็ไม่รู้เช่นกันแต่เบื้องบนคงตีค่างานนี้ไว้สูงมาก เลยให้พวกเรามาทั้งสี่คนเพื่อกันพลาดคำสั่งที่ได้รับมาคือ ลดระดับมันให้มากที่สุด” หัวหน้ากลุ่มพูดขึ้น

                “แล้วเราจะเริ่มลงมือเมื่อไรครับ”เสียงชายหนุ่มในกลุ่มอีกคนถามขึ้น

                “ตามไปก่อนรอจนอยู่ในที่ลับตาคน แล้วค่อยลงมือตามแผนที่วางเอาไว้นะอย่าลืมว่างานนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเสียชื่อพวกเราสมาคมนักฆ่าแห่งรัตติกาลหมด” หัวหน้าบอกทุกคนก็เริ่มกลืนหายไปกับบรรยากาศที่นี่ และตามราดิชไปห่างๆอย่างเงียบเชียบ หลังจากที่พวกนักฆ่าแฝงกายหายไปกันหมดตรงที่ที่พวกนั้นเคยอยู่ก็มีร่างหนึ่งปรากฏตัวออกมา

                “น่าสนุกดีนี่ตามไปดูหน่อยดีกว่า” ร่างนั้นว่าขึ้นเบาๆ และเริ่มหายกลมกลืนไปกับธรรมชาติอย่างรวดเร็วทั้งที่ร่างนี้อยู่ตรงนั้น แต่นักฆ่าทั้งสี่กับไม่สามารถรับรู้ได้แสดงถึงฝีมือที่สุดจะหยั่งถึงของคนลึกลับนี้ได้เป็นอย่างดี

                ทางราดิชที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรนั้นก็เดินไปตามทางที่แผนที่บอกไม่นานนักเขาก็มาถึงใจกลางหุบเขาแฟรี่ และเจอโบราณสถานของที่นี่เข้าจนได้ด้านหลังโบราณสถานจมหายเข้าไปอยู่ในภูเขาเตี้ยๆลูกหนึ่ง ที่ด้านหน้าตรงประตูทางเข้าก็พบNPCนักรบโบราณที่คอยเฝ้าทางเข้าอยู่ตามปกติเขาจึงเดินตรงเข้าไปหาทันที บริเวณรอบๆที่นี่ไม่มีผู้เล่นอยู่เลยสักคนเดียว

            “สวัสดีครับ” ราดิชกล่าวทักทายนักรบนายนั้น

            “สวัสดีท่านผู้กล้าท่านต้องการลงไปสำรวจโบราณสถานแห่งนี้หรือไม่” นักรบนายนั้นถามราดิช

            “ผมมาส่งภารกิจเปลี่ยนอาชีพน่ะครับ” ราดิชบอก และยื่นใบไม้ของนางไม้ลมกรดให้นักรบนายนั้นเขาก็รับไปดูอยู่พักหนึ่ง ก็มีเสียงประกาศจากระบบดังขึ้น แจ้งว่าเขาผ่านภารกิจและมีภารกิจใหม่ให้ทำด้วย

            “ภารกิจเปลี่ยนอาชีพจอมดาบเวทมนตร์สินะท่านผ่านภารกิจนี้แล้วส่วนภารกิจต่อไปท่านก็เปิดดูได้จากหน้าต่างภารกิจของท่านเองได้ว่าแต่ท่านจะลงไปสำรวจโบราณสถานแห่งนี้ไหม เพราะท่านเคยผ่านการทดสอบมาแล้วสามารถลงไปได้เลยทันที” นักรบนายนั้นบอก

            “ขอผมดูก่อนว่าภารกิจเปลี่ยนอาชีพผมต้องทำอะไรต่อ”ราดิชว่า และเปิดหน้าต่างภารกิจเพื่อดูสิ่งที่เขาต้องทำต่อไปก่อน

    -ภารกิจ  เปลี่ยนอาชีพจอมดาบเวทมนตร์

    สถานที่รับภารกิจอาคารภารกิจ

    รายละเอียดหลังจากส่งใบไม้ให้ผู้เฝ้าโบราณสถานแล้ว ให้เดินทางไปที่เมืองอัลเคียและตามหาจอมปราชญ์แห่งอัลเคียให้เจอ เข้าไปพูดคุยกับเขา ก็จะดำเนินภารกิจต่อไปได้

    สถานที่ส่งภารกิจอาคารภารกิจ

                ราดิชที่อ่านขั้นต่อไปของการเปลี่ยนอาชีพแล้วก็พบว่าแค่ตามหาจอมปราชญ์แห่งอัลเคียที่เมืองอัลเคียให้เจอเท่านั้นเองนั่นหมายถึงการกลับเมืองนั่นเอง แต่เขาคิดว่าขอทำการทดสอบก่อนแล้วค่อยกลับดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาหลายเที่ยว

                “ผมต้องการลงไปทดสอบในโบราณสถานแห่งนี้ครับ”ราดิชแจ้งความจำนงกับนักรบโบราณที่ยืนรออยู่

                “ได้ตามที่ท่านต้องการ”นักรบโบราณบอก และร่างของเขาก็ถูกวาร์ปหายไปในทันทีทำให้พวกนักฆ่าที่ตามมานั้น เริ่มมองหาราดิชกันยกใหญ่

                “เอาไงดีหัวหน้ามันหายไปแล้ว” ชายคนหนึ่งในกลุ่มถามขึ้น

                หัวหน้าของมันที่คุมสติได้รีบสั่งการลงไป “มันอาจลงไปในโบราณสถานหรือเข้าไปทดสอบการเปลี่ยนอาชีพที่มันทำอยู่ก็ได้เรารออยู่ตรงนี้ไปก่อน อาศัยจังหวะที่มันออกมาแล้วทำตามแผนทันทีนะ เข้าใจไหม”

            “เข้าใจครับ/ค่ะ” เสียงสามเสียงขานรับทั้งสามคนต่างแยกย้ายกันไปประจำตำแหน่งของตนตามแผนที่วางไว้ทันที

                ทางราดิชนั้นพอรู้ตัวว่าจะถูกวาร์ปก็เก็บเจ้าปิกามอนเข้าแหวนและเตรียมพร้อมไว้ก่อน พอถูกส่งเข้ามาด้านในคราวนี้ เขาก็ลงพื้นอย่างนิ่มนวลไม่เอาปากจูบพื้นเหมือนคราวแรกอีก เขาเริ่มสำรวจห้องที่เขาอยู่ทันทีพบว่าตอนนี้เขาอยู่ให้ห้องสี่เหลี่ยมที่ผนังทำจากหินศิลาสีแดงดูเก่าแก่และแข็งแกร่งขนาดไม่ใหญ่นักและมีเพดานสูงกว่าห้าเมตร มีแสงสว่างที่เกิดจากการใช้ผลึกธาตุแสงอยู่ที่เพดานห้องและมองไปด้านหนึ่งก็พบบันไดที่จะพาไปห้องต่อไป

                ความจริงห้องนี้นั้นไม่ต่างจากห้องที่เขาเคยเจอตอนแรกที่ทุ่งมรณะเลยแม้แต่น้อยเขารู้ได้ทันทีว่าเมื่อเดินลงบันไดไปเขาจะต้องเจอกับอะไรบ้างระหว่างทางที่ลงบันไดไปนั้นก็มีผลึกธาตุแสงให้ความสว่างอยู่เป็นระยะจนกระทั่งเขามาถึงทางหักศอกไปสู่ห้องแรก เขาคิดว่าจะต้องมีสัตว์อสูรเฝ้าอยู่แน่นอนจึงค่อยๆโผล่หัวออกไปดู ว่าเขาต้องสู้กับตัวอะไรในการทดสอบนี้

                เห้ย!!!

                ราดิชรีบหดหัวหลบกลับมาอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสิ่งที่รออยู่ในห้องนั้นจะไม่ทำให้เขาตกใจได้อย่างไรเพราะตอนอยู่ที่ทุ่งมรณะนั้นเขาเจอห้องละตัวในแรกเท่านั้นเองแต่นี่เขากลับเจอพวกมันอยู่เป็นสิบตัวเลยทีเดียว แถมพวกมันไม่ใช่นักดาบแบบที่เขาเจอแต่เป็นสัตว์อสูรจำพวกภูติพันรูเอม ที่เป็นสัตว์อสูรที่มีร่างกายเป็นแพะแต่ยืนสองขาได้เหมือนคน ถือหอกเป็นอาวุธ

                ราดิชนั่งลงสงบสติอารมณ์ เขาเริ่มวางแผนการณ์รับมืออย่างรอบคอบและรัดกุมที่สุดจนกระทั่งเขาคิดหาวิธีรับมือได้ก็ยืนขึ้น เขาใช้ทักษะมาเจสตีเพิ่มความเร็วให้กับตัวเองจากนั้นก็พุ่งเข้าไปในห้องนั้นทันที และก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีพวกมันทั้งสิบนั้นแบ่งเป็น หน้าสาม ปีกสองและหลังห้าเข้าจู่โจมใส่ราดิชอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงประกาศจากระบบที่ดังขึ้น

                -ภูติพันรูเอมผู้เฝ้าโบราณสถาน ระดับ60 จำนวน 10 ตัว เตรียมโจมตี

                และแล้วการปะทะของราดิชกับภูติพันรูเอมก็เปิดฉากขึ้นอย่างรุนแรงเขาใช้เวลาไม่นานก็จัดการภูติพันรูเอมทั้งสิบลงได้ แต่ก็กินแรงใช่เล่นเหมือนกัน

                ราดิชคิด ‘หนักเหมือนกันนะนี่ ขืนเจอแบบนี้บ่อยๆก็แย่เหมือนกัน’ และนั่งลงพักเหนื่อย ระหว่างพักก็เช็คไอเทมไปด้วยหลังจากนั่งพักจนหายเหนื่อยแล้ว เขาก็ลุกขึ้นและก็เริ่มเดินไปสู่ห้องต่อไปอีกครั้ง

                ในห้องต่อมานั้นก็เจอพร้อมกันทีเป็นสิบเหมือนเดิมเขาตัดสินใจทักษะหมื่นกระบี่ถล่มเข้าไปก่อน และตามเข้าไปจัดการต่อทีหลัง จึงผ่านไปได้อย่างไม่ยากนักถึงแม้จะเปลืองแรงมากก็ตาม หลังจัดการภูติพันรูเอมตัวสุดท้ายของห้องนี้เรียบร้อย เขาก็เจอบันไดลงไปเหมือนเดิมและเมื่อเดินลงไป ก็พบทางเดินยาวไปสู่ห้องโถงห้องหนึ่ง

                ราดิชเดินตามทางไปจนถึงห้องโถงนั้นก็พบว่ามันเป็นห้องโถงที่ไม่แตกต่างจากที่เคยเจอกับโอเฟนมา ทำให้เขารู้ว่านี่เป็นห้องรับการทดสอบแน่นอนเขาเดินเข้ามาในห้องโถงและก็พบกับแท่นบูชาที่เหมือนกับของโอเฟนอยู่ที่ด้านหนึ่งของห้องเขาเดินตรงเข้าไปทันทีพอเข้าไปใกล้เจ้าแท่นนั้นก็ส่องแสงสว่างจ้าออกมาเหมือนครั้งก่อนหลังจากที่แสงหายก็พบว่า มีร่างหนึ่งปรากฏตัวที่แท่นบูชานั้น

            เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนหลับตาอยู่เธอมีใบหน้าที่สวยงดงามราวกับเทพธิดา ใบหน้ารูปไข่รับกับผมสีดำยาวสยายถึงกลางหลังริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพู จมูกที่โด่งเป็นสัน ผิวขาวราวกับไข่มุกราดิชกะความสูงแล้วราวๆ 170 เซนได้ เธออยู่ในชุดสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับผมสีดำของเธอและรูปร่างของเธอนั้นก็ชวนให้ชายหนุ่มหลายคนมองตาค้างได้เหมือนกันไม่เว้นแม้แต่ราดิชเขายืนจ้องเธออยู่นานเหมือนกัน จนกระทั่งเธอลืมตาขึ้นมาและมองมาที่เขาราดิชรู้สึกราวกับถูกสะกดโดยดวงตาคู่นั้นตาคู่นั้นกลมโตมีสีราวกับน้ำทะเลยามค่ำคืน เขายืนตะลึงอยู่นาน ในที่สุดเธอก็เอ่ยปากพูดขึ้น

                “สวัสดีท่านผู้เข้ารับการทดสอบ”เสียงนั้นไพเราะมากจนทำให้คนฟังอาจเคลิ้มได้เลยทีเดียวซึ่งราดิชก็เกือบตกอยู่ในอาการนั้นเช่นเดียวถ้าไม่มีเสียงจากระบบดังขึ้นมาขัดเสียก่อน

                -ท่านพบสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจักรพรรดินีภูติ ฟีเรีย ระดับ 90 ผู้ที่ถูกสังหารระดับลดลง 5ระยะเวลารอเกิดใหม่เพิ่มเป็น 10 ชั่วโมง

                ราดิชตาสว่างและดีดตัวถอยออกมาเพื่อทิ้งระยะเขาชักดาบออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อม แต่เขาก็รู้สึกแปลกมาก ที่เขาสัมผัสไม่ได้ถึงรังสีมุ่งร้ายเลยแม้แต่น้อยไม่มีจิตสังหารออกมาจากผู้หญิงตรงหน้าเลย เขาคิดหัวแทบแตกก็คิดไม่ออกผู้หญิงคนนั้นเห็นราดิชทำหน้าเคร่งเครียดก็ยิ้มให้เขา

                ฟีเรียยิ้มแย้มและพูดออกมา “ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ การทดสอบของข้าไม่ใช่การต่อสู้แต่เป็นการทดสอบด้วยปัญญาต่างหากล่ะ” แต่ราดิชก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี

                ‘นายท่านอัญเชิญข้าออกไปหน่อยเดี๋ยวข้าจัดการเอง’ อาธูเรียบอก ราดิชก็เริ่มร่ายบทอัญเชิญทันที

                ในนามแห่งข้าราดิชผู้เป็นนายแห่งความภักดี ด้วยพันธะสัญญาที่มีต่อกัน จงตอบรับเสียงเรียกของข้าจงออกมา จักรพรรดินีอาธูเรีย!!

            บังเกิดวงแหวนเวทอัญเชิญขนาดใหญ่ขึ้น และอาธูเรียในชุดออกศึกเต็มยศกระโดดออกมาเธอเข้ามาขวางกลางระหว่างราดิชกับฟีเรีย

                “เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ฟีเรีย!!” อาธูเรียถามขึ้นก่อน พร้อมตั้งท่าจะเอาเรื่อง

                ฟีเรียทำท่าทางน่าสงสารและตอบมา “ข...ข้าก็แค่ทำการทดสอบนายของเจ้าตามหน้าที่เท่านั้นเองนะ”

                “อ..เอ่อแล้วตกลงผมต้องทำการทดสอบเรื่องอะไรหรือครับ” ราดิชแทรกขึ้นมาและกันอาธูเรียเอาไว้ก่อนที่เรื่องจะบานปลายมากกว่านี้

                “ก็ทดสอบปัญญาไงล่ะอืม...  เอาเป็นว่าท่านมาเล่นหมากล้อมกับข้าก่อนแล้วกัน” ฟีเรียบอกและโบกมือหนึ่งทีก็มีโต๊ะและเก้าอี้หินอ่อนสีขาวปรากฏขึ้นมาพร้อมกับกระดานหมากล้อมพร้อมตัวหมากตั้งอยู่บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย

            ราดิชคิด ‘เราไม่ได้เล่นหมากล้อมเก่งเลยแค่พอเล่นเป็นเท่านั้น แล้วจะต้องเล่นให้ชนะเลยหรือเปล่าก็ไม่รู้’ แต่เขาก็บอกให้อาธูเรียไม่ต้องกังวลและนั่งลงบนเก้าอี้เพื่อเตรียมเล่นกับทางนั้น ส่วนทางฟีเรียก็นั่งลงเรียบร้อยเช่นเดียวกันแต่อาธูเรียก็เข้ามายืนด้านหลังเขาอย่างไม่ไว้วางใจฟีเรีย

            “เรามาเริ่มเล่นกันเลยดีกว่านะคะจะได้ไม่เสียเวลา” ฟีเรียบอก และให้ราดิชเริ่มเดินก่อนได้เลยเขาก็เริ่มวางหมากพร้อมคิดหาวิธีไปด้วยและแล้วการทดสอบของราดิชก็เริ่มขึ้นในที่สุด

            การเดินหมากในตอนแรกนั้นยังไม่เท่าไรแต่เมื่อเริ่มเดินไปเรื่อยๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังขุมหนึ่งที่คอยกดดันเขาทีละน้อยเขารู้ได้ทันทีว่ามาจากฟีเรียอย่างแน่นอนพลังนั้นไม่ได้หนักแน่นหรือคุกคามแบบจิตสังหารแต่เป็นพลังที่ทำให้เขารู้สึกกดดันมากกว่า การเดินหมากผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่ละตานั้นไม่ได้กำหนดเวลาจะคิดนานเท่าไรก็ได้ทางราดิชก็ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุดแต่ดูเหมือนว่าจะเดินยังไงเขาก็ถูกฝ่ายตรงข้ามดักหน้าไว้หมดทำให้ตอนนี้พื้นที่เดินหมากของเขาเหลือน้อยลงมากและเขาใช้เวลาคิดนานขึ้นเรื่อยๆกว่าจะวางหมากแต่ละครั้ง

                ทางฟีเรียเองนั้นเมื่อราดิชวางหมากเธอก็จะวางต่ออย่างรวดเร็วและคอยให้เขาวางตัวต่อไปอย่างใจเย็นแต่สำหรับเธอแล้วมีการคำนวณการเดินหมากของราดิชไว้ทั้งหมดและยังปล่อยพลังกดดันใส่เขาตลอดเวลาเธอต้องการทดสอบว่าราดิชจะทนแรงกดดันนี้ได้นานแค่ไหน

                ทางราดิชเองนั้นก็แทบจะเบลอไปหลายทีแล้วเหมือนกันเพราะตอนนี้สมองของเขาทำงานอย่างหนักเพื่อคิดหาวิธีการเดินหมากและต้องฝืนทนแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่อย่างหนักตลอดเวลาแต่ก็ถือว่าราดิชนั้นมีความอดทนสูงมาก จนแล้วจนรอดก็ยังเดินหมากต่อไปได้ถึงแม้จะโดนกดดันและไม่มีวี่แววที่จะเอาชนะได้เลยแม้แต่นิดเดียว

                ฟีเรียเริ่มเพิ่มพลังกดดันมากขึ้นไปอีกแต่จนแล้วจนรอดราดิชก็ยังฝืนทนเดินหมากต่อไปได้อย่างไม่ย่อท้อ จนเธอรู้สึกพอใจมากที่ชายคนนี้ต่อให้อยู่ในสภาพที่กดดันก็ยังเดินหน้าต่อไปอย่างไม่ย่อท้อเธอสลายพลังกดดันอย่างกะทันหัน พร้อมกับที่กระดานหมากล้อมหายไปด้วย เล่นเอาราดิชที่กำลังเบลอถึงขีดสุดหวิดจะสลบอยู่แล้วถึงกับได้สติขึ้นมา

                “พอแล้วล่ะสำหรับการเล่นหมากล้อม ท่านผ่านการทดสอบช่วงแรกแล้ว” ฟีเรียบอกขึ้นทำให้ราดิชรีบสะบัดหัวไล่ความมึนงง เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ต่อไปอย่างรวดเร็ว

            “ผ่านช่วงแรกแล้ว? แล้วต่อไปล่ะครับ” ราดิชที่หายเบลอแลมีสติเต็มร้อยรีบถามต่อถึงการทดสอบ

                “ใช่แล้วค่ะการทดสอบช่วงต่อไปก็ไม่ยากอะไร ท่านแค่ตอบคำถามของเราเท่านั้นเอง” ฟีเรียว่าและส่งยิ้มให้ราดิช ทำให้เขาแทบจะลอยไปเหมือนกันแต่ก็ยั้งตัวเองได้ทันและเตรียมรับการทดสอบต่อ

                “คำถามของข้าไม่ยากเลยข้าขอถามท่านง่ายๆว่า ถ้าท่านมีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ท่านจะใช้พลังนั่นไปทำอะไร” ฟีเรียถามราดิชเขาก็อึ้งไปเหมือนกันแต่ก็พยายามครุ่นคิดถึงคำตอบและเรียบเรียงคำพูดให้ดีที่สุดก่อนที่จะตอบคำถามนี้การที่ฟีเรียถามนั้นก็ต้องการฟังคำตอบของราดิช ว่าเขาจะตอบแบบไหนและคำตอบของเขานั้น จะเป็นตัวกำหนดถึงพลังที่เขาจะได้ในการทดสอบครั้งนี้นั่นเอง

                ทางราดิชนั้นก็คิดถึงเรื่องราวต่างๆมากมายที่เคยผ่านมาทั้งเรื่องการใช้กำลังของพวกอันธพาล การรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ความโหดร้ายของสังคมภาพเหล่านั้นปรากฏขึ้นในมโนภาพของเขาอย่างต่อเนื่องราวกับการฉายภาพวีดีโอที่บันทึกความทรงจำต่างๆมากมายเอาไว้ทั้งเรื่องในวัยเด็กของเขา และเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาในชีวิตรวมทั้งภาพเหตุการณ์ต่างๆในเกมที่เขาเจอจนในที่สุดราดิชก็ค้นหาคำตอบของตัวเองได้

                ราดิชที่คิดคำตอบของตัวเองได้กล่าวขึ้นว่า“ผมจะขอตอบคำถามของคุณแล้วนะครับ”

                “เชิญว่ามาเลยค่ะ”ฟีเรียบอกและขยิบตาให้ราดิช

                “สำหรับตัวผมที่เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งการจะเปลี่ยนแปลงหรือปกป้องโลกนั้นคงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้ามีพลังที่ทำได้ถึงขนาดนั้นผมก็จะทำมันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ อย่างน้อยที่สุดผมก็จะทำในสิ่งที่ผมเห็นว่าถูกต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เพราะยังไงโลกนี้ก็มีคนอยู่หลากหลายประเภทการจะเปลี่ยนความคิดของคนทุกคนหมด มันเป็นไปไม่ได้แต่ว่าผมก็จะพยายามทำให้ทุกคนคิดดีทำดีทำในสิ่งที่ถูกต้องและไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อน” ราดิชตอบออกไปเหมือนเป็นการระบายความในใจที่อัดอั้นมานานออกไปด้วยทางฟีเรียที่ฟังคำตอบของราดิชนั้น ก็เงียบไปพักใหญ่ก็ถามคำถามต่อ

                “แต่สิ่งที่ท่านคิดมันเป็นแค่อุดมคติซึ่งในความเป็นจริงมันไม่มีทางเป็นไปได้เลย แต่ถ้าท่านยังอยากให้เป็นแบบนั้นท่านจะทำยังไง ในเมื่อตอนนี้ท่านยังไม่มีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงมัน” ฟีเรียถามต่อ

                “ผมจะทำวันนี้ให้ดีที่สุดครับถึงผมจะไม่มีพลังมากพอจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้แต่อย่างน้อยก็ยังมีสิ่งที่ผมสามารถทำได้อยู่ และไม่ใช่สิ่งที่ผิด ผมก็จะทำครับ”ราดิชตอบด้วยความฉะฉาน

                “ดีมากท่านตอบได้ดี ถ้าท่านต้องการพลังที่จะเปลี่ยนแปลงและปกป้องโลกใบนี้เราจะเป็นผู้มอบพลังนั้นให้ท่านเอง” ฟีเรียว่าและยื่นมือมาสัมผัสหน้าผากราดิชอย่างแผ่วเบา เขาก็หลับตาลงพร้อมกับมีเสียงประกาศจากระบบดังขึ้นมา

                -ท่านผ่านการทดสอบในโบราณสถานระดับสูงสุดครั้งที่สอง

                -ท่านได้รับเงินรางวัล 20,000,000 G

                -ท่านได้รับค่าประสบการณ์ 50,000,000

                -ระดับของท่านเพิ่มเป็น 55

                -ท่านได้รับทักษะ มหาเวทโฮลี่ไครซิส

                -ท่านได้รับ แหวนฟีเรีย(S)

                -ท่านได้รับผ้าคลุมจักรพรรดิ(S) 1 ผืน

                -ท่านผ่านภารกิจเส้นทางสู่จอมราชันย์ส่วนที่สอง

                หลังสิ้นเสียงประกาศ เขาก็รู้สึกได้ว่ามีพลังแห่งชีวิตจำนวนมากกำลังหลั่งไหลเข้าสู่ตัวเขามันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่มากเท่าที่เขาเคยรู้จักมาพลังนั้นหลั่งไหลเข้ามาอีกสักพักก็หยุดไป เขาก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบฟีเรียกำลังจ้องหน้าเขาอยู่ในระยะใกล้

                “นั่นคือพลังที่ท่านต้องการยังไงล่ะข้าขอมอบมันให้ท่านเพื่อดูแลโลกใบนี้ให้ดี” ฟีเรียบอก

                “แน่นอนครับผมจะดูแลและปกป้องโลกใบนี้ให้ดีที่สุด” ราดิชรับคำอย่างมุ่งมั่น

                ฟีเรียทำท่าทางออดอ้อนและพูดขึ้น “ข้ามีอีกเรื่องที่อยากจะขอร้องท่าน”แต่ตอนนี้ราดิชมีสติแล้วเลยไม่หลงไปกับมัน

                “เรื่องอะไรหรอครับถ้าไม่เกินความสามารถผมก็จะทำให้” ราดิชเอ่ยถามต่อ

                “ช่วยทำสัญญาอสูรมายากับข้าและพาข้าออกไปด้วยได้ไหม” ฟีเรียขอร้อง

                หา !!!!!

                เสียงสองเสียงดังลั่นประสานกันไปทั่วทั้งห้องโถงแห่งนั้นส่วนทางคนพูดนั้นก็แอบยิ้มกับตัวเองเล็กน้อยโดยที่ไม่ให้เจ้าของเสียงร้องทั้งสองได้เห็นถึงรอยยิ้มอันแสนเจ้าเล่ห์นั้น

                ‘ได้เวลาสนุกแล้วสิ!!’เจ้าของรอยยิ้มนั้นคิดในใจ

    คล้ายกับเรื่องมหาสงครามแห่งโชคชะตา(Fate Online) ที่คุณอ่าน