บทที่ 23 สั่งสมผลบุญ
การสลายไปของหญิงชุดขาว ตำหนักหลังใหญ่ก็อันตรธานหายไปราวกับผุยผง ไร้ร่องรอยในพริบตา หรานหร่านมองทิวทัศน์ที่กลับคืนสู่สภาพเนินเขาดังเดิม รอยยิ้มหวานหยดปรากฏขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้ม
สายตาของนางทอดมองไปยังบุรุษที่นอนหมดสติอยู่ข้างบ่อน้ำแห้ง หรานหร่านทำปากยื่นเล็กน้อย ก่อนจะถือกระบี่เหรียญทองเดินต้วมเตี้ยมเข้าไปหา มือน้อยยื่นไปจับชีพจรของชายผู้นั้น หรานหร่านขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยอย่างนึกรังเกียจ
"ใจเสาะปานนี้ ยังริอาจวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาในที่แบบนี้อีก ขวัญหายไปหนึ่งส่วนแล้ว!"
สิ้นเสียงของนาง พลันได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากพงหญ้าไม่ไกล
หรานหร่านตื่นตัวขึ้นทันที "ผู้ใดกัน?"
เมื่อได้ยินเสียงหรานหร่าน คนในพงหญ้าก็เดินตัวสั่นงันงกออกมา หัวเราะแหะ ๆ ส่งยิ้มโง่งมให้หรานหร่าน
"ข้าน้อยชิงเสวียน คารวะท่านปรมาจารย์น้อยขอรับ!"
ชิงเสวียนเป็บุรุษวัยราวสามสิบปี สวมชุดนักพรตสีเทา บนศีรษะปักปิ่นไม้ท้อ กลางหลังสะพายกระบี่ไม้ท้อ ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกนับว่ามีท่วงท่าของผู้ทรงศีลอยู่บ้าง
"เ้ามาทำอันใดที่นี่?"
หรานหร่านยืดอกเล็ก ๆ ขึ้น ดวงตากลมโตดำขลับจ้องมองเขาเขม็ง ชิงเสวียนหยิบเข็มทิศฮวงจุ้ยออกมาวางบนฝ่ามือ มองหรานหร่านด้วยความเคารพ
"เรียนท่านปรมาจารย์น้อย ข้าน้อยเดินตามเข็มทิศนี้มาขอรับ"
"สถานที่แห่งนี้เป็แดนอัปมงคลที่มีไอหยินรุนแรงยิ่งนัก คืนนี้หากมิได้ท่านปรมาจารย์น้อยปรากฏตัวทันเวลา ข้าน้อยคงพลาดท่าเสียทีให้แก่ผีสาวตนนั้นไปแล้ว"
หรานหร่านจ้องมองชิงเสวียนอย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อไม่พบสิ่งใดผิดปกติ จึงหันหน้าหนี ะโไปยังทิศทางของบ่อน้ำแห้ง
"ออกมากันให้หมดเถิด!"
สิ้นเสียงเรียก เงาร่างโปร่งแสงมากมายก็ค่อย ๆ ลอยออกมาจากบ่อน้ำแห้ง ยืนเรียงรายกันเป็แถว ิญญาเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าสิงสถิตอยู่ที่นี่มานานแล้ว หากมิใช่เพราะสถานที่แห่งนี้เป็แดนที่มีไอหยินเข้มข้น ิญญาเหล่านี้คงแตกดับสลายไปนานแล้ว
ดวงตาสุกใสของหรานหร่านกวาดมองเหล่าิญญาทีละตน
เอ๊ะ? แล้วดวงจิตหนึ่งส่วนของชายที่นอนอยู่บนพื้นเล่า? เหตุใดจึงไม่เห็น?
หรานหร่านกวาดตามองเหล่าิญญาด้วยความสงสัยอีกครั้ง แต่ก็ยังหาดวงจิตส่วนนั้นไม่พบ นางตั้งใจจะหันไปถามชิงเสวียน แต่พอหันกลับไป กลับพบว่านักพรตผู้นั้นได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
หรานหร่าน "???"
หนีไปแล้วหรือ?
ขณะที่หรานหร่านกำลังจะถือกระบี่ไล่ตามไป เงาดำร่างหนึ่งในชุดขุนนางก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เห็นได้ชัดว่าเงาดำของขุนนางผู้นี้ ก็เป็สิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นจากแดนอัปมงคลแห่งนี้เช่นเดียวกับผีสาวชุดขาว
แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ บนร่างของขุนนางเงาดำผู้นี้กลับมีไอแห่งความเที่ยงธรรมหลงเหลืออยู่สายหนึ่ง
"แม่หนูน้อย ขอบคุณเ้ามากที่ช่วยกำจัดผีสาวตนนั้น พวกเราถึงได้พบกับความสงบสุขเสียที" ขุนนางเงาดำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม
พูดจบ เขาก็นำเหล่าิญญาตนอื่น ๆ โค้งคำนับหรานหร่านอย่างซาบซึ้งใจ
หรานหร่านยิ้มหวานจนแก้มบุ๋มเป็ลักยิ้ม "ไม่ต้องเกรงใจหรอกเ้าค่ะ"
ิญญาเยอะแยะขนาดนี้ หากช่วยส่งิญญาพวกเขาสู่สุขคติ ข้าคงสั่งสมผลบุญได้มหาศาลเลยทีเดียว!
"จริงสิ พวกท่านรู้จักนักพรตที่ชื่อชิงเสวียนผู้นั้นหรือไม่?" หรานหร่านถามด้วยความสงสัย
ขุนนางเงาดำกล่าวด้วยความเคียดแค้น "เ้านักพรตนั่นหาใช่คนดีไม่! มันมักจะมาที่นี่เพื่อจับิญญา คล้ายกับกำลังฝึกวิชามารบางอย่าง!"
สิ้นคำของขุนนางเงาดำ ิญญาตนอื่น ๆ ก็พยักหน้าเห็นพ้องเป็เสียงเดียวกัน
"ผีสาวชุดขาวตนนั้นเพิ่งมาที่นี่เมื่อไม่กี่ปีก่อน นางมักจะจับิญญาไปแลกเปลี่ยนกับนักพรตชิงเสวียนเพื่อแลกกับเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร นางฝึกจนสร้างเขตอาคมขึ้นมาได้ พวกเราล้วนมิใช่คู่ต่อสู้ของนาง"
"ใช่แล้ว มีเพียงบ่อน้ำแห้งนี้เท่านั้นที่พอจะให้พวกเราหลบซ่อนตัวได้บ้าง"
ได้ฟังดังนั้น ใบหน้าจิ้มลิ้มของหรานหร่านก็ย่นยู่ราวกับซาลาเปา
"แล้วพวกท่านเห็นดวงจิตของเขาไหม?" หรานหร่านชี้ไปที่ชายบนพื้นแล้วถาม
ิญญาตนหนึ่งยกมือขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ตอบเสียงตะกุกตะกัก "ข้า... ข้าเห็น! หลังจากที่เขาใกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ ดวงจิตส่วนหนึ่งของเขาก็ถูกนักพรตชิงเสวียนเก็บไปขอรับ"
"ใช่แล้ว เป็เ้านักพรตนั่นที่เก็บไป!"
หรานหร่านรู้สึกสังหรณ์ใจว่าเื่นี้คงไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว นางมองเหล่าิญญาแล้วเอ่ยว่า "ที่นี่มิใช่ที่ที่ควรอยู่นาน ข้าจะส่งพวกท่านไปสู่ภพภูมิใหม่เพื่อเวียนว่ายตายเกิดนะเ้าคะ!"
เหล่าิญญาต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ครู่หนึ่งก็พากันคุกเข่าลง โขกศีรษะคำนับหรานหร่าน
หรานหร่านชูกระบี่เหรียญทองขึ้น ฟาดฟันลงกลางอากาศ แสงสีขาวนวลตาปรากฏขึ้นราวกับประตูมิติ ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเหล่าิญญา เมื่อเห็นดังนั้น เหล่าิญญาต่างพากันโห่ร้องด้วยความยินดี แย่งกันพุ่งเข้าไปในประตูมิตินั้น
ทว่า ขุนนางเงาดำกลับยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมิได้ขยับเขยื้อน
หรานหร่านเงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัย "ท่านไม่อยากไปเกิดใหม่หรือเ้าคะ?"
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของเงาดำก็หม่นหมองลง แววตาฉายความเ็ปรวดร้าว
หรานหร่านพิจารณาเขาอย่างละเอียด แล้วเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว "ชะตาของท่านยังไม่ถึงฆาตนี่นา? หรือว่าถูกใครลอบสังหารเ้าคะ?"
ขุนนางเงาดำส่ายหน้า "เื่ราวหนหลังล้วนลืมเลือนไปสิ้นแล้ว!"
"อืม..."
หรานหร่านเอียงคอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามว่า "เช่นนั้น ท่านอาติดตามหรานหร่านไปดีหรือไม่เ้าคะ?"
"ติดตามเ้า?"
"อื้อ!" หรานหร่านตอบเสียงใส "แม้ท่านอาจะเป็เพียงดวงิญญา แต่หรานหร่านดูออกว่ายามมีชีวิต ท่านอาเป็คนดีมีคุณธรรม หรานหร่านรู้วิชาอาคม สามารถสอนให้ท่านอาบำเพ็ญเพียรได้นะเ้าคะ"
"ดูชุดที่ท่านอาใส่สิ เหมือนชุดของท่านพ่อข้าเลย พวกท่านล้วนเป็ขุนนางที่ดี หากท่านอาฝึกบำเพ็ญเพียร ก็จะสามารถช่วยเหลือราษฎรต่อไปได้ ทั้งยังสามารถสะสมผลบุญและแสงแห่งธรรมได้อีกด้วยนะเ้าคะ!"
แม้ตัวจะเล็กจ้อย แต่คำพูดของเ้าก้อนแป้งน้อยกลับมีเหตุมีผลชัดเจนถ่องแท้ วาจานี้เปรียบเสมือนแสงสว่างนำทางให้ดวงจิตที่ล่องลอยและสับสนได้พบจุดหมายปลายทาง
"ตกลง ข้าจะติดตามเ้า!"
หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ขุนนางเงาดำก็พยักหน้าตอบรับ
"เ้าค่ะ!"
หรานหร่านฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี นางแกะเหรียญทองแดงสองเหรียญออกมาจากกระบี่ วางไว้บนฝ่ามือ "ท่านอาเข้าไปพักในนี้ก่อนนะเ้าคะ!"
"ได้"
ขุนนางเงาดำรับคำ ร่างโปร่งแสงก็พุ่งวูบกลายเป็กลุ่มควันสีดำ มุดเข้าไปสิงสถิตในเหรียญบนมือหรานหร่านทันที หรานหร่านเก็บเหรียญเข้าที่เรียบร้อย จึงเดินขาสั้น ๆ ไปนั่งยอง ๆ ข้างกายชายหนุ่มที่นอนสลบอยู่ข้างบ่อน้ำ
นางล้วงยาเม็ดหนึ่งออกมาจากถุงเฉียนคุนยัดใส่ปากชายหนุ่ม จากนั้นดึงเส้นผมของเขามาสองสามเส้น ห่อด้วยยันต์สีเหลืองอย่างระมัดระวัง
โครก~
ทันใดนั้น ท้องของหรานหร่านก็ประท้วงขึ้นมาเสียเสียงดัง ไม่ได้กินข้าว แถมยังใช้พลังกายไปตั้งมากมาย ตอนนี้หรานหร่านหิวจนสามารถกินวัวได้ทั้งตัวแล้วกระมัง
ด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ หรานหร่านวาดประตูอาคมกลางอากาศ ลากร่างชายผู้นั้นเดินหายเข้าไปในประตู เมื่อโผล่ออกมาอีกครั้ง หรานหร่านและชายหนุ่มก็ล้มลงนอนแผ่หราอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
"ตรงนั้นมีคน รีบไปดูเร็ว!"
ก่อนที่สติจะดับวูบลง หรานหร่านแว่วเสียงอันคุ้นเคยดังมาจากที่ไกล ๆ