“แล้วนอกจากข้าวผัดไข่แล้วยังมีอย่างอื่นมั้ย?” เหลียงเมิ่งฉีถาม
“มีสิ อีกหน่อยของกินจะมีแต่ของดีๆขึ้นไปอีก”
จางฮ่านตอบลูกค้ารายแรกเสียงเรียบ
“ดีจังเลย แล้วมันจะอร่อยเหมือนข้าวผัดไข่วันนี้มั้ยคะ?” เหลียงเมิ่งฉี ท่าทางตื่นเต้น
“แน่นอนสิ” จางฮ่านมองดูเธอก็หัวเราะ
“แล้วจะรอกินนะคะ นี่เงินค่าข้าวของวันนี้ ไม่ต้องทอนนะคะ วันนี้ฉันมีความสุขมากเลย พรุ่งนี้เช้าฉันจะมาใหม่” เหลียงเมิ่งฉี วางเงินลงบนโต๊ะ ยิ้มให้จางฮ่าน จากนั้นก็หันไปโบกมืออำลาเหมิงเหมิง “เหมิงเหมิง แล้วเจอกันพรุ่งนี้”
“goodbye!” เหมิงเหมิง โบกมือบ๊ายบาย
เอาเงินเก็บเข้าลิ้นชักเรียบร้อย กะว่าจะเดินมาเล่นกับเหมิงเหมิงสักหน่อย พอหันมาก็เห็นเหมิงเหมิงไปนั่งที่โซฟาเล่นของเล่นของเธออยู่คนเดียวแล้ว
จางฮ่านกำลังจะเริ่มเขียนเพลง ก็เปิดคอมฯ ขึ้นมาหาข้อมูลของเจ้าของเพลงในโลกที่แล้วก่อน จะได้ไม่ซ้ำกัน
“โอ๊ะ? เซียวเชียนมีเรื่องพิพาทกับอดีตแฟนสาว? ผู้ชายเฮงซวยแห่งยุค? เมื่อวานเปิดโต๊ะให้สัมภาษณ์กับนักข่าว? น่าสนุกดีนี่”
จางฮ่านค้นข้อมูลไปเรื่อยๆ
“เซียวเชียนจะเปิดคอนเสิร์ตวันที่ 15 นี้?”
จางฮ่านดูข้อมูลต่อไปเรื่อยๆ มีข้อความจากแฟนเพลงส่งมา “แฟนเพลงยังรักคุณเหมือนเดิมนะ” ด้านล่างรูปโปสเตอร์โฆษณา มีข้อความว่า บัตรคอนเสิร์ตขายเกลี้ยงภายในหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้บัตรผีราคาพุ่งขึ้นถึงห้าเท่า
ข่าวด้านลบของเขากลับทำให้บัตรคอนเสิร์ตขายหมดอย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะแฟนเพลงของเขาต้องการบอกกับเขาว่า พวกเขายังเป็นกำลังใจให้กับเซียวเชียนอยู่เสมอ
“เพลง ‘นักแสดง’ ยังไม่เปิดตัว? อีกหลายเพลงก็ยังไม่เอามาร้อง”
“ก็ดีเหมือนกัน อัฐยายซื้อขนมยาย เอาเพลงของนายมาขายให้นายนี่แหละ”
ถึงเขาจะไม่ได้เป็นแฟนเพลง แต่ก็มีนักร้องที่เขาชอบอยู่หลายคน เซียวเชียนเป็นหนึ่งในนั้น เพลงของเขามีรสชาติ จำได้ว่าเพลงที่เขาเขียนขึ้นมาล้วนไม่ได้ค่าตอบแทน แค่จุดขายนี้จางฮ่านก็รู้สึกชื่นชมเขามาตั้งแต่ชาติก่อน เซียวเชียนเคยพูดผ่านรายการวาไรตี้รายการหนึ่งว่า ‘ถ้าเพลงนักแสดงมีการเรียกเก็บเงิน ผมคงทำเงินได้มากกว่าร้อยล้าน แต่เวลาที่ผมจะเลิกเขียนเพลงนั้นคือเวลาที่ผมอยากจะทำธุรกิจ’ คำพูดประโยคนี้มัดใจแฟนเพลงของเขาไว้อยู่หมัด
‘เพลงนี้มันช่างเหมาะกับเขาในตอนนี้ทีเดียว’
จางฮ่านหยิบกระดาษปากกาออกมาจากลิ้นชัก หลับตานึกถึงทำนองเพลงของเพลงนี้ ทำนองเพลงไม่มีอะไรมากมาย เซียวเชียนร้องเพลงนี้ออกมาได้สบายๆ
ไม่นานจางฮ่านก็นึกทำนองเพลงขึ้นมาได้ เขาลองเล่นเปียโนฟังทำนองเพลงนี้ดูอีกครั้ง เมื่อพบว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็ทำการเขียนโน้ตเพลงลงไป “ทำนองเพลงพวกนี้ต้องอัดออกมาให้เป็นชิ้นเป็นอัน”
จางฮ่านค้นหาห้องอัดใกล้ๆ ทางอินเทอร์เน็ต พอค้นเจอแล้ว ก็อุ้มเหมิงเหมิงตรงไปห้องอัดทันที
จางฮ่านไม่ค่อยรู้วิธีตั้งค่าเครื่องเสียงพวกนี้เท่าไหร่ ด้วยความช่วยเหลือของซาวด์เอ็นจิเนียร์ ซาวด์แทร็กของเพลงออกมาได้อย่างสมบูรณ์ ค่าใช้จ่ายในครั้งนี้เป็นเงินหนึ่งพันสองร้อยหยวน
กลับถึงร้านอาหารก็เป็นเวลาสี่ทุ่ม จางฮ่านใช้โทรศัพท์อัดเสียงเปียโนที่ใช้บรรเลงแทนคำร้องลงเสร็จ ก็จัดการคัดเนื้อเพลงออกมา
พอทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ก็จัดการส่งเข้าไปในอีเมลของเซียวเชียน
เหมิงเหมิงเริ่มง่วง มีบ่นนิดหน่อย
จางฮ่านอุ้มเหมิงเหมิง ขึ้นไปห้องนอนชั้นบน กล่อมเธอให้นอน
......
เวลาเดียวกัน ที่ห้องพักแถวอ่าวจันทรา
“โฮ่....”
หลี่ฟานถอดหูฟังวางเก็บเข้าที่ หันไปหาวใส่เซียวเชียน ที่กำลังเล่นกีตาร์หาอารมณ์เพลง “เฮ้อ เพลงพวกนี้นี่มันอะไรกันเนี่ย? ยังจะมาบอกไม่เอาตังค์ มีแต่เพลงเด็กอนุบาล พอได้ยินว่าคุณจะเปิดคอนเสิร์ต ก็ส่งเพลงเข้ามาเสี่ยงโชคเต็มไปหมด”
“ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็เขียนเพลงออกมาได้ดีไปซะทุกคนหรอกนะ แล้วก็ไม่ใช่ว่าฉันจะร้องเพลงออกมาได้ดีไปซะทุกเพลง ไม่มีก็ไม่เป็นไร ฉันร้องเพลงเก่าก็ได้” เซียวเชียนหัวเราะ
“จริงของคุณ ผมคงจะรีบร้อนใจไปเอง” หลี่ฟานส่ายหัว “จริงสิ เรื่องข่าวอื้อฉาวของคุณกลับเป็นผลดีต่อคุณซะอีก ยอดขายบัตรคอนเสิร์ตทะลุเป้าไปไกลเลย”
“ไม่ใช่ตุนตั๋วเอาไว้ทำอะไรหรอกเหรอ?” เซียวเชียนหน้านิ่ว “คุณช่วยติดต่อไปทางตัวแทนขายบัตรให้ผมหน่อย บอกพวกเขาว่าผมไม่ต้องการเห็นแฟนเพลงซื้อตั๋วเข้ามาดูผมในราคาที่โหดเกินไป ถ้าเกิดผมรู้ว่าพวกเขามีการตุนตั๋วไว้ทำกำไรล่ะก็ ผมจะไม่ร่วมงานกับพวกเขาอีก”
“ได้ครับได้ พรุ่งนี้ผมจะรีบจัดการให้” หลี่ฟานเปิดค็อกเทลยกซด “มีแต่คนเขาอยากขายตั๋วแพงๆ แต่คุณดันคิดไม่เหมือนชาวบ้าน”
“ไม่มีแฟนเพลงฉันก็ไม่มีวันนี้ ฉันจะไม่เป็นวัวลืมตีน” เซียวเชียนพูดอย่างจริงจัง
“รู้แล้วครับ พรุ่งนี้ผมจัดการให้” หลี่ฟานพยักหน้า
......
จื่อเหยียนกำลังถ่ายทำ MV อย่างขะมักเขม้น พระเอกจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก หลี่เฉิง คุณชายหลี่ที่ใช้อำนาจในการเข้ามา
“ดีมาก เตรียมถ่ายฉากต่อไปได้ ฉากต่อไปเป็นฉากรัก เล่นให้เนียนหน่อย” ผู้กำกับบอกเธอ
“ฉากรัก?”
จื่อเหยียนหน้านิ่ว
“ไม่ใช่ตกลงกันแล้วหรือไง? ว่าจะไม่มีฉากรัก” โจวเฟยโพล่งขึ้นมา “ตอนฉันดูพล็อตเรื่องก็ไม่มีในบทนี่? ทำไมอยู่ๆ ก็เพิ่มเข้ามา?”
“อะไรของเธอ? ชื่อเพลงก็บอกแล้วว่า จูบจืด ไม่มีฉากจูบกันมันจะได้เหรอ? เป็นถึงดาราใหญ่แค่นี้ก็ทำไม่ได้หรือไง? ห๊า?” ผู้กำกับสวนขึ้น
“เฮ้ยๆ ๆ ตกลงกันไว้แต่แรกแล้วนี่ ทำไมพูดจาเหมือนผายลมอย่างนี้เล่า?” โจวเฟยเดือด เธอรู้ดีแต่ไหนแต่ไร จื่อเหยียนไม่เคยรับเล่นบทรักมาก่อน ยิ่งตอนนี้มี เหมิงเหมิง ด้วยยิ่งไม่เล่นเข้าไปใหญ่
“โถๆ ๆ ๆ?” ผู้กำกับเริ่มฉุน เสียงดังขึ้นมาทันที “จะถ่ายไม่ถ่าย ถ่ายไม่ถ่าย? ยังมาทำฟึดฟัด เป็นพวกคุณเชิญผมมาหรือผมเชิญพวกคุณมากันแน่ห๊า? ถามคำเดียว จะถ่ายไม่ถ่าย ไม่ถ่ายก็เลิกกอง”
“คุณ..” โจวเฟยยังไม่ทันจะพูดอะไร จื่อเหยียนก็พูดขึ้นมา
“ถ่าย แต่ต้องไม่มีฉากจูบ”
จื่อเหยียนยังคงพูดด้วยสีหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์อะไรให้เห็น ส่วนหลี่เฉิงที่อยู่ข้างๆ ได้แต่ซ่อนรอยยิ้มเอาไว้
จบตอน