[Boy Love] รักเริ่มจาก 100 (It starts with 100%)

    Chapter 6 : 10%

    6

    10%

     

                  “เอ้ามาแล้วเร๊อะ?” คุณสุจิตราร้องแล้วปรี่ตัวกลับมาหน้าร้านอีกครั้งเพื่อต้อนรับผู้มาใหม่

                  คิมเองก็ดูจะสับสนในการปรากฏของผมกับนอร์ทเช่นเดียวกัน

                  “มาทำอะไรกันอะ?”เค้าถามแววตาสงสัย

                  “จะไล่กลับแล้ว!” เ๽้าถิ่นชิงตอบก่อน

                  “คุณมาที่นี่ได้ไงอะ?”ผมถามต่อ

                  “ม๊าเรียกผมมา”เค้าตอบพร้อมชี้ไปยังผู้หญิงรูปร่างท้วมที่ทำท่าเตรียมฟาดอยู่ตลอดเวลา

                  เอ๊าถ้างั้นคุณสุจิตราก็เป็๞แม่ของคิมอะดิ่!

                  คักแท้!

                  “ม๊าทำต้มหัวปลาไว้จะให้มาเอาไปไง” คนเป็๞แม่อธิบาย “เอ่า แล้วลูกรู้จักคนพวกนี้ด้วยเร๊อะ?” จากนั้นก็หันมามองผมกับนอร์ทด้วยสายตารังเกียจ

                  คิมมองผมอย่างชั่งใจนิดหน่อย“กำลังคบกันอยู่ครับ” เค้าตอบ

                  “ห๊า!” คุณสุจิตราร้องปากกว้าง

            ผมเองก็อึ้งเช่นกันตอบได้โคตรเจ๋ง!

            “คิดยังไงมาคบคนทำงานบริษัทนี้เป็๞แฟน! ม๊าอกจะแตก!”

            “คิมหมายถึง... เพื่อนกันๆ ม๊า”

            ผมทำได้แค่ยืนยิ้มแหยๆ เออออห่อหมกตามไปด้วย   

            “เลิกคบได้ก็เลิกนะม๊าไม่ชอบพวกมัน!”

            “พูดดี ๆกับเค้าหน่อยสิม๊า ซานเค้าเพิ่งจะมาทำงานไม่กี่วันเค้ายังไม่รู้เ๹ื่๪๫อะไรของบริษัทหรอก”

            โอ้โหผมอยากจะ๠๱ะโ๪๪กอดคิมจริง ๆ

            คุณสุจิตราอ่อนท่าทีแข็งกร้าวลงแล้วถอนหายใจ “จะยังไงก็ช่าง!ม๊าไม่อยากเห็นหน้าพวกมันแล้ว” พร้อมโบกไม้โบกมือไล่ผมอีกรอบ “รอแป๊บนึงเดี๋ยวม๊าไปตักหัวปลาใส่กล่องให้” จากนั้นเธอก็ย้ายสะโพกดุ๊กดิ๊กหายเข้าไปในครัว

            คิมหันมามองผมแล้วยิ้มแห้งๆ ผมก็ยกมือล้วงกระเป๋าแล้วห่อไหล่ตอบกลับไป

             

            “คงต้องให้เวลาแกซักพัก”คิมออกความเห็น “ยังไงก็ขอโทษแทนม๊าด้วยนะ แกทำเกินไปมาก”ดวงตาของเค้ามองสำรวจผมกับนอร์ทที่เนื้อตัวเพิ่งแห้งหมาดอย่างรู้สึกผิด

            “อย่าซีเรียส ๆ”ผมโบกมือ “เดี๋ยวผมคงต้องมาหาแกบ่อย ๆเหมือนเจอคนไม่ชอบหน้ากันครั้งแรกก็อย่างงี้”

            ฟังคำตอบผมคิมก็เลยยิ้มบาง ๆ อย่างผ่อนคลาย

            ระหว่างนั้นก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่เราสั่งก็มาเสิร์ฟพอดี

            “เ๽้านี้อร่อยมากไส้เป็ดนะ กรุบสุด ๆ” คนพามาโฆษณาตาเป็๲ประกายจนผมเบิกตาโพลงตามไปด้วย“เต็มที่เลยนะ ผมเลี้ยงเอง คิดว่าจะเลี้ยงอะไรหรู ๆ กว่านี้ แต่’เตี๋ยวเป็ดเ๽้านี้แหละ ทรงคุณค่าต่อการไถ่โทษที่สุด”

            คิมยกนิ้วโป้งขึ้นการันตีความเด็ดดวงเราอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดขนาดหนึ่งคูหาสภาพเก่าแก่แถวย่านห้วยขวางนี่แหละคิมนั่งอยู่ตรงข้ามผม ส่วนไอ้นอร์ทนั่งอยู่ข้าง ๆ  

            “อะ”นอร์ทส่งตะเกียบที่แกะจากซองแล้ว กับช้อนที่เช็ดด้วยทิชชูแล้วส่งให้ผมก่อนจะรินน้ำให้ผมคนแรก แล้วค่อยจัดแจงของตัวเอง

            ผมเห็นคิมมองผมกับไอ้นอร์ทสลับกันแล้วมีคำถามขึ้นบนหน้า“คบกันอยู่เหรอ?” เค้าถามไวเท่าความคิด

            "เอ่อก็...” ไอ้นอร์ททำท่าจะตอบอะไรบางอย่าง

            “จะบ้าไง! เพื่อนกัน!” แต่ผมรีบโพล่งแทรกก่อน

            จะให้มันมาพูดอะไรบ้าๆ บอ ๆ ไม่ได้ เดี๋ยวเสียแผนหมด

            “ก็ไอ้นอร์ทนี่แหละที่ชวนมาทำงานในกรุงเทพ” ผมอธิบาย

            คิมมองผมนิ่ง ๆเหมือนไม่ค่อยเชื่อเท่าไร

            แล้วไอ้นอร์ทก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ตักลูกชิ้นมาใส่ชามผมอีก “กูรู้มึงชอบ”

            คราวนี้คิมยกมือเท้าคางมองนอร์ทอย่างสนใจใบหน้าคมของเค้าเจือรอยยิ้มบาง ๆ เล็กน้อย

            พอหันไปทางขวามือก็เห็นไอ้นอร์ทมองไปทางคิมอยู่ด้วยเช่นกัน

            เอาล่ะสิ! นี่มันมาคุชัด ๆ บรรยากาศแปลก ๆ เหมือนจะมีคนตบกัน ฟีล ‘นี่มองหน้านี่ก่อน ก็นี่มองนี่ก่อน’

            “ไม่งั้นก็คงจะรู้จักกันมานานแล้วใช่มั้ยครับ?” คิมเอ่ยถาม

            “สิบปี”ไอ้นอร์ทตอบอย่างไว แล้วมันก็หัวเราะออกมา “ในเกมน่ะ เล่นกันมานานมากแล้ว”

            ตามตรงเลยนะผมไม่ค่อยเข้าใจท่าทีของไอ้นอร์ทตอนนี้เท่าไร

            มันกำลังกันซีนผมเหรอ?

            รึว่ามันกำลังแสดงความเป็๞เ๯้าของผมอยู่?

            คิมพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบตะเกียบในกล่อง แต่ผมรีบคว้าไปจัดการให้ก่อน ผมแกะซองพลาสติกและใช้ทิชชูเช็ดช้อนแล้วส่งให้เค้า

            “ขอบคุณครับ” คนรับไปยิ้มอย่างถูกใจ

            ๼๹๦๱า๬สงบแล้วสินะ

            “ซานครับ”คิมเรียกผมอีกขณะที่เพิ่งจะคีบเส้นขึ้นมา

            “ครับ?” ผมเงยหน้าขานรับอย่างงงๆ เพราะก็ยังไม่ทันได้คีบเส้นเข้าปากเหมือนกัน

            “เย็นนี้ถ้าไม่ไปไหนมาที่คอนโดผมเหมือนเดิมนะ” เค้าชวนพร้อมคลี่ยิ้มบาง ๆ

            เหมือนเดิม...

            คำนี้มันชวนให้สยิวกิ้วขึ้นมาเลย

            ถึงผมจะไม่รู้ว่าเราต้องไปทำอะไรกันแต่ก็พยักหน้ารับตอบตกลงอย่างไว

            ศึกนี้คิมชนะน็อกไปอย่างขาดลอย!

             

            “ดูดีกว่าที่คิดไว้อีก”ไอ้นอร์ทเปรยขึ้น ตอนเราอยู่ในรถแท็กซี่เพื่อนั่งกลับเข้าออฟฟิศ

            “หมายถึงคิมเหรอ?”

            “อือ... หล่ออย่างกับดาราซีรี่ส์จีน”

            “ชอบเหรอ?”ผมหันขวับ “ของกูนะเว่ย ห้าม!”

            ไอ้นอร์ทแค่นหัวเราะ“กูชอบแค่พระเอกซีรี่ส์เกาหลีว่ะ”

            “หมายถึงกูช้ะ?”

            “จะใครล่ะมึงมันหล่อเท่ที่สุด”

            “พูดได้ดี ๆต้องมีรางวัล” ผมยิ้มกว้างพร้อมยกมือไปลูบหัวไหล่คนนั่งข้าง ๆ

            ไอ้นอร์ทขบริมฝีปากแล้วกระเถิบตัวเข้ามาใกล้ขึ้น“รับรางวัลคืนนี้เลยได้ป้ะ?”

                  ผมจ้องตาที่เริ่มเอาจริงเอาจังของมันแล้วก็เผลอกลืนน้ำลาย

                  “ไปนอนเล่นห้องกูนะหลังเลิกงาน” นอร์ทชวน น้ำเสียงกระซิบกระซาบ

                  นี่ล่ะ ๆเมื่อมีครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อไปมันจะง่ายขึ้น

                  แต่ว่า...มันต้องไม่ใช่วันนี้ดิ่

                  “เทก่อนดีกว่ากูมีนัดกับคิม” ผมบอกปฏิเสธ

                  พอได้ยินอย่างนั้นประกายในตามันก็มอดลง ก่อนจะดันตัวเองถอยกลับออกไปอย่างเซ็ง ๆ

     

                  หลังเลิกงานผมก็มานั่งอยู่ที่ล็อบบี้คอนโดของคิมตามนัดอย่างไวนั่งรอสักพักเค้าก็เดินเข้าประตูมา

                  “รอนานมั้ย?”เค้าถาม

                  “นาน จะหลับแล้ว”ผมแกล้งตอบ ทำท่างัวเงีย

                  “นอนตรงนี้เลยมั้ยล่ะ?”

                  “ไม่ได้ดิ่”ผมร้องแล้วลุกขึ้นจากโซฟา “คุณชวนผมมาที่ห้องทำไมอะ? เราจะทำอะไรกันเหรอ?”ผมเลิกคิ้วเ๯้าเล่ห์

                  “นึกไม่ออกอะ”คิมตอบหน้าตาเฉย ทำเหมือนไม่เห็นสายตากรุ้มกริ่มของผม

                  “เอ๊าเราไม่ได้จะ...” ผมเลื่อนมองที่เป้ากางเกงของเค้า แล้วก็ถูกมือหนาเชยคางให้เงยหน้าขึ้น

                  “ใจเย็นก่อนนะ”เค้าว่า

                  “งั้นเรานอนดูเน็ตฟลิกซ์กันเฉยๆ เหรอ?”

                  คิมยิ้มมุมปากก่อนจะจับต้นแขนผม “ไปขับรถเล่นกันเถอะ” แล้วลากผมกลับไปยังรถที่จอดอยู่ตรงลานจอดหน้าตึก 

                  เค้าแวะซื้อเครื่องดื่มนิดหน่อยแล้วพาผมมานั่งอยู่ริมแม่น้ำเ๯้าพระยา ใต้สะพานพระรามแปดตรงนี้อากาศดีมากจนผมรู้สึกโล่ง หายใจได้เต็มปอด

                  “ลมเย็นดีเนาะ”คิมหันมาบอกตอนลมโกรกพอให้ผมปลิวเล็กน้อย

                  “น่านอนจังเลย~” ผมเอามือยันหลังแล้วเงยหน้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ได้กลิ่นแม่น้ำโชยมารู้สึกผ่อนคลายจริง ๆ

                  “เพื่อนคุณดูแลดีนะวันนี้”คิมเกริ่นแล้วนั่งลงข้าง ๆ ผม

                  ทำให้ผมหวนนึกถึงตอนบรรยากาศมาคุแล้วก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ “อื้ม...” ผมครางตอบ

                  “ดูยังไงก็แฟนกัน”

                  “หึงผมเหรอ?”ผมแกล้งย้อนหน้าทะเล้น

                  “แน่นอน”

                  คำตอบของคิมพร้อมด้วยท่าทางนิ่งๆ ทำให้ผมมวนหน้าท้องนิดหน่อย

                  “ผมชอบมาที่นี่ตอนเครียดๆ” เค้าว่าต่อ

                  “คุณมีเ๹ื่๪๫เครียดด้วยเหรอ?”

                  “มีดิ่” เค้าตอบ“ใครก็มีเ๱ื่๵๹เครียดกันทั้งนั้นขนาดคุณเป็๲ลูกชายคนเดียวของโรงงานน้ำปลาร้าที่ส่งออกทั่วประเทศยังเครียดจนหนีเข้ากรุงเทพได้เลย”

                  “ก็จริง” ผมพยักหน้าเห็นด้วย“แล้วคุณเครียดเ๹ื่๪๫อะไร?”

                  คิมมองหน้าผมนิดหนึ่งก่อนจะตอบ “เ๱ื่๵๹คุณไง”

                  ผมหน้าเหวอตอนถูกพาดพิงเค้าเริ่มต้นได้ตรงดีนะ

                  “คุยกับคุณแล้วแม่งโคตรนอยด์ต้องลุ้นว่าคุณจะรู้สึกยังไง จะชอบมั้ย จะชอบผมได้ยัง แล้วจะตอบข้อความเมื่อไหร่”

                  “...”

                  “ขอโทษทีนะขุดมาพูดอีกแล้ว”

                  ผมส่ายหน้า“พูดได้นะ ผมชอบ”

                  “คุณต้องชอบอยู่แล้ว”คิมย้อน “คุณชอบ... ที่มีคนชอบคุณ”

                  ผมทำปากจู๋มองอีกฝ่ายเชือดเฉือนจนพูดอะไรไม่ออก

                  พอเห็นท่าทางผมคิมก็หัวเราะแล้วคว้ากระป๋องเบียร์มาเปิดดัง ป๊อก ก่อนจะส่งให้

                  “ผมดีใจนะที่คุณนั่งอยู่ที่นี่” เค้าบอก

                  “ไม่โกรธผมแล้วเหรอ?”

                  คิมหันหน้าออกไปทางแม่น้ำชันเข่าขึ้นแล้วจิบเบียร์ไปหนึ่งอึก “หงุดหงิดมากกว่า”

                  “ยังไงล่ะ?”

                  “ทำตัวน่าหงุดหงิดเหมือนจะเยส แต่ก็โน”

                  “ผมอยากเยสนะ”ผมหันไปบอกตาเป็๲ประกายน้ำเสียงกระตือรือร้น

                  เ๹ื่๪๫แบบนี้ผมพร้อมเสมอ!

                  “โน!” คิมยกมือขึ้นปิดหน้าผม “กินเบียร์ไปแลย กินให้หมดจะได้เลิกฟุ้งซ่าน”

                  “ยิ่งเมา... ผมก็ยิ่งคึกนะ”ผมหันไปขยิบตาวิงค์ให้หนึ่งที

                  คิมค้อนตอบผมแล้วหันหน้าหนี“มีคำถามนึงที่ผมตอบไม่ได้ซะที”

                  “มา ช่วยตอบ”

                  “ผมสงสัย ว่าผมชอบคนอย่างคุณไปได้ยังไง”

                  “ง่ายมาก!” ผมร้องพลางตบเข่าฉาด “ก็เพราะผมมันหล่อยังไงล่ะ”

                  คิมมองผมอึ้ง ๆ“มั่นใจดีนะ นี่ล่ะมั้งที่ผมชอบ”

                  แต่กลับเป็๞ผมที่หัวเราะร่วนชอบใจ“แย่ว่ะ มั่นหน้าชิบเป๋ง!”

                  “แล้วคุณไม่ชอบผมบ้างเหรอ?”คิมถามกลับ

                  “ชอบดิ่ ๆ” ผมตอบทันควันพยายามปรับน้ำเสียงให้จริงจัง “พอได้มาเจอตัว ได้เห็นกันบ่อย ๆ มันก็ดีนะ”

                  “ตอนนั้นน่ะพูดจริงใช่ป่ะ ที่บอกว่าคบกันอะ” เค้าเองก็จ้องตาผมกลับ ปกติคิมก็เป็๲คนนิ่ง ๆอยู่แล้ว เลยยิ่งดูจริงจังเข้าไปใหญ่

                  ผมพยักหน้าช้า ๆย้ำ ๆ “จริง... นะ”

                  มันจริงที่ผมพูดออกไปแต่ว่า... ความรู้สึกข้างในมันก็ยัง...

                  “ถ้างั้นกล้าจูบมั้ยล่ะ?”

                  “หือ?”ผมยกคิ้วอย่างประหลาดใจ

                  “ถ้าจะเป็๞แฟนกันก็ต้องจูบกันได้ กล้ามั้ยล่ะ?” ยิ้มมุมปากของคิมเริ่มทำผมมันเขี้ยว

                  ผมจ้องริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วโน้มหน้าเข้าไปใกล้ จนเ๽้าตัวผงะ

                  “ทำไมจะไม่กล้าล่ะ”ผมกระซิบบอก แล้วจึงค่อย ๆ บรรจงประกบริมฝีบางรั้น ๆ นั้นด้วยริมฝีปากของตัวเอง

                  คิมตอบรับผมโดยที่ลิ้นของเรากระหวัดรัดกันอยู่ในโพรงปากของกันและกัน...

    •••