อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 149 สงครามของสองกลุ่ม

    บทที่ 149 สงครามของสองกลุ่ม




    เพื่อไม่ให้ทิ้งร่องรอยของตัวเองเอาไว้ ซูหยวนปล่อยให้สุนัขทมิฬจัดการตามลำพัง เธอเพียงแค่นั่งอยู่บนหลังของมัน คอยควบคุมร่างกายเพื่อให้ตามทันความเร็วของอีกฝ่าย


                


    ส่วนไอ้หมายเลข 2 ที่พวกมันพูดถึง...ต่อให้อยากออกมาก็ทำไม่ได้ 


                


    ด้านหน้ากรงของหมายเลข 2 ตอนนี้มีราชาหนูขาวลายทองและองค์รักษ์ทั้ง 5 ป้องกันอยู่ มนุษย์ทั้งหลายที่คิดขึ้นไปที่นั่นก็ล้วนแต่ถูกสังหารจนหมดสิ้น สุดท้ายแล้ว...ต่อให้พวกเขาจะมีจำนวนมากเท่าไร ก็ไม่สามารถเทียบกับพลังของสัตว์กลายพันธุ์เหล่านี้ได้


                


    ไม่น่าแปลกใจที่สุดท้ายจะได้เห็นเศษเนื้อกองเต็มพื้นไปหมด ส่วนหมายเลข 2 ที่เป็นมนุษย์ทดลอง...จะฆ่าทิ้งก็เสียดายเปล่า ดังนั้นเธอจึงได้แจ้งมอบมันให้กับประธานจางแล้ว เธอเชื่อว่าคนอย่างประธานจางมีวิธีที่จะนำไปใช้ได้อย่างดีแน่นอน


                


    หลังจากเสร็จเรื่องนี้ ซูหยวนแค่กลับไปบ้านแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ซินซินหายตัวไปจากครอบครัวอัน ซึ่งก่อนหน้านี้เธอก็เคยหายไปรอบหนึ่งแล้ว เพื่อนบ้านสงสัยแต่ก็เข้าใจได้ว่าอะไรเป็นอะไร การเลี้ยงดูคนสายเลือดอื่นนั้นก็เป็นปกติที่จะได้รับความอกตัญญูกลับมา บางคน...แม้แต่คนในสายเลือดก็ยังทรยศกันได้ นับประสาอะไรกับคนนอก


                


    พ่ออันแม่อันยังคงทำงานหนักเพื่อชดเชยรายได้ส่วนที่เคยเสียไป ถึงซูหยวนจะหาน้ำและสารอาหารสังเคราะห์มาไว้ให้พวกท่านแล้ว แต่ทั้งสองคนก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี


                


    เงินทั้งหมดที่พวกเขาบอกว่าจะเก็บไว้ให้ซูหยวนตอนโต กลับใช้ไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง บทเรียนราคาแพงนี้จะจำเอาไว้ในใจของพวกเขาตลอดกาล ในอนาคต...ต่อให้มีใครคิดจะมาหลอกลวงพวกเขาอีก ก็ต้องดูว่ามีความสามารถมากพอหรือเปล่า!


                


    ชีวิตของซูหยวนต่อจากนี้จนครบ 45 วันที่นัดหมายกับซานหยางและถงเฟยก็ผ่านไปด้วยดี ในขณะเดียวกัน...กลุ่มอันธพาลในเงามืดต่างก็ได้ข่าวใหญ่กันแล้ว




    “เกิดเรื่องแล้ว เกิดเรื่องแล้ว!!”




    “อะไร? เกิดอะไรขึ้น?”




    “ไม่รู้ว่าจะถือเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย หลังจากนี้ในเงามืดคงจะไม่สงบสุขอีกแล้ว พวกสีหมอกประกาศว่าจะเป็นศัตรูกับกลุ่มแขนเสื้อราชาอย่างเป็นทางการแล้ว พวกเขาบอกว่าถ้าเจอพวกกลุ่มแขนเสื้อราชาที่ไหน ก็จะฆ่าพวกมันที่นั่น ซึ่งการประกาศนี้ทำให้กลุ่มแขนเสื้อราชาโกรธมาก พวกเขาจึงประกาศสงครามเช่นกัน!”




    ผู้มารายงานกล่าวถึงกลุ่มใหญ่ทั้งสองที่อยู่ในเขตชั้นกลาง ทั้งสองกลุ่มนี้แท้จริงแล้วเป็นกลุ่มย่อยแยกมาจากกลุ่มใหญ่อีกที โดยกลุ่มสีหมอกเป็นหนึ่งในกลุ่มที่แยกออกมาของกลุ่มความหวังสุดท้าย พวกมันมักจะใช้ตัวอย่างการทดลองที่ผิดพลาดมาเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ของตัวเอง ซึ่งบอกได้เลยว่าพลังต่อสู้ของพวกมันไม่น้อย




    ในขณะที่กลุ่มแขนเสื้อราชา ก็ไม่ใช่กระจอก พวกมันเป็นกลุ่มที่อยู่ใต้การดูแลของกลุ่มราชาเสืออีกที อาวุธของพวกมันก็แทบจะมีพลังต่อสู้เท่ากับกลุ่มสีหมอกเลย เนื่องจากพวกมันจะได้รับพวกสัตว์กลายพันธุ์ ยกตัวอย่างเช่น สุนัขทมิฬ มาใช้เพื่อต่อสู้ ดังนั้นที่คนบอกว่าจะเป็นเรื่องดีหรือแย่นั้นนับว่าจริงที่สุด


                


    หากมองให้เป็นข้อดี ถ้าทั้งสองกลุ่มทะเลาะกันจนตายกันไปข้าง ทรัพยากรในเงามืดทั้งหมดรวมถึงอำนาจที่ทั้งสองฝั่งได้ดูแลก็อาจจะกระจายมาถึงพวกตน แถมพลังต่อสู้ของทั้งสองก็ควรจะลดลงจากสงครามนี้


                


    อย่างไรก็ตาม...ในข้อดีก็มีข้อเสีย เพราะถ้าพวกมันต่อสู้กัน แล้วสร้างปัญหาจนกระทบไปทั่ว ทรัพยากรมากมายที่จำเป็นในการต่อสู้ก็สามารถฉวยโอกาสขึ้นราคา และนั่นจะทำให้พวกเขาต้องจ่ายแพงขึ้นไปด้วย


                


    ที่สำคัญที่สุด ถ้าทั้งสองกลุ่มมองหาพันธมิตร หรือต้องการควบรวมอำนาจของกลุ่มขนาดเล็กขึ้นมา อย่างนั้นพวกเขาก็อาจจะแย่ก็ได้




    “หัวหน้าครับ พวกเราควรจะเตรียมรับมือยังไงดีครับ”




    “อืม เรื่องนี้จะต้องหารือร่วมกัน แต่ฉันอยากรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากอะไร ปกติแล้วกลุ่มในเงามืดล้วนแต่มีเส้นแบ่งของตัวเองไม่เคยมีปัญหากัน แล้วทำไมจู่ๆก็เกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ก่อนหน้าก็ไม่เคยเห็นเคยได้ยินว่าพวกเขาไม่ถูกกันมาก่อนเลย”


                


    เมื่อถูกย้อนถามกลับ ผู้รายงานก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองลืมเล่าสาเหตุของการวิวาทกันครั้งใหญ่โตนี้ เขาจึงกระแอมออกมาหนึ่งครั้งแล้วเปิดปากเล่าอย่างตื่นเต้น




    “ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไร แต่พบว่ากลุ่มสาขาของกลุ่มสีหมอกถูกถล่มจนเละเลย”




    “เรื่องนั้นฉันก็เคยได้ยิน”




    “นั่นแหละครับ พวกกลุ่มสีหมอกก็เลยตรวจสอบดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วที่พวกเขาพบก็คือร่องรอยของสัตว์กลายพันธุ์ครับ”




    “หืม?”




    “เป็นสุนัขปีศาจครับ พวกเขาพบเจอรอยเท้าของสุนัขทมิฬ และยังมีแม้แต่ขนของมัน ที่สำคัญ...ร่องรอยการต่อสู้ก็เป็นการต่อสู้ของสุนัขทมิฬไม่มีผิดแน่ กรงเล็บที่ทำลายเหล็กพวกนั้น แถมมีรอยกัดกระชาก...จึงสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของกลุ่มแขนเสื้อราชาครับ”




    “งั้นหรอ ถ้าพวกที่ควบคุมสุนัขทมิฬได้ในตอนนี้ ก็คงจะมีแค่กลุ่มแขนเสื้อราชาที่ได้สุนัขทมิฬมาจากกลุ่มราชาเสือนั่นแหละ” คนเป็นหัวหน้าถอนหายใจออกมา น่าเสียดายที่พวกเขาไม่รู้ว่ามีชนวนอะไรที่ทำให้เกิดการต่อสู้กันขนาดนั้น เรื่องที่กลุ่มสาขาของกลุ่มสีหมอกถูกทำลาย เขาก็เคยได้ยินมาบ้าง แต่ไม่คิดว่าตรวจสอบมาแล้วจะมีผลลัพธ์เช่นนี้


                


    ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทั้งสองกลุ่มจะเปิดฉากปะทะกันโดยตรงแบบนี้ เป็นใครที่เจอการฆ่าล้างทั้งสาขา ก็ต้องเอาคืนแทน ไม่อย่างนั้น...คงไม่มีหน้าที่จะอยู่ในเงามืดอีก




    “พวกเราก็ต้องเตรียมพร้อม ระหว่างนี้อย่าไปวุ่นวายข้างนอกมากนัก ระวังตัวอยู่ในอาณาเขตดีกว่า ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นเหยื่อให้เล่นงานของพวกมัน”




    “ใช่ครับ ถ้าอิงจากการต่อสู้ใหญ่ครั้งก่อนที่เคยเกิด ส่วนใหญ่พวกเขาจะแอบทำร้ายคนของกลุ่มอื่นเพื่อสร้างความเกลียดชัง โดยโยนความผิดไปให้อีกกลุ่ม ครั้งนี้พวกเราจะต้องไม่เป็นเหยื่อให้พวกมัน”




    “อืม...สั่งลงไปด้วยก็แล้วกัน” 


                


    แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่กลุ่มอันธพาลเดียวเท่านั้น ยังมีกลุ่มอื่นๆที่ได้ยินข่าวด้วย ส่วนใหญ่พวกเขาต่างก็ประหลาดใจกับการประกาศสงครามกันทั้งนั้น เพราะไม่คิดว่าน้ำที่นิ่งสงบมาตลอด จู่ๆจะถูกกวนจนกลายเป็นคลื่นใหญ่เข้า


                


    คนที่เป็นสาเหตุของเรื่องนี้กลับไม่ได้สนใจ เธออาจจะรู้หรือไม่รู้เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ตามมาก็ได้ ทว่า...เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เธอควรจะต้องกลับสถาบันแล้ว




    “พ่อคะ แม่คะ เดี๋ยวเจอกันอีกทีหลังจากจบชั้นปีที่ 1 นะคะ”




    “โอ้ ได้สิ ดูแลตัวเองดีๆนะลูก”




    “เข้าใจแล้วค่ะ” ซูหยวนโบกมือลาทั้งสองคนที่ยอมหยุดงานเพื่ออยู่กับเธอวันเดินทาง ซูหยวนเห็นแววตาเศร้าใจของพวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ เธอรู้ว่าทั้งสองรู้สึกผิดต่อเธอมาก ขนาดพูดทุกวันว่าไม่ได้เก็บมาใส่ใจ แต่ก็ยังไม่วายจะได้เห็นสายตาแบบนั้นอีก


                


    โดยเฉพาะพ่อของเธอที่สุดท้ายก็พาตัวเองเดือดร้อน แล้วก็ทำให้ลูกสาวเกือบจะถูกคนชั่วเล่นงาน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาอ่อนแอจนคนอื่นต้องมาปกป้อง เรื่องก็คงจะไม่บานปลายขนาดนี้


                


    ใครจะไปคิดว่าเรื่องครานี้จะผลักดันให้นักล่าอันพยายามพัฒนาตัวเอง จนสุดท้ายแล้วฉายานักล่าเขต A อันดับหนึ่งก็มาอยู่ในมือของเขาจริงๆ


                


    ในอนาคต...ไม่ว่าใครจะต้องการไปล่าที่เขต A พวกเขาไม่รู้จักนักล่าอันนั้นเป็นไปไม่ได้เลย! บุคคลผู้นี้จะกลายเป็นตำนานที่พูดถึงกันต่อไป ถึงกับมีบางคนต้องมาขอให้เขาช่วยปกป้องก่อนออกพื้นที่ล่าเลยด้วยซ้ำ


                


    แน่นอนว่านั่นยังคงเป็นเรื่องของอนาคต พ่ออันจำเป็นต้องพัฒนาฝีมืออีกหลายขั้น จึงจะกลายเป็นบุคคลในตำนานแบบนั้นได้...


                


    สำหรับซูหยวน เธอเดินทางไม่ได้รีบร้อนอะไร มาที่สถาบันเพื่อพบเจอกับนักเรียนทุนซานและนักเรียนทุนถง ตอนนี้ทั้งสองฟื้นตัวได้ค่อนข้างดีแล้วและพร้อมสำหรับการต่อสู้เต็มที่


                


    เนื่องจากช่วงนี้นักเรียนปีหนึ่งเกือบทั้งหมดออกไปทำภารกิจกัน ทำให้ที่สถาบันไม่ค่อยมีคนอยู่ แทบจะเหลือแค่ซูหยวนและนักเรียนทุนทั้งสองคนเลยด้วยซ้ำ เมื่อทั้งสองเห็นเธอ...พวกเขาก็วิ่งเข้ามาหาอย่างกระตือรือร้น 




    “นักเรียนทุนอัน พวกเราพร้อมแล้ว ถึงแม้ว่าการทำงานหนักของพวกเราหลังจากนี้จะไม่เป็นประโยชน์กับเธอนัก แต่ว่าพวกเราก็อยากพยายามให้เต็มที่ ดังนั้น...พวกเราจะทำตามคำสั่งของเธอ ถ้าเธออยากจะสั่งสอนพวกเราด้วย พวกเราก็จะยินดีอย่างมาก” ซานหยางเป็นคนฉลาด เขารู้ว่าตัวเองสู้ซูหยวนไม่ได้เลย และถ้าไม่ถ่อมตัว ไม่เรียนรู้ เขาก็จะกลายเป็นคนที่ดักดานอยู่อย่างนี้


                


    ถงเฟยไม่ได้พูดอะไร ทว่าเขาก็พยักหน้ารับ ทั้งสองคนไม่มีใครถือศักดิ์ศรีมากเกินกว่าความต้องการพัฒนา ซูหยวนเห็นแบบนี้แล้วก็ยิ่งชอบพวกเขามากขึ้น เธอจึงพยักหน้ารับความตั้งใจของสองเพื่อนร่วมชั้นคนนี้เอาไว้




    “ได้ ถ้าอย่างนั้น...ก็อย่าบ่นที่ฉันจะเข้มงวดกับพวกนาย”




    “เข้าใจแล้ว”




    “เธอไม่ต้องเกรงใจเลย” ทั้งสองคนรับปาก ที่พวกเขากลัวก็คือซูหยวนไม่ยอมสอนมากกว่า เมื่อเธอยอมรับปากแบบนี้ พวกเขาทั้งสองก็ไม่มีอะไรที่ให้เสียใจอีก


                


    น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าการสอนของซูหยวนเป็นอย่างไร ถ้าพ่ออันมาได้ยินว่าซูหยวนต้องการช่วยฝึกฝนให้ตนด้วยฉบับเร่งด่วนอีก เขาคงจะแอบไปอาเจียนก่อนค่อยหันมาพยักหน้ายอมรับ


                


    แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ซูหยวนแนะนำพวกเขาให้เตรียมอุปกรณ์สำหรับการค้างแรมที่พื้นที่ล่าแล้ว แม้ว่าทั้งสองคนจะไม่ค่อยมีทรัพยากรมากนัก แต่เรื่องกระโจมที่พัก รวมถึงชุดป้องกันก็ยังสรรหามาได้อยู่ 




    ถึงอย่างนั้น...ซูหยวนก็บังคับให้พวกเขาอยู่ในพื้นที่ล่าตลอดทั้งเดือนเหมือนเธอไม่ได้ เพราะพวกเขาไม่ได้สวมชุดป้องกันระดับสูง ไหนจะกระโจมที่พักก็ไม่ได้กันสารพิษเลย ทำให้อยู่ในพื้นที่ล่าได้ 7 วันติดเป็นอย่างมาก แล้วก็ต้องออกไปพักข้างนอก 7 วันถึงจะเข้ามาได้อีก ไม่อย่างนั้นสารพิษในร่างกายของพวกเขาจะสูงเกินขนาดแล้วทำให้ทั้งสองคนตายได้


                


    ถึงซูหยวนจะช่วยด้วยการมอบน้ำบริสุทธิ์ให้ได้ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องจำเป็น!


                


    การนำน้ำบริสุทธิ์ออกมาใช้พร่ำเพรื่อไม่ใช่แผนของซูหยวนอยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงไล่ให้พวกเขากลับไป ในขณะที่ 1 สัปดาห์ระหว่างรอทั้งสองคนมา เธอก็ใช้สิทธิพิเศษในการเป็นทหาร เพื่อเดินทางไปพื้นที่ล่าเขต C ได้อย่างปลอดภัย


                


    ไม่ใช่เพราะต้องการนำอาหารที่เต็มไปด้วยพลังงานให้เจ้าราชาหนูขาวเท่านั้น แต่เธอยังต้องการรวบรวมแกนพลังงานของหนูขาวกลายพันธุ์อีกด้วย


                


    ตอนนี้หนูขาวที่เป็นสัตว์เลี้ยงของเธอ นอกจากเจ้าว่าที่ราชาหนูขาวที่กลายมาเป็นราชาหนูขาวกลายพันธุ์พวกนี้แล้ว ก็มีราชาหนูขาวลายทองกับองค์รักษ์อีก 5 ตน และหนูขาวพิเศษอีก 160 ตน ถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลย


                


    เธอถามแผนการของเจ้าราชาหนูขาวลายทอง มันบอกว่าต้องการให้มีหนูขาวพิเศษซึ่งอยู่ใต้คำสั่งอย่างน้อย 200 ตนก่อน เพราะทั้ง 200 นี้จะได้ช่วยมันทำงานเก็บเกี่ยวในแปลงผัก หลังจากนั้นถ้ามีแกนพลังงานมาเรื่อยๆ มันจึงค่อยทยอยเปลี่ยนจำนวนหนูขาวด้วยการรวมหนูขาวกลายพันธุ์เข้าด้วยกัน อาจจะเป็นราชาตัวใหม่หรือจะเป็นองค์รักษ์ก็ได้


                


    ซูหยวนไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร ในเมื่อเธอมอบหมายงานให้มันแล้ว ย่อมต้องปล่อยให้มันดูแลตามความเหมาะสม ขอแค่เธอมีผลผลิตจำนวนมากพอ และมีเงินอยู่เรื่อยๆก็ได้แล้ว ถึงจะต้องใช้แปลงเพาะปลูกที่มีเพื่อเจ้าหนูขาวไปมากหน่อย ทว่า...หากเทียบกับจำนวนผลผลิตและเงินที่ได้ก่อนและหลังจากที่มีหนูขาวพวกนี้ ตอนมีพวกมันถือว่าได้ประโยชน์ยิ่งกว่า


                


    ที่สำคัญที่สุด...ค่าประสบการณ์ในการทำฟาร์มก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย เธอกำลังคาดหวังกับการเลื่อนระดับครั้งต่อไปอยู่!




    “จี๊ด! นายท่าน ช่วงนี้มีกลุ่มคนแปลกๆเพิ่มในพื้นที่ล่าของพวกเราเยอะขึ้นมากเลย” ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเจ้าราชาของหนูขาวกลายพันธุ์รายงานสถานการณ์ให้ฟัง




    “กลุ่มคนแปลกๆ?”




    “จี๊ด จี๊ด ใช่แล้ว พวกมันมาล่าพวกเรา แล้วก็งูสิงลายครามกลายพันธุ์โดยเฉพาะเลย”




    “อืม อย่างนั้นหรอ....ถ้าอย่างนั้น ก็ช่วยรวบรวมข้อมูลให้หน่อย แล้วก็...ที่สำคัญเลย อย่าปล่อยให้มันเอาผลึกแกนพลังงานไปได้”




    “เข้าใจแล้ว จี๊ด จี๊ด” เจ้าราชาของหนูขาวกลายพันธุ์พยักหน้ารับ มันรู้อยู่แล้วว่าแกนพลังงานพวกนี้สำคัญขนาดไหน อีกอย่าง...ในฐานะราชา การที่มันสั่งให้หนูขาวทุกตัวช่วยกันปกป้องพวกพ้อง แล้วยังพยายามเอาแกนพลังงานของพวกพ้องกลับมาให้ได้ นั้นยิ่งทำให้หนูขาวกลายพันธุ์พวกนี้เคารพมันมากขึ้นกว่าเดิมอีก


                


    ทั้งๆที่มันเป็นศัตรูที่รอฉวยโอกาส กลับได้รับความเคารพมาแทนเสียอย่างนั้น...


                


    เอาเถอะ เพื่อตอบสนองต่อพวกมัน ในฐานะราชาของหนูขาวกลายพันธุ์...มันจะพยายามช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้หนูขาวพวกนี้ แล้วก็ที่สำคัญ...จะพยายามเร่งให้พวกมันขยายพันธุ์ให้มากขึ้น


                


    อาหารพลังงานที่ได้มาจากนายท่าน จะแบ่งให้พวกมันสัก 1 ใน 10 ส่วนก็แล้วกัน...


                


    เจ้าราชาของหนูขาวกลายพันธุ์ไม่ได้รู้เลยว่าความคิดนี้ได้ทำให้ตัวมันเองกำลังจะครอบครองกองทัพขนาดใหญ่ที่สุดแล้ว ไม่เพียงแค่ได้ความเคารพเท่านั้น กลับยังช่วยให้นายท่านของมันมีความสามารถในการต่อสู้เพิ่มขึ้นอีกหลายสิบเท่า!!




    …………………………………..

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน