“มันเป็นใคร”เมิ่งตงถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“คุณปู่คะคือ...หนูแค่อยากรู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรเท่านั้น”เมิ่งชิงชิงพยายามเบี่ยงประเด็น เธอไม่อยากให้ปู่ของเธอสร้างความลำบากให้ไป่เจ๋อ
“เฮ้อ”เมิ่งตงถอนหายใจ ในเมื่อหลานสาวของเขาไม่อยากจะบอก เขาก็ไม่คิดที่จะบังคับเขามองไปที่หลานสาวของตน
“จากที่หลานเล่ามาปู่บอกได้เลยว่ามันคือความรู้สึกรักแรกพบ แต่อย่าไปให้ความสำคัญกับมันมากนักนี่เป็นครั้งแรกที่หลานมีความรัก หากจะคบหากันก็ดูใจกันให้นาน ๆถ้ามีโอกาสก็พาเขามาแนะนำให้ปู่รู้จัก ปู่จะช่วยดูให้” เมิ่งตงกล่าว แม้จะยิ้มแย้มแต่บรรยากาศรังสีฆ่าฟันรุนแรงอย่างมาก
‘หึถ้าฉันเจอเจ้าหนุ่มนั่นเมื่อไหร่ฉันจะจัดชุดใหญ่ให้ไม่กล้ามายุ่งกับหลานสาวฉันอีกเลยยังไงชิงชิงก็ต้องได้คู่กับคนที่ฉันหมายตาไว้เท่านั้น’ เมิ่งตงคิด
“เข้าใจแล้วค่ะหนูจะพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้คุณปู่ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงแน่นอนค่ะ คุณปู่สบายใจได้”เมิ่งชิงชิงกล่าว ฉับพลันบรรยากาศของเมิ่งตงก็กลับมาเป็นปกติ
“ดีแล้วว่าแต่ปู่ได้ข่าวว่าหลานได้เป็นผู้จัดการชั่วคราวให้ไป่เจ๋อเหรอ”เมิ่งตงถามด้วยน้ำเสียงที่ดูมีชีวิตชีวา
“ค่ะวันนี้ก็ไปถ่ายโฆษณามาด้วยค่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว เธอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในกองถ่ายให้เมิ่งตงฟังและเธอสังเกตเห็นว่าดวงตาของปู่เป็นประกายราวกับเด็กน้อยกำลังฟังนิทาน
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ไอ้หลานคนนี้นอกจากฝีพู่กันเยี่ยม งานเขียนเด่น งานถ่ายแบบก็ยังเก่งปู่อยากได้หลานเขยแบบนี้จริง ๆ ชิงเอ๋อ เอ้ย ไม่สนใจไป่เจ๋อบ้างเหรอปู่ว่าเรื่องอายุไม่ใช่ปัญหาหรอกนะ” เมิ่งตงถาม ตาของเขายิ้มเป็นสระอิ
“อายุหนูห่างจากไป่เจ๋อตั้งเยอะหนูเห็นเขาเป็นแค่น้องชายเท่านั้นแหละค่ะ แต่ถ้าหนูจะหาแฟนแล้วพามาแนะนำกับปู่ปู่ก็อย่าเข้มงวดกับเขามากนะคะ ไม่งั้นหนูกลัวว่าอายุขึ้นเลข 3แล้วจะไม่ได้ออกเรือน” เมิ่งชิงชิงกล่าว ตอนเธอพูดว่าไป่เจ๋อเป็นน้องชายหัวใจเธอกลับเต้นรัวขึ้น
“ปู่จะพยายามก็แล้วกัน”เมิ่งตงกลับมาทำเสียงเข้มอีกครั้ง
จากนั้นเมิ่งชิงชิงบอกลาเมิ่งตงเพื่อกลับบ้านไปพักผ่อน พรุ่งนี้เธอต้องไปรับไป่เจ๋อแต่เช้าอีกซึ่งเมิ่งตงก็รีบไล่เธอให้กลับบ้านทันทีเพราะเธอกลัวตื่นสายจนทำให้ไป่เจ๋อเสียงานได้
เช้าวันต่อมา
ไป่เจ๋อตื่นตี3 มาล้างหน้าแปรงฟัน แล้วมาทำอาหารกับทำความสะอาดบ้าน ก่อนจะไปอาบน้ำแต่งตัววันนี้ไป่เจ๋อจะลองเปลี่ยนลุคจากหนุ่มมาดเนี๊ยบเป็นชายหนุ่มสุดเซ็กซี่แทนการแต่งตัววันนี้เน้นเสื้อเชิ้ตสลิมฟิต ปลดกระดุม 1เม็ดเผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าและกล้ามอกนิดหน่อย กางเกงทรงสกินนี่ส่วนทรงผมก็เซ็ตให้ดูเซอร์นิดหน่อย ไม่ได้หวีเรียบแบบเมื่อวาน ก่อนจะลงลิปมันบาง ๆให้ริมฝีปากดูฉ่ำน่าบดจูบ เอ้ย น่าหลงไหล
ไป่เจ๋อออกมารอที่ป้ายรถเมล์ซึ่งเมิ่งชิงชิงก็ขับรถมารับเขาเหมือนทุกครั้งไป่เจ๋อยังคงปรับเบาะเพื่อนอนเหมือนเมื่อวาน แม้จะมีแวะปั๊มน้ำมันบ้างแต่เมิ่งชิงชิงก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้ไป่เจ๋ออีก เพราะเธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน
หลังเธอกลับมาจากซื้อของเธอพบว่าเบาะหลังตอนนี้เต็มไปด้วยถุงบรรจุกล่องอาหารและขนมวางอยู่เต็มไปหมด
“นี่นายซื้อของทั้งหมดนี่เร็วกว่าฉันไปซื้อกาแฟ1 แก้วอีกเหรอ” เมิ่งชิงชิงถามไป่เจ๋อ แต่ไป่เจ๋อยังหลับเหมือนเดิมเมื่อเธอเห็นว่าไป่เจ๋อหลับ เธอเลยดื่มกาแฟต่อจนหมด และขับรถต่อไปยังสตูดิโอ
ทันทีที่รถจอดไป่เจ๋อลืมตาขึ้นพร้อมกับปรับเบาะขึ้นมา เขาจัดเสื้อผ้าหน้าผมก่อนจะเหลือบมองเมิ่งชิงชิงเล็กน้อย ซึ่งเมิ่งชิงชิงนั้นเตรียมตัวมาพร้อมเธอจัดเสื้อให้เรียบร้อยก่อนที่จะลงจากรถไป ไป่เจ๋อเองก็ลงตามไปเช่นกันโดยไม่ลืมหยิบของกินที่เบาะหลังออกมาด้วยวันนี้ไป่เจ๋อยังคงทักทายและนำอาหารเช้ามาให้ทีมงานเหมือนเดิม
“น้องไป่เจ๋อวันนี้พยายามเข้านะ ผู้กำกับโฆษณาวันนี้คือโม่เหยียน สินค้าที่เขาทำโฆษณายอดขายถล่มทลายทุกตัวเลย แต่เขาขึ้นชื่อเรื่องความจุกจิกเอามาก ๆ อย่าท้อล่ะ”
“ผมจะพยายามครับ”ไป่เจ๋อตอบ
“วันนี้ลี่เอิน จะมาถ่ายกับเธอด้วยนะ”
“ผมรู้จักครับเธอเป็นนางแบบอันดับ 1 ของประเทศนี้เลย” ไป่เจ๋อกล่าว
ข้อมูลที่ไป่เจ๋อได้รู้มาคือ ลี่เอิน ปีนี้เธอเพิ่งอายุ 18 ปี เธอเข้าวงการมาตอนอายุ 16 ปี ใช้เวลาเพียง 2ปีก็สามารถขึ้นมาเป็นนางแบบอันดับ 1 ของประเทศได้แล้วนอกจากนี้ไป่เจ๋อยังรู้มาว่าซีโม่เองหากปีนี้ได้รางวัลเขาก็จะได้รับการจัดอันดับให้ติด 1 ใน 10ของนายแบบระดับท็อปของประเทศเช่นกัน
การพูดคุยยังคงมีอย่างต่อเนื่องในวันนี้มู่ซื่อเฉิงไม่ได้มา เพราะพอพ่อของเขารู้ว่าเขามานั่งเล่นที่กองถ่ายก็ให้บอดี้การ์ดหิ้วเขาไปโรงเรียน
“ผมขอตัวไปห้องแต่งตัวนะครับเสื้อผ้าเตรียมไว้แล้วใช่ไหมครับ”ไป่เจ๋อตัดบทสนทนากับทีมงานที่กำลังพูดคุยกับเขาอยู่
“ได้สิฝ่ายเสื้อผ้าเตรียมไว้ให้แล้ว ช่างแต่งหน้าเองก็รออยู่ในห้องแล้ว” ทีมงานบอกไป่เจ๋อพยักหน้าให้ ก่อนจะขอตัวแยกออกมาจากวงสนทนา
“สวัสดีค่ะทุกคนคิดว่าทำงานกันเช้านี้คงจะ...หิว” ลี่เอินถือถุงอาหารเข้ามา ขณะที่เธอกำลังพูดเธอก็เห็นว่าทีมงานกำลังจัดการอาหารบนโต๊ะจำนวนมากอยู่
“สวัสดีค่ะพี่ลี่มาค่ะเดี๋ยวฉันช่วย” ทีมงานผู้หญิงมารับของไป
‘นี่ฉันมาช้ากว่านายแบบอีกคนเหรอแล้วนี่มันอะไรกัน เป็นหน้าใหม่ แต่ใจกว้างไม่เบาเลยนะเนี่ย’ ลี่เอินคิด
ลี่เอินทักทายทีมงานเล็กน้อยก่อนจะขอตัวไปยังห้องแต่งตัว ซึ่งห้องแต่งตัวของเธออยู่ข้างห้องของไป่เจ๋อดังนั้นลี่เอินจึงคิดจะไปทักทายนายแบบที่ต้องถ่ายโฆษณากับเธอวันนี้ซะหน่อย
ก็อกๆ ๆ ลี่เอินเคาะประตูห้องแต่งตัวของไป่เจ๋อ
“เข้ามาได้ครับ”เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น ลี่เอินจึงเปิดประตูเข้าไปสิ่งที่เธอเห็นคือโต๊ะแต่งหน้าที่ว่างเปล่า มีช่างแต่งหน้าสาวนั่งอยู่เธอจึงถามช่างแต่งหน้าสาว
“อ้าวแล้วนายแบบวันนี้ล่ะคะ” ลี่เอินถาม
“กำลังเปลี่ยนเสื้อค่ะเขาเพิ่งแต่งหน้าเสร็จเมื่อกี้” ช่างแต่งหน้าสาวบอก
“มีอะไรรึเปล่าครับคุณลี่เอิน” ไป่เจ๋อที่แต่งตัวเสร็จแล้ว เขาเลื่อนผ้าม่านของห้องเปลี่ยนเสื้อออก
ลี่เอินหันไปทางไป่เจ๋อสิ่งที่เธอเห็นคือชายหนุ่มหล่อเหลาราวเทพบุตร เธอไม่เคยเห็นชายหนุ่มคนนี้มาก่อนแน่ๆ ตามข้อมูลจากผู้จัดการของเธอ ชายหนุ่มคนนี้คือนายแบบหน้าใหม่ที่ต้องถ่ายโฆษณากับเธอในวันนี้
“ว่าแต่นายรู้จักฉันด้วยเหรอ”ลี่เอินถาม
“ใครจะไม่รู้จักนางแบบอันดับ1 ของประเทศล่ะครับ” ไป่เจ๋อตอบ
“แล้วทำไมนายเรียกฉันว่าคุณล่ะเราอายุพอ ๆ กันนะ” ลี่เอินถาม
“ผมอายุ15 ครับ” ไป่เจ๋อตอบ ซึ่งนั่นทำให้ลี่เอินถึงกับอึ้ง
“ดูแล้วส่วนสูงนายไม่เหมือนเด็กมัธยมต้นสักนิดอย่ามาอำดีกว่า” ลี่เอินหรี่ตามองเธอไม่เชื่อว่าเทพบุตรคนนี้จะมีอายุน้อยกว่าเธอถึง 3 ปี บุคลิกที่ดูเป็นผู้ใหญ่และที่สำคัญเธอรู้สึกถึงบรรยากาศที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มตรงหน้ามันเป็นแบบเดียวกับตอนที่เธอพบนายแบบนางแบบระดับเดียวกันไม่มีผิด
“นี่ครับ”ไป่เจ๋อยื่นบัตรประชาชนให้ดู ลี่เอินรับมาดูก็นิ่งค้างไปอีกครั้ง
‘เขาไม่ได้โกหกนี่ถ้าฉันกินเขา ฉันจะติดคุกไหมเนี่ย’ ลี่เอินคิด
“งั้นนายเรียกฉันว่าพี่สาวก็ได้”ลี่เอินกล่าว
“ยินดีครับว่าแต่พี่สาว รีบไปแต่งตัวเถอะครับ ปล่อยให้ผู้กำกับรอนานมันจะไม่ดีนะครับ”ไป่เจ๋อกล่าว แม้เขาจะไม่ใช่คนในวงการนี้ แต่เขารู้อย่างหนึ่งคือการตรงต่อเวลาและการรับผิดชอบต่องานของตนเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นงานแบบไหนก็ควรจะรักษาสองสิ่งนี้ไว้
“โอเคฉันแค่มาทักทายทำความคุ้นเคยกับเธอก่อน เวลาถ่ายทำจะได้ไม่เกร็งน่ะ” ลี่เอินกล่าวก่อนจะออกไปเธอขยิบตาให้ไป่เจ๋อเล็กน้อย
“ไป่เจ๋อระวังลี่เอินไว้ด้วยล่ะเธอมีข่าวเปลี่ยนผู้ชายที่ควงบ่อยเอามาก ๆ มีข่าวว่าเธอชอบเลี้ยงนายแบบหน้าใหม่พอเบื่อเธอก็ขอเลิก แม้ภาพลักษณ์จะถูกทำให้เสียหายแต่ฝีมือของเธอก็เป็นที่ยอมรับมากกว่าล่ะนะ” ช่างแต่งหน้าสาวกล่าว
“ผมเคยอ่านเจออยู่ครับส่วนใหญ่จะเป็นพวกนายแบบหน้าใหม่เหมือนที่พี่บอกเลย” ไป่เจ๋อกล่าว
“ใช่นี่ฉันได้ข่าวมาเหมือนกันว่าเธอให้นายแบบหน้าใหม่เหล่านั้นมีเซ็กส์กับเธอด้วย” ช่างแต่งหน้าสาวกล่าว
“วงการนี้เขาทำงานหนักกันขนาดขาดแคลนเรื่องอย่างว่ากันเลยเหรอครับ”ไป่เจ๋อถาม
“มันก็แล้วแต่คนล่ะนะแต่อย่างที่บอก วัยรุ่นหนุ่มหล่อสาวสวย พบเจอกันความรู้สึกอ่อนไหวมันเกิดขึ้นกันได้ง่าย ๆ น่ะ” ช่างแต่งหน้าสาวกล่าว
‘เช่นนั้นข้าคงดวงดีมากเพราะตั้งแต่มาที่โลกนี้ ข้าก็เจอถึง 2 คนในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์แล้ว’ ไป่เจ๋อคิด
หลังจากนั้นทีมงานเข้ามาบอกไป่เจ๋อว่าผู้กำกับมาถึงแล้ว ถ้าพร้อมให้ออกไปรอที่ฉากได้เลยไป่เจ๋อลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไป
เมื่อออกมาจากห้องแต่งตัวไป่เจ๋อเห็นชายคนหนึ่งอายุราว 30 กว่า กำลังชี้นิ้วสั่งงานทีมงานสีหน้าของเขาดูเข้มงวด เพียงมองก็รู้แล้วว่าชายคนนี้มีประสบการณ์มากทีเดียว
“สวัสดีครับผู้กำกับโม่เหยียน ผมไป่เจ๋อครับ” ไป่เจ๋อแนะนำตัวกับโม่เหยียนโม่เหยียนที่ได้ยินเสียงทักทายของไป่เจ๋อ เขาละสายตาจากงานและหันมามองไป่เจ๋อ
“อย่าให้ฉันเสียเวลาอันแสนมีค่าไปกับการแสดงห่วยๆ ของนายล่ะ” โม่เหยียนพ่นคำพูดร้ายกาจออกมาทันทีซึ่งนั่นทำให้ไป่เจ๋อรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า สำหรับเขาที่สมัยก่อนมีแต่คนนอบน้อมการกระทำของโม่เหยียนค่อนข้างหยาบคายสำหรับเขาเลยทีเดียว
‘เจ้าหาว่าบิดาผู้นี้แสดงห่วยงั้นรึเดี๋ยวบิดาผู้นี้จะลากเจ้ามาตบประจานต่อหน้าคนทั้งหมดนี่แหละ’ ไป่เจ๋อคิดเขาจะนำลูกแก้วความจำไปวางไว้ใกล้กับโม่เหยียนและเริ่มการดึงเอาความสามารถของโม่เหยียนมาใส่ลูกแก้วเพื่อนำเอาความสามารถของโม่เหยียนมาใช้ประกอบกับความสามารถในการแสดงของเขา
“แล้วนี่นางแบบไปไหนทำไมไม่รักษาเวลา เลยมา 5 นาทีแล้วนะ” โม่เหยียนเริ่มบ่น แต่เดิมเขาก็หงุดหงิดที่ต้องมาทำงานกับนายแบบหน้าใหม่ที่มักมีความสามารถในการแสดงห่วยแตกเขาเคยเจอพวกที่แสดงได้แย่จนต้องสั่ง NG กว่า 30 ครั้ง
ระหว่างนั่งรอลี่เอินไป่เจ๋อได้นำลูกแก้วความจำที่เก็บความสามารถของโม่เหยียนมาดูดซับก่อนจะเปิดตาขึ้นและยิ้มอย่าผู้มีชัย
“นางแบบมาแล้วค่ะผู้กำกับโม่”ทีมงานหญิงวิ่งมาบอกโม่เหยียน ตามมาด้วยลี่เอินที่เดินมาแบบสบาย ๆไม่ได้เร่งรีบอะไร
“ขอโทษค่ะที่ฉันมาช้า”ลี่เอินก้มหัวขอโทษโม่เหยียน ถึงเธอจะเป็นนางแบบอันดับ 1 ของประเทศแต่การแสดงของเธอก็แค่ระดับกลางเท่านั้น แต่เธอก็ไม่กล้าวางอำนาจใส่โม่เหยียนเพราะโม่เหยียนได้รับความไว้วางใจจากบริษัทต่าง ๆ ในการทำสื่อโฆษณาดังนั้นหากเธอทำให้โม่เหยียนไม่พอใจ เกรงว่าคงส่งผลต่องานโฆษณาที่จะติดต่อเข้ามาหาเธอหลังจากนี้แน่นอน
“สวัสดีครับผมชื่อโชอัน เป็นผู้จัดการของลี่เอินครับ”โชอันเดินมายื่นนามบัตรให้กับเมิ่งชิงชิง
“สวัสดีค่ะฉันเมิ่งชิงชิง เป็นผู้จัดการของไป่เจ๋อค่ะ” เมิ่งชิงชิงเองก็ยื่นนามบัตรของเธอให้โชอันเช่นกัน
“เริ่มถ่ายกันได้ลี่เอินกับไป่เจ๋อ ไปประจำที่ได้เลย” โม่เหยียนรอจนไป่เจ๋อกับลี่เอินเข้าประจำที่ก่อนจะให้สัญญาณนับถอยหลัง
เมื่อเริ่มถ่ายไป่เจ๋อใช้เจตจำนงส่งอารมณ์ออกมาตามบทโดยเขาใช้เทคนิคมาควบคุมการแสดงของลี่เอินให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ
โม่เหยียนจ้องที่มอนิเตอร์ตาไม่กระพริบเขากำลังทึ่งกับการแสดงของไป่เจ๋อสิ่งที่เขาเห็นคือลี่เอินถูกไป่เจ๋อนำการแสดงไปในทางที่ไป่เจ๋อต้องการอย่างเห็นได้ชัดการแสดงออกมาตามที่โม่เหยียนต้องการ สุดท้ายก็ถ่ายรวดเดียวจบโดยไม่มี NGเลยแม้แต่ครั้งเดียว
หลังจากการถ่ายรอบแรกจบลงไป่เจ๋อก็ผละออกจากลี่เอินทันที ส่วนลี่เอินยังคงมีอาการงง ๆ หลังเพิ่งได้สติเธอเห็นผู้จัดการของเธอเดินเข้ามาหา
“ลี่เอินเป็นยังไงบ้าง” โชอันถาม
“ฉันรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลยค่ะพี่โช” ลี่เอินกล่าว
“ไป่เจ๋อคนนั้นไม่เหมือนมือใหม่เลยสักนิด เขาเหมือนนักแสดงที่มีประสบการณ์มากกว่าเท่าที่ฉันประเมิน อย่างน้อยก็ประมาณนักแสดงที่ผ่านประสบการณ์การแสดงมาไม่ต่ำกว่า10 ปีแน่” โชอันกล่าว
“จะเป็นไปได้ยังไงล่ะเขาเพิ่งอายุ 15 เอง พี่โชจะบอกว่าเขาฝึกการแสดงมาตั้งแต่ 5 ขวบเหรอค่ะ”ลี่เอินกล่าว
“แล้วจะหาอะไรมาอธิบายได้ล่ะเอาเถอะ เธอไปนั่งพักก่อน” โชอันบอกให้ลี่เอินไปพัก เพื่อไปเติมเครื่องสำอางค์
ส่วนไป่เจ๋อเดินไปหาโม่เหยียนก่อนจะพูดให้ทุกคนได้ยิน ใบหน้าของเขายังคงมีรอยยิ้ม บรรยากาศดูสบาย ๆ แผ่ออกมาแต่ทุกคนต่างรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาแปลก ๆ
“ผู้กำกับที่คุณบอกผมว่า อย่าให้ฉันเสียเวลาอันแสนมีค่าไปกับการแสดงห่วย ๆ ของนายล่ะผมไม่ทำให้ผิดหวังแล้วนะครับ หวังว่าจากนี้คุณจะไม่ตัดสินแอปเปิลจากการมองนะครับเพราะว่าคุณไม่สามารถตัดสินแอปเปิลว่าหวานหรือไม่หวานได้จากการมองจนกว่าจะได้กินมัน คนก็เช่นเดียวกันคุณไม่สามารถตัดสินความสามารถของคนจากการมองแค่ภายนอกแต่ต้องตัดสินจากความสามารถที่เขาแสดงออกมาให้เห็นเสียก่อน”ไป่เจ๋อแม้จะพูดด้วยน้ำเสียงฟังดูสบายแต่กลับทำให้โม่เหยียนรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธ
โม่เหยียนสังเกตเห็นทีมงานมองมาที่เขาโดยกำลังกลั้นหัวเราะอยู่ สาเหตุเพราะเขาไปสบประมาทไป่เจ๋อไว้แต่กลับโดนไป่เจ๋อโต้กลับด้วยการแสดงแบบเทคเดียวผ่านโม่เหยียนเลยเหมือนคนถ่มน้ำลายขึ้นฟ้า ซึ่งสุดท้ายมันก็ย้อนกลับมาหาตัวเขาเองคำพูดของไป่เจ๋อมันไม่ต่างจากการลากเขามากระทืบต่อหน้าฝูงชน
ไป่เจ๋อยิ้มอย่างผู้มีชัยก่อนจะเดินไปนั่งข้างเมิ่งชิงชิงเขาไม่ได้สังเกตเลยว่าตอนนี้สีหน้าเมิ่งชิงชิงไม่ค่อยสู้ดีนัก การกระทำของไป่เจ๋อหากเขาไม่ใช่นายแบบที่ทางบริษัทมู่เทียนกำหนดมาแล้วล่ะก็คาดว่าโม่เหยียนคงไล่เขาออกไปแล้ว
“จงอย่าตัดสินแอปเปิลว่าหวานหรือไม่หวานจากการดูแค่ภายนอก ก่อนที่จะได้กินมัน เข้าใจพูดดีนะนายน่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าวเธอไม่ได้พูดเรื่องที่ไป่เจ๋อเสียมารยาทกับโม่เหยียนไปเมื่อครู่
“พี่ชิงชิงเองก็อย่าตัดสินผมว่าหวานหรือไม่หวาน ถ้ายังไม่ได้ชิมผมนะ”ไป่เจ๋อยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวที่เรียงกันสวยตอนนี้ใบหน้าของไป่เจ๋อราวกับมีออร่าสว่างจ้าสาดส่องมาใส่เธอ
“ไป่เจ๋อ!”เมิ่งชิงชิงชกเข้าที่ต้นแขนของไป่เจ๋อ แล้วหันไปทางอื่นด้วยใบหน้าที่แดงก่ำคำพูดของไป่เจ๋อนั้นทำให้เธอนึกถึงจูบโดยบังเอิญครั้งก่อนความหวานที่แม้ตอนนี้ยังติดอยู่ที่ริมฝีปาก เธอเผลอลูบริมฝีปากของเธอ
ไป่เจ๋อมองเห็นสิ่งที่เมิ่งชิงชิงทำเขาก็ยิ้มออกมาก่อนจะหันไปอีกทางเพื่อไม่ให้เมิ่งชิงชิงเห็นว่าเขากำลังชอบสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ในตอนนี้