“หืม?”
ทันทีที่วานรเทพจ้าวพลังปรากฏตัวขึ้นด้านหลังนั้น เยี่ยชิงหว่านััได้ในทันที
แต่นางกลับรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก
นั่นเพราะท่านราชครูเคยบอกกับนางว่า เซี่ยฝูคุนผู้นี้เป็ผู้อัญเชิญที่เพิ่งจะปลุกพลังตื่นขึ้น ตอนที่นางได้ยินว่าเขาสามารถเรียกสัตว์อัญเชิญระดับสี่ออกมาได้ทันทีหลังพลังตื่นขึ้นนั้น นางก็แทบไม่อยากจะเชื่อ เพราะตามหลักการทั่วไป เมื่อผู้อัญเชิญปลุกพลังย่อมต้องเริ่มที่ระดับหนึ่ง เปรียบเสมือนทารกที่คลอดจากครรภ์มารดา ย่อมมิอาจเติบโตเป็ผู้ใหญ่ได้ในทันที
แต่เซี่ยฝูคุนกลับทำลายกฎเกณฑ์ความคิดเ่าั้ของนางจนสิ้น
ยิ่งไปกว่านั้น การควบคุมสัตว์อัญเชิญของเซี่ยฝูคุนในฐานะมือใหม่ ก็นับว่าเป็สิ่งที่นางไม่เคยพบเห็นมาก่อน
เยี่ยชิงหว่านเคลื่อนกายหลบหลีกการจู่โจมของวานรเทพจ้าวพลังอย่างรวดเร็ว นางจ้องมองเซี่ยฝูคุนพลางขมวดคิ้วมุ่น
“เ้าเพิ่งจะปลุกพลังตื่นขึ้นจริงๆ หรือ?”
นางเริ่มสงสัยว่าเซี่ยฝูคุนอาจจะปลุกพลังมานานแล้ว มิเช่นนั้นคงไม่มีความสามารถในการควบคุมสัตว์อัญเชิญได้กล้าแกร่งถึงเพียงนี้ ซึ่งการควบคุมระดับนี้ หากเทียบกับนางแล้วก็นับว่าด้อยกว่าเพียงไม่มากนัก
“ก็ใช่น่ะสิ”
เซี่ยฝูคุนพยักหน้า ความจริงแล้วเขาไม่ใช่ผู้อัญเชิญ เพียงแต่ในร่างกายมีระบบหลอมปีศาจอยู่ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าเหตุใดเยี่ยชิงหว่านถึงได้ดูตื่นตระหนก
“อาจารย์ชิงหว่าน หากท่านยังไม่ยอมเรียกสัตว์อัญเชิญออกมา การประลองครานี้คงดำเนินต่อไปมิได้แล้วนะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยฝูคุน เยี่ยชิงหว่านนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้นิ้ววาดผ่านอากาศอย่างแ่เบา ประสานอินขึ้นเบื้องหน้า ทันใดนั้น ลูกไฟก็ปรากฏขึ้นมาทันที
“นี่คือ...”
เซี่ยฝูคุนหรี่ตาลง ตอนนี้เขาเพิ่งรู้ว่า ผู้อัญเชิญทั่วไปเวลาจะเรียกสัตว์อัญเชิญออกมา... ล้วนมีลำดับขั้นตอน มีการร่ายมนตร์... ไม่ได้เรียกออกมาได้ทันทีเช่นเขา เมื่อเห็นเช่นนี้ ในภายหน้าหากเขาต้องเผชิญหน้ากับผู้อื่น คงต้องคิดท่าทางเปิดตัวให้ดูสมจริงเสียหน่อย ไม่อย่างนั้นหากถูกใครมองออก เขาอาจถูกจับไปทดลองประหนึ่งหนูตะเภาเป็แน่
“นี่คือสัตว์อัญเชิญของข้า วิหคเพลิง ข้าได้สะกดพลังของมันไว้ที่ระดับสี่ขั้นสูงสุด ซึ่งทัดเทียมกับสัตว์อัญเชิญของเ้าพอดี”
เมื่อได้ยินคำแนะนำของเยี่ยชิงหว่าน ความรู้จากระบบหลอมปีศาจก็ถูกถ่ายทอดเข้ามาในหัวของเซี่ยฝูคุนทันที
วิหคเพลิง สัตว์อัญเชิญประเภทปักษา ว่ากันว่าเมื่อวิหคเพลิงเลื่อนระดับถึงขั้นเก้าจะมีการผลัดเปลี่ยนกระดูกข้ามผ่านทัณฑ์์ หากสำเร็จจะสามารถเปลี่ยนจากวิหคกลายเป็หงส์เพลิงได้
แน่นอนว่านั่นเป็เพียงคำบรรยายจากระบบหลอมปีศาจเท่านั้น เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยปรากฏผู้ใดที่สามารถฝึกฝนวิหคเพลิงให้ไปถึงระดับเก้าได้เลย
“ระวังตัวด้วย!”
เมื่อวิหคเพลิงปรากฏตัว เยี่ยชิงหว่านก็กระซิบเตือน เซี่ยฝูคุนเห็นกลุ่มลูกไฟพุ่งไปยังวานรเทพจ้าวพลังอย่างรวดเร็ว
“วานรเทพจ้าวพลัง ทุบหม้อข้าว จมเรือ” (หมายถึง การตัดสินใจเด็ดขาดที่จะสู้ไม่ถอย ตัดทางหนีทีไล่ของตัวเอง เพื่อบังคับให้ตัวเองต้องเดินหน้าไปสู่ชัยชนะหรือยอมตายเท่านั้น (คล้ายกับสำนวนไทยที่ว่า “หลังชนฝา”))
เซี่ยฝูคุนขยับความคิด ทักษะอย่างของวานรเทพจ้าวพลังถูกระบบหลอมปีศาจฝังไว้ในหัวของเขามานานแล้ว การเรียกใช้จึงไม่ได้ขัดเขินแต่อย่างใด
เมื่อได้รับคำสั่ง วานรเทพจ้าวพลังก็คำรามกึกก้อง ร่างกำยำหมุนวนอย่างรวดเร็วประดุจพายุหมุน เข้าปะทะกับเปลวไฟที่วิหคเพลิงแปลงกายมาในทันที
“ตึง!”
ท่ามกลางเสียงปะทะ ฝุ่นควันพลันตลบอบอวลไปทั่ว
วานรเทพจ้าวพลังยื่นกรงเล็บั์พุ่งเข้าตะปบไปยังทิศทางที่วิหคเพลิงอยู่
“วิหคเพลิง ระวัง!”
เยี่ยชิงหว่านร้องออกมา นางนึกไม่ถึงว่าสัตว์อัญเชิญของเซี่ยฝูคุนจะแข็งแกร่งขนาดนี้ แม้จะอยู่ในระดับสี่ขั้นสูงสุดเท่ากัน แต่วานรเทพจ้าวพลังตัวนี้กลับให้ความรู้สึกว่าสามารถต่อกรกับสัตว์อัญเชิญระดับห้าขั้นต้นได้เลยทีเดียว
ในขณะที่กรงเล็บั์จะถึงตัว วิหคเพลิงก็สะบัดปีกโผบินหลบไปได้หลายเมตร ก่อนจะเริ่มบินวนรอบวานรเทพจ้าวพลังอย่างต่อเนื่อง
“ร่างแยกเงา?”
เซี่ยฝูคุนหรี่ตาลง เพราะในเวลานี้เขาเห็นเงาร่างของวิหคเพลิงปรากฏขึ้นรอบตัวตัวจริงตัวแล้วตัวเล่า หากไม่สังเกตให้ดี ย่อมยากนักที่จะแยกแยะว่าตัวใดคือร่างจริง
วานรเทพจ้าวพลังดูเหมือนจะเจอกับอุปสรรคเข้าให้แล้ว มันพุ่งจู่โจมติดต่อกันสองครั้งแต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
“สมกับเป็ศิษย์สายในของสำนักศึกษาอ้าวติง หากเป็เช่นนี้ต่อไป วานรเทพจ้าวพลังต้องพ่ายแพ้แน่”
เซี่ยฝูคุนเหลือบมองเยี่ยชิงหว่าน พบว่านางกำลังจดจ่ออยู่กับการต่อสู้อย่างเต็มกำลัง
เป็ที่รู้กันดีว่า ผู้อัญเชิญนั้นมีความสามารถในการอัญเชิญและควบคุมสัตว์อสูรเป็เลิศ แต่ความสามารถของตนเองกลับตามไม่ทัน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็การรุกหรือรับ ล้วนต้องพึ่งพาสัตว์อัญเชิญทั้งสิ้น หากสัตว์อัญเชิญถูกตรึงไว้หรือล้มลง ผู้อัญเชิญก็ทำได้เพียงรอรับความตายอย่างสิ้นหวัง
แต่เซี่ยฝูคุนนั้นแตกต่างออกไป
พลังฝีมือของเขาถูกระบบหลอมปีศาจยกระดับขึ้นสู่ขอบเขตชั้นยอดเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นเยี่ยชิงหว่านกำลังทุ่มสมาธิกับการต่อสู้ เขาจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหานางในทันที
“นี่มัน!”
ที่ด้านข้าง ราชครูเห็นการเคลื่อนไหวของเซี่ยฝูคุนก็ถึงกับตกตะลึง
เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ตอนที่เขาไปหาเซี่ยฝูคุนก่อนหน้านี้ เซี่ยฝูคุนสามารถเหาะได้ และการเหาะเช่นนั้น มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับขอบเขตชั้นยอดขึ้นไปเท่านั้นที่ทำได้!
“เ้าหนูนี่ หรือจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์และผู้อัญเชิญควบคู่กัน?”
ราชครูตกตะลึง เขารู้สึกว่าตนเองอาจจะขุดพบขุมทรัพย์ล้ำค่าเข้าเสียแล้ว
ในจังหวะนั้นเอง เซี่ยฝูคุนก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างหลังเยี่ยชิงหว่านเรียบร้อยแล้ว
มือข้างหนึ่งเอื้อมไปบีบที่ลำคอของเยี่ยชิงหว่าน ส่วนมืออีกข้างหนึ่งไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ กลับคว้าหมับเข้าที่ทรวงอกอันอวบอิ่มของนางอย่างจัง
“อาจารย์ชิงหว่าน เ้าแพ้แล้ว”
เซี่ยฝูคุนยังไม่รู้ว่าตนเองคว้าถูกสิ่งใด มือที่กุมยอดเขาคู่งามอยู่นั้นยังเผลอบีบขยำลงไปเบาๆ อีกด้วย
“เ้า!”
เยี่ยชิงหว่านถูกเซี่ยฝูคุนััจุดอ่อนไหวเข้า ใบหน้าพลันแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธเคือง
“ข้ายอมแพ้! ยังไม่รีบปล่อยมืออีก!”
เมื่อเห็นเยี่ยชิงหว่านเรียกเก็บวิหคเพลิงกลับไป เซี่ยฝูคุนจึงได้ชักมือกลับ และในเวลานี้เองที่เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า... เมื่อครู่ตนเองดูเหมือนจะคว้าถูกสิ่งของล้ำค่าเข้าเสียแล้ว...
พับผ่าสิ ภาพพจน์ของเขาในสายตาเยี่ยชิงหว่านไม่กลายเป็ไอ้หื่นกามไปแล้วหรือ?
“เ้าคนลามก!”
เยี่ยชิงหว่านใบหน้าแดงก่ำถลึงตาใส่เซี่ยฝูคุน
เอาเถิด ไม่ใช่แค่คนหื่น แต่กลายเป็คนลามกไปเสียแล้ว...
เซี่ยฝูคุนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
และแล้ว ผลการประลองก็ได้ปรากฏออกมาแล้ว
“ฮ่าๆๆ...”
ราชครูและคนอื่นๆ เดินเข้ามาสมทบในเวลานี้
“เ้าหนู ทำได้ไม่เลว นึกไม่ถึงเลยว่าเ้าจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์และผู้อัญเชิญควบคู่กัน เอาอย่างนี้ ในส่วนของวิถียุทธ์ ข้าจะลงมือชี้แนะเ้าด้วยตนเอง ส่วนเื่ผู้อัญเชิญนั้น คงต้องให้เ้า...”
“เหอะ!”
ยังไม่ทันที่ราชครูจะพูดจบ เยี่ยชิงหว่านก็แค่นเสียงเ็าพลางจูงมือชิงมู่เสวียนเดินจากไปทันที
“เ้าหนู ข้าไม้ได้จะตำหนิเ้าหรอกนะ แม้ข้าจะดูออกว่าเ้ามีใจให้ชิงหว่าน แต่เื่บุรุษสตรีมันต้องค่อยเป็ค่อยไป มิใช่หรือ? ไฉนเ้าถึงได้บุ่มบ่ามจู่โจมตรงๆ เช่นนั้นเล่า?”
เซี่ยฝูคุนพูดไม่ออก
หมายความว่าอย่างไร? ในสายตาท่าน ข้ากลายเป็คนประเภทนั้นไปแล้วหรือ?
เอาเถิด! เพิ่งมาถึงทวีปจิ่วโยวได้เพียงปีเดียว ภาพพจน์ที่อุตส่าห์สร้างมา... พังทลายสิ้นแล้ว...