เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 123

    ด้านข้างโกดังเก็บผลผลิตของฟาร์มกลางหุบเขาภามมาที่นี่เพื่อช่วยอลันเลื่อยไม้สำหรับสร้างเกวียนหลังใหม่ ซึ่งเขาต้องมาทำแทนในส่วนของแม็กซ์ที่ไปเก็บผลผลิตของวันนี้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้เริ่มทำอะไรเขาก็เห็นพวกเด็กๆที่แปลงผักพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน(เหรอ?) จึงได้กล่าวกับเด็กสาวผมสั้นที่ถูกเขาเรียกให้ตามมาด้วย“เมโลเอ้เจ้าอยากไปช่วยเจ้าพวกนั้นเก็บผักรึเปล่า ดูน่าสนุกกว่าการไปคุยกับต้นไม้ตั้งเยอะนะ” ภามกล่าวพร้อมกับหันหน้าไปจดจ้องดวงตาใสซื่อของเด็กสาว“เอิ่ม...ท่านภามคงยังไม่รู้สินะเจ้าคะ ว่าพวกนั้นวุ่นวายกันขนาดไหน ตอนแรกที่ข้ามาที่นี่ก็รู้สึกว่าการทำงานกับคนในวัยเดียวกันก็สนุกดี ได้พูดคุยเรื่องที่เข้าใจกันได้ แต่ทั้งพี่เดนิส และพี่แม็กซ์ก็ดูจะแกล้งกันตลอดเวลา อามินก็เล่นตามน้ำไปด้วยประสาเด็กผู้ชาย ส่วนแอนเน่จากเด็กเรียบร้อยขี้อาย กลายเป็นขี้บ่นไปแล้ว” เมโลเอ้กล่าวอย่างเหนื่อยๆให้กับเจ้านายของเธอฟัง“หืม...นี่เจ้ายังเป็นเด็กอยู่เลยนะ ทำไมพูดจาอย่างกับคนแก่อย่างนั้นล่ะ?” เจ้าของฟาร์มหนุ่มมองเด็กสาวอย่างไม่เข้าใจ“โธ่! ท่านภามข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะเจ้าคะ อีกอย่างที่ข้าแยกมาเก็บข้อมูลต้นไม้แค่คนเดียวนี่ก็เพราะข้าเข้าใจพลังของตัวเองมากขึ้นแล้ว ยิ่งฝึกฝนยิ่งใช้ความก้าวหน้าก็มากขึ้นกว่าแต่ก่อนชัดเจน ทั้งท่านพ่อกับท่านแม่ก็สนับสนุนข้าเต็มที่แล้วก็ยังดีใจมากด้วย” เด็กสาวกล่าวพร้อมกับมองค้อนไปที่เจ้านายของเธอ ท่าทางงอนๆของวัยใสช่างดูน่ารักเสียจริง“ฮ่ะๆๆ ข้าไม่ได้บอกว่าเจ้าเป็นเด็กสักหน่อย การที่เจ้าค้นพบสิ่งที่ชอบ และทำได้ดีตั้งแต่อายุเท่านี้ก็เป็นสิ่งที่ดีมากแล้วล่ะ แต่ข้าขอบอกอะไรอย่างหนึ่งนะ วัยเด็กของคนเรามันอยู่ไม่นานตอนนี้เจ้ายังมีโอกาสที่จะเก็บเกี่ยวความสุขตรงนี้ไว้ก็ทำให้เต็มที่เถอะ เมื่อเติบโตไปวันหน้าจะไม่ได้เสียใจทีหลัง” เจ้าของฟาร์มกล่าวด้วยความเมตตาเอ็นดูต่อเด็กสาวผู้ใสซื่อ แล้วก็เดินเข้าโกดังไปทำงานต่อโดยทิ้งช่วงเวลาให้เด็กสาวได้คิดไตร่ตรอง“เอ๋!!!!!! ท่านภามข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะเจ้าคะ!” เมโลเอ้กลับเข้าใจผิดในคำกล่าวของเจ้านายไปเสียอย่างนั้น อดีตทหารจากต่างโลกผู้นี้ชีวิตวัยเด็กของเขานั้นต้องผ่านความยากลำบากมาอย่างแสนสาหัส มันทรมานยิ่งกว่าการเข้าฝึกหน่วยรบพิเศษไม่รู้กี่เท่า ตอนนี้เขาเพียงอยากให้ผู้คนรอบข้างมีความสุขไม่ต้องทนทุกข์กับอดีตเช่นเดียวกับตัวของเขาเอง แต่โดยปกติของมนุษย์เรานั้นย่อมมีความต้องการ และเป้าหมายชีวิตที่แตกต่างกัน แม้ว่าสิ่งที่คนเราต้องการจะเป็นสิ่งที่ดี แต่บางครั้งก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้สำเร็จดั่งใจหวัง เพราะเส้นทางของหลายๆคนอาจจะขัดแย้งกับคนอื่นได้เช่นกัน สุดท้ายก็จะมีคนเพียงน้อยนิดที่ฝ่าฟันจนสำเร็จไปได้ เมื่อสักครู่แม้ว่าเมโลเอ้จะเห็นภามเดินลับสายตาเข้าไปในโกดัง แต่ความจริงแล้วชายหนุ่มเพียงเดินผ่านทะลุไปยังคอกม้าซึ่งแม้แต่อลันที่กำลังทำงานอยู่ก็ไม่เข้าใจการกระทำของเจ้านายเช่นกัน ที่จริงแล้วเกษตรกรหนุ่มเพียงแค่อยากอยู่คนเดียวเงียบๆเพื่อตั้งสมาธิใช้โทรจิตสื่อสารนั่นเอง‘เอาล่ะแพนดั้น เมื่อตะกี้เจ้าบอกว่าวานีลเสียใจเพราะข้ามันหมายความว่ายังไง? ชายหนุ่มเริ่มการติดต่อผ่านพลังจิตไปยังมังกรน้อยที่ช่วยดูแลหญิงสาวผู้นอนป่วยอยู่‘หาว.....ท่านภามข้ากำลังหลับสบายเลยขอรับ’ มังกรตัวเขียวที่นอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มกับสาวสวยตอบรับผ่านโทรจิตกับชายหนุ่ม‘เล่ามาได้แล้วแพนดั้นอย่ามัวลีลามาก ถ้าการที่ข้าพาวานีลมาที่หลังเขาแบบนี้ทำให้นางเบื่อ ข้าจะได้จัดการต่อไปได้ถูก อาจจะพานางย้ายไปอยู่เมืองอื่นที่มีสีสันมากกว่านี้น่าจะดี’ ภามกล่าวถามย้ำกับมังกรมายาจอมขี้เกียจ‘อย่านะขอรับ! อย่าพาท่านวานีลไปจากที่นี่เชียว’ แพนดั้นตอบกลับมาอย่างตกใจ‘เอ้า! ไหนเจ้าบอกว่าสาเหตุการป่วยของนางมากจากข้ายังไงล่ะ?’ เจ้าของฟาร์มยังคงไม่เข้าใจ‘ก็เป็นจริงตามนั้นแหละขอรับ เพราะท่านวานีล เอิ่ม...พวกมนุษย์เรียกว่าอกหัก ท่านวานีลอกหักจากท่านภามไงล่ะขอรับ ถ้าท่านพาท่านวานีลไปอยู่ที่อื่น คงจะเป็นการทำร้ายจิตใจนางมากมายยิ่งนัก’ มังกรมายาพยายามใช้คำอธิบายที่เข้าใจง่ายสำหรับชายหนุ่ม “บัดซบ!!!” คำสบถของผู้ชายดังลั่นห้องทำงานหรูหรากลางเมืองฮาเวสตี้“ท่านดยุคใจเย็นก่อนนะขอรับ เรื่องนักฆ่าพวกนั้นเดี๋ยวข้าจะสืบหา และตามจับมาให้จงได้เลยขอรับ” ชายวัยกลางคนผมสีม่วงหน้าตาเจ้าเล่ห์กล่าวกับเจ้านายของเขา“ท่านพ่อเรื่องของพวกมัน เป็นข้าที่ตามสืบมาก่อนให้ข้าจัดการต่อเองเถอะเจ้าค่ะ งานของเวเบอร์นั้นก็มากมายล้นมือแล้ว ข้าว่าอย่ารบกวนจะดีกว่า” สาวงามผมดำยาวในชุดขุนนางหรูหรากล่าวกับบิดา ทั้งยังแอบชำเลืองมองไปยังชายผมม่วงด้านข้างด้วยสายตาจิกกัด“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ บีดีเลียหน่วยของเจ้าเพียงหน่วยเดียวไม่อาจตรวจสอบได้อย่างทั่วถึงในเวลาอันรวดเร็วเป็นแน่ ให้ทหารหน่วยอื่นออกไปด้วยจะดีกว่า ยิ่งคนของเวเบอร์วางสายลับอยู่ทั่วเมืองคอยสอดส่องน่าได้ข้อมูลมาเร็วกว่าด้วย” ดยุคเรโคลเต้เจ้าเมืองฮาเวสตี้ชี้แจงกับบีดีเลียด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่เขาก็ใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนลงเมื่อเป็นการกล่าวกับบุตรสาว“ท่านหญิงโปรดเข้าใจความร้ายแรงครั้งนี้ด้วยนะขอรับ ท่านดยุคเคยประกาศเป็นกฎห้ามการมีนักฆ่าอยู่ในเมือง ถ้าจับได้ต้องถูกประหารชีวิตเท่านั้นแม้จะแค่ผ่านประตูเมืองเข้ามาก็ตาม และอันที่จริงท่านหญิงคงรู้สาเหตุของการตั้งกฎนี้ขึ้นมาดีใช่ไหมขอรับ” เวเบอร์ผู้ช่วยเจ้าเมืองหันหน้าไปสบตากับบีดีเลียในมุมที่ดยุคไม่ได้เห็นแววตาเจ้าเล่ห์เชือดเฉือนหญิงสาวแต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกมองเช่นนี้ บีดีเลียจึงได้แต่ทำสีหน้าเย็นชาแล้วมองไปทางอื่นเพียงเท่านั้น อย่างไรน้ำหนักจากคำพูดของเธอก็ไม่อาจมีมากไปกว่าเวเบอร์ ที่ตัวติดหนึบกับบิดาของเธออย่างกับตุ๊กแกตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน หญิงสาวก้มศีรษะรับคำสั่งของเจ้าเมือง แล้วก็เดินสะบัดผมดำยาวสลวยออกไปจากห้องทำงานหรูแห่งนี้ เมื่อบิดาของเธอได้ตัดสินใจลงไปแล้วเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงคำสั่งง่ายๆ เธอก็คร้านจะต่อปากต่อคำเพราะจากประสบการณ์การทำงานในที่ว่าการเจ้าเมืองมาหลายปีทำให้เธอเลือกที่จะสงบนิ่ง แต่ความสงบนิ่งของบุตรีแห่งดยุคเรโคลเต้นั้นหาใช่เพียงการอ่อนน้อมยอมรับ เธอแค่ใช้วิธีการจัดการในแบบของตัวเองก็เท่านั้น อย่างน้อยการเป็นบุตรสาวเจ้าเมืองก็มีทั้งอำนาจ และเงินทองเพียงแค่ต้องใช้ออกอย่างเหมาะสม การงัดข้อกับเวเบอร์มาหลายปีแม้ว่าจะไม่เคยชนะเลยก็ตาม แต่ก็ทำให้เธอพัฒนาจิตใจ และปัญญาไปอย่างก้าวกระโดดเหนือคนในวัยเดียวกัน  บีดีเลียเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเองที่อยู่ไม่ไกล พร้อมกับอัลเฟรดพ่อบ้านที่ยืนคอยที่หน้าประตูห้องเจ้าเมืองตลอดที่หญิงสาวเข้าไปคุยงาน“เมื่อสักครู่คุณหนูควบคุมอารมณ์ได้ดีมากเลยนะขอรับ ถ้าท่านดัชเชสยังอยู่คงต้องภูมิใจมากๆแน่ที่คุณหนูเติบโตมาเป็นสตรีผู้เพียบพร้อมเช่นนี้” ชายชราในชุดทักซิโด้กล่าวชื่นชมหญิงสาวจากใจจริง นี่เป็นการให้กำลังใจแก่บีดีเลียหลังจากต้องเจอกับเรื่องที่กดดันจิตใจ“ขอบคุณนะอัลเฟรด ถ้าไม่ได้เจ้าคอยสอนมาตลอดข้าคงไม่อาจผ่านวันเวลาอันเลวร้ายมาได้” หญิงสาวยิ้ม และกล่าวขอบคุณชายชรา“กล่าวหนักเกินไปแล้วขอรับคุณหนู สายเลือดตระกูลเรโคลเต้ย่อมเข้มแข็ง หาได้หวั่นไหวต่ออุปสรรคง่ายๆ ข้าเพียงทำตามหน้าที่เท่านั้น” พ่อบ้านชรายังกล่าวอย่างถ่อมตน“ฮ่ะๆ ท่านเป็นผู้ติดตามของท่านแม่นะ น่าจะบอกว่าเพราะข้าเป็นสายเลือดตระกูลเฟลมเมีย เชื้อสายของราชันเปลวเพลิงเฟลม่าถึงได้มีจิตใจเข้มแข็งถึงจะถูกสิ ใช่ไหมล่ะ” หญิงสาวกล่าวทีเล่นทีจริงกับพ่อบ้านคนสนิท“ฮ่าๆๆ นั่นสินะขอรับ” ชายชราดีใจที่เด็กหญิงตัวน้อยขี้อายในกาลก่อน เติบโตเป็นราชนิกูลผู้สง่างามในวันนี้แล้ว