“สำนักเมฆาเหรอ?” หนึ่งในศิษย์จากสำนักดาบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เห็นทีว่าเราคงไม่ต้องกังวลกับพวกเขา”
“ใช่แล้ว สำนักเมฆานั้นตกต่ำมากใน่หลังมานี้ ไม่มีความแข็งแกร่งเช่นในอดีตอีกต่อไป” อีกคนหนึ่งเสริม เสียงหัวเราะของพวกเขาดังขึ้น ทำให้บรรยากาศเริ่มตึงเครียด
หลิงเทียนเห็นว่าความไม่พอใจเริ่มปะทุขึ้น จึงตัดสินใจแทรกกลาง “หากพวกท่านคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่า เราก็สามารถลองประลองกันได้”
“ประลองกันงั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าพวกเ้าไม่มีอะไรจะเสีย” ชายจากสำนักดาบยิ้มเยาะ “ขอให้เราได้เห็นฝีมือของพวกเ้าหน่อยแล้วกัน”
ในขณะนั้น ผู้าุโของแต่ละสำนักมองดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่พวกเขาก็รู้ว่าการประลองนี้จะเป็โอกาสดีในการแสดงพลังและความสามารถของแต่ละสำนัก
“ใครจะเป็ผู้ลงสนามก่อน?” หลิงหลี่ถามด้วยความตื่นเต้น
“ให้ศิษย์จากสำนักดาบและสำนักเมฆามาเผชิญหน้ากัน” เสียงของผู้าุโจากสำนักเซียนดังขึ้น
กลุ่มศิษย์จากสำนักดาบพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะส่งบุคคลนึงขึ้นไปบนเวที
ขณะที่หลิงเทียนพิจารณาอย่างรอบคอบว่าควรส่งใครลงไปต่อสู้ เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดีนัก เขาจึงเดินไปข้างหน้าและกล่าวว่า “ข้าจะลงไปเอง”
“เ้า? แค่ระดับ์ ขั้น ต่ำ ก็อยากต่อสู้กับข้า?” ศิษย์จากสำนักดาบถามอย่างเย้ยหยัน แต่หลิงเทียนก็ไม่สนใจคำพูดนั้น
“แค่ลองดู ข้าจะแสดงให้เห็นว่าสำนักเมฆาหาใช่คนนอกอย่างเ้าจะมาดูถูกได้” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเข้ม
การประลองกำลังจะเริ่มขึ้นในขณะนั้น ทุกคนในสี่สำนักมารวมกันเพื่อชมการแข่งขัน ระหว่างหลิงเทียนและศิษย์จากสำนักดาบ ผู้คนมองดูด้วยความสนใจและตื่นเต้น
“ให้เริ่มกันได้!” เสียงะโของผู้าุโดังขึ้น พร้อมกับการเคลื่อนตัวเข้าหากันของทั้งสองฝ่าย
เมื่อสัญญาณเริ่มต้นดังขึ้น ศิษย์จากสำนักดาบก็กระโจนเข้าหาหลิงเทียนอย่างรวดเร็ว โดยใช้ดาบฟันไปที่เขา
หลิงเทียนหลบได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะโจมตีตอบกลับด้วยท่าไม้ตายที่มีความเร็วและความแม่นยำ
การประลองเริ่มเข้มข้นขึ้น เมื่อหลิงเทียนใช้เคล็ดวิชาที่ได้รับจากระบบเพื่อหลบหลีกและโจมตีอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ชมตะลึงงัน
“ไม่ธรรมดาเลย!” หนึ่งในศิษย์จากสำนักเซียนพูด “ศิษย์สำนักเมฆาคนนี้ทำได้ดีมาก”
หลิงเทียนและศิษย์จากสำนักดาบสู้กันอย่างดุเดือด การโจมตีและการหลบหลีกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกคนลุ้นระทึกอยู่ข้างสนาม
ในที่สุด หลิงเทียนได้ใช้โอกาสนั้นและปล่อยพลังลมปราณของเขาออกมาในรูปแบบของการโจมตีที่รุนแรง ทำให้ศิษย์จากสำนักดาบพ่ายแพ้และล้มลงไปที่พื้น
“สำนักเมฆาไม่ได้เป็สำนักที่อ่อนแออย่างที่เ้าคิด” หลิงเทียนพูดด้วยความหนักแน่น พร้อมกับมองไปที่ผู้ชมที่ยืนอยู่รอบๆ “เราจะพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่า สำนักเมฆาแม้จะตกต่ำแต่ก็หาใช่จะให้คนดูถูกได้!”
พวกเขาอึ้ง แต่ไม่นาน
เสียงปรบมือดังขึ้นจากผู้ชม และการประลองนี้ทำให้ชื่อเสียงของสำนักเมฆาเริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง
ขณะที่หลิงเทียนได้ก้าวขึ้นมาเป็ตัวแทนที่น่าภาคภูมิใจของสำนัก ในขณะเดียวกัน ศิษย์น้องทั้งสองมองหลิงเทียนด้วยความชื่นชมและภูมิใจในตัวเขา