อี้เฉินเขาที่สืบฝีเท้าออกมาจากประตูมิติที่เปิดแยก มายืนหน้าแท่นศิลาโลกปราณจิตได้อีกครา เขาก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น เมื่อรับรู้ถึงสายตานับไม่ถ้วนจ้องมองมาที่ตัวเขาอย่างไม่วางตา แถมกลุ่มคนเหล่านั้น ขั้นพลังไม่ต่ำต้อยเลยแม้แต่น้อย
"หืม! นั้นหรืออี้เฉิน เด็กหนุ่มที่บรรพบุรุษชราหลายคน กล่าวถึงในยามนี้" น้ำเสียงผู้อาวุโสท่านหนึ่ง ที่อยู่ภายในจวนอันห่างไกลกล่าวพูด พร้อมกับยกฝ่ามือถูคางครุ่นคิด
อีกด้านหนึ่งของ ปราการทมิฬ ในทิศทางคนของ4สำนักใหญ่ บรรยากาศยิ่งหนักอึ้งโดยเฉพาะคนของตำหนักเทพ คนของศาลาซากศพ ที่สูญเสียศิษย์เอกผู้เก่งกาจลงไป เมื่อพวกเขาเห็นมารหัวขนอย่างอี้เฉิน ยังอยู่ดี ไม่ตายตกความเดือดดาลในใจจึงโหมลุกขึ้นมาอย่างไม่มีหยุดยั้ง ก่อนพวกเขาจะผ่อนโทสะลง ยามนี้พวกเขาไม่อาจทำอะไรอี้เฉินได้อีกต่อไป หากยังอยู่ภายในตระกูล อี้
อี้ชิง อี้รั่วจั่งพวกเขาทั้งสองต่างก็พุ่งเข้ามาทักทายอี้เฉิน เมื่อเห็นอี้เฉินสืบเท้าออกมาจาก สงคราม เทพพันปี เป็นคนสุดท้ายแถมระยะเวลา ยังห่างกับผู้คนอื่นๆ ไม่น้อย เขาต้องได้โชควาสนาไม่น้อยเป็นแน่ ก่อนพวกเขาจะกล่าวคำพูดไต่ถามอี้เฉินอย่างพร้อมเพรียง แม้แต่คนอื่นๆ ก็อยากรู้เช่นกันในยามนี้
อี้เฉินเอ่ยตอบเสียงเรียบ ออกไปอย่างไม่ได้ปิดบัง เมื่อเห็นสายตาหมู่ชนต้องการคำตอบจากตัวเขา แต่เขาไม่ได้บอกกล่าวออกไปทั้งหมด ก็เท่านั้น "โชควาสนา นั้นมีไว้สำหรับคนดินแดนบรรพกาล หาใช่ของข้าไม่" ก่อนอี้เฉินจะถอนหายใจออกมายาว
หลายคนได้ยินต่างก็เสียดายไม่น้อย ทว่าก็มีบางคนคลี่ยิ้มบางออกมาด้วยความยินดี เมื่อเห็นความเสียใจเล็กๆ ของอี้เฉินในยามนี้ ..ทว่าไม่กี่ชั่วอึดใจเมี่ยนจือ กับอี้เฉินก็รับรู้ ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ปกติ เต็มไปด้วยบรรยากาศที่หนักอึ้ง แถมหมู่ชนต่างก็พากันใส่ชุดเกาะสงคราม อี้เฉินคาดเดาไม่ยากในทันที 'เหมือนว่าสงครามได้เริ่มเปิดฉากขึ้นแล้วสินะ'
จู่ๆ ที่อี้เฉินเตรียมจะสืบฝีเท้า หลบเลี่ยงสายตาจากหมู่ชน ไม่อยากกลายเป็นจุดสนใจ เขากับต้องหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ เมื่อเห็นหนึ่ง บุรุษหนึ่งสตรี ปะปนอยู่กับหมู่ชน ให้ความรู้สึกที่คุ้นเคย
อี้เฉินกล่าวอุทานออกไปในทันที"เป็นพวกเจ้านี่เอง" ก่อนจะสืบฝีเท้าเข้าไปหาพวกเขาทั้งสองคน "พวกเจ้าเป็นเช่นไรบ้างไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ซีเอ๋อร์ หริ่นหลัน ข้าไม่คิดว่าจะได้พบเจอพวกเจ้าทั้งสอง อยู่ด้วยกันเฉกเช่นนี้"
หริ่นหลัน หางตานางมีน้ำใสไหลซึมอยู่เล็กน้อย เมื่อเห็นบุรุษหนุ่ม ภายในดินแดนเบื้องล่างอีกครา ประกายตาในกรอบสายตา จึงแฝงไว้ด้วยความห่วงหาอาทร "เจ้าสบายดีนะอี้เฉิน ข้าได้ยินชื่อของเจ้ามาไม่น้อย แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นเจ้าจริงๆ นี่ก็ผ่านไปหลายสิบปีแล้วสินะ ที่เราไม่ได้พบเจอกัน"
เหล่าจอมยุทธรุ่นใหม่ที่เห็น ซีเอ๋อร์ หริ่นหลัน คนดินแดนพุทธ ที่มีชื่อเสียงในยามนี้ รู้จักกับอี้เฉินเป็นการส่วนตัว ต่างก็พากันกระซิบกระซาบ พูดคุยออกมาไม่ขาดสาย "เหตุใดจอมยุทธ์เลื่องชื่อในยามนี้อย่าง ซีเอ๋อร์ หริ่นหลัน ถึงรู้จักอี้เฉินเป็นการส่วนตัวได้เล่า หรือพวกเขาจะเป็นมิตรสหายกันมาก่อน" หลายคนในยามนี้ต่างก็คาดเดาต่างๆ นานา
ซีเอ๋อร์ เขายกฝ่ามือกระแทกหน้าอกอี้เฉินอย่างแรง ทักทายชายหนุ่มไปหนึ่งที ก่อนคลี่ยิ้มทอประกายออกมากว้าง "ข้าคิดไว้แล้วต้องเป็นเจ้าอี้เฉิน อย่างไรข้าก็ไม่เชื่อว่าเจ้าจะไม่มีทาง ขึ้นมายังดินแดนเบื้องบนได้"
อี้เฉินกระแอมไอออกมาเป็นเลือดในทันใด ก่อนเช็ดเลือดที่มุมปาก จากอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี หมู่ชนที่เฝ้ามองต่างก็เบิกตาออกมากว้าง จนอี้เฉินต้องหัวเราะกลบเกลื่อน"ฮ่าๆ ฝ่ามือเจ้าหนักไม่น้อยเลย สหายในอดีตของข้า แล้วเหตุใดพวกเจ้าถึงมาอยู่ด้วยกันได้เล่า" ก่อนอี้เฉินจะจ้องมองด้วยสายตาแหลมคม ไปที่พวกเขาทั้งสองคน ในยามนี้อย่างไม่วางตา
ซีเอ๋อร์ หริ่นหลัน ต่างก็มีสีหน้าตาตื่น เมื่อรับรู้ว่าอี้เฉิน ในยามนี้บาดเจ็บภายใน "เจ้าบาดเจ็บอยู่อย่างนั้นหรืออี้เฉิน"
ก่อนซีเอ๋อร์ จะกล่าวพูดออกมาอีกคราด้วยใบหน้าแดงน้อย "เอ่อ! สวนเรื่องที่พวกเราอยู่ด้วยกัน เดี๋ยวข้าค่อยอธิบายให้เจ้าฟังส่วนตัวในภายหลัง เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ"
อี้เฉินครั้นหันไปมอง หริ่นหลันสตรีในยามอดีต ที่ชอบแต่งตัวเป็นบุรุษ ห้าวหาญไม่ต่างอะไรจากชายหนุ่ม ทว่ายามนี้นางกับใบหน้าแดงน้อยด้วยความเขินอาย มันก็ทำให้เขายิ้มเจื่อนกล่าวลาในทันใด "เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน อาจารย์ของข้า เรียกหาข้าแล้ว"
'เหมือนว่ายามนี้ อนุชนที่ไม่ได้เข้าไปภายในสงคราม เทพพันปี จะยังอยู่แค่ขั้นพลังเทวะขั้นสุดเสียเป็นส่วนใหญ่ มีไม่กี่คนที่อยู่ในขั้นครึ่งก้าว เทพสวรรค์ในยามนี้ เกรงว่าพวกเขาจะช้ากว่า จอมยุทธ์ที่เข้าไปภายในสงครามเทพพันปี อยู่ก้าวใหญ่'
"อืมๆ แล้วค่อยเจอกันอี้เฉิน ยามนี้คงไม่เหมาะให้พวกเราสังสรรค์กัน ทั่วทั้งดินแดนเทพต่างก็อยู่ในช่วงจดจ่อกับสงคราม มหาทวีป"
อี้ฟางหรง ที่สืบฝีเท้ามารับอี้เฉิน พาอี้เฉินเข้าไปพูดคุย ภายในจวนรับรองของตระกูลอี้ นางกล่าวเสียงเรียบออกมาไต่ถาม อี้เฉินในทันใดเมื่อถึงภายในจวนของตระกูล "สตรีข้างกายเจ้านางเป็นใครอี้เฉิน ข้าไม่ยักเคยเห็นใบหน้าของนางมาก่อน หรือจะเป็น คู่บำเพ็ญของเจ้า เช่นนั้นข้าจะได้จัดงานแต่งงานให้เจ้าเสียเลย"
อี้เฉิน เมี่ยนจือ ได้ยินต่างก็หน้าบู้บี้โดยพลัน แม้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะซับซ้อน แต่ก็ไม่อาจเรียกว่าคู่สร้างคู่สมกันได้ ก่อนอี้เฉินจะกล่าวบอกผู้เป็นอาจารย์ อย่างไม่มีปิดบัง "ท่านอาจารย์ไม่ใช่เช่นนั้น พวกเรานับถือกันเหมือน พี่น้องร่วมสาบานมากกว่า หากข้าไม่ได้นางช่วยไว้หลายครั้งหลายคราในสมัยวัยเยาว์ เกรงว่าข้าก็คงไม่ได้มาถึงจุดนี้"
เมี่ยนจือที่ได้ยินน้ำเสียงอี้เฉินกล่าวพูดออกมาด้วยความจริงใจ โทสะภายในใจจึงผ่อนคลายลงไปบ้าง แม้พวกเขาจะเป็นคู่กัดกันมาตลอดก็ตาม
"ข้าก็นึกว่านางเป็น คู่บำเพ็ญของเจ้าเสียอีกอี้เฉิน อย่างไรช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงสงคราม คงจะกินเวลายาวนานหลายร้อยปีเป็นแน่ ..ข้าเองอยากให้เจ้ามีทายาทไว้สืบสกุลคนตระกูลอี้ ต่อไป"
อี้เฉินไต่ถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ "สงคราม มหาทวีปยามนี้ เลวร้ายถึงขนาดนั้นเชียวหรือ ท่านอาจารย์"
อี้ฟางหรง พยักหน้า "ยามนี้เจ้าไม่ได้อยู่ต่อหน้าผู้ใดเรียกข้า ท่านพี่เถอะ ..ขณะนี้สงครามยังไม่ขยายใหญ่เป็นวงกว้าง ยังอยู่ในขั้นพลังเทวะเข้าต่อสู้ห้ำหั่น ผู้คนนับล้านล้วนต้องตายตกในสงครามใหญ่เมื่อหนึ่งเดือนก่อน แม้ว่ายามนี้สงครามจะลดความรุนแรงลงมามากก็ตาม"
"แต่เขตที่ราบสูง ชิงไห่ พวกเรายังเสียเปรียบอยู่มาก เส้นทางทะเลทราย ซินเจียง ก็เดินทางอย่างยากลำบาก เนื่องด้วยมีซากศพ ถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพ ขึ้นมาอยู่เป็นระยะ จนเริ่มมองเห็นทะเลมืด เริ่มคืบคลาน กลืนกินดินแดนเทพ เข้ามาทุกที"
อี้เฉินครั้นได้ยินความเป็นไปของสงคราม หัวใจของเขาสั่นสะท้าน หายใจเข้าไปลึกจนเต็มปอด ก่อนเขาจะสงบจิตสงบใจของเขาลงโดยพลัน จากการเตรียมใจของเขา ทำให้สตรีงามเพริศพริ้งอย่างอี้ฟางหรง คลี่ยิ้มออกมากว้าง ชมชอบในความเยือกเย็นของอี้เฉินอยู่ไม่น้อย
ผิดกับเมี่ยนจือที่ตัวสั่นเทาน้อยๆ ราวกับลูกนก ..ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูดออกมา ราวกับเป็นคำพูดทวงสัญญา ที่เคยลั่นวาจาไว้ "ท่านพี่อี้ฟางหรง ท่านยังจำคำที่ท่านกล่าวกับข้าได้หรือไม่ หากข้าเปิดเส้นลมปราณเซียนสำเร็จ ท่านจะยอมเป็นผู้ติดตามของข้า"
อี้ฟางหรง ขมวดคิ้วมุ่นอยู่เล็กน้อย แม้แต่เมี่ยนจือยังตกตะลึงกับคำพูดของอี้เฉิน เมื่อนางรับรู้ได้ว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้า เท้าข้างหนึ่งของนางเกือบไปแตะอยู่ในขั้นพลังจักรพรรดิ "เจ้ายังอุตส่าห์จำมันได้อีกนะอี้เฉิน ได้ข้าจะเป็นกำลังให้กับเจ้า แต่ไม่ใช่ให้เจ้าสั่งข้าไป ฆ่าสังหารผู้ใดก็ได้"
อี้เฉินคลี่ยิ้มทอประกายเจิดจ้า "ไม่ช้าเกรงว่า ข้าต้องพึ่งท่านอย่างแน่นอน พี่อี้ฟางหรง"