ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ)

    ตอนที่ 72 อาณาเขตที่รกร้าง

            บนท้องฟ้าหลินตงตอนนี้กำลังนั่งสงบนิ่งท่ามกลางสายลมที่กระทบเข้ามา นัยน์ตาสีแดงเพลิงสาดส่องไปยังสุดขอบฟ้าที่ส่องสว่างพลางครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาจะต้องมีพลังมากยิ่งกว่านี้ในเมื่อมีเม็ดยามากมายที่เอามาจากสำนักจิตวิญญาณแห่งนั้นแล้วเขาก็จะไม่ทำให้มันเสียเปล่า เขานั่งขัดสมาธิกลางหลังของแร้งมัจจุราชพร้อมกับปรับสภาพร่างกายของตนเองในทันที


            อาณาจักรชิวซุ่ยนั้นอยู่ไกลมากแม้แต่หลินตงที่ใช้เจ้าหมายเลขสองก็ยังต้องเดินทางนานนับเดือนเลยทีเดียว ยิ่งถ้าเขาใช้เจ้าหมายเลขหนึ่งนี่คงจะไม่ปาไปหลายเดือนเลยนะแถมการจะไปยังอาณาจักรชิวซุ่ยนั่นก็ไม่ธรรมดา


            การจะเดินทางจากเมืองเหรินซานที่อยู่ทางใต้ของทวีปชิงหลงเพื่อไปยังใจกลางทวีปนั้นยากลำบากเป็นอย่างมาก สภาพภูมิภาพหลังจากนี้บอกได้เลยว่าเลวร้ายอย่างถึงที่สุด เพราะว่าการจะไปยังใจกลางทวีปชิงหลงนั้นจะต้องผ่านสถานที่รกร้างรอบนอกซะก่อน มันเสมือนกับเป็นด่านหน้าที่แยกใจกลางทวีปกับทวีปรอบนอกออกจากกันแถมมันยังกว้างใหญ่เพียงพอที่จะล้อมรอบใจกลางทวีปเอาไว้อีกด้วย ไม่ว่าจะเดินทางมาทางไหนทุกๆคนก็จะต้องผ่านเส้นทางรกร้างนี้ซะก่อน มันถึงกับถูกเรียกว่าเป็นสุสานทะเลทรายของผู้ฝึกฝนพลังยุทธที่ดั้นด้นเดินทางเข้ามาเพื่อที่จะมาตายยังไงยังงั้น


            "เอาละ กว่าจะถึงสุสานทะเลทรายคงจะเดินทางประมาณสักอาทิตย์นึงได้ เราตอนนี้ก็ฝึกฝนพลังก่อนดีกว่า"


            หลินตงสูดหายใจเข้าอย่างตื่นเต้นพร้อมกับทำหน้าตาที่คาดหวัง หลังจากนี้สำหรับตัวของเขาแล้วบอกได้้เลยว่าคือการผจญภัยที่แท้จริง สุสานทะเลทรายนี้เรียกได้ว่ากว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด มีอันตรายรอบด้านจากสัตว์อสูรลึกลับ มีขุมพลังที่มากมายปกครองอยู่อีกมาก มันคือสถานที่ๆเรียกได้ว่าไม่มีกฏเกณฑ์เลยเชียวละ จะทำอะไรก็ไม่มีใครสามารถยุ่งเกี่ยวได้ ใครที่ไม่แข็งแกร่งพอก็ไม่อาจที่จะอยู่รอดภายในอาณาเขตแห่งนั้นได้และพลังเพียงเท่านั้นคือที่สุดสำหรับทวีปแห่งนี้


            ชายหนุ่มคิดจบก็ขวดเม็ดยาที่ภายในอัดแน่นไปด้วยเม็ดยาสีทองมากมาย มันคือเม็ดยาปรับแต่งจิตวิญญาณที่ไว้ใช้สำหรับขั้นพลังของเขานั้นเอง หลินตงไม่รอช้าที่จะเปิดฝามันพร้อมกับกอกเข้าปากอย่างต่อเนื่อง เม็ดยานับสิบเม็ดถูกเขากลืนกินไปอย่างบ้าคลั่ง ต้องบอกเลยว่าการจะทำแบบหลินตงนั้นคนอื่นๆไม่สามารถทำได้ เพราะถึงยังไงการดูดซึมของศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองภพก็มีประสิทธิภาพมากกว่าวิชาไหนๆในห้วงจักรวาลแถมหลินตงยังมีสายเลือดของเทพมังกรอมตะจึงทำให้เขานั้นสามารถกลืนกินมันได้ในปริมาณคราวละมากๆ


            "เอาละเว้ย มาเริ่มกันเลย..!!!"


            สิ้นคำพูดขอบชายหนุ่มพลังงานมหาศาลก็ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงจนทำให้ร่างกายของเขาแทบจะพองตัวแต่ทว่าด้วยการที่ชายหนุ่มเตรียมความพร้อมอยู่ก่อนแล้วจึงทำให้ไม่ได้ตื่นตกใจอะไรแถมในตอนนี้เสียงคำรามของมังกรอมตะก็คำรามกึกก้องออกมาอย่างอหังการ ร่างกายในทุกๆส่วนเริ่มพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขาถูกหมุนวนไปด้วยมังกรเพลิงศักดิิ์สิทธิ์เสมือนกับเป็นบุตรแห่งมังกร ต้องบอกเลยว่าถ้าทุกคนมาเห็นการฝึกฝนวิชาที่บ้าคลั่งแบบของเขาละก็คงจะตกใจจนตายอย่างแน่นอน


            เวลาผ่านไปหลายวันเจ้าหมายเลขสองก็กำลังทะยานโบยบินอยู่บนท้องฟ้าอย่างสบายใจ ด้วยการที่มันมีพลังถึงสัตว์อสูรระดับสี่การจะบินติดๆกันหลายวันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร มันตอนนี้กำลังบินอยู่เหนือพื้นล่างถึงหลายร้อยเมตร ช่วงเวลาที่ผ่านมามันถึงกับเดินทางผ่านเมืองหลายเมืองด้วยความเร็วที่สุดจะเหนือเชื่อ


            บนหลังของมันตอนนี้มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนนึงยืนกอดอกอย่างนิ่งเฉยพลางมองไปยังเบื้องหน้า ใบหน้าที่เริ่มหล่อเหลาพร้อมกับเส้นผมสีเงินยาวประกายที่ปลิวสบัดไปมาตามสายลมทำให้รูปลักษณ์ของเขาตอนนี้ดูดีเป็นอย่างมาก ไม่ผิดเขาคนนี้คือหลินตงอย่างแน่นอนแถมพลังของเขาที่แผ่กระจายออกมาจากตัวตอนนี้มันกลับมีถึงจิตยุทธวิญญาณขั้นสิบ ใช่ฟังไม่ผิดหรอก เขาตอนนี้ได้มาถึงระดับนี้แล้วแถมอีกเพียงก้าวเดียวตัวของเขาก็จะทะลวงขึ้นสู่จิตยุทธรวมเป็นหนึ่งอีกแล้วด้วย


            ร่างกายมังกรอมตะเริ่มปรับสภาพอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะเตรียมพร้อมในขั้นถัดไป


            "สี่วันทะลวงถึงขั้นนี้ได้ก็ต้องแบบนี้ละนะ ถ้าใช้เม็ดยาเยอะขนาดนั้นแล้วยังไม่ถึงก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วละ เหอะๆ"


            หลินตงถึงกับบ่นพึมพำกับตัวเองออกมา ในตอนนี้เขาจะต้องพักร่างกายไว้สักพักนึงก่อนแล้วรอให้ร่างกายปรับสภาพของพลังในขั้นนี้ได้จบเขาก็ว่าจะทะลวงสู่ขั้นถัดไปเลย การที่เขามีศาสตร์จักรพรรดิมังกรครอบภพกับสายเลือดเทพมังกรอมตะเป็นรากฐานมันก็ช่วยให้การทะลวงพลังของเขาเหนือกว่าคนอื่นๆไปไกลลิบลับแล้ว โดยปกตินั่นถ้าเป็นคนอื่นๆทะลวงพลังละก็ตัวของพวกเขาจะต้องพักการเพิ่มพลังไปอีกนานเลย ถ้ายิ่งฝืนทะลวงพลังละก็จะทำให้รากฐานของพลังต้องพังทลายเอาได้แล้วมันจะไม่เป็นผลดีกับในอนาคตเบื้องหน้าและยิ่งสำหรับพวกพลังระดับสูงๆคงจะไม่ต้องพูดถึง บางคนร้อนรนที่จะทะลวงเลยทำให้ขั้นพลังของเขาต้องหยุดนิ่งเพียงแค่นั้นไปชั่วชีวิตเลยก็มี


            ส่วนของหลินตงไม่เป็นเช่นนั้น เขาสามารถทะลวงพลังได้อย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ต้องสนใจถึงอนาคตเบื้องหน้าว่าขั้นพลังของเขาจะหยุดเพียงนั้นแค่นี้ เพราะทั้งสองสิ่งของท่านอาจารย์ชิงหลงเซียนที่ให้กับเขานั้นถือว่าเป็นที่สุดแล้วและในตอนนี้เขามีทรัพยากรที่มากมายเพียงพอที่จะให้ทะลวงสู่จิตยุทธแห่งนภาได้ง่ายๆเลยทีเดียว


            "ก่อนจะเข้าไปสู่ทะเลทรายรกร้างเราต้องเตรียมพร้อมก่อน หมายเลขสองเดียวพอไปถึงริมขอบของอาณาเขตก็เดินทางไปยังเมืองแห่งนั้นก่อนเลย"


            หลินตงคุกเข่าลงพลางพูดขึ้นพร้อมกับตบหลังมันสองสามทีเพื่อบอกถึงจุดหมายของเขา เจ้าหมายเลขสองหันคอของตนกลับมาเล็กน้อยและมองไปยังเจ้านายของตน เมื่อเห็นว่าเจ้านายจะเปลี่ยนทิศทางก็ส่งเสียงตอบรับพร้อมกับบินไปข้างหน้าอย่างยินดี


            และแล้วหลินตงก็เดินทางมาถึงอาณาเขตที่ผู้คนเรียกว่าเป็นเมืองหน้าด่านสุดท้ายของทวีปรอบนอก ในทุกช่วงนึงของอาณาเขตรอบนอกจะมีเมืองสุดท้ายที่ตั้งอยู่รอบบริเวณของทะเลทรายรกร้าง พวกเขาไม่ว่าจะคนไหนๆก็จะต้องมาพักผ่อนหรือเตรียมตัวยังสถานที่แห่งนี้ก่อน ต้องบอกเลยว่าถ้าเดินทางเข้าไปยังสุสานทะเลทรายแล้วไม่เตรียมความพร้อมไว้ให้เรียบร้อยละก็ ชีวิตของพวกเขาก็บอกลากันได้เลย


            หมายเลขสองกลับเข้าไปยังพื้นที่จิตยุทธแห่งมังกรก่อน ไปทำความรู้จักกับเจ้าหมายเลขหนึ่งซะนะ


            แร้งมัจจุราชเมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้วก็บินร่อนลงมาอย่างช้าๆพร้อมกับเริ่มส่องสว่างขึ้น ร่างกายของมันเริ่มแตกสลายกลายเป็นละอองพลางผสานเข้าไปยังร่างกายของชายหนุ่ม หลินตงที่อยู่ไม่ห่างจากพื้นแล้วก็กระโดดลงพื้นอย่างนิ่มนวลพร้อมกับจ้องมองสำรวจไปรอบๆ


            "ดูเหมือนว่าบริเวณนี้ยังเป็นสภาพของผืนป่าอยู่สิน่ะ แต่ก็ไม่คิดว่าหลังจากผ่านเมืองนี้ไปแล้วมันจะกลายเป็นสถานที่ๆโหดร้ายแบบนั่น"


            ชายหนุ่มเริ่มเดินสำรวจพร้อมกับปลดปล่อยจิตสัมผัสออกไปในทันที ด้วยขั้นพลังที่สูงขึ้นจึงทำให้ห้วงจิตสัมผัสมีอาณาเขตมากขึ้นเช่นเดียวกัน มันในตอนนี้มีอาณาเขตที่มากกว่าร้อยเมตรเข้าไปแล้วเรียกได้ว่าเป็นหูเป็นตาระยะไกลของเขาได้ดีเลยทีเดียว


    คล้ายกับเรื่องศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ) ที่คุณอ่าน