ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃

    ตอนที่ 37.1 ด่านเคราะห์ของคนสองคน


     

    อาการเจ็บปวดหลังหมดฤทธิ์ยาปลุกซูอันหนิงให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งในตอนเย็น ภายในห้องบรรทมของเรือนหลัก ตะเกียงถูกจุดสว่างทั่วห้อง ท้องฟ้าด้านนอกดำมืดราวกับสีหมึก สำหรับคนที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาแล้วพบว่าข้างกายมีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไปในใจก็ยิ่งหม่นหมอง

    หม่าหมัวมัวก็สั่งให้สาวใช้ยกน้ำเข้ามา หลังเช็ดตัวเปลี่ยนอาภรณ์ อาหารเย็นก็ถูกยกขึ้นโต๊ะในเวลาต่อมา

    กลิ่นหอมของโจ๊กข้าวลอยกรุ่น ซูอันหนิงกลับไม่ได้สนใจอาหารตรงหน้า นางมองไปรอบห้องแต่กลับไม่เห็นแม้เงาของใครอีกคน ยามนี้นางปรารถนาจะขอโทษบุรุษผู้นั้น อยากบอกกับเขาว่าสิ่งที่นางทำคือเหตุสุดวิสัย นางไม่ได้ตั้งใจจะกันเขาออกห่าง...ทว่ารออยู่นานก็ยังไม่เห็นเขาเข้ามาจึงหันไปถามหม่าหมัวมัวเสียงเบา

    “เชิญท่านอ๋องแล้วหรือยัง”

    หม่าหมัวมัวตอบไม่เต็มเสียงนัก “จางเจี้ยนมาแจ้งแล้วเพคะ หวางเย่ติดราชการมาเสวยมื้อค่ำด้วยไม่ได้”

    ในอกของนางว่างเปล่า แววตาเลื่อนลอยเล็กน้อย

    นางจดจำสีหน้าตื่นตระหนกของฮั่นอ๋องได้ติดตา เห็นเขาร้อนรนจนตาแดงแต่จำต้องสะกดกลั้นไว้ แม้นางจะตาพร่ามองภาพในท้องพระโรงได้ไม่กว้างนักแต่กลับเห็นท่าทางของเขาอย่างชัดเจน

    ยามนั้นความรู้สึกผิดตีขึ้นในอกที่ต้องปิดบังอำพรางไม่ใช่ไม่เชื่อใจเขา นางเพียงแค่กลัวว่าเขาจะไม่เห็นด้วยกับแผนการนี้ นางรู้ดีว่าแผนการนี้ไม่ใช่แผนที่ดีเลยแม้แต่น้อย ผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียวก็คือหายนะ

    หากถูกจับได้ความผิดย่อมตกอยู่ที่นางแต่เพียงผู้เดียว เขาที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยย่อมไม่ผิด

    ซูอันหนิงนั่งนิ่งอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

    “เช่นนั้น อย่าลืมยกเครื่องเสวยไปให้หวางเย่ที่เรือนหน้าด้วยเล่า”

    “เพคะ”

    ซูอันหนิงตักโจ๊กทานช้าๆ นางกินเพียงไม่กี่คำก็หยุด ดื่มยาแล้วเข้านอนทันที

    ยิ่งค่ำอากาศก็ยิ่งเย็น ความเจ็บปวดก็ยิ่งไต่ระดับสูงขึ้น

    ซูอันหนิงเอนกายลงนอนช้าๆ ทันทีที่ศีรษะถึงหมอนโลกก็เหมือนถูกบิด ความเจ็บปวดที่เมื่อวานสามารถอดทนได้ วันนี้กลับขยายขึ้นเป็นสองเท่า นางยกมือขึ้นกุมดวงตานวดจากขมับข้างดวงตาขึ้นไปถึงกะโหลกส่วนหน้า ลมหายใจเข้าออกของนางสั่นสะท้าน ทำได้เพียงกัดฟันอดทน

     

    เกาเฉินผิงเท้าคางมองฮั่นอ๋อง หมากกระดานนี้เดินมาสองชั่วยามแล้วก็ยังไม่จบ บัณฑิตหนุ่มหาวออกมายาวๆ ตาปรือเอ่ยถาม

    “หวางเย่ ท่านยังป่วยไม่สบายอยู่นะ จะนอนดึก จะไม่นอน หรือจะนอนที่ห้องหนังสือกันเล่า ข้ายังต้องกลับไปปลอบใจภรรยาอีกนะ”

    จูเกาเซวียนเหลือบสายตาขึ้นมอง ก่อนจะโยนหมากลงในโถ “เจ้ากลับไปเถอะ ข้าก็จะนอนแล้ว”

    เกาเฉินผิงตาสว่างขึ้นทันใด เขาหย่อนเม็ดหมากกลับลงโถ ลุกขึ้นยืนพลางจัดเสื้อผ้า “ท่านก็ควรกลับไปนอนได้แล้ว หวางเฟยไม่สบาย ท่านมัวเอ้อระเหยอยู่ที่นี่ใช้ได้หรือ”

    ฮั่นอ๋องหน้าบึ้ง “ไสหัวไป”

    เกาเฉินผิงประสานมืออย่างสง่างาม ก่อนจะก้าวออกไปจากห้องหนังสือ

    นอกหน้าต่าง หิมะกำลังโปรยปรายลงมาอีก จูเกาเซวียนมองอยู่ครู่หนึ่งหัวคิ้วกดลึกโดยไม่รู้ตัว

    เขาเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ ดึงกระดาษที่ถอดความค้างไว้มาทำต่อ อ่านสิ่งที่นางเขียนด้วยความรู้สึกหลากหลายอย่างบอกไม่ถูก

    ที่นางเรียกว่าแผนภูมิต้นไม้ ก็คือการอนุมานเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น และวิธีรับมือกับปัญหา เขามองผลลัพธ์ร้ายแรงที่นางวางเอาไว้ นางมองไปไกลถึงเพียงนั้นเชียวหรือ

    ด้วยเหตุนี้ ยามเข้าเฝ้านางถึงได้เยือกเย็นเพียงนั้น

    วิธีแก้ปัญหาซึ่งถูกเขียนเอาไว้หลายวิธี ยามนี้เขาก็พอจะรู้แล้วว่านางเลือกใช้วิธีใด

    สลายฤทธิ์ยา!

    “จุดโคม ข้าจะกลับเรือนชั้นใน”

    เสียงตะโกนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้จางเจี้ยนสะดุ้งตื่น รีบหยิบโคมมาจุดไฟทันที

    จูเกาเซวียนเดินเร็วๆ โดยไม่รอโคมจากจางเจี้ยนด้วยซ้ำ เขาผ่านประตูกั้นเรือนเข้าไปราวกับพายุ

    ห้องนอนยามนี้ดับตะเกียงแล้ว เคาะเพียงเบาๆ ไม่นานหม่าหมัวมัวก็เปิดประตู นางไม่พูดอะไรเพียงดึงประตูให้กว้างขึ้น แล้วถือตะเกียงนำหวางเย่เข้าไปภายในห้องชั้นใน

    “หวางเฟยหลับไม่ค่อยสนิทเพคะ บ่าวกับชิงชิงต้องนอนเฝ้าหน้าเตียง”

    “ไม่ต้องเฝ้า ออกไปเถอะ”

    หม่าหมัวมัวยอบกายแล้วจึงออกไปจากห้องชั้นใน

    จูเกาเซวียนมองร่างใต้ผ้าห่ม สองมือของนางยังกุมศีรษะอยู่ราวกับลูกแมวตัวน้อยที่กำลังขดตัวหาความอบอุ่น

    ชายหนุ่มถอดเสื้อนอกออก เดินไปอุ่นตัวที่เตาถ่านด้านข้างก่อนจะสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่ม ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้นาง กระทั่งสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากกายนางจึงได้หยุด เขาเหน็บผ้าห่มให้นางก่อน แล้วจึงเหน็บฝั่งตนเอง

    ทันใดนั้นเสียงครางก็ดังขึ้น คล้ายกับเสียงร้องไห้เบาๆ

    จูเกาเซวียนพลิกตัวตะแคงชะโงกมองสตรีข้างกายด้วยความรู้สึกกังวล ในความมืดสลัวนั้น นางบีบศีรษะตัวเองราวกับว่าหากทำเช่นนี้ความเจ็บปวดจะบรรเทาลง

    เสียงครางที่เล็ดลอดออกมานั้นเบาหวิวแผ่วเครือชวนให้คนฟังสงสารจับใจ เขาผุดลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าแตกตื่น ถูมือแรงๆ พอให้อบอุ่น แล้วกดลงบนหน้าผากนาง เพียงแตะลงก็พบว่าตัวนางเย็นกว่าอากาศภายนอกเสียอีก

    เขาตกใจจนขวัญบิน แหวกม่านมุ้งออกตะโกนเสียงดังก้อง

    “ใครก็ได้ ตามหมอหลวงเซี่ยมาดูอาการหวางเฟยเดี๋ยวนี้!”

     

    หมอหลวงเซี่ยถูกหิ้วตัวขึ้นมากลางดึก ครั้งนี้เขาไม่มีเวลาสวมเสื้อนวมด้วยซ้ำก็ถูกเหอไห่หิ้วคอเสื้อกระโดดข้ามกำแพงมาท่ามกลางราตรีที่หิมะโปรยปราย หมอแก่แทบจะหัวใจวายกับการกระทำไม่รู้จักหนักเบานี้

    เขาอุ้มหีบยาเข้ามาในห้อง เห็นฮั่นอ๋องนั่งหน้าเคร่งอยู่ริมเตียง ผ้าม่านห้อยลงมาปิดบังด้านในไว้ มีเพียงแขนขาวซีด แทบจะโปร่งจนไร้สีเลือดของสตรียื่นออกมา

    “เหตุใดอาการหวางเฟยจึงทรุดหนักเพียงนี้ รีบมาตรวจเร็วเข้า”

    “พ่ะย่ะค่ะ”

    หมอหลวงเซี่ยทรุดลงนั่งข้างเตียง จับชีพจรอย่างตั้งใจ ยิ่งตรวจหัวใจก็ยิ่งดิ่งลง เขาเก็บมือขึ้นมากุมไว้ที่อก

    เหตุใดอาการพระชายาจึงทรุดลงหนักเพียงนี้ อาการเช่นนี้ไม่ได้อยู่ในการคำนวณของเขาแม้แต่น้อย

    “ชีพจรหวางเฟยไม่สงบ คล้ายมีบางอย่างรบกวนภายใน เดิมทียาที่นางดื่มก็ขัดธาตุเดิมอยู่แล้ว ต้องค่อยๆ รักษาประคองอาการกลับมา แต่...” หมอหลวงเซี่ยหายใจถี่ เหงื่อแตกท่วมร่าง “มะ...ไม่ควรมีอาการแทรกซ้อนเช่นนี้”

    “หมายความอย่างไร” จูเกาเซวียนถามเสียงต่ำ

    “หวางเย่ไม่ทราบหรือพ่ะย่ะค่ะ...” หมอหลวงเซี่ยเงยหน้าขึ้นถาม เห็นใบหน้าถมึงทึงของฮั่นอ๋องลำคอของเขาก็ตีบตัน ตกใจจนหนังศีรษะชาซ่าน

    “หรือว่า หวางเฟยไม่ได้บอก....” คำพูดยังเอ่ยไม่จบ ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามา

    มิน่าเล่าเมื่อวานจางเจียนถึงได้ต้มยาของฮั่นอ๋องถึงสองรอบ มิน่าเล่าฮั่นอ๋องจึงได้มีท่าทางตื่นตระหนกเพียงนั้นขณะอยู่ที่ท้องพระโรง...ที่แท้พระชายาก็ไม่ได้นัดแนะกับท่านอ๋องนี่เอง

    หากหากแผนทั้งหมดที่เขาวางไว้ร่วมกับพระชายาไม่ได้รับความเห็นชอบจากฮั่นอ๋องอย่างที่คิด ความผิดของเขาย่อมไม่เล็ก พระชายาบาดเจ็บซ้ำยังเป็นภรรยาท่านอ๋อง สามีภรรยาโกรธกันไม่นาน แต่เขาเล่าจะรอดพ้นโทสะของฮั่นอ๋องไปได้อย่างไร

    หมอหลวงเซี่ยตื่นตระหนกรีบทรุดตัวลงคุกเข่าดังตึง สารภาพสิ่งที่ทำร่วมกับซูอันหนิงออกมาจนหมด

    เฉินชิงชิงหน้าซีด คุกเข่าตามหลังหมอหลวงเซี่ยแทบจะเวลาเดียวกัน นางคือคนที่สลับชามยา แม้จะเกิดความลังเลแต่สุดท้ายนางก็ไม่ได้ห้ามปรามพระชายาอย่างจริงจัง

    “หม่อมฉันก็ผิด หากยามนั้นหม่อมฉันพูดออกมา หวางเฟยก็คงไม่มีโอกาส...”

    คำสารภาพของนางทำให้คนอื่นๆ ในห้องคุกเข่าตามเป็นพรวน หม่าหมัวมัวและสาวอีกสามคนตกใจไม่น้อย พวกนางไม่รู้เลยว่าพระชายาแอบกระทำการเยี่ยงนี้

    จูเกาเซวียนนิ่งอึ้ง หากจะถามหาคนผิด ต้องเป็นเขาผู้นี้ต่างหากที่ผิด

    นางถามเขาก่อนแล้วว่าเขาจะรับมือการเหตุการณ์เลวร้ายนั้นอย่างไร หากเขาสามารถให้คำตอบที่เพียงพอจะทำให้นางอุ่นใจ นางคงจะไม่ตัดสินใจใช้วิธีนี้

    ดวงตาของเขาสั่นไหว ทุกลมหายใจเข้าออกช่างบาดลึก เขามองผ่านผ้าม่านเข้าไปถึงคนที่นอนกระสับกระส่ายอยู่ด้านใน

    สองครั้งสองครา ที่เขาปกป้องนางด้วยตัวเองไม่ได้

    หรือเป็นเขาเองที่ไร้สามารถ!

    ความคิดนั้นทำให้เขาปวดแปลบในอก เสียงพึมพำต่ำลึก หางเสียงสั่นพร่าแทบจับใจความไมได้ “เจ้า...เห็นข้าเป็นอะไร”

    สามีที่ไม่ได้เรื่องเช่นนั้นหรือ?

    “รีบหาวิธีรักษาหวางเฟยเดี๋ยวนี้”

    หมอหลวงเซี่ยลุกขึ้นนั่ง เช็ดเหงื่อจากหน้าผาก...ดูเหมือนว่าจะรอดพ้นโทษตายมาได้ชั่วคราว เขาจึงกระตือรือร้นที่จะแสดงฝีมือการรักษาอย่างเต็มที่

    “ตอนนี้ต้องทำให้ชี่เดินและลดอาการปวด วิธีที่ง่ายที่สุดในยามนี้ก็คือกดที่จุดเหอกู่[1] จะช่วยให้อาการปวดบรรเทาลง ลดอาการใจสั่นได้พ่ะย่ะค่ะ”

    “ข้าจะทำเอง” จูเกาเซวียนตอบอย่างเผด็จการ

    ย่อมไม่มีผู้ใดอาจหาญมาแย่งตำแหน่งนี้กับเขา เหล่าสาวใช้รีบลุกขึ้นมาสอบถามว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง หมอหลวงเซี่ยรีบไล่เรียงออกมาทีละอย่าง ทั้งต้องทำถุงหอมและลูกประคบอุ่นด้วย แจกจ่ายหน้าที่ให้แต่ละคนเสร็จสรรพ

     

    ซูอันหนิงสะลึมสะลือตื่น นางพลิกตัวปัดผ้าห่มเปิดออกเล็กน้อยเพราะเริ่มรู้สึกร้อนจนเหงื่อออก จูเกาเซวียนยึดมือข้างหนึ่งของนางไว้ไม่ให้ขยับ ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือกดลงที่จุดเหอกู่เป็นจังหวะ เห็นท่าทางกระวนกระวายไม่สบายตัวของนางจึงเอ่ยถามเสียงนุ่ม

    “ไม่สบายตัวหรือ เดี๋ยวข้าให้สาวใช้มาเช็ดตัวให้”

    นางปรือตาขึ้นมองเขาด้วยสายตาพร่าเลือน มองอยู่นานจนกระทั่งมั่นใจ

    “ท่าน...มาแล้ว” เสียงของนางเบามาก หากกระแทกเข้าที่อกของคนฟังเต็มแรง

    เห็นสีหน้าของนางยามนี้แล้ว ไม่ว่าความโกรธความไม่พอใจใดๆ ล้วนถูกกวาดหายไปจนสิ้น จูเกาเซวียนกุมมือนางให้กระชับขึ้นอีก ปลายนิ้วเปลี่ยนมาลูบหลังมือนางเบาๆ ก้มลงกระซิบตอบนาง “ข้ามาแล้ว จะอยู่ข้างกายเจ้า ไม่ไปไหน”

    นางกะพริบตาช้าๆ คล้ายกำลังเคลิ้มจะหลับ ชายหนุ่มมองนางนิ่งนานก่อนจะหันไปเรียกคนที่อยู่ด้านนอก

    “ใครก็ได้ ยกน้ำร้อนเข้ามาเช็ดตัวให้หวางเฟย”

    “เพคะ หวางเย่” เสียงลี่หนานดังตอบรับ

    ไม่นานม่านก็เปิดออก ลี่หนานยกอ่างน้ำร้อนเข้ามา หม่าหมัวมัวถือโถใส่ลูกประคบมีฝาปิดฝาอบไอร้อนเดินตามมาด้านหลัง พอวางโถลงบนโต๊ะแล้วหม่าหมวัมวก็หันมาทางฮั่นอ๋อง

    “หวางเย่เพคะ สมุนไพรประคบก็พร้อมแล้วเช่นกันเพคะ”

    “เช่นนั้นประคบสมุนไพรก่อน ค่อยเช็ดตัวให้หวางเฟย จะได้สบายตัว”

    บ่าวทั้งสองกลับเอาแต่มองเขานิ่ง จูเกาเซวียนเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

    “หมอหลวงบอกว่าตอนประคบร้อน ต้องให้โดนผิวโดยตรงเพคะ” หม่าหมัวมัวอธิบาย

    จูเกาเซวียนขมวดคิ้ว “หมอบอกให้ทำอย่างไร ก็ทำอย่างนั้นสิ...”

    พูดออกไปแล้วคิ้วของเขาพลันคลายออก แต่อุ้งมือที่กุมมือนางกลับบีบแน่น เขาก้มลงมองสตรีบนเตียง เขาคือสามีของนาง หน้าที่นี้สมควรเป็นเขาทำจึงจะถูก แต่...

    ถ้านางรู้ นางจะซาบซึ้งหรือโกรธเขากันเล่า

    แววตาของฮั่นอ๋องแปรเปลี่ยนไปมา ราวกับกำลังต่อสู้อยู่กับตนเอง แต่แล้วใบหน้าของเขาก็กลายเป็นบูดบึ้ง แววตาที่หันมามองบ่าวทั้งสองคล้ายไม่พอใจเป็นอย่างมาก

    จูเกาเซวียนวางมือภรรยาลงอย่างแผ่วเบา ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องชั้นในอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะแหวกม่านออกไปยังไม่วายหันกลับมามองอีกครั้ง

    หน้าที่นี้...ควรเป็นข้าทำจึงจะถูก!


     

    [1] จุดเหอกู่ คือจุดระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้

    คล้ายกับเรื่องย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃 ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730