ตอนที่ 22 มีเพียงท่านอ๋องผู้เดียว (2)
อวี่เสียงมองพิจารณาอ้านจิ่วอยู่พักหนึ่ง พูดตามตรงพวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็คนชุดดำ สวมผ้าคลุมหน้าโปร่งสีดำ จึงมองไม่ออกจริงๆ ว่ามีอะไรพิเศษ แต่อีกฝ่ายให้ความสำคัญต่อเ้านายเป็อย่างมาก เขามองไปทางฮองเฮาและเอ่ย “ในเมื่อองครักษ์ลับทั้งหมดพร้อมแล้ว เช่นนั้นนางกำนัลก็เดินไปให้พวกเขาดู เพื่อให้คนเ่าั้ได้ยืนยัน ‘เ้านาย’ ตนเองอย่างแม่นยำเถอะ”
“หม่อมฉันรับบัญชาเพคะ” ฮองเฮากับพระสนมหลายคนด้านหลังพูดกระซิบกระซาบกันหลายประโยค ไม่นานก็มีนางกำนัลยี่สิบกว่าคนทยอยกันเดินออกมาจากด้านหลังพวกนาง
บรรดานางกำนัลก้มหน้าลงต่ำ เดินไปอย่างเรียบร้อยแล้วหยุดฝีเท้าเบื้องหน้าองครักษ์ลับเ่าั้ ทั้งนี้ไม่ได้มีการจัดสรรใดเป็พิเศษ เพียงยืนต่อหน้าพวกเขาเ่าั้ตามลำดับก่อนหลังที่ออกมา ก่อนจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง
ฮองเฮาเดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าว “ตอนนี้พวกเ้าจงฟัง กฎของการประลองเป็เช่นนี้ มอง ‘เ้านาย’ ที่อยู่ตรงหน้าพวกเ้าให้ดี พอเห็นชัดแล้ว อีกครู่พวกนางจะหายตัวไป พวกเ้าต้องตามหาพวกนางเอง และต้องรับรองได้ว่าพวกนางไม่ถูก ‘ศัตรู’ ไล่ฆ่า ถึงเวลาใครหา ‘เ้านาย’ ตนเองพบก่อน และบนร่างกาย ‘เ้านาย’ าเ็น้อยที่สุด คนผู้นั้นก็เข้าสู่การประลองรอบต่อไป รอบนี้คัดออกจนเหลือองครักษ์ลับห้าคนสุดท้าย ข้าบอกพวกเ้าได้เพียงว่าอย่าชะล่าใจ คนที่เป็ ‘ศัตรู’ คอยทำร้าย ‘เ้านาย’ ของพวกเ้า คือทหารองครักษ์ผู้ยอดเยี่ยมที่สุดในวังหลวง พวกเขาไม่ด้อยไปกว่าพวกเ้าองครักษ์ลับแน่นอน เข้าใจหรือไม่”
“กระหม่อมรับทราบพ่ะย่ะค่ะ” เสียงะโทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงและสะท้านฟ้าะเืดิน เลือนลั่นเข้าไปถึงหัวใจคน
ทุกคนเริ่มพินิจมองนางกำนัลตรงหน้าอย่างจริงจัง ก่อนหน้านี้มีสตรีคนหนึ่งวิ่งมาเบื้องหน้ากะทันหัน อย่างไรก็ยังต้องจดจำนางในทันที และอีกประเดี๋ยวต้องตามหานางท่ามกลางเหล่านางกำนัลมากมาย นี่ไม่ใช่เื่ง่ายจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นสตรีเหล่านี้ยังสวมชุดนางกำนัลเหมือนกันอีก
อ้านจิ่วกลับยังคงก้มหน้า ไม่ได้มองสตรีตรงหน้าแม้แต่น้อย ถึงขั้นหันหลังให้และหันหน้าไปทางจิ้งเยี่ย พอเห็นอีกฝ่ายเอามือกดอกจึงถามเสียงเบา “ท่านอ๋อง ไม่สบายหรือพ่ะย่ะค่ะ”
จิ้งเยี่ยขมวดคิ้วคิด ‘เ้านี่มัวคิดสิ่งใดอยู่ ตอนนี้กลับไม่รีบจดจำรูปร่างหน้าตาของนางกำนัลผู้นั้นอีก อยากแพ้หรือไร’
“ข้าไม่เป็ไร ว่าแต่เ้าจำ ‘เ้านาย’ ตนเองได้แล้วหรือ”
จิ้งเยี่ยเอ่ยเสียงเรียบ “เสด็จพี่ชื่นชมเ้าเช่นนี้ ข้าไม่นึกอยากมองดูเ้าแพ้ เพราะถึงเวลาจะทำให้รัชทายาทขอในสิ่งที่้าต่อหน้าเสด็จพ่อได้ยาก”
“เ้านายของอ้านจิ่วคือท่านอ๋อง”
เพียงคำพูดประโยคเดียว กลับเกือบทำให้จิ้งเยี่ยใจนร่วงจากเก้าอี้ การร่วมมือกับเ้านี่เป็เื่โง่จริงๆ หรือไม่ โดยไม่รอให้เขาทันได้พูดอะไรต่อ ฮองเฮาก็ออกคำสั่ง นางกำนัลเ่าั้พลันพุ่งเข้าไปในลานด้านหลังอุทยานหลวง
เหล่าองครักษ์ลับรอฟังคำสั่งต่อไปของฮองเฮา หลังเวลาหนึ่งก้านธูปนางก็ออกคำสั่ง องครักษ์ลับเ่าั้จึงแยกย้ายกัน ก่อนจะพุ่งตามเข้าไปในอุทยานหลวง
จิ้งเยี่ยมองอ้านจิ่วที่คุกเข่าอย่างแน่วแน่ตรงหน้า อดไม่ได้ที่จะปวดศีรษะขึ้นมา “นี่เ้า...”
“ท่านอ๋อง เ้านายของกระหม่อมมีท่านเพียงผู้เดียว แต่หากท่านอ๋องหวังให้อ้านจิ่วชนะ อ้านจิ่วก็จะไปทำให้พ่ะย่ะค่ะ”
จู่ๆ เ้าตัวก็พูดออกมา ดูเหมือนนี่เป็ครั้งแรกในประวัติการณ์ที่เขาพูดมากขนาดนี้ อ้านจิ่วล้วงยาลูกกลอนเม็ดเล็กสีดำออกมาจากอกเสื้อเม็ดหนึ่ง ก่อนประคองด้วยสองมือยื่นให้จิ้งเยี่ย “ท่านอ๋อง ตอนนี้อ้านจิ่วต้องเข้าป่าไปตามหาคนผู้นั้น ท่านโปรดพกสิ่งนี้ติดตัวไว้ หากเกิดเื่ขอเพียงโยนลงพื้น อ้านจิ่วจะปรากฏตัวทันที”
จิ้งเยี่ยชะงักไปเล็กน้อย เ้านี่กังวลว่าตนที่อยู่ใต้เท้าโอรส์จะถูกคนทำร้ายงั้นหรือ
ในขณะที่นึกขบขัน ในใจกลับก็มีความรู้สึกแปลกๆ อย่างหนึ่ง เขาหยิบยาลูกกลอนเม็ดเล็กสีดำนั้นมา ััจากการบีบคือความแข็ง ไม่รู้ว่าเ้าสิ่งนี้มีวิธีใดถึงทำให้อ้านจิ่วรีบมาหาตนในทันทีได้ ทว่าจิ้งเยี่ยยังคงผงกศีรษะ “ข้ารู้แล้ว เ้าไปเถอะ”
“กระหม่อมต้องไปแล้ว ท่านอ๋องรักษาตัวด้วย!” อ้านจิ่วพูดจบก็ก้มศีรษะจรดพื้นคำนับจิ้งเยี่ยอย่างลึกซึ้ง ทั้งยังระมัดระวังและเป็ทางการราวกับจะพรากจากกันด้วยความเป็ความตาย ก่อนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับควันสายหนึ่ง
ทุกคนมองนายบ่าวคู่นี้ ในใจพลันมีคลื่นใต้น้ำ[1] ซัดโหมที่พูดไม่ออกชนิดหนึ่ง ทั้งดูเหมือนซาบซึ้งทั้งดูเหมือนริษยา และยังดูเหมือนทอดถอนใจ
รัชทายาทหย่งหยวนยิ่งไม่ต้องพูดถึง ในใจคือความอึดอัดที่ผสมปนเปกันจนพูดไม่ออก ราวกับมีบางอย่างติดอยู่ในลำคอจนอยากใช้นิ้วล้วงออกมาใจแทบขาด พอมองหน้าจิ้งเยี่ยก็ยิ่งทวีความเกลียดชังในดวงตา
เชิงอรรถ
^ คลื่นใต้น้ำ หมายถึง เหตุการณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใน แต่ภายนอกนั้นดูสงบเรียบร้อย