บุพเพรักแม่ทัพสุริยัน如意

    ตอนที่ 13 บุรุษชอบเปลี่ยนใจ มิรักใคร่ดังเดิม2

            จังหวะเดียวกันนั้น ที่หน้าห้องหนังสือ

            หญิงสาวงดงามอ่อนหวานนางหนึ่งกำลังเดินเนิบช้า ทั้งโดดเด่นมีสง่าเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนชวนรักใคร่ นางค่อยๆ ปรากฎกายเข้ามาด้วยกิริยานุ่มนวลอ่อนโยน ชวนให้ผู้คนที่พบเห็นต้องสั่นสะท้านไปถึงหัวใจ

            นางผู้นี้ช่างคล้ายคลึงภาพวาดอันงดงามไร้สิ่งใดในโลกาเทียบเคียงได้ ความพิลาสทั้งปวงเมื่อมาเจอกับนาง ล้วนต้องสงบสมยอมในทันที

            นางผู้นี้คือซู่หลิน

            สะคราญโฉมผู้พกพารอยยิ้มอ่อนหวานพิลาสล้ำแขวนไว้บนดวงหน้าอันงามเลิศเพริดพริ้งตลอดเวลา

            หญิงสาวย่างกรายอ่อนช้อยแช่มช้ามาแต่ไกล

            เหล่าบ่าวไพร่ที่เดินผ่านนางยังต้องหยุดเท้าก้มหน้าทำความเคารพอย่างนอบน้อม

            เนื่องจากทุกคนต่างรู้ดี อนุผู้นี้เข้าเรือนท่านแม่ทัพแค่ราตรีเดียว ฮูหยินน้อยยังต้องถูกระเห็จไปตั้งไกล ไร้วี่แววจะได้กลับมา อนิจจา นางคงเป็นที่โปรดปรานหนึ่งเดียวแน่ๆ ใครอย่าพลั้งเผลอทำอนุซู่ไม่พอใจเชียว...

            ซู่หลินลอบยกยิ้มลำพองใจ

            มีคนกล่าวไว้ว่าความใกล้ชิดนำไปสู่ความรัก หากได้อยู่ด้วยกันทุกวันยังต้องกลัวไม่มีโอกาสสร้างสัมพันธ์อีกหรือ

            

            ฮูหยินเอกต่ำชั้นอย่างไป๋หมิงเยว่ไม่อยู่เป็นก้างชิ้นโต นางย่อมมีโอกาสเผยโฉมต่อหน้าท่านแม่ทัพเพียงผู้เดียว บุรุษผู้หนึ่งจะทนการยั่วยวนจากสาวงามได้หรืออย่างไรกัน ย่อมเป็นนางเท่านั้นที่ต้องตาต้องใจ เป็นที่รักใคร่ตลอดไป

            

            เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องหนังสือ ซู่หลินยังโปรยยิ้มงามเอ่ยเสียงอ่อนหวานให้จิ้นเหอ

            “ข้านำน้ำแกงบำรุงร่างกายอย่างดีมาให้ท่านแม่ทัพ รบกวนเจ้าช่วยเปิดประตู”

            อากัปกิริยาชวนพิศปานนั้นช่างทำให้ผู้คนคิดไม่ซื่อ ชวนให้รู้สึกอยากชิดใกล้อย่างคนลุ่มหลงฉับพลันโดยแท้

            ทว่าเหนือคาด จิ้นเหอกลับมองซู่หลินอย่างเย็นชา

            “ท่านแม่ทัพกำลังยุ่ง ไม่สะดวกให้ผู้ใดเข้าพบ”

            สำหรับคนเช่นเขา จิ้นเหอผู้นี้ เหล่าอนุคือนางมาร ไม่ว่าจะงามเฉิดฉายเท่าใดก็เน่าเฟะทั้งสิ้น

            หากเบื้องหลัง นางเป็นคนรักที่จำต้องแต่งเป็นอนุ เพราะสามีหนึ่งเดียวบังเอิญได้สมรสพระราชทานกับสตรีอื่น ชนิดตัดหน้ายากต่อต้านก็แล้วไปเถิด...

            ทว่าซู่หลินไม่ใช่! ทั้งยังทำฮูหยินเอกถูกลงโทษ!

            จิ้นเหอรู้สึกโกรธมากจริงๆ จึงยืนเป็นปราการหิน มิให้ซู่หลินเข้าใกล้หยางเจี้ยนเด็ดขาด...

            ทว่าในห้องกลับมีเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังเล็ดลอด

            “ให้นางเข้ามาเถิด...”

            ซู่หลินที่เริ่มไม่พอใจจิ้นเหอจึงผลิรอยยิ้มเบิกบานแกมเย้ยหยัน “เจ้าได้ยินหรือไม่? ท่านแม่ทัพเรียกหาข้า”

            จิ้นเหอลอบกัดฟันหันหลังเปิดประตู “เชิญ”

            “ลำบากเจ้าแล้ว...” หญิงสาวเหยียดเสียงอ่อนหวาน มองเย้ยหยันปราดหนึ่ง พลางเดินนวยนาดเชิดหน้าเข้าไป

            ประตูถูกปิดตามหลัง ภายในห้องหนังสือรโหฐานจึงปรากฎภาพชายหญิงอยู่กันตามลำพังสองต่อสอง

            หากมองประเมินจากเงาอันเลือนรางจากด้านนอก ช่างคล้ายคลึงคู่นกยวนยางชวนกันเล่นน้ำ

            ช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก

            ฮูหยินเอกไม่อยู่ อนุซู่ย่อมได้รับการเชยชม

            บุรุษก็เท่านี้ หากสตรีหนึ่งไม่ดี ยังมีอีกสตรีให้เสพสม 

            มีเพียง ‘ความใคร่’ ให้ปรนเปรอ มิใช่พลั้งเผลอหัวใจตามแรงปรารถนา ‘ความรัก’ ไหนเลยควรค่าให้เอ่ยถึง

            หยางเจี้ยนหยัดกายลุกขึ้นจากหลังโต๊ะเป็นฝ่ายเดินเข้าหาซู่หลิน พาเรือนร่างสูงใหญ่งามสง่ามาหยุดเบื้องหน้า ก้มมองร่างอรชรของคนงามนิ่งๆ

            หญิงสาวมองเขาด้วยสองตาทอประกายระริกไหว ซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้สุดใจ ก่อนย่อกายนอบน้อม

    คล้ายกับเรื่องบุพเพรักแม่ทัพสุริยัน如意 ที่คุณอ่าน