“พอเถอะ... ดาฟังไม่ออกหรอกนะว่าพี่พูดบ้าอะไร...” ณาดาลากพี่ชายให้ลุกตามมาในสภาพทุลักทุเล คนตัวใหญ่ไม่ยอมเดินท่าเดียว กว่าจะมาถึงห้องน้ำ เธอก็มีสภาพไม่ต่างจากหมาหอบแดด
เธอจัดการราดน้ำเย็นรดหัวชายหนุ่มให้สร่างเมา เขาร้องโวยวายโกรธเกรี้ยวปัดป้องไม่ให้ทำ ณาดาใช้แรงเท่าที่มีกดลำตัวคนขี้เมาลงไปนั่ง ใช้เข่ายันไม่ให้เขาลุกขึ้นมาอาละวาดเธอได้อีก
ฤทธิ์มากจริง ๆ ขนาดเมาอยู่แท้ ๆ เธอรำพึงรำพันกับตัวเอง ก่อนจะปิดประตูขังเขาให้แช่น้ำเย็นสักพัก เดี๋ยวค่อยไปดูอีกทีว่าเป็หรือตาย เขาผลักประตูเดินโงนเงนออกมาจากห้องน้ำ ก่อนจะสั่งแม่บ้านให้เอากาแฟขม ๆ มาให้หน่อย พลางตบท้ายทอยสะบัดหัวไล่ความมึนงง
“ใครลากฉันไปทิ้งห้องน้ำ บอกมา… แม่งเอ๊ยอย่าให้รู้ว่าเป็ใคร พ่อจะไม่เลี้ยงไว้...” ณาดาทำไม่รู้ไม่ชี้ ชงกาแฟนำมาให้ด้วยท่าทางไร้พิรุธ เขาดื่มเพียงอึกเดียวก็พ่นออกมาหมด มองหน้าคนชงแล้วปาแก้วกาแฟทิ้งแตกกระจาย
“ชงภาษาบ้าอะไรขมชะมัด…” เขาตะคอกเสียงเขียวต่อว่าให้รู้สึก ณาดาก้มเก็บเศษแก้ว เธอหาผ้ามาเช็ดน้ำเพราะกลัวเขาลื่นหัวฟาด เดี๋ยวก็มาโทษว่าเป็เพราะเธออีก
“เธอไม่ได้ยินที่ฉันพูดเลยใช่ไหม...”
เธอได้ยินแต่ไม่อยากเอามาเป็อารมณ์ คนอะไรปากเสีย แถมนิสัยยังเสียไม่เลิก กะอีแค่คนรักถอนหมั้นกลับกินเหล้าฟูมฟายจะเป็จะตาย งานก็ไม่ไปทำให้คนแก่ ๆ ต้องรับหน้าแทน ชายหนุ่มฉุดแขนให้ณาดาหันมาเผชิญหน้าเขา ก่อนจะกวาดตามองั้แ่หัวจรดเท้าอย่างสมเพช
“เป็แค่เด็กที่แม่ฉันเก็บมาเลี้ยงอย่าสะเออะ...ริอ่านมาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของฉัน จำใส่กะลาหัวโง่ ๆ ของเธอเอาไว้…” ณาดารู้สึกเจ็บจี๊ดกลางอกซ้าย นี่เขาเกลียดเธอมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ
แผ่นดินเดินเข้าห้องล้มตัวลงนอนอย่างหมดสภาพ ณาดาตามมาดูให้แน่ใจว่าเขาไม่เป็อะไร ไม่ได้ล้มหัวกระแทกกับอะไรเข้า และสิ่งที่พบก็คือเขานอนกรนสบายอุราเธอห่มผ้าให้ความอบอุ่นร่างสูง
มือแผ่นดินสะเปะสะปะไขว่คว้าแขนหญิงสาวเข้ามากอดอย่างไม่รู้ตัว ณาดายื้อให้เขาปล่อยแขนของเธอแต่ดันลื่นเสียหลักไปปะทะอกแกร่ง ครานี้เขาตวัดตัวพลิกทาบทับไม่ให้เธอตั้งตัว
“คุณดินปล่อยดานะ…” เธอทุบตีให้เขารู้สึกตัว เขาส่งเสียงร้องขัดใจในลำคอ ณาดาอ่อนอกอ่อนใจมองใบหน้ายามอีกคนหลับตา มือเรียวสวยเผลอลูบไล้แก้มสาก
เธอบอกไม่ถูกว่ารู้สึกดีมากแค่ไหนที่ได้อยู่ในอ้อมกอดคนที่ตัวเองรัก เวลาล่วงเลยพักใหญ่ แผ่นดินสะลึมสะลือปรือตาก้มมองร่างแน่งน้อยในวงแขน เขาผละออกอย่างใ ไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะทำเื่เลวร้ายลงไป จนณาดางงงวยว่าเขาเป็อะไรกันแน่
“พี่...ฉัน...เอ่อ... คงไม่ได้ล่วงเกินอะไรเราไปนะ…” เขาลังเลใจที่จะพูดออกมาตามตรงณาดาส่ายหัวบอกว่าเขาไม่ได้ทำอะไร แต่เขาไม่เชื่อเขาต้องให้แน่ใจ ร่างสูงใหญ่พลิกตัวหมุนเดินไปรอบ ๆ สำรวจเนื้อแม่น้องสาวนอกไส้ ร่างเล็กเอี้ยวตัวมองคนตัวโต เขาลากเธอลงมาจากเตียงแล้วไล่เธอให้รีบ ๆ ไปก่อนเขาจะมีน้ำโห
“เดี๋ยวก่อน...” เขาคิดอีกที เดินไปปิดประตูลงล็อกยืนขวางประตูไม่ยอมให้ออกไป ณาดาก้าวถอยไปหลบหลังโซฟา เธอเหลือบมองลอดหน้าต่างห้องเห็นมารดาเลี้ยงเดินขึ้นมา สุดาเคาะห้องเรียกชายหนุ่มให้ออกไปหาเธอ แผ่นดินจึงหันมาสั่งห้ามไม่ให้ณาดาออกไป ไม่อย่างนั้นเจอดีแน่
“ครับแม่... เรียกผมมีอะไรคร้าบ…” เขาสวมกอดมารดาทั้งกลิ่นเหล้าคละคลุ้งยังโชยเหม็นออกมาทั่วตัวสุดาผลักไสลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ไล่ไปไกล ๆ
อย่าเข้ามาใกล้เพราะเธอทนกลิ่นเหม็นไม่ไหว ณาดาก้าวเท้าค่อย ๆ ย่องเปิดแง้มประตูเบา ๆ เหลียวซ้ายมองขวาเห็นเขาคุยกับมารดาอยู่ เธอจึงใช้่จังหวะนี้รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
แผ่นดินที่เหลือบดูเห็นหลังหญิงสาวไว ๆ เขากระตุกยิ้ม... กล้าลองดีกับฉันหรือแม่ตัวดี เมื่อสุดากลับเข้าห้อง แผ่นดินก็ลงมาตามหาตัวณาดาที่เผ่นหนีออกมาจากห้องของเขา ณาดาอยู่รวมตัวกับคนงานในครัวเพื่อเป็เกราะกำบัง ดังนั้นชายหนุ่มจึงกระแอมกระไอให้คนงานถอยห่างออกไป
“ฉันขอคุยกับน้องสาวหน่อย...” ทุกคนหลบฉากเดินหนีกันหมด ณาดาก้มหน้าก้มตาทำเป็ไม่ได้ยิน เขารั้งแขนลากเธอไปคุยกันด้านนอก ณาดามองหาคนช่วยแต่กลับไม่มีใครกล้ายุ่งเื่ในครอบครัวเ้านาย พอตั้งท่าจะวิ่งหนีก็ถูกมือที่เหมือนคีมเหล็กคว้าเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
“ดาว่าคุณคงยังไม่สร่างเมา เอาไว้คุยกันวันหลังเนอะ... ปล่อยแขนดาเถอะค่ะ...” เขายิ้มกรุ้มกริ่มยามที่เห็นน้องสาวนอกไส้ยิ้มหวานอ้อนวอน เห็นแล้วอยากจูบปากชมพูนั่นจริง ๆ นี่เขาคิดบ้าอะไรอยู่ นั่นมันน้องสาวนะเว้ย