18 (1-2)
ตอนที่21 ฟันต่อฟัน(1)
“เย่หลีเทียนน่าเกรงขามปานนั้น?”
เซียถงหยุดมองย้อนกลับไปทางอิ๋งเอ๋อร์จะว่าไปชายคนนั้นก็ทำให้นางรู้สึกดั่งกว่ากำลังเผชิญหน้ากับจิ้กจอกมากเล่ห์กล ที่ทั้งเืเย็นและมากแผนการอยู่เื้ัแม้บนใบหน้าของเขาจะคงไว้ซึ่งรอยยิ้มดูเป็มิตรปราศจากอันตรายแต่เซียถงก็สังเกตเห็นชัดแจ้งถึง แววความเหี้ยมที่เจือผสมในแววตาคู่นั้น
“แน่นอนเ้าค่ะ!เขาเป็บุคคลผู้ทรงอำนาจที่สุดแล้วในจักรวรรดิตงหลี่!”
อิ๋งเอ๋อร์พยักหน้ายืนยันข้อสงสัยของคุณหนูดวงตาเรียวเล็กเผยแสดงความหลงใหลอันไร้ขอบเขต ทั้งยังกล่าวอีกว่า
“เขายังเป็บุตรรูปงามที่สุดแห่งจักรวรรดิตงหลี่อีกด้วยเ้าค่ะ!”
“ปานนั้นเชียว?”
เซียถงแสยะยิ้นเชิดมุมปากเล็กน้อยแล้วค่อยหันกลับไปรูปโฉมภายนอกหล่อเหลาแล้วอย่างไร? หากกมลสันดานภายในของมันสกปรกชั่วช้าไม่ว่าหล่อสวยเพียงใดย่อมต้องส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาในสักวัน
ทันใดนั้นเองเซียถงััได้ว่าบรรยายกาศรอบตัวพลันมืดขรึมลงชั่วขณะพอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นจางเสวี่ยหรงยืนรออยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลทั้งยังมองมาทางนางอีกด้วย วันนี้มาในชุดแพรพรรณสีชมพูอ่อน โปร่งระบายพลิ้วดูงดงามมากเสน่ห์หา ทว่าน่าเสียดายยิ่งนักที่แววความชั่วร้ายที่ส่องสะท้อนจากั์ตา กลับลดทอนความดูดีไปหลายส่วนขณะนี้นางยืนอยู่เพียงคนเดียวปรากฏผู้ใดเคียงคู่ดั่งครั้งก่อนๆ
เซียถงยังคงย่างก้าวตรงต่อไปเดินเฉียดหน้านางผ่านไปโดยตรงราวกับมองไม่เห็นอีกฝ่าย
“เซียถงในการประลองครานี้มียอดฝีมือมากมายหลายหลากกว่าครั้งก่อนมากข้าขอแนะนำให้เ้าถอนตัวออกจากการประลองเสียทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเ้าเอง”
จางเสวี่ยหรงเดินเข้ามาหาอยู่ท้ายหลังยิ้มแช่มเอ่ยกล่าวอย่างสดใส
“โอ้? ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเ้าเองก็ระวังตัวด้วยเช่นกัน”
เซียถงเหลือบหางตามองอีกฝ่ายเล็กน้อยสีหน้าการแสดงออกเรียบนิ่งดูค่อนข้างเฉยชา ทว่าภายในใจกลับหัวเราะเยาะเย้ยครั้งนี้นางวางแผนจะทำอะไรอีกล่ะ?
จางเสวี่ยหรงหันศีรษะซ้ายทีขวาที แลมองโดยรอบอยู่ปราดหนึ่งเมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีใครสังเกตหรือสนใจทางนี้ ท่าทีของนางพลันแปลกไปเล็กน้อยเอนตัวเข้าไปชิดใกล้เซียถงพร้อมทั้งหยิบถุงใส่เงินจำนวนหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อออกมาเอ่ยกระซิบข้างหูเซียถงว่า
“เซียถงหากเ้ายอมถอนตัว ข้าจะมอบเงินจำนวนห้าร้อยเหรียญเงินแก่เ้า”
หากไม่มีเซียถงอยู่สักคนฉายาสตรีผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งจักรวรรดิตงหลี่จะตกกลายเป็ของนางอย่างไม่ต้องสงสัยและโอกาสที่จะได้อภิเษกสมรสกับองค์รัชทยาทไป๋หลี่เย่ก็จะสูงขึ้นมากอีกด้วย
“นามขานสตรีผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งจักรวรรดิเ้าเห็นว่ามันไร้ค่าปานนั้นเชียว? ถึงเสนอราคามาเพียงห้าร้อยเหรียญเงินเท่านั้น?”
เซียถงเคลื่อนสายตาลงไปจับจ้องถุงเงินในมืออีกฝ่ายที่ยื่นเข้ามาให้ก่อนเลิกคิ้วเอ่ยถามสวนกลับไป
้าซื้อข้าด้วยเงิน?แต่ให้มาแค่นี้นับว่าประเมินกันต่ำเกินไป
“หากเช่นนั้น พันเหรียญเงินเป็อย่างไร?”
จางเสวี่ยหรงขมวดคิ้วแน่นครุ่นคิดอย่างหนักจนใบหน้าแดงก่ำจนท้ายที่สุดต้องตัดใจยอมเสนอราคาใหม่อีกครั้งถึงขนาดกัดฟันกรามขบแน่นเปล่งเสียงเล็ดลอดออกมาดั่งใจจะขาดเพราะหนึ่งพันเหรียญเงินนี่ถือเป็ขีดกำจัดของนางแล้ว
เซียถงอยากจะหยอกล้อกับนางอีกสักหน่อยจึงจงใจถ่วงเวลาทำเป็ครุ่นคิดปล่อยให้อีกฝ่ายกังวลไปแบบนั้นส่วนที่ว่าจะรับข้อเสนอหรือไม่ นางตอบได้ทันทีว่า ไม่แน่นอน
อย่างไรก็ตามหากสิ่งที่จางเสวี่ยหรงนำมาต่อรองกับนางเป็ เห็ดหลินจือมรกต นางก็พร้อมละทิ้งฉายาสตรีที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งอาณาจักรทิ้งไปโดยไม่มีลังเล
“คุณหนูเราได้สินสอดของฮูหยินหลี่คืนมาหมดแล้วแถมเงินที่ได้รับกลับมาก็เป็จำนวนไม่น้อยเลย”
อิ๋งเอ๋อร์มองว่าดูยังไงก็ไม่คุ้มกันเลย จึงโน้มศีรษะกล่าวให้เซียถงฟัง
“นี่ข้ากำลังสนทนาอยู่กับคุณหนูของเ้าทาสจัณฑาลหรือมีสิทธิ์กล่าวแทรกขัดจังหวะ?”
จางเสวี่ยหรงหงุดหงิดอย่างยิ่งที่เห็นอิ๋งเอ๋อร์บังอาจกล่าวแทรกแซงพ่นลมหายใจใส่เฉือกใหญ่ นางยกมือขึ้นเตรียมตัวจะตบหน้าสั่งสอนอิ๋งเอ๋อร์ฉะใหญ่
อิ๋องเอ๋อร์ตื่นใอย่างยิ่งรีบหลับตาปี๋รอโดนตบทั้งอย่างนั้น จะอย่างไรนางก็เป็เพียงทาสไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหลบเลี่ยงได้อยู่แล้ว
ขณะที่หวดฝ่ามือเข้าใส่กลับถูกเซียถงหยุดไว้กลางอากาศ
“จางเสวี่ยหรงหาก้าให้ข้าถอนตัวจากการประลองเพื่อแลกกับแค่เศษเงินเกรงว่าเ้าจะไร้เดียงสาเกินไป”
เซียถงคำรามเสียงกังวานคว้าถุงเงินจากมืออีกฝ่าย มาเดาะเล่นอย่างสนุกสนาน
ผู้คนโดยรอบล้วนถูกสุ้มเสียงกังวานลั่นของเซียถงชักพาหันขวับกันมามองไม่นานนัก ก็กลายมาเป็จุดสนใจในเวลาต่อมา
ทันทีทันใดเซียถงก็ยกถุงเงินขึ้นสูงอยู่เหนือหัวของจางเสวี่ยหรงพร้อมเปิดปากถุงเทเงินโปรยใส่อีกฝ่าย และหัวเราะเยาะเย้ยกล่าวว่า
“แค่หนึ่งพันเหรียญเงินยังต้องคิดมากขนาดนี้สงสัยจวนของท่านแม่ทัพจะเป็พวกขี้งกกันทั้งบ้าน แต่น่าเสียดายนักเหรียญเงินเหล่านี้ไม่สามารถซื้อตัวข้าได้!”
เทเหรียญเงินราดใส่หัวจางเสวี่ยหรงจนหมดยามนี้สายตาคู่นั้นของนางส่อแววดูแคลนเสมือนกำลังมองคนโง่ไร้สาระ
“นี่คือสิ่งที่ผู้คนในจวนท่านแม่ทัพสั่งสอนกันมารึไง?ใช้เงินซื้อชัยชนะ? น่าเสียดายนัก...เพราะเงินมิใช่ทุกอย่างหากไม่มากพอ”
“นี่ นี่ข้าไม่คิดเลยว่า บุตรสาวแห่งจวนแม่ทัพจะทำเื่ไร้ยางอายเช่นนี้จริงๆ”
“แค่พันเหรียญเงิน?ครอบครัวของท่านายพลฟังว่ามั่งคั่งร่ำรวยมีกินมีใชตลอดชาติ ไม่เพียงจะไร้ยางอายเท่านั้น แถมยังเป็พวกขี้งกอีกด้วย”
“….”
เสียงซุบซิบมากมายหลายหลากดังหึ่งขึ้นปะปนกันไปทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่จางเสวี่ยหรง ไม่ว่าจะด้วยความขุ่นเคืองหรือดูถูก
“เซียถง!อย่าให้ข้าบังเอิญพบเ้าบนสนามประลอง!มิฉะนั้นเตรียมขายหน้าได้เลย!”
จางเสวี่ยหรงรีบก้มตัวลงไปเก็บเหรียญเงินที่ตกกระจายทั่วพื้นแม้จะรู้สึกอับอายขายขี้หน้าอย่างไรกลับต้องขบฟันทน
“ข้าจะรอ”
เซียถงแสยะยิ้มเย็นและพาอิ๋งเอ๋อร์จากออกไป
จางเสวี่ยหรงหอบกองเหรียญเงินวิ่งฝ่าออกไปท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของฝูงชน
“คุณหนูตอนนี้ท่านหล่อมากเลยเ้าค่ะ!”
อิ๋งเอ๋อร์แลบลิ้นเชิงหยอกล้อใส่ทางเซียถงขณะเอียงหูฟังบทสนทนาของผู้คนโดยรอบ ทีแรกนางคิดว่าตนเองต้องโดนตบสั่งสอนจริงๆแน่นอน แต่ใครจะไปคิดว่าสุดท้ายกลับเป็คุณหนูผู้แสนจองหองแห่งจวนแม่ทัพที่ต้องแบกหน้าเดินจากออกไปพร้อมความอับอายแทน
เซียถงมิได้พูดอะไรและเดินตรงต่อไปเคียงข้างอิ๋งเอ๋อร์เดิมทีนางเองก็ไม่มีเจตน่คิดจะเปิดเผยการกระทำของจางเสวี่ยหรงต่อหน้าสาธารณะหากอีกฝ่ายไม่ล้ำเส้นข้า ข้าเองก็ไม่ล้ำเส้นคนอื่นก่อนเช่นกันส่วนเื่ติดสินบนกันแบบนี้ก็แค่เื่ธุรกิจเท่านั้นในส่วนนี้เซียถงย่อมเข้าใจดี แต่การที่อีกฝ่ายคิดจะใช้กำลังตบหน้าคนของตน ในส่วนนี้นางไม่สามารถยอมรับได้ดังนั้น จางเสวี่ยหรงจึงสมควรได้รับโทษเป็เหตุผลให้นางจงใจะโเสียงดังเพื่อทำให้อีกฝ่ายอับอาย
พอไปถึงสนามประลองหมายเลขหนึ่งศึกแรกซึ่งเป็คู่เปิดสนามได้เริ่มต้นขึ้นไปแล้ว พอมองดูฉลากในมือตัวเองที่เป็หมายเลขสี่สิบหกก็คิดกับตัวเองว่า คงยังไม่ได้ลงสนามในรอบเช้าแน่นอนจึงเดินขึ้นอัฒจันทร์ไปหาที่นั่งสงบๆพักพิงกับอิ๋งเอ๋อร์
คู่เปิดสนามมีระดับชั้นลมปราณอยู่เพียงขอบเขตเสาหลักเหลืองในสายตาของเซียถงประหนึ่งว่ากำลังมองเด็กข้างบ้านต่อยตีกันเฉยๆซึ่งเป็อะไรที่จืดชืดและน่าเบื่ออย่างยิ่ง คล้อยหลังเผลองีบไปสักพักจึงสะกิดแขนอิ๋งเอ๋อร์ พาย้ายไปที่สนามประลองหมายเลขสองแทน
พอมาสนามนี้ ก็เห็นชายร่างกำยำไว้เคราหนาะโขึ้นบนสนามประลองหมายเลขสองพร้อมเหวียงค้อนั์สองมืออย่างองอาจ ะโลั่นขึ้นว่า
“ข้าคือหมายเลขสิบ!ผู้ใดหมายเชขสิบเอ็ดจงโผล่หัวออกมาซะ!มัวหดหัวอยู่ที่ไหน? ออกมา!”
ชายร่างกำยำผู้นี้ดูทรงพลังแข็งแรงอย่างยิ่งด้วยลักษณ์ร่างกายที่ทั้งสูงทั้งใหญ่ และสีหน้ายังดูป่าเถื่อนดุร้ายผนวกเข้าอาวุธที่เป็ค้อนั์จับสองมือเสมือนปีศาจควายจากนรกก็ทำเอาฝูงชนจำนวนมากรอบข้างสะดุ้งใ
“ข้าอยู่นี่”
ทันใดนั้นพลันปรากฏชายร่างสูงโปร่งะโออกจากท่ามกลางฝูงชนขึ้นสนามประลองจับจ้องชายร่างกำยำไว้เคราหน้าอย่างเยือกเย็น
“โอ้? เป็เ้ารึที่ต้องสู้กับข้า?”
ชายร่างกำยำเคราหนาแสยะยิ้มจับจ้องชายร่างสูงโปร่งตรงหน้าั์ตาท่อประกายเร้นแฝงไปด้วยความรังเกียจอยู่หนึ่งส่วนคล้อยหลังยิ่งแสยะยิ้มกว้างดูน่าขยะแขยงยิ่งก่อนกรรมการในสนามส่งสัญญาณเริ่มการประลอง มันก็ค้อนขึ้นเหนือหัวควงหมุนติ๊ว
“เช่นนั้นเตรียมรับมือ!”
ชายร่างสูงโปร่งเพียงพยักหน้าตอบเล็กน้อยชายร่างกำยำเคราหนาก็รุกโจมตีเหวียงค้อนโถมแรงหวดใส่ด้วยสองมือช่างเป็การโจมตีที่ทั้งทรงอานุภาพและรวดเร็วเกินคาด! ทำให้ผู้ชนโดยรอบนั่งไม่ติดเก้าอี้ลุกฮือด้วยความตื่นเต้น