ความโกรธแค้นของชูร่า

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 50 เซียวฉิวเฟิง

             ผลจากการซ้อนทับกันของค่าสถานะอาวุธสองชิ้นนั้นแน่นอนว่าไม่ได้เรียบง่ายเพียงแค่การทับซ้อนกันของพลังโจมตีเท่านั้น ทั้งค่าสถานะค่าความสามารถ ค่าสถานะผิดปกติ หรือแม้แต่สกิลต่างก็ซ้อนทับกันการโจมตีโดยใช้อาวุธหนึ่งในสองชิ้นสามารถแสดงผลรวมกันของอาวุธทั้งสองชิ้นส่วนการโจมตีพร้อมเดียวกันด้วยอาวุธทั้งสองชิ้นแทบจะพูดได้ว่าเป็นผลของการโจมตีด้วยอาวุธสี่ชิ้นพร้อมกันพลังของลูกแก้วราศีเมถุนนั้นทำให้ผู้คนถึงกับพูดไม่ออก

             ไม่ใช่เพียงแค่พลังโจมตีที่พุ่งสูงขึ้นอัตราความแม่นยำก็ทะลุ 37 หน่วย เขามั่นใจว่าด้วยเลเวลและอัตราความแม่นยำในปัจจุบันของเขาต้องไม่มีมอนสเตอร์ตัวใดในหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นที่จะทำให้เขาโจมตี ‘MISS’และสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดคืออัตราการโจมตีติดคริติคอลของเขา 22%! ค่าที่น่าตกใจนี้ เขาได้มาจากลูกแก้วแห่งความอำมหิตมันทำให้นักฆ่าซึ่งมีอัตราการติดคริติคอลโดยเฉลี่ยสูงที่สุดถึงกับรู้สึกอับอาย

             หลิงเฉินตรวจสอบตำแหน่งของเขาอีกครั้งหนึ่งก่อนเก็บอาวุธอันแพรวพราวทั้งสองชิ้นจากนั้นจึงมุ่งหน้าไปในทิศทางของหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นตอนแรกเขาอยากได้ข้อมูลบางอย่างจากชีเยว่ แต่ผลก็คือนอกจากเขาจะไม่ได้ข้อมูลใดๆแล้ว เขายังโดนแม้กระทั่งพูดจาแทะโลมเขาไม่มีเวลาที่จะถามถึงวิธีการค้นหาลูกแก้วเฉพาะตัวของ ‘จันทร์ต้องสาป’ และวิธีการซ่อนมันด้วยซ้ำเขาเริ่มรู้สึกกลัวหญิงสาวผู้นี้เล็กน้อยสิ่งที่เขากลัวไม่ใช่นางแต่กลัวว่าตัวเขาจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ภายใต้เสน่ห์ที่ชวนให้หลงใหลของนางรวมทั้งการกระทำบางอย่างที่จะเป็นการนอกใจสุ่ยรั่ว

             เมื่อกลับถึงหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นหลิงเฉินก็มุ่งตรงไปที่ร้านขายไอเทม

              “สวัสดีครับหัวหน้าหวัง ที่นี่มีหน้ากากไหม?” หลิงเฉินถามอย่างตรงไปตรงมาขณะเดินเข้าไปในร้านขายไอเทม สำหรับหวังจี๋หลิงเฉินรู้สึกขอบคุณเขาเล็กน้อยหากไม่มีจี้ไพลินกับยาสูตรพิเศษเหล่านั้นที่หวังจี๋มอบให้เขาคงไม่มีชีวิตรอดหลังตกลงไปจากหน้าผาและเป็นไปไม่ได้อย่างยิ่งที่เขาจะสามารถเอาชนะคางคกยักษ์แห่งความละโมบซึ่งได้มอบผลกำไรให้แก่เขา

             “โอ้ เจ้าหนุ่มวีรบุรุษนี่เอง ดูเหมือนจะเป็นเวลาหลายวันพอสมควรที่ข้าไม่ได้เห็นเจ้า”หลังจากเห็นหลิงเฉินหวังจี๋ที่ดูไม่มีชีวิตชีวาในตอนแรกเริ่มกระตือรือร้นขึ้นมาทันใด “ข้ามีหน้ากาก แต่มันไม่จำเป็นต้องซื้อข้ารู้ว่าวีรบุรุษอย่างเจ้าซึ่งมาจากโลกอีกแห่งคงต้องการความเป็นส่วนตัวและไม่ต้องการเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงกับคนอื่นฉะนั้นแล้วหากมีความจำเป็นเจ้าสามารถรับหน้ากากฟรีจากข้าได้โดยตรงเอ้านี่สำหรับเจ้า”

             หลังพูดจบหวังจี๋มอบหน้ากากใบหนึ่งซึ่งทำจากเหล็กให้หลิงเฉินหน้ากากแบบนี้สามารถพบได้ทั่วทุกที่ในหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นความเป็นจริงนั้นตรงกับที่หวังจี๋พูด ในเกมผู้เล่นจำนวนมากชอบใส่หน้ากากเพราะไม่อยากให้ผู้เล่นอื่นเห็นรูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของพวกเขาหลิงเฉินก็นับเป็นหนึ่งในผู้เล่นเหล่านี้

             หลิงเฉินสวมหน้ากากเหล็กลงบนใบหน้าของเขามันครอบพอดีกับทั้งใบหน้าของเขา ถึงแม้ว่ามันจะทำมาจากเหล็ก ทว่ามันบางและเบาอย่างมากขณะสวมใส่ไม่มีความรู้สึกไม่สบายหรือหนักเลย ในตอนที่เขากำลังเตรียมตัวออกไปเขาก็ได้ยินหวังจี๋กล่าวต่อ “พูดถึงหน้ากากมันไม่ได้เป็นประเภทของอุปกรณ์สวมใส่อย่างเป็นทางการการใช้งานของมันนั้นก็ใช้แค่เพียงปิดบังใบหน้าของเจ้า อย่างไรก็ตามสองสามปีที่ผ่านมาข้าได้ยินจากหัวหน้าหมู่บ้านว่ายังมีหน้ากากที่มีค่าสถานะอยู่บนทวีปหลงลืมแต่หน้ากากประเภทนี้หายากมาก แต่ละชิ้นเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ประเมินค่าไม่ได้อย่างน้อยที่สุดในชีวิตของข้าก็ไม่เคยมีโชคที่จะได้เห็นหน้ากากที่เป็นตำนานเช่นนั้น”

             หน้ากากที่มีค่าสถานะหากผู้เล่นคนใดได้ครอบครองมันสักหนึ่งใบนั่นไม่หมายความว่าพวกเขาจะมีไอเทมต่อสู้เพิ่มขึ้นมามากกว่าผู้เล่นอื่นหนึ่งชิ้น!

             หลังเดินออกมาจากร้านขายไอเทมหลิงเฉินก็ตรงไปที่พื้นที่ทางด้านทิศเหนือของหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นยามนี้สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือการอัพเลเวลเป็น LV10 และออกไปจากหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นรวมทั้งมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงของทวีปหลงลืมซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการเริ่มต้นครั้งใหม่ที่แท้จริงปัจจุบันเขามีเลเวล 9 ซึ่งพุ่งขึ้นมาจากเลเวล 5ภายใต้ค่าประสบการจำนวนมหาศาลที่ได้จากบอสระดับนางฟ้า ขณะนี้เขามั่นใจว่าเลเวลในปัจจุบันของเขาน่าจะสูงที่สุดในเขตสงครามประเทศจีนถึงแม้ตอนนี้เลเวลของเขาจะเพิ่มขึ้นยากกว่าผู้เล่นที่เหลือสองเท่าแต่เขาก็เชื่อว่าตัวเขาจะยังคงเป็นผู้เล่นคนแรกที่อัพถึงเลเวล 10

             พื้นที่ทางด้านทิศเหนือสุดของหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นนั้นเป็นอาณาเขตของมอนสเตอร์ระดับสูงสุดในหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้น—หมีสีน้ำตาลเลเวล 10

             หนึ่งชั่วโมงต่อมาหลิงเฉินก็ได้ไปถึงเขตแดนของอาณาเขตหมีสีน้ำตาล อย่างที่เขาคาดไว้ ในเวลานี้ที่นี่ยังคงไม่ปรากฏร่างของผู้เล่นอื่นให้เห็น เลเวลโดยเฉลี่ยของผู้เล่น ณตอนนี้ควรจะอยู่ที่ราวๆ เลเวล 7-8 และพวกเขายังคงไม่มาที่นี่

             เมื่อพบตำแหน่งแล้วหลิงเฉินก็ออฟไลน์ทันทีเขาจะไม่ลืมไปดูแลสุ่ยรั่วของเขาอย่างแน่นอน

             ตอนที่เขากลับมาออนไลน์อีกครั้งมันก็เป็นเวลาบ่ายสองโมงแล้ว

             “ลอร์ดมันคือลอร์ดบอส! เร็วเข้า!เรียกทุกคนมาที่นี่เดี๋ยวนี้เลย! นำคนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้มาที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้!”

             “คนของอัคคีทมิฬงั้นหรือ? ฮึ! พวกแกหมายความว่าไง!ชัดเจนว่าพวกข้าเจอมันก่อน พวกแกต้องการปล้นมันไปงั้นหรือ?”

             “โอ้ พวกแกเจอมันใช่ไหม?งั้นทำไมพวกแกไม่ไปฆ่ามันล่ะ? ลอร์ดตัวนี้มีชื่อของพวกแกเขียนติดอยู่บนตัวมันหรือไง!?”

             “แก!!!”

             เพิ่งจะกลับมาออนไลน์เสียงของการโต้แย้งก็ดังมาถึงหูของหลิงเฉิน หลังจากฟังสองสามประโยคเขาก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขามองไปที่ต้นเสียงกลุ่มของผู้เล่นสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้าซึ่งกันและกัน ฝั่งหนึ่งมีผู้เล่นราว 30 คนนำโดยนักธนูผู้หนึ่งที่ถือคันธนูเหล็กส่วนอีกฝั่งหนึ่งมีผู้เล่นแค่ประมาณสิบกว่าคนผู้นำเป็นผู้เล่นคนหนึ่งที่ถือโล่เหล็กตำแหน่งของพวกเขาอยู่ตรงเขตแดนของอาณาเขตหมีสีน้ำตาลกับภายในอาณาเขตของหมีสีน้ำตาล...

             มีหมีสีน้ำตาลขนาดใหญ่ตัวหนึ่งนอนหลับอย่างเกียจคร้านทั่วทั้งร่างของมันโอบล้อมไปด้วยมวลของแสงสีทอง

             [หมีสงครามขนทอง]: ประเภท: อสูรเลเวล: LV10 ระดับ: ลอร์ดบอส HP:8,000...

             ลอร์ดบอส LV10[หมีสงครามขนทอง]!

             เริ่มแรกอาณาเขตของหมีสีน้ำตาลเลเวล 10ไม่ได้เป็นสถานที่ที่ผู้เล่นในตอนนี้จะเข้ามา มันน่าจะเป็นไปได้ว่ากลุ่มของทหารโล่เหล่านั้นเดินผ่านที่นี่โดยบังเอิญและพบกับลอร์ดบอสที่เพิ่งเกิดที่นี่พอดีหลังจากนั้นกลุ่มของนักธนูนั่นก็มาที่นี่ โอกาสในการเกิดของลอร์ดบอสนั้นต่ำมากๆและความล่อใจของมันก็ยังมากมายมหาศาลไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นหมู่บ้านไหน การปรากฏตัวของลอร์ดบอสมักจะทำให้เกิดความชุลมุนวุ่นวายที่ค่อนข้างใหญ่โตเพราะลอร์ดบอสเป็นตัวแทนของอุปกรณ์สวมใส่ระดับสูงสุดรวมทั้งค่าประสบการณ์และแต้มสกิลจำนวนมากมายสำหรับระดับผู้เริ่มต้นดังนั้นแล้วการได้เห็นลอร์ดบอสตัวใหม่เกิดขึ้นที่นี่จริงๆ จึงทำให้หัวใจของผู้เล่นทั้งสองกลุ่มเต้นอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นเต้นอย่างไรก็ตาม สำหรับลอร์ดบอสเลเวล 10 พวกเขาจะสามารถรับมือกับมันได้อย่างไรสิ่งแรกที่พวกเขาทำคือการไปเรียกพวกพ้องของพวกเขามาให้มากกว่านี้

             ทหารโล่ซึ่งถือโล่เหล็กมีใบหน้ามืดครึ้มเขาจ้องไปที่นักธนูและกล่าวอย่างเย็นชา “พวกข้า ‘อัคคีทมิฬ’ มักจะไม่สุงสิงกับใครและไม่เคยก้าวก่ายผู้อื่น บอสเป็นของผู้ใดก็ตามที่พบมัน นี่คือกฎที่ทุกคนทราบพวกแกกำลังพยามยามยั่วยุพวกข้า ‘พันธมิตรสงคราม’!”

             “บอสเป็นของผู้ใดก็ตามที่พบมันก่อนงั้นหรือ?ฮ่าๆๆ โคตรตลกเลยว่ะ สองสามวันก่อน พวกข้า ‘อัคคีทมิฬ’ พบหมาป่าประจัญบานขนทองเป็นพวกแรกและในหมู่ผู้เล่นเหล่านั้นที่มาปล้นมันไป พวกแกกล้าพูดไหมว่าไม่มีคนจาก ‘พันธมิตรสงคราม’ ของพวกแก!ไม่ต้องมาคิดว่าพวกข้าจะกลัวพวกแกก็เพียงเพราะพวกแกเป็นมิตรกับ ‘พันธมิตรเหยียนหวง’ พวกเรา ‘อัคคีทมิฬ’ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด!”นักธนูพูดด้วยใบหน้าที่มืดครึ้ม

             หลิงเฉินซึ่งกำลังยืนอยู่ในที่ห่างไกลพลันเงยหน้าขึ้นตาทั้งสองข้างของเขาจับจ้องไปที่นักธนูที่กำลังพูดสายตาของเขาทอดลงบนชื่อเหนือหัวของนักธนูผู้นั้น...

             ศรอัคคีทมิฬ!

             มันคือหัวหน้าของคนกลุ่มนั้น ในวันนั้น ณหน้าผาหมาป่า มันบังคับให้เขาต้องลงไปที่หน้าผา

             ทันใดนั้นสายตาของหลิงเฉินก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ

             “โอ้ ปากดีจริงๆแม้แต่หัวหน้าตัวกระจ้อยของ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ยังหยิ่งยโสได้ถึงเพียงนี้ อัคคีทมิฬกำลังจะมีอนาคตที่ดีขึ้นจริงๆสินะ”

             น้ำเสียงที่เย็นชาและไม่แยแสจากที่ไกลๆดังเข้ามาใกล้ เหล่าผู้เล่นมองไปตามต้นเสียงนั้น ชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าธรรมดาๆร่างกายใหญ่โต และสวมใส่อุปกรณ์ที่แสนจะธรรมดาเดินมาที่นี่อย่างช้าๆทั่วทั้งร่างของเขาไม่มีจุดไหนเลยที่จะมีค่าให้ผู้คนต้องหยุดมองมีแค่ดวงตาคู่นั้นเท่านั้นที่คมกริบดุจดั่งอินทรีย์พุ่งทะยานอยู่บนฝากฟ้า

             “หัวหน้าพันธมิตร! คุณอยู่ที่นี่แล้ว!”เมื่อเห็นเขาปรากฏตัว ทหารโล่พลันรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง และรีบทักทายเขา

             ตอนที่เห็นชายร่างใหญ่ผู้นี้ครั้งแรกใบหน้าของศรอัคคีทมิฬก็ปรากฏความสงสัยอยู่ลึกๆเขามั่นใจว่าเหมือนจะเคยเห็นชายผู้นี้ที่ไหนสักที่มาก่อนเมื่อได้ยินสิ่งที่ทหารโล่กล่าวกับเขา เขาก็หันหน้าไปในทันที “เจ้า...เจ้าคือ...เซียวฉิวเฟิง!”

             อันดับที่ 7ในตารางอันดับสวรรค์ของโลกเกมเสมือนจริงประเทศจีน รู้จักกันในชื่อของ ‘ผู้พิพากษาแห่งความเป็นความตาย’ และ ‘ผู้พิพากษาแห่งความโหดเหี้ยม’ เซียวฉิวเฟิง!

             อันดับสวรรค์และอันดับปฐพีนั้นผู้เล่นคนใดก็ตามที่อยู่ในโลกเกมเสมือนจริงจะรู้เกี่ยวกับการมีอยู่ของอันดับทั้งสองสิ่งที่บันทึกคือรายชื่อของผู้เล่นสุดยอดที่สุดในโลกเกมเสมือนจริงประเทศจีนอันดับสวรรค์มี 10 ลำดับ โดยผู้เล่นที่จัดอยู่ในสิบอันดับนี้เป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดและเป็นที่รู้จักของผู้เล่นทั่วทั้งประเทศจีนรายชื่อที่จัดอยู่ในอันดับปฐพีคือผู้เล่น 20 คนที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งไม่รวมกับอันดับสวรรค์อันดับสวรรค์และอันดับปฐพีนั้นทรงอำนาจมากและยังเป็นรายชื่อที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลกเกมเสมือนจริงประเทศจีนรายชื่อของแต่ละคนนั้นสามารถสะเทือนทั้งประเทศจีนการที่สามารถไปอยู่ในกลุ่มผู้เล่น 30 คน จากผู้เล่นหลายร้อยล้านคนในประเทศจีนคุณสามารถจินตนาการได้ว่าพวกเขาแข็งแกร่งแค่ไหนพวกเขาแต่ละคนไม่เพียงมีพลังที่แข็งแกร่ง แต่พวกเขายังมีพรสวรรค์ที่น่าประหลาดใจทั้งยังเป็นเป้าหมายใหญ่ในการชักจูงของกิลด์ต่างๆหากกิลด์ใดกิลด์หนึ่งมีผู้เชี่ยวชาญอันดับสวรรค์หรือปฐพีสักคน แม้จะเป็นกิลด์เล็กๆที่ไม่มีใครรู้จักก็จะกลายเป็นกิลด์ที่มีชื่อเสียงเพียงชั่วข้ามคืนยิ่งถ้าเกิดว่ากิลด์นั้นมีพลังมหาศาลอยู่แล้ว พวกเขาก็จะกลายเป็นผู้นำท่ามกลางกิลด์ต่างๆอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอันดับสวรรค์ทุกคนที่อยู่ในรายชื่อนี้เป็นตัวตนที่ลี้ลับในสายตาของผู้เล่นที่เหลือพวกเขาเป็นการดำรงอยู่ที่เหมือนกับพระเจ้าในสายตาของผู้เล่นหากผู้ใดในหมู่พวกเขาปรากฏตัว มันจะก่อให้เกิดความปั่นป่วนอย่างใหญ่หลวง

             สำหรับชายผู้นี้ที่ดูธรรมดาอย่างมากเขากลับเป็นหนึ่งในผู้เล่นสุดยอดที่มีชื่ออยู่ในอันดับสวรรค์ ในขณะเดียวกันเขาก็ยังเป็นผู้นำสูงสุดของ ‘พันธมิตรสงคราม’

             ในเขตประเทศจีนมีหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นทั้งสิ้น100,000 หมู่บ้าน และมีผู้เล่นที่อยู่ในอันดับสวรรค์ทั้งหมด 10 คนโอกาสในการพบกับผู้เชี่ยวชาญอันดับสวรรค์ในหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นสามารถพูดได้ว่าไม่น้อยเลยศรอัคคีทมิฬคงไม่คิดว่าในหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นแห่งนี้เขาจะได้พบกับอันดับสวรรค์ลำดับที่ 7 จริงๆ ‘ผู้พิพากษาแห่งความโหดเหี้ยม’

             เมื่อตะโกนชื่อ ‘เซียวฉิวเฟิง’ ออกไปเขาก็ก้าวเท้าถอยหลังด้วยอาการสั่น ฝั่งของพวกเขามีคน 30 คนขณะที่อีกฝั่งเมื่อรวมกับเซียวฉิวเฟิงแล้วมีแค่เพียง 13 คนเท่านั้น ทว่าชื่อ ‘เซียวฉิวเฟิง’นั้นทรงพลังและและเป็นภัยคุกคามมากเกินไปจำนวนคนที่แตกต่างกันเช่นนี้ไม่สามารถนำความรู้สึกปลอดภัยใดๆ มาให้เขาในหัวใจของเขานั้นมีเพียงการสั่นเทิ้มที่ไม่อาจระงับได้

             มันไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนขี้ขลาดตาขาวแต่มันไม่มีผู้เล่นคนใดที่จะโง่เง่าเป็นศัตรูกับผู้เล่นประหลาดพวกนี้ที่อยู่บนอันดับสวรรค์หรอก

    คล้ายกับเรื่องความโกรธแค้นของชูร่า ที่คุณอ่าน