บทที่ 28 สมบัติล้ำค่า
เด็กสาวใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อมองดูรอบๆ เมื่อไม่เห็นอะไรจึงเริ่มจากการตรวจสอบสิ่งที่ทำได้ก่อน อันดับแรกเธอจะต้องรู้ว่าน้ำหนักของกล่องนั้นมีเท่าไร เด็กสาวใช้การเปรียบเทียบโดยนับจากปริมาณของลูกแก้วข้างใน เทียบกับน้ำหนักของลูกแก้วในมือ แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ทำได้แค่คำนวณคร่าวๆเท่านั้น ซูหยวนไม่ได้มีอุปกรณ์ในการวัดขนาดหรือชั่งน้ำหนัก ทำได้เพียงประเมินด้วยสายตาของตัวเอง
ลูกแก้วในกล่องมีอยู่ 80 ลูก ถ้าเทียบกันกับน้ำหนักที่ซูหยวนถืออยู่ คิดว่าน้ำหนักคร่าวๆอยู่ที่ประมาณ 450 กรัมต่อลูก หรือก็คือเกือบครึ่งกิโลกรัม
สิ่งนี้มาจากการที่ซูหยวนได้คำนวณน้ำหนักของลูกแก้วหลังจากที่เธอไต่กำแพงขึ้นมาครั้งแรก รอยลึกบนกำแพงเทียบกับหลังจากที่ไต่มาจนถึงทางแยกที่ 9 ซึ่งตอนนั้นเธอมีลูกแก้วจาก 7 ลูกเพิ่มเป็น 8 ลูก ขนาดของหลุมเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าน้ำหนักที่เธอแบกอยู่นั้นเพิ่มขึ้นด้วย นี่ทำให้รอยกดทับบนกำแพงเพิ่มขึ้น
เมื่อคำนวณได้คร่าวๆดังนี้แล้ว ซูหยวนจึงสามารถคาดการณ์ได้ว่า ลูกแก้วในกล่องทั้งหมด 80 ลูก มีน้ำหนักรวมประมาณ 36,000 กรัม หรือก็คือ 36 กิโลกรัมนั่นเอง
ดวงตาของซูหยวนกระตุกเบาๆ ถ้าน้ำหนักเป็นไปอย่างที่ซูหยวนคิดเอาไว้ อย่างนั้นตัวเลข 36 นี้ก็คุ้นเคยมาก...
คนตัวเล็กเคลื่อนไหว ไม่ใช่ว่าพวกเขาพูดเกี่ยวกับการที่จะไม่บาดเจ็บจนตายหรอกหรือ? หากเป็นเช่นนั้นเธอก็แค่ต้องเสี่ยงว่าการคาดคิดของตนเองไม่ผิด
เธอยกลูกแก้วทั้งหมดที่ได้รับมา 9 ลูกไปวางบนกล่องซึ่งทำให้น้ำหนักของมันเพิ่มขึ้นไปอีก จากนั้นจึงค่อยๆพาตนเองขึ้นไปนั่งอยู่บนตราชั่งอีกฝั่ง และใช่! สิ่งที่เธอคิดก็คือ “36 กิโลกรัม” นี้ แท้จริงแล้วคือน้ำหนักของ “อันซูหยวนเอง” ทว่าปัญหาก็คือ ตอนนี้เธอสวมชุดป้องกันพิเศษอยู่ โดยชุดป้องกันนี้มีเงื่อนไขระบุเอาไว้ตั้งแต่แรกว่า “ห้ามถอด” แสดงให้เห็นว่าซูหยวนไม่สามารถถอดมันออกแล้วกระโดดขึ้นตราชั่งได้
ทว่า....ถ้าเธอเดาไม่ผิด ลูกแก้วทั้ง 9 ลูกนี้ สมควรมีน้ำหนักเท่ากับชุดป้องกันที่หนักหลายกิโลกรัมนี้ด้วย!
กึก กึก กึก
หลังจากที่ซูหยวนตัดสินใจที่จะลอง ตราชั่งก็เคลื่อนไหวจนเกิดเสียงดังขึ้นมา ซูหยวนมองดูการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้านี้ ก่อนที่ตราชั่งจะกางแขนของมันออกเป็น 180 องศา และหมายความว่าสิ่งที่เธอคาดการณ์เอาไว้นั้นถูกต้อง!
“การทดสอบที่ 3 จบลงแล้ว ผู้เข้าร่วมการทดสอบ “อันซูหยวน” ผ่านการทดสอบทั้ง 3 ประเภทโดยสมบูรณ์”
เสียงประกาศดังขึ้นในห้องสีขาว ในขณะที่เด็กสาวยังไม่ทันได้ลงจากตราชั่ง เสียงจากกำแพงก็ดังขึ้น รวมทั้งกำแพงสีขาวทึบเองก็ค่อยๆโปร่งแสง เผยให้เห็นคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
“ฉันควรจะเพิ่มบททดสอบอีกในภายหลัง สมควรให้ผู้ที่ทำตราชั่งเท่ากับสำเร็จ พาตัวเองและของอีกฝ่ายออกมาโดยยังคงตราชั่งให้เสมอกับเช่นนี้ต่อไปด้วยดีกว่าไหม” เสียงที่คุ้นเคยทำให้คิ้วของอันซูหยวนต้องเลิกขึ้น
ปรากฏว่าคนที่อยู่ตรงนั้นก็คือ “จางอู่หยาง” คนที่ให้ไปเชิญเธอเข้าร่วมการทดสอบ หรือพูดให้ถูก...เขาก็คือ CEO ขององค์กรนี้ แสดงให้เห็นว่าจุดประสงค์ของซูหยวนที่จะทำผลงานสำเร็จไปด้วยดีนั่นเอง!
“หากท่านทำเช่นนั้น คงจะไม่มีใครผ่านการทดสอบแล้วครับ” คนที่อยู่ข้างๆกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น จางอู่หยางแค่นหัวเราะออกมาคำหนึ่งก่อนพูด
“จะเป็นแบบนั้นหรอ? ฉันไม่คิดว่าการเพิ่มแบบทดสอบเล็กๆน้อยๆจะทำให้นายและเธอคนนั้นลำบากหรอกนะ” จางอู่หยางไม่เชื่อสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ถึงแม้ว่าสายตาของอีกฝ่ายจะยังคงเยือกเย็น แต่ก็ยังพยักหน้าเป็นการยืนยันให้จางอู่หยาง
“ก็คงจะแบบนั้นครับ”
ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน อันซูหยางก็กระโดดลงมาจากตราชั่ง เธอทำความเคารพว่าที่หัวหน้าด้วยท่าทางสุขุมเรียบร้อย ชายที่อยู่ข้างๆจางอู่หยางผู้นี้สมควรจะเป็น “ตำนาน” ที่ผู้ดูแลกล่าวถึงหรือไม่ เธอรับรู้จากสายตาการประเมินของเขาว่าไม่ใช่คนธรรมดาเลย
“ฉันคือ “ลู่จุน” เป็นหนึ่งในคนที่ผ่านการทดสอบด่านนี้เหมือนกับเธอ”
“พูดให้ถูกก็คือ เป็นเพียงคนเดียวที่ผ่าน แต่ตอนนี้มีเธอเข้ามาด้วย” จางอู่หยางอธิบายเพิ่มเติม หลังจากที่เด็กสาวกลายมาเป็นคนในองค์กรของเขาแล้ว เขาจะให้เธอเรียนรู้งานจากลู่จุน ดังนั้นจำเป็นต้องทำให้เธอรู้ความสามารถของเขาด้วย
“สวัสดีค่ะคุณลู่จุน ขอฝากตัวด้วยนะคะ”
ซูหยวนเรียนรู้เร็วแต่ไหนแต่ไร เมื่อเห็นท่าทางของว่าที่เจ้านายเช่นนั้น ก็เข้าใจว่าหลังจากนี้เธอจะมีพี่เลี้ยงเป็นคุณลู่จุนคนนี้ ถ้าหากไม่ต้องการมีปัญหาใดๆในการเรียนรู้งาน เธอจะต้องเคารพเขาและทำให้เขาเชื่อใจว่าเธอจะไม่เป็นตัวถ่วงให้รำคาญ
“อืม ถึงจะบอกแบบนั้น แต่ฉันก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากนักที่จะดูแลเธอ หลังจากที่ผ่านการทดสอบแล้ว เธอเองก็ต้องเข้าสถาบันก่อน รอจนกว่าจะเรียนจบแล้วค่อยมาพบฉันอีกที” ลู่จุนโบกมือ ถ้าไม่ใช่เพราะได้ยินว่ามีคนผ่านเข้ามาในห้องสุดท้ายของการทดสอบที่ 3 เขาก็คงไม่ต้องเสียเวลามาที่นี่หรอก
งานของเขาในฐานะผู้ดูแลแผนการของการล่าทั้งหมดที่พวกทีมระดับสูงยื่นคำร้องมานั้นช่างน่าปวดหัวจริงๆ ถึงในอนาคตอาจจะมีเด็กสาวคนนี้มาช่วยเหลือ แต่นั่นต้องรอถึงกี่ปีกันล่ะ?
ตัวเขาเองใช้เวลาในสถาบัน 6 ปี บางคนอาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าเป็นพวกที่ใช้แค่หัวคิดแบบเขาด้วยแล้ว การจะผ่านแต่ละชั้นปีต้องเหนื่อยยากกว่าพวกนักสู้ทั่วไปไม่น้อย ตอนนี้เขาหวังแค่ให้เด็กสาวผู้นี้เรียนจบใน 6 ปีเหมือนตนเองก็พอใจแล้ว
“เข้าใจแล้วค่ะ” ไม่ว่าจะยังไง ก็ดูเหมือนว่าซูหยวนจะต้องผ่านการเรียนจากสถาบันเสียก่อนถึงจะได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ ดังนั้นหลังจากนี้เธอจะต้องใช้เวลาไปกับการตรวจสอบข้อมูลของสถาบันศึกษาแล้ว
จางอู่หยางมองทั้งสองคนสนทนากัน เขาไม่ได้เข้าไปแทรกแซงและไม่บอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการกระทำของลู่จุน เพียงแค่กำลังคำนวณรายรับในอนาคตที่ควรจะได้จากการใช้งานเด็กสาวเท่านั้น
เวลานี้เด็กผู้หญิงตัวเล็กสามารถทำคะแนนพิเศษไปได้ 112 แต้ม คิดเป็นมูลค่าร้อยกว่าล้านเครดิต เป็นจำนวนการลงทุนที่มหาศาล หลายสิบปีจึงจะเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง แถมนี่ยังไม่ใช่ทั้งหมดด้วย หลังจากนี้เขาจะต้องทุ่มเททรัพยากรให้อีกฝ่ายเพื่อให้ผ่านการเรียนจากสถาบันและนำมาใช้งานได้จริง
ดังนั้น เขาจำเป็นต้องวางแผนการใช้งานอีกฝ่ายให้ดีตั้งแต่เริ่มต้น รวมถึงการเซ็นต์สัญญาที่จะไม่ทำให้ตนเองขาดทุนในภายหลัง เนื่องจากมีหลายครั้งที่องค์กรของเขาพัฒนาคนจนครบกระบวนการแล้ว แต่ถูกซื้อตัวไป หรือบางคนก็โลภมากต้องการออกไปทำงานอิสระเอง เพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบ...สัญญาพวกนี้ควรต้องทำตั้งแต่เริ่มต้น
“หลังจากนี้เธอต้องตัดสินใจว่าจะแลกเปลี่ยนคะแนนเป็นเครดิตหรือทรัพยากร ระหว่างนี้ฉันจะให้คนร่างสัญญาพิเศษขึ้นมาให้ รอเธอตัดสินใจแล้วค่อยมาลงชื่อกัน” อู่หยางกล่าวขั้นตอนต่อไปให้เด็กสาวฟัง จากนั้นหัวหน้าผู้ดูแลการทดสอบจึงถูกเรียกเข้ามา
ซูหยวนได้รับสิทธิให้เข้าไปดูทรัพยากรที่เธอมีโอกาสเลือกได้ในคลังเก็บของขององค์กร ที่นั่นจะมีจำนวนแต้มระบุให้เห็นว่าเธอจะต้องใช้แต้มมากเท่าไรในการแลกเปลี่ยน
มีตั้งแต่ชุดป้องกันระดับต่ำไปจนถึงพวกของระดับสูง ซูหยวนยังได้เห็นอุปกรณ์พลังงานมากมายหลายชิ้นที่นี่ด้วย อย่างไรก็ตาม...สิ่งที่ซูหยวนไม่ได้คาดคิดก็คือ กล่องอาหารสด 1 กล่อง มีราคา 2 แต้ม หรือเทียบเท่ากับราคา 2 ล้านเครดิต! ด้วยมูลค่าเท่านี้กับกล่องอาหารสด 1 กล่อง ไม่ใช่ว่ามันจะแพงเกินไปหรอกหรือ?
อาหารสังเคราะห์มีราคาเพียง 50 เครดิตเท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับอาหารสดเฉกเช่นที่เธอกินในมิติฟาร์ม พวกมันมีมูลค่าขนาดนั้นเชียว! ตอนนี้ก็ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเธอจึงมีพลังงานในร่างกาย 76 หน่วยทั้งๆที่เพิ่งเริ่มต้น และมันก็ทำให้คนอื่นๆที่เห็นตกตะลึงได้
ทั้งหมดนี้สมควรเป็นเพราะเธอได้รับการบำรุงอย่างดีด้วยอาหารทั้ง 3 มื้อ ทั้งเช้ากลางวันเย็น คิดคร่าวๆแล้วเธอคงใช้จ่ายวันละ 6 ล้านเครดิต เป็นจำนวนที่น่าขนลุกชันจริงๆ
เด็กสาวมองข้ามอาหารเหล่านี้ไป เธอกำลังมองหาสิ่งที่ตัวเองต้องการมากที่สุด จากการทดสอบที่ผ่านมา ซูหยวนรู้ว่าปัญหาที่สำคัญก็คือ “อาวุธโจมตีระยะไกล” และอีกปัญหาสำคัญก็คือ “การโจมตี” ที่ยังไม่เฉียบคมของตนเอง แม้ว่าซูหยวนจะมีความสามารถในการทำความเข้าใจรูปแบบการเคลื่อนไหวและโจมตีของศัตรู ทว่าเรื่องพวกนั้นต้องใช้เวลาในการสังเกตนาน
หากอยู่ในการต่อสู้จริง ซูหยวนเชื่อว่าตนเองอาจจะไม่รอดถ้าเจอศัตรูที่แข็งแกร่ง จริงอยู่ที่เธอมีฟังก์ชั่นใช้งานเกราะป้องกันที่แลกกับเงินในฟาร์ม 100,000 เหรียญต่อการเรียกออกมาใช้ 1 ครั้ง ทว่า...ถ้าเธอทำการโจมตีปิดฉากไม่ได้ เช่นนั้นเธอก็แค่ผลาญเหรียญในมิติของตนเอง เมื่อเหรียญหมดก็ต้องไปซ่อนตัว ทางออกของเธอมีเท่านี้เลย
ดังนั้นเพื่อปิดจุดอ่อนนี้ ซูหยวนต้องการทักษะที่ยอดเยี่ยมสักหนึ่งทักษะ และที่นี่ก็ไม่ได้หาได้ยากเย็นขนาดนั้น
“ทักษะกวาดดาวระดับต่ำ คะแนนพิเศษที่ต้องการ 25 คะแนน”
ทักษะแรกที่ซูหยวนสะดุดตาคงจะไม่พ้นทักษะกวาดดาวนี้ เนื่องจากมันเป็นทักษะที่ใช้โจมตีผ่านอาวุธที่มีความยาว เช่น หอก หรือกระบอง โดยซูหยวนสามารถนำมาปรับใช้กับพลั่วของเธอได้ ไม่ใช่ว่าซูหยวนมั่นใจในอุปกรณ์ของมิติฟาร์มหรอกหรือ? ทั้งยังสามารถพลิกแพลงและเรียกคืนอุปกรณ์กลับมาได้เสมอ ดังนั้นถ้าเธอสามารถเพิ่มระดับการใช้พลั่วของตนเองได้ หลังจากนี้ฝีมือของเธอจะต้องถูกยกระดับขึ้นไปได้อีกมากแน่
ทว่าข้อเสียของทักษะกวาดดาวยังคงมีอยู่ เนื่องจากมันเป็นเพียงทักษะระดับต่ำ เงื่อนไขในการใช้งานจึงเป็นการที่ผู้ใช้ต้องมีพลังงานเป็นจำนวนมาก รูปแบบการเคลื่อนไหวนี้ก็คือการเคลื่อนไหวที่มั่นคง แน่วแน่ และทรงพลัง ต่างจากการต่อสู้ที่ผ่านมาของซูหยวนโดยสิ้นเชิง เธอเป็นคนที่มั่นใจในการเคลื่อนไหวของตนเองมาก ยิ่งถ้าเทียบกันเรื่องความเร็วแล้ว ซูหยวนมั่นใจมากกว่าการจะใช้พละกำลังจัดการศัตรู
หากเธอต้องการเรียนรู้ทักษะนี้ ซูหยวนจะต้องปรับวิธีการต่อสู้ของตนเองใหม่ทั้งหมด และมันคงจะยุ่งยากไม่น้อย ดังนั้นเธอจึงต้องมองหาทักษะอื่นๆต่อไป
น่าเสียดายที่ทักษะเน้นความเร็ว แต่ใช้อาวุธที่มีความยาวนั้นหายากมาก ถ้าต้องการจริงๆ ซูหยวนเห็นเพียงทักษะระดับกลาง ซึ่งต้องใช้แต้ม 100 แต้มขึ้นไปเท่านั้น ทว่า...ซูหยวนเองก็ต้องการอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการโจมตีของตนเองเช่นกัน
ตอนนี้เธอกำลังเก็บ “ปืนพลังงาน” เอาไว้ในใจ พวกมันมีตั้งแต่ราคา 50 แต้มไปจนถึง 100 แต้ม ถ้าเป็นปืนพลังงานระดับต่ำจะมีเวลาคูลดาวน์มากกว่า แถมยังดึงพลังงานจากผู้ใช้ไปมากกว่าด้วย เธอเห็นรายละเอียดของปืนราคา 50 แต้มคะแนน เมื่อเรียกใช้ 1 นัด จะต้องจ่ายพลังงานเพื่อโจมตี 40 หน่วยพลังงาน หรือถ้าเป็นซูหยวนตอนนี้ สามารถยิงได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
ในขณะที่ปืนพลังงานราคา 100 แต้ม จะต้องใช้พลังงานเพื่อโจมตีเพียง 10 หน่วยพลังงาน ซูหยวนในตอนนี้สามารถยิงได้ 7 ครั้งติดต่อกัน ซึ่งมันจะกลายเป็นข้อได้เปรียบของเธอในทันที ทว่า...อาวุธที่ยอดเยี่ยมระดับนี้ ย่อมต้องมีคนริษยาแน่นอน ถ้าเธอเอาออกมาใช้งานตอนที่กำลังเรียนอยู่ คงไม่แคล้วจะถูกขโมยไปง่ายๆ
ซูหยวนต้องคิดถึงการใช้งานที่คุ้มค่าในอนาคต พร้อมๆกับต้องคิดเผื่อระยะเวลาอันใกล้นี้ด้วย เธอต้องอยู่ในสถาบันไปอีก 6 ปี หากจะเก็บเรื่องปืนพลังงานระดับสูงนี้ไว้ ก็เท่ากับว่าเธอทิ้งโอกาสที่จะเรียนรู้การโจมตีระยะไกลไปเลย
เห็นเธอคิดทบทวนมากมายขนาดนี้ในการเลือกครั้งแรก หัวหน้าผู้ดูแลที่อยู่ข้างนอกก็กระวนกระวายใจอยู่บ้าง ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีคนได้รับแต้มคะแนนพิเศษจำนวนมากเช่นนี้มาก่อน ตัวเขานั้นอยากจะเข้าไปข้างในเพื่อแนะนำเด็กสาว แต่ก็ไม่สามารถทำได้ สุดท้ายต้องคอยลุ้นว่าเส้นทางที่เด็กสาวเลือกนั้นเป็นอย่างไร หวังว่าซูหยวนจะเลือกสิ่งที่ดีและเหมาะสมให้กับตนเอง...
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดร่างเล็กๆของซูหยวนก็ออกมา และใช่! เธอยังคงเลือกปืนพลังงานออกมา แต่ใช้จ่ายมันในราคา 90 แต้มเพื่อแลกกับการใช้พลังงานโจมตี 15 หน่วยต่อครั้ง ไม่ถือว่าแย่แต่ก็ไม่ได้ดีเท่ากับปืนพลังงาน 100 แต้ม กระนั้น...เด็กสาวก็ยังมีโอกาสใช้แต้มอีก 22 แต้ม เพื่อแลกของอย่างอื่นออกมา
ซูหยวนเลือกธนูราคา 8 แต้ม ซึ่งไม่ได้ใช้พลังงานในการโจมตีมากนัก แต่กลับต้องคอยซื้อลูกศรในการโจมตี มันก็เหมือนกับการต่อสู้ของคนอื่นๆ ถ้าพวกเขาใช้งานอุปกรณ์สิ้นเปลืองเกินไป การล่าก็อาจจะไม่คุ้มค่าได้ ถึงอย่างนั้น...ผู้คนไม่มากนักที่จะสามารถใช้เงินเพื่อซื้อของราคาเกือบร้อยล้านเครดิตได้
หลังจาก 8 แต้มที่ใช้ไป ซูหยวนก็ขอให้เปลี่ยน 14 แต้มที่เหลือเป็นเครดิตทั้งหมด เท่ากับว่าตอนนี้เธอมี 14 ล้านเครดิตสำหรับการใช้จ่ายในสถาบันแล้ว จุดเริ่มต้นนี้ไม่ได้แย่เลย แม้แต่รุ่นพี่ที่เข้าศึกษาก่อนเธอก็ยังไม่ได้รับแต้มขนาดนั้น
พวกเขาทั้งสองคนไม่ได้ผ่านการทดสอบพิเศษที่สอง และไม่ได้ผ่านการทดสอบที่สามแม้เพียงด่านเดียว ทำให้ตอนเข้าศึกษาเริ่มแรก พวกเขามีจุดเริ่มต้นที่ 0 เครดิต ถ้าไม่ใช่เพราะองค์กรจะมอบทุนการศึกษาให้ปีละ 20,000 เครดิต พวกเขาก็คงจะไม่สามารถกินอยู่ในสถาบันได้แล้ว
หัวหน้าผู้ดูแลเห็นเพียงธนูที่ซูหยวนถือออกมาเท่านั้น เขาไม่รู้ว่าเด็กสาวใช้เงินอีก 90 ล้านไปกับอะไร แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามขึ้นมาเพราะเห็นว่าเธอไม่ต้องการที่จะพูด หลังจากที่เลือกของเสร็จแล้ว...ซูหยวนก็ไปพบกับจางอู่หยางอีกครั้ง ฟังกฎต่างๆและสุดท้ายก็ลงชื่อในสัญญาเพื่อเป็นพนักงานในองค์กรของเขา
ดูเหมือนว่าสัญญาพิเศษของเธอจะเน้นพูดเกี่ยวกับค่าชดเชยที่ต้องจ่ายให้กับองค์กรเป็น 10 เท่าจากที่ได้รับไปทั้งหมด เช่น ถ้าซูหยวนรับไป 112 ล้าน ตอนที่จะออกจากองค์กร จะต้องจ่ายมาเป็น 1,120 ล้าน ซึ่งเรื่องนี้ดูน่ากลัว แต่ก็เป็นเรื่องปกติของคนทำธุรกิจเท่านั้น ตราบเท่าที่ซูหยวนทำงานให้กับองค์กรจนครบกำหนดเวลา หรือทำให้องค์กรได้รับรายได้ 1,120 ล้านเครดิตแล้ว เธอก็สามารถกลายเป็นอิสระได้เช่นกัน
………………………………………