ปกรณัมนักเรียนขั้นเทพ

    ตอนที่ 34 : ผู้ช่วยเหลือที่ทรงพลัง!

    “ งั้นหรือ? อย่าคิดว่าสิ่งที่พวกแกทำไม่ได้ แล้วคนอื่นจะทำไม่ได้ตามไปด้วย ” หลังจากเฉิงหยู่พูดจบ เขาก็รวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือ จากนั้นก็กระแทกลมปราณเข้าใส่คนที่จ่อปืนอยู่ตรงศีรษะของหลินยวี่ฮั่น แรงกระแทกทำให้มันกระเด็นออกไป หลังจากนั้นก็เคลื่อนตัวไปข้างหน้าพร้อมคว้าหลินยวี่ฮั่นมาไว้ในอ้อมแขน จากนั้นก็กลับมายืนอยู่ในตำแหน่งเดิมก่อนหน้านี้


    ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวดูหมดจดสมบูรณ์ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไร เห็นเพียงแสงสีขาวแล่นผ่าน จากนั้นก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับโลหิตที่สาดกระจายไปทั่วทุกแห่งหน หลังจากนั้นตัวประกันก็กลับมาอยู่ในอ้อมแขนของชายผู้ช่วยเหลือแล้ว


    พอได้เห็นเหตุการณ์นี้แล้ว คนเหล่านั้นสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ฉินชางไห่ ก็ไม่พูดพร่ำรีบสั่งการออกไปทันที “รีบยิงมัน! ฆ่ามันเดี๋ยวนี้!”


    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันนี้ไม่มีผู้ใดคาดคิดถึง หากไม่เห็นด้วยตาแล้วละก็ คงไม่เชื่อว่ามีเรื่องแบบนี้อยู่บนโลกจริงๆ ? นี่มันอะไรกัน? แสงวาบนั่น? วิชามารงั้นหรือ? นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว


    “ปั้งปั้งปั้ง!” พอได้ยินพี่ใหญ่สั่งการ ก็เกิดเสียงปืนสนั่นดังขึ้นมา เฉิงหยู่ปลดปล่อยพลังปราณคลุมร่างตัวเอง กับ หลินยวี่ฮั่น ไว้ ผู้คนทั้งหมดต่างเห็นว่ากระสุนปืนที่พุ่งเข้าไปหา เฉิงหยู่ ราวกับอัดกระแทกเข้าใส่กระจกนิรภัย มีเสียง “ ตึงตึงตึง ” ดังขึ้น โดยที่คนทั้งสองไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย


    เฉิงหยู่สะบัดมือ จากนั้นแสงสีขาวก็ส่องประกายวาบขึ้นอีกครั้ง ตามมาด้วยศีรษะของคนทั้งสองที่กระเด็นหลุดร่วงตกลงไป ทิ้งไว้เพียงร่างไร้วิญญาณที่ยืนแน่นิ่งอยู่ พร้อมกับโลหิตที่ฉีดพุ่งสาดกระเซ็นออกมา


    หลินยวี่ฮั่น กรีดร้องเสียงหลง จากนั้นก็โผเข้ากอด เฉิงหยู่ ไว้แน่น ด้วยความหวาดกลัวเธอจึงซุกหน้าเข้าไปที่หน้าอกของ เฉิงหยู่


    ผู้คนที่เหลืออยู่ต่างหวาดกลัวต่อการกระทำของ เฉิงหยู่ มีแต่ ฉินชางไห่ ที่ยังประคองสติกลับมาได้ทัน มันตะโกนขึ้นด้วยสีหน้าซีดเผือดว่า “เร็วเข้าสิว่ะ ฆ่ามัน!”


    คนเหล่านั้นต่างระดมสาดกระสุนเข้าใส่ เฉิงหยู่ ทว่าตอนนี้ เฉิงหยู่ ไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมอีกแล้ว เขาปลดปล่อยพลังลมปราณออกไปไม่ยั้ง แล้วเพียงชั่วอึดใจ คนของแก๊งหมาป่าที่กำลังเหนี่ยวไกรัวๆอยู่ก็ถูกผ่าเป็นสองซีก จนเลือดสาดกระจายไปทั่วทุกแห่งหน คนอื่นๆเมื่อเห็นภาพที่ปรากฎก็พากันหวาดกลัวตัวสั่น แค่ขยับยังไม่กล้า ดังนั้นการจะเหนี่ยวไกคงไม่ต้องพูดถึง


    หนึ่งในนั้นโยนปืนทิ้งลงไปบนพื้น แสดงถึงการยอมแพ้ พอคนอื่นๆเห็นแบบนั้นก็เริ่มทำตามทันที


    แม่งเอ๊ย เวลาแบบนี้ ถ้าไม่ยอมแพ้ก็โง่เต็มทีแล้ว ตั้งต้นจนถึงตอนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง คนๆเดียวบุกจากหน้าประตูมาถึงที่นี่ ช่างแข็งแกร่งเกินไปแล้ว แล้วทำไมต้องเอาชีวิตมาทิ้งตรงนี้ด้วย ?


    แม้แต่คนที่ถูกขนานนามว่าหมาป่าคลั่งยังต้องยกมือยอมแพ้ ความหวาดกลัว เนื่องจากสิ่งที่เผชิญน่าสะพรึงเกินบรรยาย กระสุนหลบได้ยังพอทำเนา แต่นี่กระสุนถึงกับยิงไม่เข้า นี่มัน… เรื่องบ้าอะไรกัน? นี่แกกำลังถ่ายหนังกันอยู่หรือไง?


    เจ้าหนุ่มคนนี้ช่างลึกล้ำจริงๆ ลูกกระสุนปืนยังยิงไม่เข้า แถมยังสามารถใช้มือเปล่าแยกร่างคนได้อีก แล้วจะเอาอะไรไปสู้


    ทางด้าน ฉิงชางไห่ ที่โดนพลังปราณซัดเข้าไปจนกระอักเลือด ทั่วทั้งร่างของมันสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ครั้งนี้มันไปยั่วยุคนที่ไม่ควรยุ่งซะแล้ว ทันใดนั้นเองมันก็ตั้งท่าเหมือนกำลังจะเผ่นหนี


    แต่ เฉิงหยู่ไม่ยอมเปิดโอกาสให้มันได้หนี วันนี้เขาจะต้องฆ่าหัวหน้าแก๊งหมาป่าโลหิตให้จงได้ มือหนึ่งอุ้ม หลินยวี่ฮั่น จากนั้นก็ทะยานมาปรากฏเบื้องหน้า ฉินชางไห่


    “ฉันบอกแล้ว ต่อหน้าฉันพวกแกก็แค่มดปลวก ทั้งๆที่เตือนแล้ว แต่ว่าพวกแกกลับไร้สมอง ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็จงอย่าได้มีชีวิตอยู่อีกเลย ” เฉิงหยู่พูดพลางยกมือขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมจะฆ่ามัน


    “เดี๋ยวๆๆๆ! น้องชาย พวกเราเข้าใจผิดไปเอง ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันขอโทษ ฉันกลัวแล้ว ฉันมีเงินนะ เงินเยอะแยะเลย ฉันจะยกให้นายหมดเลยก็ได้ ” ฉินชางไห่ หวาดกลัวจนเยี่ยวแตกเยี่ยวแตน เรียกได้ว่าสภาพของมันในตอนนี้น่าอเนจอนาถเป็นอย่างยิ่ง ไม่หลงเหลือเค้าลางของหัวหน้าใหญ่แก๊งหมาป่าโลหิตอีกต่อไป เป็นเพราะมันกำลังจะถูกอีกฝ่ายฆ่า ตอนนี้จึงทำได้เพียงอ้อนวอนร้องขอชีวิตเท่านั้น


    “ใช่ๆๆๆ น้องชาย ฉันเองก็มีเงินนะ! ปล่อยพวกเราไปเถอะ! ฉันจะให้เงินนาย!” หมาป่าคลั่ง พูดประโยคลอกเลียน ตอนนี้ขอแค่มีชีวิตรอดไปได้ ให้ทำอะไรมันก็ยอมทั้งสิ้น


    “อ๋อ? พวกแกมีเงินเยอะงั้นสินะ งั้นฉันขอดูหน่อยว่ามันจะมีค่าเท่ากับชีวิตของพวกแกไหม” พอได้ยินประโยคที่ทั้งสองพูด เฉิงหยู่ ก็ชั่งใจนิดหน่อย จากนั้นก็ลดมือลง ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการที่สุดก็คือเงิน ในเมื่อคนอื่นจะยกเงินให้ แล้วทำไมจะไม่เอาล่ะ?


    พอเห็น เฉิงหยู่ลดมือลง ทั้งสองคนก็ถอนหายใจออกมา ราวกับว่าชีวิตของตนรอดแล้ว


    “ฉันมีแปดสิบล้าน” ฉินชางไห่พูด


    “ฉันมีอยู่ห้าสิบล้าน” หมาป่าคลั่งก็ว่าตาม


    “หืม แกตีราคาค่าชีวิตของตัวเองต่ำแค่นั้นเองหรือ? ไม่เอาหรอก ฉันไม่ได้ต้องการเงินแค่นั้น? เดิมฉันคิดว่าชีวิตพวกแกจะมีค่ามากกว่านี้ซะอีก” เฉิงหยู่ พูดแย้งออกมา


    ไม่ใช่ว่า เฉิงหยู่จะไม่สนใจเงินนี้ เพียงแต่เขารู้ว่าตอนนี้ทั้งสองคนก็เหมือนเนื้อที่วางอยู่บนเขียง ซึ่งเขาสามารถสังหารมันทิ้งได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้พวกมันก็ทำธุรกิจมืด แล้วจะไม่มีเงินได้ยังไง? นอกจากนี้ก็ยังมีไนต์คลับนี่อีก? หากพวกมันตายทรัพสินเหล่านี้ก็ต้องตกเป็นของทางการอยู่ดี? แล้วจะมัวมานั่งเสียดายไปทำไม?


    “อ๊า! ไม่ๆๆ ฉันให้นายหมดเลย ทั้งหมดก็ 130 ล้าน นี่เป็นเงินทั้งหมดที่ฉันมีแล้ว” ฉินชางไห่ พอได้ยินว่า เฉิงหยู่กำลังจะฆ่าเขา ก็รีบตะโกนออกไปทันที


    “นี่เป็นทั้งหมดที่แกมีจริงๆหรือ?” เฉิงหยู่ถามย้ำ


    “จริงๆครับ นี่เป็นทั้งหมดของฉันแล้ว”


    “ฉันไม่เชื่อหรอก” เฉิงหยู่ส่ายหัว


    “งั้นๆ ฉันมีคฤหาสน์หลังหนึ่งอยู่ใจกลางเมือง นายเอาไปด้วยเลย” ฉินชางไห่ เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของ เฉิงหยู่ มันก็รีบพูดออกมา


    “ดูเหมือนว่าแกจะไม่จริงใจ! งั้นฉันคงต้องฆ่าแกทิ้ง เสียเวลาเปลืองน้ำลายจริงๆ!”


    “อย่าๆ ตอนนี้ฉันไม่มีเงินแล้วจริงๆ พอดีใช้ลงทุนกับไนต์คลับนี้ไปหมดแล้ว นายปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันจะให้นายทั้งหมดเลย”


    “จริงหรือ? ได้ยินมาว่าแกมีมากกว่าไนต์คลับนี้นี่นะ!”


    “นั้น พวกเราทั้งสามพี่น้องมีกันคนละแห่ง แต่ทั้งสองแห่งนั้นฉันไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบ!” ฉินชางไห่ พูดด้วยสีหน้าหวาดกลัว


    “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง แล้วแกล่ะจะว่ายังไง?” เฉิงหยู่หันกลับไปมองที่ หมาป่าคลั่ง


    “ฉัน ฉันมีทั้งหมดแปดสิบล้าน แล้วนี้ก็เป็นทั้งหมดที่ฉันมีแล้วจริงๆ แล้วไนต์คลับของฉันก็จะยกให้นาย” พอเห็น เฉิงหยู่ถาม หมาป่าคลั่งก็รีบตอบกลับไปอย่างร้อนรน


    “แกไม่มีบ้าน อะไรเลยหรือไง?”


    “ไม่มีหรอก ฉันใช้เงินฟุ่มเฟือยน่ะ ลูกเมียก็ไม่มี ฉันพักที่นี่หรือไม่ก็ไนต์คลับของตัวเอง” หมาป่าคลั่ง ตอบกลับไปในสภาพเหงื่อแตกพลั่ก เจ้าสัตว์ประหลาดนี้คงตั้งใจจะรีดไถจนไม่ให้มีอะไรเหลือเลยละมั้ง


    “เอาล่ะ ในเมื่อพวกแกจ่ายหนักขนาดนี้ งั้นฉันจะปล่อยพวกแกไปก็แล้วกัน เอ้าลุกได้แล้ว ฉันจะไปเอาเงินกับโฉนดที่ดินกับพวกแก อ้อ ขอเตือนไว้ก่อนนะ อย่าคิดทำอะไรโง่ๆ ไม่งั้นสภาพของพวกแกจะไม่ต่างกับมัน” พูดขึ้นอย่างเยือกเย็น จากนั้นก็ เฉิงหยู่ ก็ชี้ไปยังร่างไร้หัวและร่างที่ถูกผ่าครึ่ง เมื่อเห็นเช่นนั้นพวกมันก็รีบพยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับก้าวเดินออกไปด้วยตัวสั่นเทา


    เมื่อคนอื่นๆเห็นว่า เฉิงหยู่ อุ้ม หลินยวี่ฮั่น เดินตามทั้งสองเข้าไปในห้องทำงานของ ฉินชางไห่ สำหรับเทปที่ปิดปาก และเชือกที่มัดมือของ หลินยวี่ฮั่น ล้วนถูกแกะออกจนหมด


    เมื่อคนอื่นๆเห็น เฉิงหยู่เดินตามคนทั้งสองไป พวกมันก็รีบวิ่งลงมาชั้นล่างทันที เนื่องจากสถานที่แห่งนั้นน่าสยดสยองเกิน จนไม่อาจทนอยู่ได้


    พอมาถึงที่ห้องทำงานของ ฉิงชางไห่ เขาก็เปิดตู้นิรภัยของตัวเองออกมา ด้านในมีบัตรสองใบ และเอกสารจำนวนหนึ่ง “นี่เป็นเงินทั้งหมดที่ฉันมี และโฉนดของบ้านฉัน และนี่ก็เป็นโฉนดของไนต์คลับแห่งนี้ แต่การโอนสิทธิ์นั้นต้องมีทนายเป็นคนจัดการ ตอนนี้เขาอยู่ที่ชั้นสอง ฉันจะโทรศัพท์เรียกเขาขึ้นมา” ฉินชางไห่ พูดจบก็โทรศัพท์ เรียกให้อีกคนหนึ่งขึ้นมา


    ผ่านไปแปปเดียว ก็มีชายอายุราวสี่สิบปี เดินถือกระเป๋าเข้ามาด้วยร่างกายที่สั่นเทา กล่าวตามตามตรง จางเหอผิง นั้นหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ในคืนนี้มาก เพราะว่าเขาช่วยงาน ฉินชางไห่ มามากมาย แลกกับการอยู่กินที่นี่ฟรี


    เพราะฉะนั้นทุกๆวันมันจะมาดื่มกินที่นี่ เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าคืนนี้จะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ในระหว่างนั้นมันพยายามคิดหาหนทางหลบหนี เพราะกลัวว่าตนเองจะพลอยได้รับบาดเจ็บ แต่มันก็สายไปเสียแล้ว เพราะการต่อสู้กันบนชั้น 2 ได้เริ่มต้นขึ้น จนมันไม่สามารถหาช่องทางหลบหนีได้


    “ทนายจาง ฉันมีทรัพย์สินบางอย่างต้องการจะโอนให้เขา นายช่วยจัดการให้หน่อยได้ไหม ? ” ฉินชางไห่เอาเอกสารทั้งหมดส่งให้ จางเหอผิง


    พอเห็นจางเหอผิงปั๊มตรายางลงบนแผ่นเอกสาร หัวใจของเฉินชางไห่ก็เจ็บปวดจนบอกไม่ถูก มันรู้ดีว่ากรรมสิทธิ์ได้ถูกโอนอย่างสมบูรณ์ ทุกอย่างเปลี่ยนไปเพียงชั่วข้ามคืน ยามเมื่อชีวิตอับจนไร้สิ้นหนทาง สิ่งของนอกกายเหล่านี้จะมีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิต


    เฉิงหยู่หยิบของทั้งหมดใส่กระเป๋า หลังจากนั้นก็หันมาพูดกับ หมาป่าคลั่งว่า “ แล้วของแกล่ะ?”


    “ขะ..ของๆ ฉันมันอยู่ที่ไนต์คลับหมาป่าน่ะ ถ้าอย่างนั้น...เดี๋ยวฉันไปเอามาให้นะ”


    “เดี๋ยวก่อน ใครอนุญาตให้แกไปคนเดียวมิทราบ พวกเราไปด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ แกสองคนก็ต้องไปกับเราด้วย ” ระหว่างที่พูดเฉิงหยู่ก็ชี้ไปที่ ฉินชางไห่ และ จางเหอผิง พวกมันทั้งสองเห็นว่าเขาชี้มาที่พวกตน ต่างก็พากันสาปแช่งด่าพ่อล่อแม่อยู่ในใจ แต่สภาพของพวกมันตอนนี้หมดสิทธิ์ขัดขืนไม่สามารถทำอะไรได้ แม้แต่จะพูดโต้แย้งก็ยังพูดไม่ได้เลยด้วยซ้ำ


    ทั้งห้าคนเดินลงมายังชั้นล่าง เห็นว่าหลายคนยังคงแอบมองพวกเขาอยู่เงียบๆ ด้วยเพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันยังไงกันแน่ จนกระทั่งเห็นพวกเขาเดินออกจากไนต์คลับ


    จ้าวหมิงหรงเพิ่งมาถึงที่นี่ได้ไม่นานนัก ดังนั้นพอมาถึงก็เห็นตำรวจนอกเครื่องแบบตรวจสอบบริเวณรอบๆ ด้วยความเป็นห่วงเฉิงหยู่ จ้าวหมิงหรงรีบบอกให้ตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าไปสอดแนมด้านใน


    พอตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งเดินออกมาแจ้งข่าวว่าด้านในมีการต่อสู้กัน แต่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งจัดการพวกกลุ่มชายฉกรรจ์ซะเรียบ ดูเหมือนกับว่าชายหนุ่มจะไม่ได้รับอันตรายใดๆ ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน เมื่อได้ยินตำรวจนอกเครื่องแบบบอกแบบนั้นจ้าวหมิงหรงก็รู้สึกโล่งใจ เนื่องจากเขาไม่รู้ว่าเฉิงหยู่มีฝีมือความสามารถ แม้ว่าครั้งนี้เฉิงหยู่จะให้พวกเขามาคอยเก็บกวาดตอนทุกอย่างจบแล้วก็ตาม สำหรับตัวตนของเฉิงหยู่ไม่ใช่คนธรรมดาๆ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเฉิงหยู่มีหวังครอบครัวของเขาคงได้มาแหกอก จ้าวหมิงหรงตายแน่


    ขณะทอดถอนหายใจด้วยความโล่งใจ ทันใดนั้น เปรี๊ยงๆๆๆ!!! เสียงปืนก็ดังขั้น! จ้าวหมิงหรงวิตกกังวลใจอย่างมาก ช่วงระหว่างเสียงปืนดังกึกก้องไปทั่ว แม้พยายามปลอบใจตัวเองว่าอย่าได้วิตกกังวลจนเกินเหตุ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขากำลังเป็นห่วงเฉิงหยู่เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เขาจึงรีบระดมพลฉุกเฉินเตรียมพร้อมบุกเข้าไป


    ในระหว่างที่เขากำลังเรียกระดมพล สายตาก็เหลือบไปเห็นเฉิงหยู่ประคองเด็กสาวคนหนึ่งออกมา นอกจากนี้ยังมีชายวัยกลางคน ฉินชางไห่ และ หมาป่าคลั่งตามออกมาด้วย ในไม่ช้าพวกเขาก็ขึ้นรถขับหนีออกไป


    “ท่านนายกครับ ตอนนี้จะเอายังไงดีครับ? จะให้พวกเราตามรถคันนั้นไปไหมครับ?” เว่ยเฉิง สอบถามจ้าวหมิงหรง ระหว่างเห็นเป้าหมายขับรถออกไปไกลพอสมควร


    “ไม่ต้อง คุณพากำลังพลเข้าไปตรวจสอบด้านในก่อน จับคนที่ยังเหลือรอดจัดการยึดอาวุธปืน แล้วเค้นถามเหตุการณ์จากพวกมัน” ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเฉิงหยู่ คิดจะทำอะไรถึงได้นั่งรถไปกับพวกมัน แต่เพียงได้เห็นว่าเขาออกมาอย่างปลอดภัยก็นับว่าประเสริฐมากแล้ว ส่วนเรื่องที่เหลือต่อจากนี้เขาจะเป็นคนจัดการควบคุมสถานการณ์


    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องปกรณัมนักเรียนขั้นเทพ ที่คุณอ่าน