“ บังเอิญเสียจริง “ มิได้มีแค่พี่เหลียงเท่านั้นแต่มีพี่หลิวหยางมาด้วยอีกคน การที่ทั้งสองคนมาที่นี่คงมิใช่เื่ที่ดีนักเท่าไหร่
“ มิใช่ว่าท่าน… “ ลู่เฟินคิดว่าตนนั้นเจอมือปราบผู้นี้บ่อยไปหรือไม่
" ข้ามาทำธุระ " หลิวหยางบอกกับลู่เฟิน
“ ตามนั้น เปิ่นหวางกำลังจะไปพบเ้าเมืองเพื่อทักทายสักหน่อย แม่ทัพเลี่ยงยินดีที่จะไปกับเปิ่นหวางหรือไม่ “ ชวนยังไงให้เหมือนโดนบังคับให้ไปด้วยเล่า แล้วทำไมไม่ไปกับพี่หลิวหยางละ
“ เช่นนั้นก็ดี ข้ามีเื่จะพูดคุยกับกุนซือลู่เฟินอยู่พอดี “ ลู่เฟินอยากจะปฏิเสธแต่ติดตรงชินอ๋องนำสหายของตนไปแล้ว
" ไหนๆแล้วก็เดินด้วยกันเถิด " มือปราบหลัวหันมายิ้มให้กับลู่เฟิน ก่อนชักชวนไปเดินเล่นในเมือง
เหลียงซานและเลี่ยงหรงมาถึงจวนเ้าเมือง มีพ่อบ้านออกมาต้อนรับและยังมีคุณหนูใหญ่ อย่างคุณหนูซ่งที่มารับแขกดูก็รู้ว่ามีจุดประสงค์แอบแฝง
“ ท่านอ๋อง ไม่ทราบว่าชอบชาใดเป็พิเศษหรือไม่เ้าค่ะ “ ดีจริงๆมากันสองคนกลับถามคนเดียว เลี่ยงหรงได้แต่นึกรำคาญอยู่ในใจ
“ ชาอันใดก็เอามาเถิด เปิ่นหวางมิคิดจะอยู่นานมากนัก “ เหลียงซานมิได้สนใจแม้แต่น้อย จนกระทั่งฮูหยินซ่งเดินเข้ามาพร้อมกับน้ำชา
“ ต้องขอประทานอภัยด้วยเ้าค่ะ “ ตอนนี้เ้าเมืองออกไปทำธุระข้างนอกมา ซึ่งกำลังจะกลับมาในอีกไม่ช้านี้ ฮูหยินซ่งเองก็คะยั้นคะยอพูดถึงความงามความดีของคุณหนูซ่งเพื่อให้ชินอ๋องสนใจ อยากให้มาปรนนิบัติชินอ๋องให้ดี เลี่ยงหรงก็มิได้น้อยใจแต่อย่างใด เพราะยังไงก็ทำเช่นนี้ก็รกหูรกตามิต้องทำให้เป็การดีที่สุด
ครึ่งเค่อผ่านไป เ้าเมืองก็เดินทางมาถึง ชินอ๋องเมื่อเห็นว่ามีบุคคลที่ไม่เกี่ยวอยู่ด้วย จึงไล่ให้ออกไป ฮูหยินซ่งและคุณหนูซ่งเองมิค่อยยอมมากนัก จึงหันไปทางเลี่ยงหรงที่นั่งอยู่ข้าง
“ เช่นนั้นคุณชายท่านนี้ก็เป็คนนอกเช่นกัน มิสู้มารออยู่ข้างนอกด้วยกันนะเ้าค่ะ “ ดูท่าคุณหนูซ่งจะหาเื่ตายซะแล้ว ในเมืองนี้มีคนส่วนน้อยนักที่จะรู้จักหน้าตาของแม่ทัพทัพทักษิณอย่างเลี่ยงหรง ถึงได้เอยเื่เช่นนี้ออกมา แต่ก็มิแปลกหรอกที่คุณหนูซ่งจะมิรู้ ขนาดเ้าเมืองยังมิรู้ด้วยซ้ำว่าคนที่มากับชินอ๋องคือผู้ใด
“ คุณหนูซ่ง คนที่มากับเปิ่นหวางได้นับเป็คนนอกเช่นนั้นหรือ “ เ้าเมืองที่เห็นท่ามิดี จึงรีบบอกให้บุตรีเอยขอโทษอีกฝ่ายที่พูดจาล่วงเกิน คุณหนูซ่งดูเป็คนที่เอาแต่ใจมิน้อยแต่ก็ยอมเอยขอโทษแม้จะไม่เต็มใจมากก็ตาม
“ ข้ามิถือสาหรอก คงเป็เพราะท่านเลี้ยงดูนางมาอย่างดีก็เป็เช่นนี้แล “ การที่เลี่ยงหรงพูดเช่นนี้ก็มิต่างกับต่อว่าเ้าเมืองกับฮูหยินซ่งที่เป็ผู้ที่เลี้ยงลูกให้นิสัยออกมาเป็เช่นนี้
สำหรับฮูหยินนั้นยอมรับไม่ได้อยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นสายตาของสามีนางก็ได้แต่หุบปากและรีบออกไปก่อนที่จะมีเื่ไปมากกว่านี้
“ ท่านเ้าเมืองมีฮูหยินและบุตรีที่ดีจริงๆ “ คร่าวนี้เป็ชินอ๋องที่เอยออกมาบ้าง แต่เดิมเ้าเมืองคนนี้ก็มิได้มีความสามารถอันใดมากนัก ที่ได้ตำแหน่งอยู่ทุกวันนี้คงมิพ้นมีใครบางคนให้การสนับสนุนอยู่เื้ัอย่างแน่นอน
และจุดประสงค์ที่ชินอ๋องมาที่นี่ เพราะ้าเอกสารเกี่ยวกับการสร้างศาลาเมือง รวมถึงงบประมาณต่างๆด้วยตนเอง
เ้าเมืองที่ได้ยินเช่นนี้ถึงกับเหงื่อตกมิน้อย แต่ถ้าหากมิให้ไปตนอาจโดยข้อหาอาญาลงได้ จึงพยายามโกหกออกไปก่อนว่าอยู่กับคนผู้หนึ่ง สัก่เย็นๆน่าจะได้
ชินอ๋องรู้ว่าอีกฝ่ายโกหกแต่ก็มิได้เซ้าซี้อันใดให้มากความ จึงบอกว่าตอนเย็นจะรอ เพราะต้องส่งให้ราชครูตรวจสอบ เ้าเมืองที่ได้ยินว่าเป็ราชครูที่จะตรวจสอบก็ดูร้อนรนมิน้อยเลยทีเดียว
ส่วนทางเลี่ยงหรงที่กำลังลุกขึ้นอยู่ดีๆก็มีสตรีนางหนึ่งทำท่าจะมาล้มต่อหน้าเลี่ยงหรง จึงถอยห่างออกเพียงเล็กน้อยเพื่อป้องกันมิให้เกิดการเตะต้องสตรีเอาได้
“ เ้า !! “ เ้าเมืองที่เห็นบุตรสาวที่ทำเช่นนี้ต่อหน้าชินอ๋องก็พรางโกรธนางมิน้อย
“ ไม่ทราบว่าคุณหนูนางนี้คือ “ เมื่อเห็นว่ามิมีผู้ใดมาช่วยนางเลยแม้แต่น้อย จึงได้แต่กักเก็บอารมณ์เอาไว้ที่ไม่เป็ไปตามแผน นางเองก็ได้ยินมาว่าชินอ๋องมาอย่างกะทันหันนางจึงรีบแต่งตัวอย่างงามเพื่อให้เข้าตาท่านอ๋องก็ยังดี
“ หม่อมฉันคุณหนูสาม ซ่ง อ้ายซ่าง เ้าค่ะ “ ท่านเ้าเมืองหน้าตึงเล็กน้อยด้วยความรำคาญ เ้าลูกคนนี้สมกับเป็ลูกของนังบ่าวรับใช้กิริยาช่างมิเหมาะสมยิ่ง
“ คราวหลังก็เดินระวังหน่อย เ้าก็รู้ว่าในห้องนี้มีแต่บุรุษ “ ความหมายของชินอ๋องก็คือสตรีเช่นนางเข้ามาทำไม ทั้งๆที่ในห้องนี้ก็มีแต่บุรุษ
“ ต้องขออภัยท่านอ๋องด้วยเพคะ นางเป็ลูกของบ่าวรับใช้ คงถูกสั่งสอนได้มิดีนัก “ ฮูหยินซ่งที่ได้โอกาสในการสั่งสอนนังลูกบ่าวก็กล่าวออกมาเหมือนจะหวังดีแต่ก็แอบหยิกหลังมิน้อย
“ เอาล่ะธุระของเปิ่นหวางก็มิมีอันใดมากแล้ว ส่วนท่านเ้าเมืองเปิ่นหวางจะรอ “ ทั้งคู่เดินออกจากจวนเ้าเมืองโดยมิได้สนใจสายตาของเหล่าบุตรีของเ้าเมืองเลยแม้แต่น้อย
เท่าที่รู้มา ท่านเ้าเมืองเป็บุตรเ้าสำราญอย่างมาก ไม่แปลกที่จะมีอนุมากมายในจวน รวมถึงบุตรีที่ต่างหมายปองบุตรที่มีฐานะสูงๆ
“ พี่เหลียง ไยท่านถึงให้ข้ามาด้วยเล่า “
“ หรงเอ๋อร์เ้าโกรธพี่หรือ “ น้ำเสียงของข้าบ่งบอกตรงไหนว่าข้าโกรธพี่ตรงไหนกัน แค่สงสัยเฉยๆ แต่พี่ก็มากับพี่หลิวหยางก็ได้นี่นา
“ พี่แค่้าทดสอบนิสัยนะ ก็อย่างที่หรงเอ๋อร์เห็น “ เลี่ยงหรงเห็นพี่เหลียงพูดความจริงออกมามิหมด จึงมิได้ถามอันใดให้มากความ หากเป็เื่ภายในราชสำนักก็คงจะสำคัญมาก
ทางด้านหลิวหยาง
“ ท่านมีธุระที่นี่หรือ “ ลู่เฟินถามออกมาด้วยความสงสัย ตลอด่ที่เลี่ยงหรงออกไปปราบปรามโจรลู่เฟินก็มักจะอยู่ที่ค่ายคอยดูแลทหารในการฝึกเป็เสียส่วนใหญ่
แต่่หลังๆมานี้พี่หลิวมักชอบซื้อขนมให้มาบ้าง น้ำชาบ้าง เอาจริงๆลู่เฟินค่อนข้างเกรงใจ ตนใช่ว่าจะมิมีเงินซื้อเสียหน่อย แค่มิมีเวลาไปต่อแถวซื้อขนมพวกนี้มากกว่าแล้วบางทีกว่าจะกลับมาเมืองหลวงก็เป็ปีๆอีกเลยมิค่อยได้ซื้อมามากนัก
“ เ้าอาจจะมิรู้ เมืองกวนอูเป็บ้านเกิดของข้า “
“ จริงหรือ เช่นนั้นท่านก็รู้จักเมืองนี้ดี “ แต่มากับชินอ๋องเองแบบนี้ คงมิพ้นเื่ภายในราชสำนักแน่ๆ
“ มีตลาดอยู่เ้าสนใจอยากจะไปเดินเล่นดีหรือไม่ อืมมีท่าเรือด้วยแต่อาจจะไกลไปสักหน่อย “ ลู่เฟินพยักหน้าเป็อันว่าตกลงที่จะไป
ลู่เฟินสนใจไปที่ท่าเรือมากกว่าจึงไปที่ท่าเรือก่อน พอมาถึงก็เห็นสินค้ามากมายที่ดูวางอยู่เต็มไปหมด แถมผู้คนก็เยอะมากด้วย
“ ระวัง “ หลิวหยางที่มองลู่เฟินอยู่ก็เห็นว่าอีกฝ่ายสนใจมองแต่รอบๆจนไม่เห็นว่าอาจมีคนมาชนเอาได้
“ ขอบคุณ “
“ เ้าอยากดูอันใดเป็พิเศษหรือไม่ ข้าจะไป “ เมื่อกราดตามองรอบๆก็เห็นมีร้านขายพืชพรรณที่แปลกและดูน่าสนใจ จึงคิดจะไปดูร้านนั้น
ลู่เฟินยามว่างมากมักจะชอบทำสวนปลูกดอกไม้ต่างๆที่ได้มา บางทีถึงขั้นปลูกผักเป็สวนขนาดเล็ก ไว้ทานเองบาง เอาไปให้กับชาวบ้านบาง สำหรับลู่เฟินแล้วการได้ปลูกดอกไม้ปลูกผักเช่นนี้ถือว่าผ่อนคลายความเครียดได้เลยล่ะ แล้วตัวลู่เฟินเองก็มีความสุขที่เดียวที่ได้ทำ
“ เ้าชอบหรือ “
“ ชอบ “
ลู่เฟินเมื่อเห็นดอกไม้สวยๆที่เห็นว่าดูปลูกง่ายหน่อยก็ได้มาหลายต้นเลยทีเดียว
“ แล้วเ้ามิชอบปลูกพวกผลไม้บางหรือ “
“ ข้าก็เคยคิดแต่ี้เีมากกว่า “ ขยันปลูกดอกไม้ปลูกผักแต่ี้เีปลูกผลไม้ เหลือจะเชื่อ
“ เช่นนั้นเ้าอยากได้ต้นอันใดอีกหรือไม่ “ เมื่อเห็นว่ามือทั้งสองข้างของตนเต็มไปด้วยดอกไม้และต้นผักมากมายที่้าจะซื้อกลับไปปลูกที่จวนก็ไปจ่ายเงินเสียก่อน อีกอย่างเกรงใจพี่หลิวด้วย เพราะตนเองก็อยู่ที่ร้านนี้นานพอสมควรพี่หลิวอาจจะเบื่อเอาได้
แต่สำหรับหลิวหยางน่ะ ไม่เบื่อหรอก กลัวไม่ได้ใช้เงินมากกว่า
“ เช่นนี้พี่เหลียงจะไปที่ใดหรือไม่ “ แต่มิทันทีเหลียงซานได้ตอบอันใดก็มีเสียงเรียกของลู่เฟินดังเข้ามาพอดี จึงหันไปมองเห็นว่าทั้งสองคนกำลังเดินมาทางนี้พอดี
ลู่เฟินที่เห็นว่าสามารถพายเรือได้จึงมาชักชวน แต่ก็น่าเสียดายเพราะคนอย่างชินอ๋องมิปล่อยให้เลี่ยงหรงไปไหนได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน
ทั้งสี่คนมายังตลาดที่ใกล้กับท่าเรือมีของกินมากมาย เลี่ยงหรงซื้อมาบ้างเล็กน้อยคงเพราะพี่เหลียงเป็คนจ่ายทั้งหมด จึงเกรงใจอยู่บ้าง ส่วนลู่เฟินนั้นแทบจะแวะทุกร้าน เ้านี่กินเก่งจริงๆ
" หรงเอ๋อร์ ไปพายเรือเล่นดีหรือไม่ " ชินอ๋องเอยถาม เพราะตอนนี้อยู่ด้วยกันสองคน ถ้าเลี่ยงหรงไม่คิดเข้าข้างตนเองมากเกินไป นี่พี่เหลียงพยายามเกี้ยวข้าอยู่ใช่หรือไม่ แต่ก็ได้แค่คิดละนะ
" แล้ว… " เมื่อปฏิเสธมิได้ ก็แม้ดูสายตาของพี่เหลียงสิ ข้าใจไม่แข็งพอที่จะปฏิเสธนี่นา
พี่เหลียงเป็ฝ่ายชวนจึงออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด เมื่อได้เรือมาแล้วก็ล่องเรือทันที ชินอ๋องอาสาเป็คนพายเรือเลี่ยงหรงก็อยากช่วยแต่โดยปฏิเสธมา
ตามริมน้ำมีต้นไม้หลายล้อมอากาศดี ดูสงบ ท้องฟ้าแจ่มใสมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวง
กรี๊ดดดดดดดด ~
ความสุขก็ถูกขัดขึ้นมีเรือข้างหน้ามีชายหญิงนั่งอยู่จู่ๆก็ส่งเสียงกรี๊ดออกมา ทำให้เรือที่อยู่ข้างๆต่างพากันมองไปยังตนเสียงที่กรี๊ดออกมา
จู่ๆสตรีที่กรีดร้องออกมาชี้ไปสิ่งที่ทำให้ตนกรีดร้องออก
" พี่เหลียง " เลี่ยงหรงเรียกอีกฝ่ายเมื่อเห็นดูท่าจะไม่ดีเสียแล้ว
โชคดีที่มือปราบมาตรวจตราแถวนี้พอดี เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องจึงรีบมาดูทันที จึงรีบนำเรือมาใกล้ๆที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่มือปราบคนนั้นเห็นคือสภาพศพที่เน่าเปื่อย ไม่มีแขนข้างขวา มีรอยฟันแทง ดวงตายังปากกว้าง เสื้อผ้าขาดเปื่อย
ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นได้ว่ามืออีกข้างใส่กำไรข้อมืออยู่ และยังมีนิ้วนางที่ถูกตัดออก
เป็ภาพที่น่ากลัวมาก ตอนนี้มีมือปราบหลายคนมากันผู้คนไม่ให้เข้าไปใกล้ศพก่อนจะช่วยกันนำศพออกมาโดยที่ให้ชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นเห็นน้อยที่สุด และ้าสอบปากคำผู้พบเหตุการณ์อีก
นี่คงเป็ศพแรกสินะ แค่ศพแรกก็ยากต่อก็สืบมิน้อย เลี่ยงหรงเห็นกับตาด้วยตนเองก็รู้สึกว่าคดีนี้ไม่ว่ายังไงก็ต้องหาคนร้ายที่แท้จริงให้ได้
" หรงเอ๋อร์เ้ากับโรงเตี๊ยมไปก่อนเถิด พี่จะไปกองมือปราบสักหน่อย "
" ข้าจะไปด้วย " เลี่ยงหรงตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแกมขอร้องหน่อยๆ
" งั้นก็ได้ "
กองมือปราบ เมืองกวนจู
ทั้งคู่มาถึงก็พบกับหลิวหยางและลู่เฟินอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสี่คนเดินเข้าไป หัวหน้ามือปราบเมื่อเห็นแต่ละบุคคลที่มาที่นี่ก็แถบเข่าสุด มีทั้งอ๋อง แม่ทัพ มือปราบ กุนซือ นับว่าหัวหน้ามือปราบผู้นี้รู้ความมิน้อย
" อะ..เออ "
" มิต้องพิธีอันใด เปิ่นหวางเพียงแค่มาตรวจสอบถ้ามิรังเกียจ "
" กระหม่อมมิกล้าพ่ะย่ะค่ะ " หัวหน้ามือปราบเชิญทั้งสี่คนเข้ามาห้องตรวจศพ