สุดยอดบอดี้การ์ดอหังการ

    สุดยอดบอดี้การ์ดอหังการ_42_เพื่อนเก่า!

    “หน้าด้านเกินไปแล้ว!”


    หลินเสี่ยวจู้ก่นด่าด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด


    “รถเบนท์ลีย์ชนคนอื่นเขาได้ยังไง? รถก็ดีกว่าคนอื่นเห็น ๆ ยังจะโกงอีก ต่อให้คว้าแชมป์ได้ก็น่าอับอายอยู่ดี!”


    เซียวเจิ้งกล่าวพลางกลั้วหัวเราะ “แม้แต่การแข่งขันระดับนานาชาติ ชนกันด้วยเหตุสุดวิสัยยังเป็นเหตุการณ์ที่ยอมรับได้ แล้วแข่งรถใต้ดินจะไปเหลืออะไร? ขอแค่แข่งชนะก็ยอมจ่ายทุกอย่างโดยไม่เสียดายทั้งนั้นแหละ”


    หลินเสี่ยวจู้ทำเสียงฮึดฮัด แสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ หนึ่งคือรู้สึกไม่คุ้มแทนเจ้าของรถ BMW M3 สองเป็นเพราะสาวชุดแดงผู้เป็นเทพธิดาพยากรณ์ทำให้เธอเสียหน้า


    เซียวเจิ้งไม่ได้มีจิตใจกระหายชัยชนะมากเท่าเธอ แต่ก็ยังชื่นชมฝีมือของเจ้าของรถเบนท์ลีย์ เพียงแต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเซียวเจิ้งมากที่สุดยังเป็นรถ BMW M3 แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเจ้าของรถ BMW M3 พ่ายแพ้ แต่เป็นเพราะฝีมือการขับรถของเจ้าของรถนั้นเหมือนกับคนคนหนึ่งที่เขาเคยรู้จักอย่างมาก เป็นเพื่อนเก่าที่มีฉายาว่าเซียนรถแห่งภูเขาจิ่วผาน


    แต่เซียวเจิ้งก็รีบส่ายศีรษะสลัดความคิดที่ไม่สมเหตุสมผลออกจากหัว เป็นความจริงที่ฝีมือเจ้าของรถ BMW M3 ไม่เลว ถ้าไม่ใช่เพราะข้อจำกัดด้านการใช้งานของตัวรถเอง รวมถึงรถเบนท์ลีย์สีเงินที่ดัดแปลงระบบเร่งก๊าซไนโตรเจน พอฝืนเร่งก็ชนกับ BMW M3 ในโค้งสุดท้าย จึงยังไม่มีใครรู้ผู้ชนะในการแข่งขันระหว่างคู่นี้ ว่ากันตามความจริง ฝีมือของคนทั้งสองถือว่าสูสีกัน


    แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ ฝีมือของเจ้าของรถ BMW M3 ก็ยังห่างชั้นกับเพื่อนเก่าที่เซียวเจิ้งเคยรู้จัก สเต็ปการเข้าโค้งหยาบเกินไป ยังไม่ลื่นไหลพอ ดูจากตรงนี้เพียงอย่างเดียว ฝีมือของเจ้าของรถ BMW M3 นับว่าอยู่แค่ระดับหนึ่ง ยังไม่ถึงระดับสูงสุด สามารถสร้างชื่อเสียงในวงการแข่งรถใต้ดินได้ แต่เมื่อเทียบกับนักแข่งมืออาชีพ ในด้านเทคนิคยังด้อยกว่าแน่นอน


    เมื่อสิ้นสุดการแข่งขันแต่ละรอบ ผู้จัดงานก็จะมอบเงินรางวัลในสนามแข่งและจัดงานเลี้ยงฉลองเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อกระตุ้นอารมณ์และความฮึกเหิมของผู้เข้าแข่งขัน หลังการแข่งขันจบ รถที่พ่ายแพ้แต่ละคันก็เคลื่อนกลับไปยังปากภูเขาจิ่วผานราวกับสุนัขไร้เจ้าของ มีแค่รถเบนท์ลีย์สีเงินเท่านั้นที่กลับมาอย่างราชา ได้รับเสียงเชียร์เสียงกรี๊ดดังสนั่นอย่างล้นหลาม


    เจ้าของรถเบนท์ลีย์สีเงินเป็นชายหนุ่มอายุราวสามสิบ สวมใส่ชุดกีฬาลำลองพร้อมกับหมวกแก๊ปหนึ่งใบ บนใบหน้าเกลี้ยงเกลาซูบผอมประดับรอยยิ้มเฉยชา ราวกับว่าการแข่งขันที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้ไม่ได้ทำให้เขาตื่นเต้นเท่าไหร่นัก เขาเดินไปที่โพเดียมอย่างสงบนิ่ง


    ผู้คนกรูเข้าไปล้อมรอบโพเดียมดังกล่าว พร้อมกับส่งเสียงเชียร์ให้กับผู้คว้าแชมป์ของทีม A คนนี้อย่างครึกครื้น


    “เหอะ ไอ้ขี้โกง!”


    หลินเสี่ยวจู้ชำเลืองมองเจ้าของรถเบนท์ลีย์บนโพเดียมที่ดูเย่อหยิ่งลำพอง พลางแสดงสีหน้าไม่พอใจ


    แน่นอนว่านอกจากเธอที่ไม่ยินดีกับชัยชนะของเจ้าของรถเบนท์ลีย์แล้ว ผู้จัดงานเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน กระทั่งหนักกว่าด้วยซ้ำไป


    เพราะนอกจากบอสที่อยู่หลังม่านจะเสียเงินรางวัลจำนวนสองแสนหยวนนี้ไป ยังชนรถ BMW M3 ที่มีมูลค่ากว่าล้านหยวนพังเสียหาย และตัวการของเรื่องทั้งหมดนี้ก็คือนักแข่งที่ขับรถ BMW M3 ชายหนุ่มที่เดินขากะเผลกคนนี้


    ใช่แล้ว


    เจ้าของรถ BMW M3 ที่ดริฟท์รถเก้าวงออกมาได้อย่างสวยงามก็คือชายหนุ่มขากะเผลก ถึงจะไม่มีผลต่อการขับรถ แต่ในระหว่างที่เดินกลับดูผิดปกติเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด


    ในฐานะของผู้แพ้ ยิ่งเป็นผู้แพ้ที่อยู่ใกล้กับชัยชนะแค่เอื้อม ชายหนุ่มไม่ได้รับความสนใจไยดีแต่อย่างใด ไม่มีใครยกย่องให้เกียรติเขาแม้จะพ่ายแพ้อย่างมีเกียรติ แพ้ก็คือแพ้ เมื่ออยู่ท่ามกลางการแข่งขันที่ผู้ชนะคือราชา ผู้แพ้ก็ไม่มีสิทธิ์หลบหน้า


    ระหว่างที่เขาขับรถ BMW M3 ที่พังยับเยินกลับมายังสนามแข่ง งานเลี้ยงฉลองก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ อย่างสนุกสนาน ชายหนุ่มผู้สวมใส่กางเกงยีนขาจั๊มคนนี้ไม่ชายตามองบริเวณที่จัดงานเลี้ยงฉลองแม้แต่ปราดเดียว เขาเดินไปหลังเวทีที่สร้างขึ้นมาชั่วคราวอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะขมวดคิ้วจนเป็นรอยย่น


    การเดินสูงข้างต่ำข้างฝังลึกลงในสมองของเขา ระหว่างที่เดินเขาไม่สบตากับใคร จนมาถึงด้านหลังของเวที


    “พี่ตง ผมขอโทษ”


    ชายหนุ่มมองพี่ตงที่สีหน้าไร้ความเมตตาด้วยใบหน้าไม่สู้ดี


    พลั่ก!


    ทันทีที่สิ้นเสียงของเขา พี่ตงที่ร่างแข็งแรงกำยำก็เตะหน้าอกของชายหนุ่มทันที ชายหนุ่มรับลูกเตะนี้เข้าไปเต็มแรง ร่างกายอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงโซเซถอยหลังไปอย่างห้ามไม่อยู่


    “ขอโทษเหรอ?” พี่ตงตวาดเสียงดังลั่น “แกรู้ไหมว่าแค่คำขอโทษของแกคำเดียวทำให้พวกเราเสียเงินไปเท่าไหร่”


    ตุบ!


    ขาเตะเข้าที่ข้างเอวของชายหนุ่มอีกครั้ง ทำให้เขาเกือบจะล้มลง


    ชายหนุ่มที่โดนเตะสองครั้งติดหน้าซีดเผือด ใช้มือกุมเอวที่เจ็บแปลบอย่างรุนแรง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงหดหู่


    “ผมขอโทษ ผมคิดไม่ถึงว่ารถของเขาจะติดตั้งระบบก๊าซไนโตรเจน”


    “คิดไม่ถึงเหรอ!?” พี่ตงตวาดเสียงแข็ง “แกทำบ้าอะไรอยู่? แกเป็นเซียนรถแห่งภูเขาจิ่วผานไม่ใช่เรอะ? เพิ่มระบบไนโตรเจนแล้วเอาชนะไม่ได้เหรอ ฉันเก็บแกไว้จะมีประโยชน์อะไร?”


    ชายหนุ่มก้มหัวลงอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไร


    พี่ตงโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ความโมโหที่สะสมมารวมไว้ด้วยกัน แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันว่า


    “ถ้าไม่ใช่เพราะบอสเย่ให้ฉันเลี้ยงแกไว้ บิดาคงซ้อมไอ้คนพิการที่น่าตายอย่างแกไปนานแล้ว! คิดว่าตัวเองยังเป็นเซียนรถแห่งภูเขาจิ่วผานอยู่จริง ๆ เหรอ? ไสหัวไป ไปตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาซะ แล้วดูว่าตัวเองทำตัวแบบไหนอยู่! เศษเดนอย่างแกถึงอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์!”


    เนื่องจากพี่ตงขาดทุนย่อยยับ เขาจึงระบายความแค้นทั้งหมดที่ร่างกายของชายหนุ่มผู้พ่ายแพ้ให้กับรถเบนท์ลีย์สีเงิน ทว่าชายหนุ่มขาไม่ดีคนนี้กลับไม่ตอบโต้อะไรตั้งแต่ต้นจนจบ เพียงแค่กล้ำกลืนการดูถูกอย่างเงียบ ๆ สองตานิ่งเฉยไม่สั่นไหว


    เซียวเจิ้งเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นหลังเวที รวมถึงขาขวาที่เดินกะเผลกข้างนั้นของชายหนุ่ม แววตาของเขาจากที่เคยสงบนิ่งในตอนแรกกลับกลายเป็นเย็นชา


    กลิ่นอายความหนาวเหน็บไปถึงกระดูกทำให้หลินเสี่ยวจู้ที่ยืนอยู่ข้างกายตกใจทันที เธอเอ่ยปากถามอย่างอดไม่ได้ว่า


    “พี่เขย พี่เป็นอะไรไป?”


    “ไม่มีอะไร”


    เซียวเจิ้งขยี้บุหรี่ในมือที่ลืมสูบ แล้วจึงกล่าวกับหลินเสี่ยวจู้


    “เธออยู่ในรถก่อน ฉันจะไปหาเพื่อน”


    พอกล่าวจบเซียวเจิ้งก็ผลักประตูรถ เดินตรงไปยังหลังเวที


    หลินเสี่ยวจู้สังเกตเห็นท่าทีผิดแปลกของเซียวเจิ้งได้นานแล้ว ไหนเลยจะปล่อยให้เขาออกไปตามลำพัง เธอจึงตามเข้าไปด้วยอย่างมีน้ำใจ


    พี่ตงเตะและด่าจนเหนื่อย สายตาจ้องชายหนุ่มตรงหน้าเขม็งพร้อมกับตะคอกใส่


    “จะมายืนบื้อเหมือนคนโง่ทำไม ยังไม่หลีกทางให้รถหมายเลขสองอีก? ถ้ารอบหน้าแพ้อีก บิดาเก็บแกแน่!”


    “นายจะเก็บใคร?”


    เซียวเจิ้งที่ใบหน้าไร้ความรู้สึกบุกเข้าไปหลังเวที สีหน้าหมองคล้ำถึงขีดสุด


    “เกี่ยวอะไรกับนาย?”


    พี่ตงไม่แน่ใจว่าเซียวเจิ้งเป็นผู้เข้าแข่งขันหรือเป็นแค่คนที่ชอบแส่เรื่องชาวบ้าน เขาขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า


    “ตรงนี้คือหลังเวที ไม่ใช่ที่ที่นายควรมา!”


    “ฉันมาหาเพื่อน”


    เซียวเจิ้งเหลือบมองพี่ตงด้วยสายตาเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง


    “มาหาเพื่อนอะไร?” พี่ตงกล่าวอย่างหมดความอดทน


    “เพื่อนที่นายไม่ควรซ้อม” เซียวเจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ


    “แกกับไอ้ง่อยนี่เป็นเพื่อนกันงั้นเหรอ?” พี่ตงหรี่ตาถาม


    “ฉันขอแก้คำพูดของนาย เขาไม่ใช่ไอ้ง่อย เขาชื่อหลี่เฟิง เป็นเพื่อนรักของฉัน”


    พอเซียวเจิ้งกล่าวจบก็เดินเข้าไปหาพี่ตงด้วยสายตาดุดัน จากนั้นจึงเตะเขาต่อหน้าลูกน้องทั้งสี่ห้าคน


    ผัวะ!


    เซียวเจิ้งเตะเข้าไปที่หัวเข่าของพี่ตงเต็มแรง สั่งให้เขาก้มหัวคุกเข่าลงกับพื้น การลงมืออย่างเหี้ยมโหดทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างอ้าปากค้าง แม้แต่หลินเสี่ยวจู้ที่ยืนอยู่ข้างหลังเองก็ยังเอามือป้องปากเล็ก ๆ ของเธออย่างไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี

    คล้ายกับเรื่องสุดยอดบอดี้การ์ดอหังการ ที่คุณอ่าน