หลังจากเสนาบดีไป๋เริ่มเล่าเื่ราว หนิงอันก็นิ่งฟังอย่างตั้งใจและคิดตาม
ใจอยากจะหนีตายไปอยู่แคว้นอื่นแต่จะทำอย่างนั้นได้เช่นใดกันเล่า!เอาเถอะอย่างไรเขาก็เคยตายมาแล้วรอบหนึ่ง จะตายอีกรอบก็คงจะไม่เป็อะไรมั๊ง?
ชาติที่แล้วกินขี้ตายน่าอายสิ้นดีถ้าชาตินี้ต้องตายอีกก็ขอตายอย่างองอาจให้สมกับที่เกิดเป็ชายชาตรี!!(ใช่มั๊ยนะ??)
พยักหน้าหงึกๆ อืม..เท่มากครับ!
หัวก็คิดมือก็แอบหยิบขนมบนโต๊ะบิดามากินอร่อยมากแต่แอบติดฟันไปหน่อย และเมื่อเสนาบดีไป๋กล่าวจบ หนิงอันที่ได้พิจารณาตกลงปลงใจจะไปแล้วพอเห็นบิดาทำหน้าเศร้าเสียใจจึงได้เอ่ยปลอบ
“ท่านพ่อมิต้องขอโทษลูกและอย่าได้คิดเช่นนั้นลูกย่อมเข้าใจดีถึงความสำคัญของแคว้นและความจำเป็ต่างๆถือว่าลูกนั้นไปเที่ยวเล่นหาประสบการณ์เถิดขอรับ ส่วนเื่ความปลอดภัยท่านพ่อก็อย่าได้กังวลลูกเชื่อว่าลูกชายท่านลุงหวังจะปกป้องลูกได้เป็อย่างดี”หนิงอันพูดด้วยรอยยิ้มเข้าใจในความรู้สึกหลากหลายของผู้เป็บิดา
เสนาบดีไป๋ได้ยินบุตรกล่าวเช่นนั้นก็เพียงพยักหน้ารับพลางเอื้อมมือไปเช็ดเศษขนมออกจากแก้มอิ่ม
เฮ้อ!!จะไม่เป็ไรจริงๆใช่หรือไม่นะ ลูกพ่อ
หนิงอันมองสีหน้าท้อใจของผู้เป็บิดาด้วยความสงสัยแต่ก็มิได้กล่าวอันใดอีก
จริงๆท่านต้องทำหน้าซาบซึ้งที่เขาเข้าอกเข้าใจไม่ใช่เหรอแล้วเหตุใดท่านพ่อจึงทำหน้าเช่นนั้นกัน?
.
.
“ไม่มีปัญหาอะไรแล้วว่าแต่เ้าเถอะมาหาพ่อด้วยเื่อันใด”เสนาบดีไป๋เอ่ยถามหนิงอันเมื่อเื่หารือได้จบลงไปแล้ว
“ลูกจะขอไปเดินเที่ยวเล่นที่ตลาดขอรับได้หรือไม่” หนิงอันยิ้มกว้างเมื่อนึกขึ้นได้รีบเอ่ยตอบในทันทีพลางเอนตัวไปกอดซบแขนเอาใบหน้าถูไถกับไหล่หนาของบิดาอย่างออดอ้อน เสนาบดีไป๋ที่บุตรคนโตไม่เคยทำเช่นนี้ก็ได้แต่ใจอ่อนยวบแล้วแต่ก็ยังคิดกลั่นแกล้งบุตรด้วยการหันไปถามภรรยา
“น้องหญิงพี่ควรอนุญาตให้ลูกไปดีหรือไม่”
หนิงอันได้ยินก็รีบลุกขึ้นไปโอบกอดมารดาใบหน้าซุกอกอุ่น
“ท่านนน...แม่...”น้ำเสียงยืดยาว
“หึหึย่อมไปได้แต่ต้องระวังตัวด้วยอย่าซุกซนให้มาก” ฮูหยินไป๋ลูบผมนุ่มของบุตรแล้วเอ่ยอนุญาตแต่ก็ยังมิวายเอ่ยเตือนขึ้นมาเสียงเข้ม
ั้แ่บุตรของนางแข็งแรงมานี้ก็ร่าเริงและซุกซนมากขึ้นทุกวันสงสัยจะชดเชย่เวลาที่ผ่านมากระมัง
แต่ช่างเถอะ ขอให้บุตรของนางมีความสุขก็เพียงพอแล้วถึงติดเล่นจนไม่มีใครมาสู่ขอนางก็เลี้ยงของนางเองได้!
“เช่นนั้นเดี๋ยวพี่ใหญ่ไปเป็เพื่อนเ้าเอง”หนิงเฟิ่งมองท่าทีออดอ้อนของน้องตนด้วยความเอ็นดูเลยอยากมีส่วนร่วมบ้างจึงเอ่ยเสนอตัวออกไป
เสนาบดีไป๋เห็นดังนั้นจึงหยิบถุงเงินออกมา“ขอบคุณขอรับ”
หนิงอันยิ้มร่าคว้าถุงเงินที่บิดายื่นให้แล้ววิ่งไปกอดแขนพี่ชาย
“พี่ใหญ่ดีที่สุด”เอ่ยพร้อมยัดถุงเงินใส่มือคนพี่พาลากกันออกไปทันที......
ครึกครึก รถม้าจวนตระกูลไป๋วิ่งเข้ามาที่ทางเข้าตลาดเมืองหลวงเมื่อรถม้าจอดนิ่งสนิทดีแล้ว หนิงเฟิ่งจึงได้ก้าวลงไปก่อนการมาถึงของเกอคนงามในตาเฉี่ยวคม จมูกโด่งเป็สัน ปากเป็กระจับทาชาดสีแดงร่างเพรียวระหง เอวคอดเล็ก อกอวบอิ่มอย่างเห็นได้ชัด(โอ๊ยยยย นี่มันบักแตงโม! แค๊กแค๊ก) และยังมีปานรูปไฟกลางหน้าผากดูมีเสน่ห์เย้ายวนนั่นอีก
จึงกลายเป็ที่จับตามองขึ้นมาโดยทันทีเพราะยากนักที่จะได้พบเห็นคนงามอันดับหนึ่งของแคว้นออกมาเที่ยวเล่นนอกจวนเช่นนี้แม้แต่ท่านแม่ทัพของแคว้นที่นั่งอยู่บนชั้นสามของโรงเตี๊ยมด้านข้างก็มิอาจยกเว้นจัดได้ว่างดงามมากจริงๆ
แต่เมื่อประตูรถม้าเปิดออกอีกครั้งสายตาทุกคู่ก็ต้องถูกดึงดูดไปโดยฉับพลันนั่นตุ๊กตารึ! ต่างคิดเหมือนกัน
ส่วนทางด้านของหนิงอันที่รู้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็เป้าสายตาของผู้คนเพราะมากับพี่ชายคนงามแต่ก็มิได้สนใจดังนั้นเมื่อเปิดประตูออกมาได้ก็ะโลงมาจากรถมาทันที
“อันเอ๋อร์!เกิดาเ็จะทำเช่นไร เหตุใดไม่ลงทางบันไดดีๆ”หนิงเฟิ่งเห็นการกระทำนั้นเอ่ยดุขึ้นเสียงดังด้วยความใ
“ขออภัยขอรับ”หนังอันก้มหน้าหูลู่หางตกแต่เพียงเสี้ยวลมหายใจก็ค่อยๆเหลือบตาขึ้นมองหน้าพี่ชายอืม ดุอย่างไรให้หน้าตางดงามได้ขนาดนั้นกันนะ หนิงอันที่เห็นหนิงเฟิ่งทำหน้าเหนื่อยแต่มิได้โกรธอันใดก็ฉีกยิ้ม
“ไปเดินตลาดกันดีกว่าขอรับ”จับมือคนพี่แกว่งแล้วพากันเดินเข้าสู่ตลาดที่เต็มไปด้วยผู้คน
........“หึคงจะแสบซนไม่ใช่น้อย” วางถ้วยชาลงแล้วเดินออกจากโรงเตี๊ยมไป
กว่าจะรู้สึกตัวท่านแม่ทัพก็เดินตามเกอน้อยทั้งสองจนมาถึงหน้าร้านซาลาเปาเสียแล้ว
“พี่ใหญ่หอมมากเลยขอรับน้องอยากกินอันนี้”หลังจากเดินเข้าเดินออกร้านนู้นร้านนี้มากมายกลับถูกใจกับร้านซาลาเปาข้างทางที่กำลังส่งไอร้อนหอมกรุ่นไปทั่วทั้งบริเวณเห็นได้ชัดว่าหนิงอันเป็สายกินที่แท้ทรู
“รับอะไรดีขอรับคุณหนู”พ่อค้าซาลาเปารีบถามเมื่อเห็นหนิงอันชี้ไม้ชี้มือมาทางตน
“เอาซาลาเปาไส้ถั่วขอรับ”หนิงอันตอบ
“อะไรนะขอรับ”พ่อค้าถามกลับด้วยความสงสัย เขาอาจจะหูฝาดได้ยินเพี้ยนไป
“เอาไส้ถั่วแดงขอรับ” หนิงอันเห็นพ่อค้าถามซ้ำจึงบอกไปอีกครั้ง
“น้องเล็กมันมีที่ไหนกันซาลาเปามีแค่ไส้หมูกับไส้ผักนะ” หนิงเฟิ่งเอ่ยบอกหนิงอันที่ไม่รู้เื่ทั่วไปเพราะป่วยั้แ่เด็ก
“อะ...อ่าว”อะไรกัน!ไส้ถั่วแดงของโปรดยุคนี้ไม่มีงั้นเหรอ ฮือ ฮือ…
“น้องเล็กเ้าจะเอาไส้อะไร” หนิงเฟิ่งถามน้องเมื่อเห็นเ้าตัวทำหน้างงงัน
“เอาไส้หมู3 ลูกขอรับ” หนิงอันตอบพร้อมมุ่งมั่นว่ากลับไปให้ท่านแม่ทำให้กินก็ได้
หนิงอันรับซาลาเปามาแล้วส่งต่อให้ หนิงเฟิ่งและซูมี่คนละลูกแล้วจึงหันกลับมากัดกินในส่วนของตนเองคำโตจนแก้มใสพองออกมาด้านข้าง พยักหน้า หงึกหงึก อร่อยใช้ได้ ส่วนหนิงเฟิ่งและซูมี่ที่ถูกเลี้ยงมาแบบคุณชายในห้องหอต่างยืนถือไว้ในมือมองหนิงอันที่กินด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยแล้วหันมามองหน้ากันตาปริบๆ
“หึเหมือนกระรอกเลย” ท่านแม่ทัพที่ยืนมองมาจากฝั่งตรงข้ามหัวเราะออกมาเสียงเบา
“พี่ใหญ่ทำไมยังไม่กินอีกเล่า”หนิงอันถามขึ้นเมื่อเห็นหนิงเฟิ่งเอาแต่มองตนกินจนซาลาเปาลูกใหญ่หมดไปกว่าครึ่งแล้ว
“พี่ยังไม่หิวน่ะ”หนิงเฟิ่งไม่รู้จะตอบน้องอย่างไรว่าการยืนกินเช่นนี้นั้นดูไม่ดีเดี๋ยวค่อยกลับไปสอนกันที่บ้านก็แล้วกัน
หนิงอันมองหนิงเฟิ่งด้วยสายตาสงสัยเดินมาตั้งนานเป็ไปมิได้ที่จะไม่หิวแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรทำเพียงพากันเดินเที่ยวเล่นต่อ
กระทั่งถึงร้านเครื่องประดับที่ตกแต่งร้านได้น่ามองจึงเดินเข้าไปหน้าร้านนั้น
ฝ่ายท่านแม่ทัพที่เดินตามเพลินจนเผลอเข้ามาอยู่ในร้านเดียวกันเสียแล้วจึงถือโอกาสเข้าไปยืนด้านข้างดูเกอน้อยที่เลือกผ้าผูกผมด้วยดวงตาเปล่งประกายอืม...มองใกล้ๆเช่นนี้ยิ่งเหมือนตุ๊กตาดูนุ่มนิ่มน่าบีบยิ่งนัก
ในขณะที่หนิงอันที่เจอผ้าผูกผมสีฟ้าสดใสถูกใจจอร์จมากรู้สึกได้ถึงการมีคนอยู่ข้างๆก็นึกว่าคือหนิงเฟิ่ง จึงหันหน้าไปพูดคุย
“พี่ใหญ่เส้นนี้สวยหรือไม่ขอ...รับ”อ่าว! สายตาของหนิงอันปะทะเข้ากับแผ่นอกกว้างของใครก็ไม่รู้จึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองกะพริบตากลมโตปริบๆ โอ้โฮ อย่างหล่อ! หนิงอันอึ้งกับความหล่ออยู่ครู่หนึ่งก็ได้สติมือวางของหันมองหาพี่ชายในทันที
แต่เมื่อมองไปโดยรอบแล้วไม่เจอหนิงเฟิ่งก็เกิดอาการหน้าเสียเพราะไม่ว่าจะชาติไหนเขาก็ไม่เคยไปไหนคนเดียวเลยนอกจากที่ทำงานมือน้อยจึงเผลอเอื้อมไปจับชายเสื้อของชายแปลกหน้าด้านข้างอย่างลืมตัวดั่งเป็ที่ยึดเหนี่ยว
ทางด้านท่านแม่ทัพเองเมื่อเห็นเกอน้อยแหงนหน้าขึ้นมามองก็ยกยิ้มมุมปากยังมิทันเอ่ยทักทายอะไรก็หันกลับไปเสียแล้วดูท่าน่าจะหาพี่ชายที่มาด้วยกันแต่พอมองหาไม่เจอก็จมูกแดงน้ำตาคลอซะแล้ว ทั้งยังเอื้อมมือมารั้งชายเสื้อเขาอีกคงจะเผลอตัวกระมังน่าจะไม่เคยไปไหนคนเดียวเห็นแล้วก็สงสารระคนเอ็นดูจึงจะเสนอตัวไปส่งแต่ทันใดเ้าตัวก็หันไปเห็นพี่ชายของตนเสียก่อนที่ตอนแรกมองไม่เห็นคงเป็เพราะผู้คนที่ยืนบดบังส่วนเกอน้อยนั้นก็ตัวเล็กมาก(ไม่ใช่เตี้ยนะ!)จึงมองไม่เห็น
เขาก้มลงมองชายเสื้อที่สักครู่ยังมีมือบางจับอยู่แต่ตอนนี้ไม่มีเสียแล้ว
หนิงอันที่ใจเสียได้เพียงครู่เดียวสายตาพลันหันไปเห็นหนิงเฟิ่งกับซูมี่ที่กำลังช่วยถือของอยู่เข้าพอดีก็ใจชื้นรีบวิ่งเข้าไปหา“น้องนึกว่าพี่ใหญ่จะทิ้งกันเสียแล้ว” หนิงอัน
“ทิ้งอันใดกัน พี่เห็นคนรุมซื้ออันนี้กันเยอะน่าจะอร่อยจึงหยุดซื้อให้เ้านั่นแหละ”หนิงอันที่ขาด่เวลาในวัยเด็กไปย่อมไม่รู้จักหลายๆอย่างหนิงเฟิ่งอยากจะชดเชยสิ่งเหล่านี้ให้น้องบ้าง โดยเฉพาะของกินที่เ้าตัวเหมือนจะสนใจเป็พิเศษ
“น้องรักพี่ใหญ่ที่สุด”หนิงอันเข้าไปกอดแขนออดอ้อน
“หึ”หนิงเฟิ่งลูบหัวน้องน้อยด้วยความเอ็นดู
“แล้วพี่ใหญ่ซื้ออะไรมาหรือขอรับ”หนิงอันชะเง้อคอมองของในมือหนิงเฟิ่ง
“นี่เรียกว่า ถังหูลู่”หนิงเฟิ่งบอกพร้อมยื่นส่งให้
โอ้...ถังหูลู่ในตำนานหน้าตาเป็แบบนี้เองสินะหนิงอันรับมาแล้วหมุนไม้พิจารณาดูจนเดินมาหยุดอยู่หน้าร้านเครื่องประดับก่อนหน้าจึงได้ลองกินดูหนิงอันอ้าปากกัดถังหูลู่ลูกโตที่ไม่รู้ว่าข้างในคืออะไรเข้าไปตรงกึ่งกลาง
งึ! แข็งง่ะหนิงอันทำท่าจะคายฟันก็ติดเอาไม่ออกจึงได้แต่กลั้นใจตัดสินใจกัดให้ลึกลงไปอีกนิดจนัักับรสชาติของลูกอะไรไม่รู้ข้างใน
ทันใดนั้น หนิงอันก็มีแรงกระชากออกมาทันทีไม่ติดมันแล้วฟันหนิงอันหน้าตายิบหยีน้ำลายไหลยืดเป็สายออกมา
“ซู๊ดดดด”ซดน้ำลายเสียงดังด้วยความเปรี้ยวจนหูดับ
“อันเอ๋อร์! ทำอันใดของเ้า”หนิงเฟิ่งเอ่ยดุเสียงเบาด้วยกลัวคนจะเห็นภาพไม่น่ามองนี้รีบเอาผ้าเช็ดหน้ามาช่วยเช็ดปากให้
“ก็มันเปรี้ยวนี่ขอรับ”หนิงอัน
“อืม ไม่อร่อยก็ทิ้งไป”หนิงเฟิ่ง
“ได้อย่างไร น้องกินได้ขอรับ”ว่าแล้วเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยคราวนี้หนิงอันอ้าปากกว้างยัดเข้าไปทั้งลูกเลยแบบนี้น้ำลายก็ไม่ยืดแล้ว!แต่พอเคี้ยวเท่านั้นแหละ ก็เกิดอาการคอเอียงก้มหน้าหลับตาปี๋มีน้ำตาซึมออกมาเล็กน้อย เก็บสีหน้าไม่อยู่อีกต่อไป ซี๊ดดดดด
“กินคนเดียวเปรี้ยวไปทั้งแคว้นเช่นนี้คุณหนูเล็กคายออกมาเถิดขอรับ”ซูมี่มองแล้วสงสาร
หนิงอันส่ายหัวไปมาพลันได้ยินเสียงหัวเราะใกล้ๆก็ลืมตาดูเห็นคนหล่อกำลังกลั้นหัวเราะแต่ดูเหมือนจะไม่ไหวแล้ว
“ถ้าไม่ไหวก็หัวเราะออกมาเถอะขอรับ”หนิงอันกล่าวออกมาด้วยความโมโหน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
“อันเอ๋อร์อย่าเสียมารยาทขอโทษคุณชายเดี๋ยวนี้”หนิงเฟิ่งบอกหนิงอันที่อมลมทำหน้าดื้อไม่ยินยอม
“หนิงอัน!” เสียงเริ่มเข้มแฮะหนิงอันเหลือบตาดู อืม น่าจะโมโหจริง เห็นดังนั้นจึงได้ทำหน้าฝืนกล่าวออกมา
“ขออภัยขอรับ”หนิงอันทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่ส่งสายตาฝากไว้ก่อนอีกฝ่ายก็ยิ้มรับส่งสายตารู้ทันกลับมา
หนิงอันจึงสะบัดหน้าหนีมาทางหนิงเฟิ่งหืม?หน้าแดง? หนิงอันทำตาหลุกหลิกแล้วเหลือบมองคนตัวสูง พลางพยักหน้า
หงึกหงัก อืมๆยิ้มหล่อเลยหันมามองพี่ชายอีกที...แดงไปยันคอแล้วนั่น เขิล? หนิงอันเลิกคิ้วสงสัยพลันฉีกยิ้มเ้าเล่ห์ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยหยอกล้อหนิงเฟิ่งที่เห็นกริยาของหนิงอันก็รีบเอ่ยขัด
“ข้าต้องขออภัยแทนน้องด้วยขอรับพวกเราคงต้องขอตัวก่อน” หนิงเฟิ่งคารวะแล้วรีบลากตัวแสบออกมาทันที
หนิงอันที่ถูกลากไปไม่ทันตั้งตัวได้แต่หันกลับมามองผ้าผูกผมที่ถูกใจตาละห้อย
ท่านแม่ทัพที่เห็นสายตานั้นก็ยิ้มขำ หยิบผ้าผูกผมสีฟ้าสดใสชิ้นนั้นขึ้นมาจ่ายเงินแต่ยังมิทันได้ตามเอาของไปให้ก็มีคนมาแจ้งงานเร่งด่วนเสียก่อนจึงทำได้แต่เพียงเก็บเข้าอกเสื้อ
จะได้พบกันอีกหรือไม่นะ เ้าตัวแสบ....