ชุดเกราะใหม่ที่หลอมจาก 'แก่นอสูรโลหะดำ' ที่โอบอุ้มร่างกายของหลี่ชิง ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นทำให้เขารู้สึกว่าพลังของเขาได้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นอย่างมั่นคง ชุดเกราะนี้ไม่ได้เพิ่มน้ำหนักตัวเขาเลยแม้แต่น้อย แต่แผ่สัมผัสของความแข็งแกร่งที่มองไม่เห็น มอบความรู้สึกปลอดภัยที่เขาไม่เคยมีมาก่อน มันกลมกลืนไปกับเสื้อคลุมสีดำของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อรวมกับความสามารถในการทะลวงป้องกันของ [ดาบตัดมิติ] ที่ฝึกฝนจนชำนาญ หลี่ชิงจึงรู้สึกพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ยากยิ่งกว่าเดิม ความท้าทายที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
ความรู้ที่ได้รับจาก 'ซากโบราณสถานเวทมนตร์' ยังคงก้องกังวานอยู่ในความคิดของเขา 'เมล็ดพันธุ์แห่งความว่างเปล่า' ในฐานะเส้นทางแห่งการหลอมรวมพลังงาน... ปริศนาเหล่านี้เรียกร้องให้เขาออกค้นหาคำตอบอย่างไม่หยุดยั้ง เขารู้สึกว่าคลาส [ดาบ] ของเขาต้องมีความเชื่อมโยงบางอย่างกับพลังงานโบราณเหล่านั้น
หลี่ชิงไม่ได้มุ่งหน้าสู่ดันเจี้ยนที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งเต็มไปด้วยฮันเตอร์มากมายและสายตาที่จับจ้อง แต่เลือกที่จะสำรวจสถานที่ที่น้อยคนจะรู้จัก หรือเป็นสถานที่ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา เขาใช้เวลาในการค้นคว้าแผนที่โบราณที่หาได้ยากยิ่งและบันทึกที่ไม่เป็นทางการซึ่งมักจะถูกมองข้าม เพื่อค้นหาเบาะแสของซากอารยธรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับพลังงานลึกลับเหล่านี้
การค้นคว้าอย่างโดดเดี่ยวพาเขามายังเบาะแสที่นำไปสู่ 'เมืองใต้ดินแห่งคำสาป' เป็นเมืองโบราณที่เชื่อว่าถูกสาปให้จมอยู่ใต้ดินเมื่อนานมาแล้ว และเพิ่งถูกค้นพบทางเข้าเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ความอันตรายของมันทำให้ไม่มีฮันเตอร์คนใดกล้าเข้าไปสำรวจอย่างจริงจัง ที่นี่เต็มไปด้วยกับดักที่ถูกลืม และมอนสเตอร์ที่ได้รับผลกระทบจากพลังงานที่มืดมิดและเก่าแก่ซึ่งยังคงซึมซาบอยู่ในดินและหิน
เมื่อก้าวผ่านปากทางเข้าที่เป็นช่องแตกบนพื้นดิน หลี่ชิงสัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นยะเยือกและหนักอึ้งทันที ราวกับว่ากำลังหายใจอยู่ในสุสานโบราณ กลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นแปลกประหลาดที่คล้ายกับพลังงานที่เน่าเปื่อยคละคลุ้งไปทั่ว สภาพแวดล้อมภายในเมืองนั้นมืดมิด มีเพียงแสงสลัวๆ จากผลึกเรืองแสงที่เกาะอยู่ตามผนัง และเต็มไปด้วยซากอาคารหินที่พังทลายลงมาระเกะระกะ พื้นดินเต็มไปด้วยเศษหินและซากโครงกระดูกที่ยังคงเหลืออยู่
หลี่ชิงเคลื่อนที่ไปในเมืองใต้ดินอย่างเงียบเชียบ ดาบเหล็กดาราในมือของเขาสะท้อนแสงเพียงเล็กน้อย ใช้ [ดาบเงาลวงตา] ในการลอบเร้นและหลบหลีกกับดักพลังงานที่มองไม่เห็นที่ซ่อนอยู่ตามทางเดินและซอกมุมต่างๆ เขาต้องใช้สมาธิอย่างสูงในการแยกแยะกับดักออกจากพลังงานปกติของดันเจี้ยน
ไม่นานนัก เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับ 'อสูรแห่งเงามืด' เลเวล 82 ที่ปรากฏตัวขึ้นจากมุมมืดของทางเดิน อสูรเหล่านี้มีรูปร่างคล้ายเงาที่บิดเบี้ยว ดวงตาแดงก่ำ และเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วราวกับสายลมยามค่ำคืน มันสามารถปล่อยพลังงานเงามืดที่กัดกร่อนออกมาได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างยิ่งหากสัมผัส
เขาเปิดใช้งาน [เขตแดนแห่งดาบ] ทันทีที่เผชิญหน้ากับกลุ่มอสูรแห่งเงามืด พลังงานดาบสีเงินบริสุทธิ์แผ่ขยายออกไปเป็นรัศมีรอบตัวเขา ภายในเขตแดนนั้น อสูรแห่งเงามืดที่ว่องไวก็กลับเคลื่อนไหวช้าลงอย่างเห็นได้ชัดราวกับติดอยู่ในบึงโคลน พลังป้องกันของพวกมันก็ลดลงอย่างน่าตกใจ ทำให้พวกมันกลายเป็นเป้าที่ง่ายขึ้น
"ช้าเกินไป" หลี่ชิงพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาใช้ [มหาคลื่นดาบพิฆาต] กวาดล้างกลุ่มอสูรแห่งเงามืดที่เข้ามารุมล้อม การโจมตีที่ทรงพลังของเขาทำให้พวกมันสลายหายไปในพริบตาเดียว ราวกับถูกแสงแดดแผดเผา การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วโดยที่เขาแทบไม่ได้รับความเสียหายเลย
แต่การเดินทางในเมืองใต้ดินไม่ได้ง่ายดายเสมอไป เขาต้องเผชิญหน้ากับ 'ผู้พิทักษ์สุสานโบราณ' เลเวล 85 ที่ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าในห้องโถงขนาดใหญ่ ผู้พิทักษ์สุสานมีรูปร่างคล้ายอัศวินโบราณในชุดเกราะหนักที่เต็มไปด้วยสนิมและตะไคร่ ถือดาบใหญ่สองมือที่แผ่ออร่าแห่งความตายและน้ำหนักอันมหาศาลออกมา มันเคลื่อนไหวเชื่องช้า แต่ทุกก้าวที่มันเดินพื้นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลังป้องกันของมันแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับภูผาหินที่ไม่มีวันพังทลาย
หลี่ชิงใช้ [ดาบตัดมิติ] ในการเผชิญหน้ากับผู้พิทักษ์สุสาน เขารวบรวมมานาทั้งหมดไว้ที่ดาบ สัมผัสได้ถึงพลังงานแห่งการตัดผ่านที่ไหลเวียนมารวมกันที่ปลายคมดาบ เขาพุ่งเข้าหาผู้พิทักษ์สุสานและฟันเข้าที่เกราะหน้าอกอย่างรุนแรงและแม่นยำ
ฉึ-------บ!
เสียงเงียบเชียบของการตัดผ่านดังขึ้น เสียงที่น่ากลัวกว่าเสียงโลหะปะทะกัน ร่างกายของผู้พิทักษ์สุสานปรากฏรอยแยกเล็กๆ ขึ้นที่เกราะ ราวกับถูกมีดที่มองไม่เห็นกรีดลงไป แต่... มันไม่ได้ถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์เหมือนโกเลมเหล็กไหล พลังป้องกันของผู้พิทักษ์ตนนี้สูงกว่ามากจนแม้แต่ [ดาบตัดมิติ] ก็ยังไม่สามารถจบมันได้ในครั้งเดียว
'แม้แต่ [ดาบตัดมิติ] ก็ยังไม่สามารถจบมันได้ในครั้งเดียวงั้นหรือ?' ความประหลาดใจฉายวาบในแววตาของหลี่ชิง นี่เป็นครั้งแรกที่สกิลทะลวงป้องกันที่ทรงพลังที่สุดของเขาไม่สามารถทำลายเป้าหมายในทันทีได้ มันเป็นเครื่องย้ำเตือนว่าแม้จะแข็งแกร่งขึ้น แต่โลกนี้ก็ยังมีสิ่งที่น่ากลัวอีกมากมาย
ผู้พิทักษ์สุสานคำรามอย่างดุร้าย มันยกดาบใหญ่ที่หนักอึ้งขึ้นฟันเข้าใส่หลี่ชิงอย่างรุนแรง แรงปะทะของอากาศที่เกิดจากการฟันนั้นสามารถทำให้หินรอบๆ แตกกระจายได้ หลี่ชิงใช้ [ดาบเงาลวงตา] หลบหลีกการโจมตีที่เชื่องช้าแต่ทรงพลังนั้นได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับใช้ [เพลงดาบวายุ] และ [ฟันดาบฉับพลัน] โจมตีสวนกลับเข้าที่รอยแยกบนเกราะที่เขาสร้างขึ้น
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด หลี่ชิงต้องใช้ [ดาบตัดมิติ] ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อสร้างความเสียหายที่มากพอให้กับผู้พิทักษ์สุสาน แต่มานาของเขาก็ลดลงอย่างรวดเร็วในทุกครั้งที่ใช้สกิล เขาต้องจัดการมานาอย่างระมัดระวัง และอาศัยจังหวะในการใช้ [เขตแดนแห่งดาบ] เพื่อสร้างความได้เปรียบชั่วคราวในการโจมตีและฟื้นฟูมานา
ในที่สุดหลังจากใช้สกิล [ดาบตัดมิติ] เป็นครั้งที่สามเข้าที่จุดเดิมที่เกราะหน้าอกของผู้พิทักษ์สุสาน หลี่ชิงก็สามารถทำลาย 'แก่นพลังงาน' สีดำที่ซ่อนอยู่ภายในตัวผู้พิทักษ์สุสานได้สำเร็จ ทำให้มันส่งเสียงร้องที่คล้ายเสียงหินแตก และสลายหายไปในที่สุด
หลี่ชิงหอบหายใจเล็กน้อย เขารู้สึกได้ว่าพลังป้องกันของศัตรูในดันเจี้ยนระดับนี้เริ่มจะท้าทาย [ดาบตัดมิติ] ของเขาแล้ว การต่อสู้กับผู้พิทักษ์สุสานตนนี้สอนบทเรียนสำคัญให้เขา: แม้จะมีพลังทะลวงป้องกันที่สูงส่ง แต่ศัตรูที่แข็งแกร่งจริงๆ ก็ยังสามารถต้านทานได้ และมานาที่ใช้ก็เป็นข้อจำกัดสำคัญ
ในส่วนลึกที่สุดของเมืองใต้ดินแห่งคำสาป หลี่ชิงพบกับห้องสมุดโบราณที่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีอย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับว่าเวลาได้หยุดนิ่งในห้องแห่งนี้ ภายในห้องสมุดมีศิลาจารึกที่เต็มไปด้วยตัวอักษรที่เลือนรางและม้วนคัมภีร์ที่ทำจากวัสดุแปลกประหลาดที่ไม่คุ้นตา วางเรียงรายอยู่บนชั้นหิน
หลี่ชิงใช้เวลาหลายชั่วโมงในการถอดรหัสและศึกษาบันทึกเหล่านั้น ส่วนใหญ่กล่าวถึงอารยธรรมที่สาบสูญ การบูชาพลังงานมืด พิธีกรรมต้องห้าม และพลังงานมืดที่กัดกินและทำให้เมืองแห่งนี้จมลงไปสู่ความมืดมิด
แต่สิ่งที่ทำให้หลี่ชิงสนใจมากที่สุดคือบันทึกส่วนน้อยที่กล่าวถึง 'ผู้มาเยือนจากความว่างเปล่า' และ 'พลังงานแห่งความมืดที่กัดกิน' ซึ่งฟังดูคล้ายกับ 'เงาแห่งหายนะ' ที่เขาเคยได้ยินมา บันทึกเหล่านั้นยังกล่าวถึงสงครามโบราณกับพลังที่ทำลายล้าง และสิ่งที่ยิ่งกว่านั้นคือบันทึกชิ้นหนึ่งที่กล่าวถึง 'นักรบแห่งแสงและเงา' ผู้ซึ่งใช้พลังงานที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
บันทึกนั้นกล่าวถึง 'พลังแห่งดาบ' ไม่ใช่ในฐานะคลาสอาชีพที่ถูกประเมิน แต่กล่าวถึงมันเป็น 'หนทาง' หรือ 'เส้นทางแห่งการหลอมรวมพลังงาน' เป็นวิธีการที่นักรบโบราณบางส่วนใช้เพื่อเข้าถึงแก่นแท้ของพลังงานในโลกนี้ มันเป็นพลังที่สามารถ 'ตัดผ่านทุกสิ่ง' ไม่ใช่แค่สสารทางกายภาพ แต่รวมถึงพันธนาการของมิติและกฎเกณฑ์ต่างๆ และยังสามารถ 'เชื่อมโยงกับแก่นแท้' ของพลังงานได้ บันทึกนี้อธิบายว่าการเข้าถึง 'หนทางแห่งดาบ' นี้ต้องใช้สมาธิ จิตวิญญาณ และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกฎเกณฑ์พื้นฐานของจักรวาล มันเป็นเส้นทางที่น้อยคนนักจะเข้าถึงได้
แม้บันทึกจะคลุมเครือและเป็นเพียงเสี้ยวส่วนของความรู้ที่ยิ่งใหญ่ แต่หลี่ชิงรู้สึกว่านี่คือเบาะแสที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับต้นกำเนิดของคลาส [ดาบ] ของเขา มันไม่ใช่แค่คลาสอาชีพที่ระบบมอบให้เขาแบบสุ่ม แต่อาจจะเป็น 'หนทางโบราณ' ที่มีอยู่ตั้งแต่ยุคสมัยที่ลืมเลือน เป็นเส้นทางที่จะนำพาเขาไปสู่ความแข็งแกร่งที่แท้จริง
เขาออกจาก 'เมืองใต้ดินแห่งคำสาป' พร้อมกับความรู้ใหม่ที่น่าขนลุก และเลเวลที่สูงขึ้น ความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นเกี่ยวกับ 'พลังแห่งดาบ' ทำให้เขารู้สึกว่าได้ก้าวเข้าใกล้แก่นแท้ของพลังที่ตนเองครอบครองอยู่ เลเวล 83 ทำให้พลังของเขายิ่งแข็งแกร่งขึ้น พร้อมที่จะออกค้นหาเบาะแสเพิ่มเติม
หลี่ชิงยังคงออกสำรวจสถานที่ลึกลับต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เขามุ่งหน้าไปยัง 'หอคอยแห่งความทรงจำที่แตกสลาย' หอคอยโบราณที่เชื่อว่าเก็บงำความรู้จากยุคที่ลืมเลือน ที่นั่นเขาต้องเผชิญหน้ากับ 'ภาพสะท้อนแห่งอดีต' มอนสเตอร์ที่เลียนแบบความสามารถของนักรบโบราณที่เคยมาที่นี่ เลเวล 83-88 ภาพสะท้อนเหล่านั้นไม่ใช่แค่หุ่นเชิด แต่พวกมันมีความทรงจำและสไตล์การต่อสู้ของนักรบที่มันเลียนแบบ ซึ่งทำให้การต่อสู้ท้าทายยิ่งขึ้นไปอีก
การต่อสู้กับภาพสะท้อนเหล่านั้นเป็นบททดสอบที่ท้าทายอย่างยิ่ง เพราะพวกมันมีความสามารถและสไตล์การต่อสู้ที่หลากหลาย ตั้งแต่นักรบเกราะหนักที่เน้นพลังป้องกัน ไปจนถึงนักฆ่าที่ว่องไวและใช้พิษ หลี่ชิงต้องปรับกลยุทธ์การต่อสู้ของเขาให้เข้ากับศัตรูแต่ละประเภทอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
บางครั้งต้องใช้ [ดาบตัดมิติ] จัดการกับภาพสะท้อนของนักรบเกราะหนักที่ป้องกันเก่งกาจ บางครั้งต้องใช้ [ดาบเงาลวงตา] และ [เพลงดาบวายุ] จัดการกับภาพสะท้อนของนักฆ่าที่ว่องไวและคาดเดายาก บางครั้งต้องใช้ [เขตแดนแห่งดาบ] เพื่อควบคุมสถานการณ์เมื่อถูกล้อม และใช้ [มหาคลื่นดาบพิฆาต] กวาดล้างศัตรูจำนวนมาก
การต่อสู้แต่ละครั้งเป็นการเรียนรู้ หลี่ชิงเรียนรู้สไตล์การต่อสู้ใหม่ๆ และปรับปรุงการใช้สกิลของตนเอง เขาพบว่าการผสมผสานสกิลต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างลื่นไหลนั้นสำคัญกว่าพลังทำลายล้างเพียงอย่างเดียว
ติ๊ง!
[คุณได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมหาศาล!]
[เลเวลอัพ! คุณบรรลุเลเวล 84!]