The Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์)

    II บทที่98 สิ่งที่ได้

            บทที่98 สิ่งที่ได้


            หลังจากสงครามครึ่งเดือนเทวากำลังนั่งอยู่ในห้องเพียงคนเดียวร่างกายของเขาดีขึ้นมากจนแทบจะหายสนิทแล้วสาเหตุที่เขามาอยู่ที่ห้องเพียงคนเดียวนั้นเพราะว่าเขามีสิ่งที่ต้องจัดการมีความคิดมากมายในหัวของเขาเต็มไปหมด ตั้งแต่สงครามจบลงเขาก็เหมือนกับเป็นสัตว์ที่ถูกนำไปแสดงโดยคนของรัฐบาลกลาง

            เทวาทั้งชอบและไม่ชอบ

            เขาชอบเพราะว่ามันทำให้เขามีหน้ามีตาเขาชอบที่ว่ามันทำให้เขาโดดเด่น แต่สิ่งที่ไม่ชอบคือเขาจะถูกรัฐบาลกลางบังคับให้ทำหลายอย่างที่เขาไม่ค่อยชอบมันไม่เป็นตัวเขาเท่าไหร่ ยังดีที่รัฐบาลกลางยังเกรงใจซีโร่ที่หนุนหลังเขาอยู่จึงไม่ได้บังคับให้ทำอะไรเพื่อพวกเขามากเกินไปและมันอยู่ในขอบเขตที่เขายอมรับได้

            ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจรัฐบาลกลางสงครามเพิ่งจะจบประชาชนย่อมใจคอไม่ดีเพราะข่าวการสูญเสียจำนวนมากดังนั้นรัฐบาลกลางจึงต้องใช้วิธีการเฉพาะหน้าเพื่อสงบความวุ่นวายของประชาชนดังนั้นเทวาจึงให้ความร่วมมือในระดับหนึ่ง แม้เขาจะไม่ใช่พระเอกที่แสนดีที่จะคิดถึงทุกคนแต่อย่างน้อยเขาก็อยากจะทำอะไรบางอย่างเพื่อมนุษยชาติบ้าง(เล็กน้อย)

            ส่วนฉายาที่เขาได้รับน่ะเหรอ

            ฉายานามที่เขาได้รับคือ“อสูรอมตะ”สาเหตุที่เขาได้รับชื่อนี้ก็เพราะพลังของเขาที่ทนทานยิ่งกว่าแมลงสาบ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ถูกนำมาตั้งมากนักสาเหตุจริงๆก็คือรัฐบาลกลางคิดจะใช้เขาเพื่อทำให้ประชาชนสงบลงจึงได้ตั้งชื่อฉายานี้ขึ้นมา

            คำว่าอมตะไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ตัวเทวาเองแต่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ที่มนุษยชาติจะคงอยู่ตลอดไป

            นี่คือนิยามคำว่าอมตะที่แท้จริงในฉายานามของเทวา

            ความจริงเทวาก็ไม่ใช่ไม่ถูกใจหรอกแต่เขาชอบชื่อที่เขาคิดเองมากกว่าอย่างอสูรสุดหล่ออสูรจอมใจ อสูรหน้าหยก อสูรยอดชายฯลฯ เทวาคิดว่าชื่อที่เขาตั้งนั้นเข้ากับเขาที่สุดแล้วแต่คาเรนบางครั้งก็จะบอกว่าเขาน่าจะชื่อว่าอสูรราคะหรืออสูรจอมหื่นหรืออสูรหลายใจอะไรทำนองนี้

            เขาก็ไม่รู้ว่าคาเรนทำไมคิดแบบนั้นทั้งๆที่เขาเป็นคนดีขนาดนี้แต่ตามโบราณว่าไว้น้ำเชี่ยวอย่างเอาเรือไปขวางดังนรั้นเขาจึงปล่อยคาเรนไปไม่ไปต่อล้อต่อเถียงอีก

            จบจากเรื่องของฉายากลับมาที่เทวาอีกครั้ง

            เขานั่งนิ่งบนเตียงและเข้าสู่ภวังค์เบื้องหน้าของเขามีอยู่หลายอย่าง นี่คือสิ่งที่เขาได้รับจากสงครามทั้งหมด เกมเมอร์อายกวาดมองข้อมูลของไอเท่มปรากฏให้เห็น

            ชื่อ                   -ผลไม้ลี้ลับ ระดับS+

            คุณสมบัติ           -ทำให้ผู้ที่ทานเข้าไปได้รับการรู้แจ้งของบางสิ่งบางอย่าง

                                    -หนึ่งคนทานได้แค่ผลเดียวตลอดชีวิต

            หมายเหตุ           -มันเป็นผลไม้ลึกลับในยุคสมัยแห่งความโกลาหน

             

            ชื่อ                     -แผ่นป้ายกลบซาก ระดับSR

            คุณสมบัติ           -ปล่อยลำแสงย่อยสลายความรุนแรงขึ้นกับหัวใจที่ใช้สังเวย

                                    -ป้องกันภูตผีวิญญาณร้าย

            หมายเหตุ           -แผ่นป้ายกลบซากสร้างมาจากซากศพหนึ่งล้านซาก

             

            ชื่อ                     -ป้ายหยกคุ้มกัน(ตัวเอง)ระดับSR

            คุณสมบัติ           -ป้องกันตนเองเมื่อถูกได้รับอันตรายถึงชีวิต(1/3)

                                    -สะสมพลังงานใหม่ทุกการใช้งานครบ3ครั้ง

            หมายเหตุ-          -มันเป็นป้ายหยกของบรรดาองค์ชายแห่งราชวงศ์โอลิมปัส

             

            ชื่อ                     -การ์ดฝึกฝนย่อย ระดับC

            คุณสมบัติ           -ผู้อื่นนอกจากโฮสต์สามารถใช้ได้

            หมายเหตุ           -ไม่มี

             

            นี่คือไอเท่มที่เขาได้รับจากสงครามครั้งนี้

            เทวาจ้องมองผลไม้ลี้ลับเล็กน้อยความจริงเขาก็เห็ฯมันแล้วแต่ไม่ได้มองโดยละเอียด มันเป็นผลไม้ขนาดเท่ากับลูกองุ่นเขากับคาเรนใช้มันไปแล้วคนละผลดังนั้นมันจึงเหลือ18ผลผลไม้นี้ไร้ประโยชน์กับเทวาแล้วแต่มันยังมีประโยชน์ล้ำค่ากับคนอื่นอยู่ดังนั้นเขาจึงเก็บไว้อย่างระมัดระวัง

            เทวาคิดถึงสิ่งที่เขาได้รับจากการทานผลไม้ลี้ลับเขาได้รับการรู้แจ้งของการเคลื่อนไหวแบบอ่อนช้อยราวกับสายน้ำ สิ่งที่สำคัญคือเขาทานมันพร้อมกับคาเรนในตอนที่เขาทั้งสองซิงโครกันอยู่ดังนั้นเขาจึงถ่ายทอดการรู้แจ้งครั้งนี้ให้กับคาเรนด้วยและแน่นอนว่าสิ่งที่คาเรนรู้แจ้งอย่างการโจมตีแบบลอบเร้นนั้นก็ส่งผ่านมายังเทวาด้วยเช่นกัน

            ชิปซิงโครไนซ์ถือว่ายอดเยี่ยมอย่างมากมันถึงกับส่งผ่านการรู้แจ้งระหว่างทั้งสองคนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

            ดังนั้นสำหรับเทวาและคาเรนมันถือว่าเป็นกำไรที่ทั้งสองได้รับการรู้แจ้งถึงสองอย่างในเวลาเดียวกัน

            ต่อมาเขามองแผ่นป้ายกลบซากมันเป็นแผ่นป้ายศิลาที่แผ่อาถรรพ์ชั่วร้ายที่ดำมืดและความตายออกมาอย่างหนาแน่นเทวาที่ถือมันค่อนข้างไม่ชอบใจความรู้สึกที่ได้รับจากแผ่นป้ายนี้ เขาจ้องมองมันสักพักก่อนที่เขาจะเก็บมันไปและไม่สนใจอีก

            ในมือของเขาตอนนี้คือป้ายหยกอันวิจิตงดงามมันเป็นแผ่นป้ายที่ดูดีอย่างมากจนเขาอยากจะเอามาแขวนโชว์ แต่ว่ามันค่อนข้างใหญ่ไปเล็กน้อยดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะประดับมันกับร่างกายเพื่อให้ตนเองรำคาญเปล่าเขาแค่มองมันอยู่สักพักก่อนจะเก็บมันเข้าไป

            และสิ่งสุดท้ายคือการ์ดฝึกฝนย่อยเมื่อเขารู้คุณสมบัติของเขามันแล้วเขากลับไม่สนใจมันมากนักแต่ว่าเจ้าสิ่งนี้มันจะมีประโยชน์อย่างมากกับเพื่อนของเขาแต่เทวาก็ต้องไตร่ตรองให้ดีว่าจะให้ใครใช้ของสิ่งนี้มันเป็นของล้ำค่าที่สามารถร่นระยะเวลาในการฝึกฝนของคนๆหนึ่งได้มากหากมันรู้ไปถึงหูของคนอื่นเกรงว่ามันจะไม่ดีดังนั้นเขาจะไม่ระวังไม่ได้

            หมดไปกับไอเท่มที่เขาได้รับจากการต่อสู้ต่อมาคือทักษะที่เขาได้รับเขาได้รับทักษะทุกสิ่งทุกอย่างของเอดินมาแล้วและเขาก็เรียนรู้ทักษะอย่างแก่นแท้การอัญเชิญโลหิตไปแล้วในตอนที่อยู่ในสงครามเขายังดูดกลืนเอาโลหิตของเอดินมาสร้างเป็นองครักษ์โลหิตตัวแรกของเขาได้อีกด้วย

            เทวาคิดได้ดังนั้นจึงอัญเชิญเอดินออกมา

            ซู่ๆๆๆ

            เอดินในร่างที่มีแต่โลหิตปรากฏตัวออกมายืนนิ่งรับฟังคำสั่งพลังโดยรวมของเอดินนั้นยังคงเดิมแต่เอดินไม่สามารถใช้พลังอัญเชิญได้ ที่เขาเพิ่งพาได้ก็แค่ทักษะกายภาพเท่านั้นแต่ร่างโลหิตที่เป็นร่างกายของสายเลือดโอลิมปัสนั้นมีทักษะกายเทพเจ้าติดมาด้วยดังนั้นเอดินในรูปลักษณ์ขององครักษ์โลหิตของเทวาจึงแข็งแกร่งมาก

            ส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งคือเทวาดูดกลืนเลือดของลูกน้องของเอดินและเจ้ามังกรแดงมาปรับแต่งด้วยกายาเทพปรับแต่งแล้วใช้มันหลอมรวมกับองครักษ์โลหิตเอดินอันที่จริงเทวาก็ไม่คิดว่ามันจะได้ผลแต่ทักษะอัญเชิญโลหิตที่เขาได้รับมานั้นเป็นถึงแก่นแท้ของทักษะและกายาเทพปรับแต่งก็น่าทึ่งไม่น้อยมันจึงทำให้การหลอมรวมโลหิตได้ผลเป็นอย่างดี

            ดังนั้นองครักษ์โลหิตตัวนี้ของเทวาจึงแตกต่างจากของเอดินค่อนข้างมากเฉพาะเรื่องของความแข็งแกร่งของร่างกายแล้วองครักษ์โลหิตของเทวายังแข็งแกร่งกว่าของเอดินนับสิบๆเท่า

            องครักษ์โลหิตที่มีทักษะกายเทพเจ้าเดิมนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย

            เทวาจึงคิดว่าองครักษ์โลหิตที่แข็งแกร่งแบบนี้ค่อยสมกับเป็นองครักษ์โลหิตหน่อย

            มังกรแดงนั้นเทวามอบเกล็ดให้กับเซบาสเตียนแล้วเพราะเซบาสเตียนบอกว่าเกล็ดของมังกรแดงนั้นมีประโยชน์ในการพัฒนาร่างกายของเซบาสเตียนดังนั้นเทวาจึงมอบมันทั้งหมดให้กับเซบาสเตียน เซบาสเตียนทีได้รับเกล็ดไปนั้นก็ปิดขังตัวเองในห้อง(ห้องของเซบาสเตียน)และไม่ออกไปไหนเลยตั้งแต่กลับมา

            เทวาคิดว่าเซบาสเตียนคงกำลังปรับแต่งร่างกายของตนเองอยู่ด้วยเกล็ดของมังกรแดง

            ส่วนเนื้อของมังกรแดงนั้นเทวานำมาทำอาหารมันทานได้และยังมีเนื้อจำนวนหลายร้อยตัน มันสามารถทานได้อีกยาวนานเนื้อของมังกรแดงยังอร่อยอย่างมากอีกด้วยทุกคนติดใจในรสชาติของเนื้อมังกรแดงโดยเฉพาะเทวาที่ชื่นชอบเป็นพิเศษและมันยิ่งอร่อยขึ้นเมื่อเขาใช้ทักษะทำอาหารระดับSของตนเองประกอบอาหารจากเนื้อมังกรแดง

            อาหารจากเนื้อมังกรแดงจึงเป็นสิ่งที่พิเศษสุดๆทันที

            ตอนนี้เขามีการ์ดระดับSRหลายใบในมือ มีทั้งทักษะเนตรเทพเจ้า สัมผัสเทพเจ้าและจิตเทพเจ้าทักษะทั้งสามคือทักษะระดับSRที่เทวได้รับมาจากเอดินทั้งสิ้น

            เทวาเรียนรู้ทักษะทั้งสามนี้ทันทีและเขาก็อดไม่ได้ให้รู้สึกตื่นเต้น

            วูมมมมมมมมมมมมม

            เทวากัดฟันทนทานความร้อนจำนวนมากที่วิ่งพล่านในร่างกายความเจ็บปวดจากความร้อนของทักษะระดับSRไม่ใช่เรื่องล้อเล่นได้เลย หนำซ้ำเขายังใช้มันทีเดียวสามทักษะอีกต่างหากดังนั้นเขาจึงได้แต่เจ็บปวดเป็นสามเท่า แต่เทวาก็กัดฟันทนเทียบกันแล้วความเจ็บปวดยังไม่อาจทำให้หัวใจของเขาหยุดตื่นเต้นได้เลยด้วยซ้ำไป

            เวลาผ่านไปความร้อนทั้งหมดก็หายไปและแทนที่ด้วยความรู้สึกสบายตัวราวกับเขาไปถึงจุดสุดยอด

            “อ่า!”เทวาผ่อนลมหายใจออกมาอย่างสุขสมและซึมซับกับความรู้สึกดีในยามนี้ไปอีกสักพัก

            เวลาผ่านไปเทวายืดตัวขึ้นมาก่อนจะปรับสายตาของตนเอง

            ในตอนนี้เทวาเหมือนเห็นโลกที่แตกต่างออกมาไปเขามองเห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาไม่เคยมองเห็นและบางสิ่งยังเป็นสิ่งที่เขาไม่รู้จักมันเหมือนกับว่าเขาเกิดเป็นคนใหม่อย่างสิ้นเชิงและมันทำให้เขาราวกับเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งที่สนใจทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว

            “ไหนๆดูซิเนตรเทพเจ้ามันดีจริงไหม ว้าว!ฉันสามารถมองทะลุกำแพงได้ด้วย ยอดเยี่ยมมาก สายตายังมองได้ไกลอย่างมากสัก...10กิโลเมตรได้มั้งซ้ำยังเป็นการมองทะลุทะลวงอีกต่างหากเหลือเชื่อจริงๆ หากบิดาไปเล่นไฮโลไม่ใช่ว่าบิดาแทงถูกทุกตาหรอกหรือไง ฮ่าๆๆๆๆทักษะนี้มันเยี่ยมมาก...”เทวาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

            ทันใดนั้นสายตาของเขาก็ไปสะดุดอยู่จุดหนึ่ง

            “หืม?อายาเนะไม่ใช่เหรอ ไหนดูสิ... นะ นะ นั่นมัน...เอือก! ขาวมาก...หน่มน้มนั้นน่าจับจริงๆเลยขาที่ขาวเนียนนั่นมันคืออะไรอยากจับโว้ย เดี๋ยวก่อน! นะ นะนะ นั่นมัน นั่นมันพื้นที่สามเหลี่ยมลี้ลับของผู้หญิง เนินหญ้าหย่อมน้อยที่น่าสัมผัสเอื๊อก! ละ ละ ละ แล้วนั่น...ร่องนั่น...”เทวาสติหลุดไปแล้วเมื่อมองเห็นสิ่งที่ปรากฏในสายตาของเขา

            น้ำลายเหนียวๆไหลย้อยลงมาราดคางของเขาและไหลลงคอจมูกของเขายังมีเลือดกำเดาไหลออกมาและมันผสมปนเปไปกับน้ำลายของเขาจนทำให้ดูหน้าเกลียดขึ้นอีกหลายส่วนเสียชื่อของอสูรอมตะที่ผ็คนให้การชื่นชมไปอย่างสิ้นเชิง ภาพลักษณ์ดีๆหมดสิ้นแล้ว

            “อ้ากกกไม่ได้ๆ เราต้องไม่ใช้พลังของเนตรเทพเจ้าแบบนี้ สงบใจไว้เทวา นายคืออสูรอมตะนะเป็นบุคคลที่น่ายกย่องและชื่นชมและยังเป็นแบบอย่างที่ดีของเด็กหนุ่มทั้งหมดนายจะมาแอบดูเรืองเปลือยของสาวๆไม่ได้ต่อให้นั่นคือแฟนของนายเอง...”เทวาปิดตาและพยายามสงบสติจิตใจที่เต้นราวกับกลองศึก

            เทวาเปิดตาออกแล้วใช้เนตรเทพเจ้าอีกครั้งเพื่อลองพลัง

            ครั้งนี้เขาจะไม่มองสาวๆอีก

            สายตาของเทวาสาดส่องออกไปและเห็นซายูริที่อยู่ไม่ไกลจากอายาเนะและคาเรน

            เทวาชะงักกัก

            สักพักเสียงของเทวาก็ดังขึ้น

            “อูยยยยขาวจริงๆ น่าสัมผัสลูบไล้ เอื๊อก!หน้าอกหน้าใจขาวผ่องเป็นยองไยขาวววววและอมชมพู...ไม่คิดว่าซายูริจังจะยอดเยี่ยมขนาดนี้ แผล่บๆ...”

            กิจกรรมของเทวาภายในห้องดำเนินต่อไปในลักษณะนี้และหากใครมาได้ยินคงต้องคิดว่ามันเป็นเสียงของเฒ่าหื่นกามที่แอบดูเด็กสาวอย่างแน่นอน

            เทวาถึงกับใช้เนตรเทพเจ้าในทางที่ผิดแบบนี้ไม่รู้ว่าพวกโอลิมปัสจะคิดกับเขาเช่นไร

            ส่วนทักษะอื่นๆที่เขาเพิ่งจะเรียนรู้น่ะเหรอ

            เทวาลืมไปหมดแล้ว...


    ....................................