“ท่านพ่อ!”
เยี่ยจื่อจินที่กำลังประมือกับไป๋ไฉ่อีเห็นว่าบิดาได้รับบาดเจ็บก็ตกใจจนสีหน้าซีด ตะโกนออกมาอยากร้อนใจ
ทว่าลำแสงกระบี่ของไป๋ไฉ่อีก็พุ่งออกมาสกัดไว้จากทางด้านหลังสองจอมยุทธสาวจึงทำการประลองกันต่อไป
“ท่านเจ้าเมืองยอมแพ้เสียเถิด วันนี้บางทีอาจจะพอปกป้องบ้านสกุลเยี่ยไว้ได้” ไป๋ซวี่หรูพูดไป แต่มือและเท้าก็ยังขยับไม่หยุด เขาหวดแขนปล่อยพลังหมัดอักษรยันต์ท่วมท้นออกเกิดเป็นแสงจ้าส่องประกายทั่วทิศทาง จากนั้นพลังปราณก็พุ่งทะลักออกมาดั่งคลื่น
“แค่นี้ยังไม่พอหรอก!”
เยี่ยเป่าหลินตะโกนออกมา สายตาของเขาดุดันเขาง้างแขนปล่อยพลังหมัดออกไปอย่างแรง ทำให้อากาศสั่นไหวไม่หยุด
“ปึง!”
ร่างของตู้เซ่าฝู่จู่ๆก็มาปราฏอยู่ที่ลานนอกบ้านสกุลเยี่ย ภาพที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเขาตอนนี้คือทุกคนต่อสู้ฆ่าฟันกันมีโลหิตนองที่พื้นเป็นบริเวณกว้างเขาตกใจกับสิ่งที่เห็นจนรูม่านตาหด รู้สึกใจสั่น
เลือดปริมาณมากที่กระจายนองอยู่ที่พื้นเกิดเป็นกลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้ง เป็นภาพที่น่าสยดสยองและสะเทือนใจอย่างมาก!
“อ๊าก……”
มีเสียงคนร้องโหยหวนจากความเจ็บปวดดังขึ้นมาเรื่อยๆไม่ขาดสาย มีคนจำนวนมากที่บาดเจ็บเลือดกำลังไหลโชกทั้งตัวลานกลายเป็นสีแดงด้วยโลหิต
“เจ้าหนูไปตายเสียเถิด!”
มีอัศวินประจำแคว้นสวมชุดเกราะทั้งตัวคนหนึ่งจู่โจมมาทางข้างหลังตู้เซ่าฝู่พร้อมกับกำลังยกดาบที่เปล่งแสงเตรียมจะฟันใส่ตู้เซ่าฝู่ที่กำลังยืนตะลึงกับเหตุการณ์อยู่
“เซ่าฟู่ระวัง!”
ตู้จื้อสยงตะโกนอย่างร้อนใจ เงาของคนร่างบึกบึนพุ่งเข้ามาพร้อมกับปล่อยพลังหมัดที่เตรียมไว้ใส่ชายชุดเกราะอย่างแรงจนเกิดเสียงโครมราวกับฟ้าผ่าอานุภาพของพลังหมัดรุนแรงจนทำให้เกราะแตกเป็นเสี่ยงๆและร่างของเขาก็กระเด็นลอยออกไปไกลจนกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง
“ท่านลุงสอง”
ตู้เซ่าฝู่ได้สติกลับคืนมาเมื่อเห็นภาพผู้คนบาดเจ็บเลือดนองอันน่าสยดสยอง เห็นพี่ๆ น้องๆ ในบ้านสกุลตู้ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีหลายคนล้มกองอยู่ที่พื้นเขาก็รู้สึกปวดใจกำหมัดสองข้างไว้แน่น
เหตุการณ์ในตอนนี้ทุกบ้านสกุลใหญ่ในเมืองสือเฉิงต่างมาเข้าร่วมพร้อมเพรียงกัน จากคำพูดเมื่อกี้ของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าทำให้ตู้เซ่าฝู่เข้าใจได้ในทันทีว่าสาเหตุของการฆ่าฟันคืออะไร
“เจ้ามาได้อย่างไรที่นี่อันตรายมาก วันนี้บ้านสกุลตู้ของพวกเราก็มาเข้าร่วมด้วยไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่ไม่ว่ายังไง เจ้าต้องรีบออกไปจากตรงนี้ บ้านสกุลตู้จะได้มีสายเลือดสืบทอดต่อไปได้” ตู้จื้อสยงบอกกับตู้เซ่าฝู่
“ไม่ ข้าไม่ไปในเมื่อบ้านสกุลตู้เข้าร่วมด้วยแล้ว ข้าก็เป็นส่วนหนึ่งของบ้านสกุลตู้ข้าจะหนีไปได้อย่างไร!”
ตู้เซ่าฝู่กำหมัดสองข้างแน่นยิ่งขึ้นเมื่อเห็นญาติและคนในบ้านสกุลตู้หลายคนต้องมาหลั่งเลือดแววตาของเขาก็แสดงความเคียดแค้นออกมา
“ซู่!”
เมื่อพูดจบ เงาของตู้เซ่าฝู่ก็พุ่งตรงไปจู่โจมบุรุษร่างใหญ่ที่อยู่ในชุดเกราะสองคนที่กำลังรุมโจมตีรองผู้บัญชาการบ้านสกุลตู้ตู้ฉีขณะที่ชายชุดเกราะที่อยู่ด้านซ้ายของตู้ฉีกำลังฟันดาบใส่ ตู้เซ่าฝู่เค้นพลังปราณสีทองออกมาปล่อยพลังหมัดออกไปอย่างแรง
“โครม!”
พลังปราณสีทองอ่อนพลุ่งพล่านออกมาอย่างแรงดั่งพายุซัดจากนั้นก็พุ่งตรงไปใส่ชายสวมชุดเกราะอย่างแรงจนชายสวมชุดเกราะกระเด็นลอยไปไกล
“คุณชายน้อยเซ่าฟู่……”
เมื่อตู้ฉีเห็นตู้เซ่าฝู่ก็ตกใจ เมื่อกี้เฉียดฉิวมากจนเหงื่อตกหากเมื่อกี้ดาบนั้นฟันมาโดนจน เขาคงต้องเสียแขนไปข้างหนึ่ง
“เจ้าระวังตัวหน่อยล่ะ”
ตู้เซ่าฝู่ไม่หยุดนิ่งส่งพลังปราณมาห่อหุ้มร่างกาย กลิ่นอายของเขาในตอนนี้ดุจดั่งอสุรกายในร่างคนทุกที่ที่เขาวิ่งผ่านไม่มีใครหยุดยั้งเขาได้
“เซ่าฟู่……”
ตู้จื้อสยงอยากจะพยายามเกลี้ยกล่อมตู้เซ่าฝู่แต่ยังพูดไม่จบ ก็มีเงาของคนสองคนที่มีลมปราณอันร้ายกาจใกล้เข้ามา
มีชายผู้นำกลุ่มของกลุ่มชายชุดเกราะและผู้อาวุโสท่าทางดูแกร่งกล้าจากบ้านสกุลฉินคนหนึ่งซ้ายคนหนึ่งขวา กระโจนเข้ามาจู่โจมตู้จื้อสยง ชายชุดเกราะผู้นำเริ่มปล่อยพลังฝ่ามือออกมาก่อน
“ไอ้สารเลว!”
ตู้จื้อสยงตะโกนออกมาเสียงดังพลังปราณอันแข็งแกร่งโถมกระหน่ำออกมา พลังหมัดที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณที่อานุภาพน่าสยดสยองถูกปล่อยออกไปปะทะกับพลังหมัดที่โจมตีเข้ามา
“โครม!”
พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวซัดกระหน่ำใส่อีกฝ่ายตู้จื้อสยงร่างสั่นไปทั้งร่าง กำหมัดถูกแรงสะเทือนไปทั้งแขนคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้
“ตู้จื้อสยงบ้านสกุลตู้ของเจ้าฝีมืออ่อนหัดไปหน่อยนะ วันนี้บ้านสกุลเจ้าก็ลบออกไปจากเมืองสือเฉิงเถอะ”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งของบ้านสกุลฉินก็พุ่งเข้ามาหาติดๆปล่อยพลังดัชนีใส่ตู้จื้อสยงอย่างไม่ปรานีจากนั้นก็ร่วมกับชราชุดเกราะอีกคนมาร่วมกับล้อมโจมตีตู้จื้อสยง
กองทัพจากจังหวัดหลิวอวิ๋นบ้านสกุลฉิน บ้านสกุลอั้น บ้านสกุลไป๋สี่กลุ่ม ขณะนี้กำลังต่อสู้กับ บ้านสกุลเยี่ยและบ้านสกุลตู้ทั้งสองกำลังด้อยกว่าเห็นๆ ขณะนี้สองบ้านสกุลนี้กำลังถูกรุมโจมตี
“ซูมๆ!”
ความดุเดือดของไฟสงครามการฆ่าฟันครั้งนี้สะเทือนไปถึงท้องฟ้ามีผู้เฒ่าคนหนึ่งถูกโจมตีจนกระเด็นลอยขึ้นฟ้าร่างของเขาโซเซถอยหลังไปหลายก้าวถึงทรงตัวยืนนิ่งได้ที่มุมปากมีโลหิตไหลออกมาเป็นสาย เขาคือท่านผู้อาวุโสใหญ่แห่งบ้านสกุลตู้ตู้กวังเย่า
“ตู้กวังเย่าเจ้าแก่แล้ว ไม่ไหวแล้ว!”
น้ำเสียงเยาะเย้ยดังขึ้นมา ชายอายุราวๆห้าสิบก้าวเท้าเดินเข้าไปหาตู้กวังเย่า
ชายคนนี้ตัวไม่สูง กลางศีรษะล้านแต่บริเวณขอบหูไปถึงโคนผมด้านล่างยังมีผมสีดำขึ้นดกอยู่แลดูพิลึกน่าขันทว่าแววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยจิตอาฆาต จึงทำให้ดูแล้วรู้สึกน่าเกลียดน่ากลัว
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่!”
ชายหนุ่มชุดม่วงก้าวไปยืนข้างๆ ผู้อาวุโสใหญ่เขาปล่อยคลื่นพลังปราณอันดุดันแผ่ออกมา
“เซ่าฟู่เจ้าออกมาจากเหลยฉือแล้วหรือ?”
ผู้อาวุโสใหญ่แสดงสีหน้าดีใจออกมา ทว่าจู่ๆสีหน้าก็เปลี่ยน พร้อมกับรีบดึงตู้เซ่าฝู่ถอยหลังมาไกลเพื่อคุยธุระ กล่าวว่า “เจ้ารีบถอยไปเร็ว รีบกลับไปที่บ้านสกุลตู้ หากวันนี้บ้านสกุลตู้พ่ายแพ้ให้เจ้าพาพี่น้องที่เหลือทั้งหมดของบ้านสกุลตู้อพยพออกจากเมืองสือเฉิง”
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ข้าไม่ไปข้าจะอยู่กับท่าน”
ตู้เซ่าฝู่สัมผัสได้ถึงความหวังดีที่ส่งมาจากท่านผู้อาวุโสใหญ่ท่าทางชรามากคนี้เขาส่ายหัว จากนั้นก้าวออกไปยืนบังด้านหน้าท่านผู้อาวุโสใหญ่ กล่าวว่า “วางใจเถิด ผ่านวันนี้ไปแล้ว บ้านสกุลตู้ยังคงดำรงอยู่ได้แน่!”
“ตู้เซ่าฝู่ มาได้จังหวะพอดีเลยนะ”
ชายศีรษะล้านกลางหัวพุ่งเข้ามาหาตู้เซ่าฝู่อย่างรวดเร็วหลังจากที่ตะลึงเสร็จ ก็ยิ้มแสยะออกมาอย่างโหดเหี้ยมชั่วร้ายในเมื่อเด็กหนุ่มคนนี้คือเด็กหัวกะทิของบ้านสกุลตู้ วันนี้สังหารไปได้ก็ดีต่อไปจะได้ไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดภัยเพราะเขา
“เซ่าฟู่รีบหนีไปห้ามฝืนสู้เด็ดขาด อั้นหลัวคนนี้คือบ้านสกุลอั้นท่านผู้อาวุโสใหญ่ มีระดับฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นถึงฟากฝั่งใกล้จะถึงระดับขั้นสุดยอดแล้วฌานของข้าอยู่ในขั้นชีพจรพลิ้วไหว อยู่ในขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นถึงฟากฝั่งมาสิบปีแต่ก็ยังโจมตีเขาให้บาดเจ็บไม่ได้ ทำอะไรเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย”
ผู้อาวุโสใหญ่ตู้กวังเย่าแสดงสีหน้าสิ้นหวังฝีมือการต่อสู้ของเขาถูกจำกัดด้วยระดับของชีพจรลมปราณการฝึกฌานของเขาพัฒนาไปมากกว่านี้อีกไม่ได้มาก
“ขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นถึงฟากฝั่งงั้นหรือ”
นัยน์ตาของตู้เซ่าฝู่สั่นไหวทว่าก็เลือกที่จะไม่จากไป ขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นถึงฟากฝั่งสูงกว่าระดับฌานของเฉาฉี่ไท่เสียอีก
“เจ้าหนูนี่มีความสามารถดีนะแต่เสียดายที่ไม่ได้เกิดเป็นคนของบ้านสกุลอั้น จะปล่อยไว้ไม่ได้!”
อั้นหลัวจ้องเหยื่อด้วยสายตาอาฆาต เขาถีบพื้นดันร่างกระโจนเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่พลังปราณที่คุกรุ่นไหลท่วมร่าง พลังแห่งฟ้าดินรอบๆ ฟุ้งออกมาทั่วในพริบตาเดียวเขาก็ปรากฏอยู่ข้างหน้าตู้เซ่าฝู่แล้ว
“ซู่!”
อั้นหลัวตวัดฝ่ามือพร้อมกับกวาดมือไปมารวบรวมพลังดัชนีจากนั้นมีอักษรยันต์ไหลเวียนออกมา ด้านหน้าพลังดัชนี เกิดเป็นเส้นรอยแยกของอากาศมีคลื่นลมพัดแทรกออกมาจากรอย เมื่อเขายืดแขนปล่อยพลังดัชนีเจาะอากาศพลังที่ส่งออกมาพุ่งออกเป็นเส้นตรงเป็นแสงแลบแปล๊บๆ ดั่งสายฟ้ามันมุ่งตรงบริเวณหน้าอกของตู้เซ่าฝู่
พลังดัชนีสายฟ้าแลบพุ่งเข้ามา นัยน์ตาของตู้เซ่าฝู่สั่นไหวเล็กน้อยจากนั้นดวงตาอันสุกใสเป็นประกายของเขาดูดุดันขึ้นมาในทันใดรอบกายแผ่พลังปราณแสงสีทองเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
“เจ้าหนูไปตายซะ!”
เมื่อเห็นว่าตู้เซ่าฝู่ไม่ขยับ อั้นหลัวก็คิดไปว่าตู้เซ่าฝู่กลัวพลังของเขาจนขยับแขนขาไม่ออกในใจรู้สึกอิ่มเอม เด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์สุดยอด มีชื่อดังไปทั่วเมืองวันนี้เขาได้เป็นคนปลิดชีพเอง
พลังดัชนีนี้แม้ว่าเขาไม่ได้ทุ่มพลังทั้งหมดที่เขามีทว่าเขาก็รู้ดีว่าตู้เซ่าฝู่ก็ฝีมือไม่ธรรมดา และนี่ยิ่งจะเพิ่งออกมาจากเหลยฉือเกรงว่าจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเก่าดังนั้นพลังดัชนีที่โจมตีก็เป็นพลังเต็มที่ของเขาแล้ว
“ฉึบ!”
ผู้อาวุโสใหญ่ตู้กวังเย่ากำลังมองอย่างตะลึงดูอั้นหลัวที่กำลังส่งพลังดัชนีมาตรงอกตู้เซ่าฝู่ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์พลังนี้เจาะทะลุชั้นพลังปราณสีทองอ่อนที่ห่อหุ้มทั่วร่างของตู้เซ่าฝู่จากนั้นก็เจาะทะลุร่างของตู้เซ่าฝู่ไป เกิดเป็นเสียงลำแสงเสียดแทงปะทะผิวกาย
“เป็นไปได้อย่างไร……”
ขณะที่พลังดัชนีมาปะทะที่อกของตู้เซ่าฝู่สีหน้าอาฆาตของอั้นหลัวกลับกลายเป็นตะลึง เขารู้สึกได้ว่าปลายนิ้วของเขากำลังปะทะเหล็กกล้าชั้นดีที่แข็งแรงและเหนียวแน่นที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาเขารู้สึกเจ็บปวดที่ปลายนิ้วนิ้วที่สัมผัสกับผิวกายของตู้เซ่าฝู่ราวกับว่ากระดูกปลายนิ้วจะแตกหัก และยังสัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าแปล๊บๆไหลเข้ามาเล็กน้อย……
ขณะนั้นเอง สีหน้าเด็ดเดี่ยวของตู้เซ่าฝู่เริ่มยิ้มออกมาในมือรวบรวมพลังปราณ มีอักษรยันต์พร้อมแสงสีทองพุ่งออกมารอบกาย เขากำมือเปิดนิ้วชี้นิ้วกลางเพื่อตั้งท่าดัชนีที่ง่ายและทรงพลังที่สุดจากนั้นพูดพร้อมกับส่งพลังออกมา
“รับกระบวนท่าของตัวเองไปกินซะ!”
พลังดัชนีถูกส่งออกมาจากนิ้วชี้และนิ้วกลางของตู้เซ่าฝู่รอบกายเขามีอักษรยันต์แสงสีทองห่อหุ้มพลังพุ่งโค้งออกไปบิดอากาศโค้งเข้าหาอั้นหลัวที่เข้ามาใกล้พลังนี้พุ่งไปประชิดบริเวณหน้าอกของอั้นหลัวเกิดความคาดหมายของเขามาก
“แย่แล้ว……”
ขณะที่พลังดัชนีกำลังมาถึงตัวอั้นหลัวเขาก็ตกใจรีบถอยเต็มกำลัง ลมปราณของขั้นชีพจรพลิ้วไหวถึงฟากฝั่งระเบิดท่วมท้นออกมาเพื่อจะผลักร่างหลบการโจมตีที่อันตรายนี้
ทว่าระยะห่างใกล้กันเกินไปความเร็วของพลังก็รวดเร็วเกินไป พลังดัชนีอันทรงพลังร้ายกาจของตู้เซ่าฝู่ไปตกกระทบที่บ่าของอั้นหลัวแทน
“ฉึบ!”
พลังดัชนีถูกร่างของอั้นหลัวลำแสงดัชนีอักษรยันต์สีทองทำลายรัศมีพลังที่ห่อหุ้มร่างของเขาจากนั้นก็พุ่งทะลุบริเวณหัวไหล่ของเขาเกิดเป็นรู อั้นหลัวที่กำลังพุ่งถอยหลังมีโลหิตพุ่งสาดกระจายออกมาตามทางไปด้วย
อักษรยันต์สีทองพุ่งทะลุบ่าของอั้นหลัวไปไหลเวียนออกทางบ่าด้านหลัง
“เป็นไปได้อย่างไร?”
ขณะนั้นเอง มีหลายคนรอบๆที่สังเกตเห็นการต่อสู้ของตู้เซ่าฝู่กับอั้นหลัวภาพที่ปรากฏทำให้ผู้ที่เห็นตะลึงตาโตอ้าปากค้างกัน หากไม่เห็นกับตาคงยากที่จะเชื่อ
ผู้อาวุโสใหญ่ตู้กวังเย่าเองก็ตะลึงจนนิ่งไปเขาคิดไม่ถึงเลยว่า ขนาดเขาเองที่ฝีมือด้อยกว่า อั้นหลัว ทว่าตู้เซ่าฝู่ที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้โจมตีกระบวนท่าเดียวก็บาดเจ็บสาหัสได้
“ฟู่ด!”
อั้นหลัวพ่นโลหิตออกจากทางปากสองตาเปิดกว้าง สีหน้าตะลึงจนถึงขีดสุด
ผลลัพธ์ที่เกิดนี้เขาไม่คาดคิดเลยถอยสุดตัวแล้ว ก็ยังหลบการโจมตีที่ทำให้บาดเจ็บหนังไม่ได้เขาจึงรีบถอยไปอย่างไวต่อเนื่องไม่หยุด
“คิดจะหนีหรือสายไปเสียแล้ว!”
ตู้เซ่าฝู่คิดและเตรียมตัวกับผลลัพธ์นี้ไว้แล้วรู้ว่าอั้นหลัวจะคิดหนีไป เขาแสยะยิ้มออกมาจากนั้นก็พุ่งไล่ตามด้วยความเร็วดั่งฟ้าแลบ