ไปหาพี่ชายเป็นเรื่องรองการขี่ม้าเป็นเรื่องหลัก เย่ชิงชิงสะบัดแส้ม้าแทบอยากจะร้องเพลงออกมาให้ลั่น
น่าเสียดายที่ในช่วงเวลาแห่งอิสระที่หาได้ยากนี้กลับมีคนโผล่มาขัดขวางเสียได้
เย่ชิงชิงถูกลักพาตัวไปแล้วชายคนหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน ไม่อาจทนเห็นท่าทางลำพองใจของนางได้อีกต่อไปเขาจึงกระโดดขึ้นไปบนหลังม้าซ้อนด้านหลังนางแล้วหันหัวม้าควบทะยานไปในทิศทางที่มิอาจทราบได้
“เผยรุ่นจือ ท่านรู้หรือไม่ว่าการกระทำเช่นนี้มันเสียมารยาทยิ่งนัก”
เย่ชิงชิงตีหลังมือเขาอย่างไม่ไว้หน้าคุณชายเจ้าของห้างผู้ซึ่งเคยปฏิบัติต่อผู้คนด้วยความสุภาพเสมอมาแท้จริงแล้วมีกิริยาเช่นนี้!
นางเพิ่งจะกลับจากร้านของหยางหลิ่วพ้นประตูเมืองมาได้ไม่นาน ก็มาเจอไอ้หมอนี่เข้า นางยังไม่ทันได้ทักทายเผยรุ่นจือก็กระโดดขึ้นหลังม้าแล้วการมีวิชาฝีมือมันสะดวกสบายในการรังแกคนนักใช่ไหม?
“ช่างไร้มารยาทเสียจริง” เผยรุ่นจือกล่าวเสียงต่ำเสียงใสกระจ่างนั้นกลับเจือไปด้วยความขบขัน
เย่ชิงชิงนั่งอยู่ด้านหน้าเขาเอื้อมมือมาจับบังเหียน ราวกับว่านางถูกโอบกอดไว้ในอ้อมแขน
ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของกันและกันเย่ชิงชิงเหยียดหลังตรงอย่างอึดอัด แล้วกล่าวว่า “คุณชายเจ้าของห้างตั้งใจจะทำลายชื่อเสียงของข้าหรือเจ้าคะ?”
“เสี่ยวชิงชิงรู้สึกว่ามันใกล้ชิดเกินไปหรือ?” เผยรุ่นจือถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
เย่ชิงชิงหน้าแดงเรื่อจากนั้นก็กลอกตา เขายังไม่ใส่ใจเลย แล้วนางจะใส่ใจอันใดนักหนา!ก็แค่เบียดกันนั่งเท่านั้นผู้คนในยุคปัจจุบันที่เบียดเสียดกันบนรถโดยสารอาจจะใกล้ชิดยิ่งกว่านี้เสียอีก
“ไม่เจ้าค่ะ คุณชายเจ้าของห้างสง่างามล้ำเลิศหญิงงามในเมืองสืออันมากมายต่างรอคอยให้ท่านชายตามองสักครั้งข้าคิดว่าข้าได้เปรียบเสียอีก”
ขณะที่เย่ชิงชิงกล่าวประโยคนี้นางมองตรงไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย เผยรุ่นจือได้ยินน้ำเสียงจริงจังของนางจึงจงใจโอบแขนให้กระชับยิ่งขึ้น
“นั่งดีๆ หน่อย”
เสียงเตือนแผ่วเบาดังขึ้นข้างหูม้าที่อยู่ใต้ร่างพลันเร่งฝีเท้าควบทะยานไปข้างหน้า เสียงลมพัดหวีดหวิวแทบจะลืมตาไม่ขึ้น
“ท่านจะไปไหน?” นี่ไม่ใช่ทิศทางกลับหมู่บ้านเถียนซินการขี่ม้าที่โยกเยกไปมา ไม่สบายเหมือนนั่งรถจักรยานยนต์ ขี่เร็วๆแบบนี้ทรมานยิ่งนัก...
ไม่นานนักอาจจะถึงจุดหมายปลายทางแล้ว เผยรุ่นจือก็บังคับม้าให้ลดความเร็วลงเย่ชิงชิงหันไปมองรอบๆ เห็นแต่ภูเขาเขียวขจี ลำธารใสสะอาด ไร้ซึ่งนาข้าวเป็นสถานที่ที่เงียบสงบเหมาะแก่การก่อเหตุฆ่าคนชิงทรัพย์เหลือเกิน
เผยรุ่นจือลงจากหลังม้าก่อนแล้วยื่นมือมาช่วยพยุงเย่ชิงชิงลงมา เขายิ้มแล้วกล่าวว่า“เจ้ารู้สึกอย่างไรกับสถานที่แห่งนี้?”
“รู้สึกอย่างไรหรือ?”
แม้ที่นี่จะเขียวขจีและมีดอกไม้ป่าบานสะพรั่งมากมายแต่ในสมัยโบราณที่สภาพแวดล้อมยังคงมีความเป็นธรรมชาติสูงนี่ไม่ใช่เรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปหรอกหรือ?
“ช่างเป็นเด็กสาวที่ไม่รู้จักความงดงามเอาเสียเลย” เผยรุ่นจือเดินไปอย่างสบายอารมณ์เขายื่นมือออกไปปัดผีเสื้อที่กำลังเกาะเกสรดอกไม้ออกไปด้วยท่าทางสบายๆ
เย่ชิงชิง“...”
อย่าบอกนะว่าเขาพานางมาออกเดทนางไม่เชื่อหรอกว่าอีกฝ่ายจะชอบนาง
“ทิวเขาซ้อนทับกันอยู่ไกลๆ มองใกล้ๆ มีดอกท้อบานสะพรั่งและลำธารไหลเอื่อยเสี่ยวชิงชิงไม่คิดว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการสร้างเรือนพักส่วนตัวหรือ?”
เผยรุ่นจือกระโดดขึ้นไปบนก้อนหินเนื่องจากอยู่บนที่สูงอีกระดับ พอยืนอยู่บนก้อนหินนั้นแสงอาทิตย์ยามอัสดงก็สาดแสงเข้ามาเต็มสายตา
เย่ชิงชิงชำเลืองมองหินก้อนใหญ่ที่ขรุขระสองสามครั้งแล้วรีบปีนตามขึ้นไปอย่างทุลักทุเล ไม่ได้สง่างามเลยแม้แต่น้อย“ท่านจะสร้างเรือนพักส่วนตัวที่นี่หรือ?”
“มิใช่ข้า แต่เป็นเจ้าต่างหาก” เผยรุ่นจือหันมามองนางพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าวว่า “ภูเขาสามลูกนี้เป็นของข้าทั้งหมดและตรงนี้เป็นจุดที่งดงามที่สุด ข้าจะขายให้เจ้าในราคาถูกที่สุด สนใจหรือไม่?”
อะไรเนี่ย?กลายเป็นว่าเขาไม่ได้พานางมาเดท แต่พามาเสนอขายที่ดินของตระกูลหรือ?เย่ชิงชิงกล่าวตอบอย่างไม่พอใจว่า “วันนี้ขอพูดแต่เรื่องสุนทรีย์ไม่ขอเอ่ยถึงการซื้อขายเจ้าค่ะ”
“หากสร้างบ้านเรือนในบริเวณใจกลาง ที่ดินดี ยามลมฝนมาก็ไม่ถูกกระแสน้ำรบกวน”เผยรุ่นจือไม่สนคำปฏิเสธของนาง เขากลับเริ่มแนะนำต่อพลางชี้ไปทางขวา “ทางนั้นดินชุ่มชื้นเล็กน้อยสามารถปลูกป่าไผ่ได้ ยามฤดูร้อนจะเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การคลายร้อนยิ่งนัก”
เย่ชิงชิงมองตามทิศทางที่เขานิ้วชี้ไปเห็นแต่ทิวทัศน์ธรรมชาติที่เขียวชอุ่ม ห่างไกลจากความวุ่นวาย
“คนทั้งใต้หล้าย่อมรู้ดีว่าเรือนพักตากอากาศเช่นนี้ดี แต่ว่า...” นางไม่มีเงินหรอกนะ?
“เรื่องเงินทองเล็กน้อยจะยากอะไรสำหรับเจ้า?”
เผยรุ่นจือเลิกคิ้วเขาดึงนางมานั่งบนก้อนหินใหญ่ หันหน้าไปทางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆสีแดงฉาน
“คุณชายเจ้าของห้างไปเข้าใจผิดมาจากไหนเจ้าคะว่าเรื่องเงินทองเป็นเรื่องเล็กสำหรับพวกเรา!” หลังจากถูกแดดเผามาทั้งวันผิวบนก้อนหินยังคงอุ่นอยู่ เย่ชิงชิงขยับตัวอย่างไม่สบายใจอย่ามาพูดว่าเงินทองของครอบครัวนางได้มาง่ายๆ เหมือนลมพัดปลิวมาหานะ!
“เสี่ยวชิงชิงมิได้บอกว่าอยากพูดคุยแต่เรื่องสุนทรีย์เท่านั้นหรือ? ข้าเคยบอกเมื่อใดว่าจะแลกเปลี่ยนด้วยเงินทอง?” เผยรุ่นจือเท้าคางเขากล่าวอย่างสบายอารมณ์ว่า “ที่นี่ดินอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การปลูกพืชพรรณเรือนพักส่วนตัวย่อมขาดดอกกุหลาบอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าไปมิได้”
เอกลักษณ์ของนาง?เย่ชิงชิงหนังตากระตุก แล้วถามว่า “ไม่แลกเปลี่ยนด้วยเงินทองแล้วแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งใดเจ้าคะ?”
เผยรุ่นจือไม่ตอบดวงตาสีดำสนิทเพียงจับจ้องมาที่นางไม่นานนักก็หยิบขวดกระเบื้องใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วโยนให้
เย่ชิงชิงรีบรับมาอย่างทุลักทุเลขวดกระเบื้องสีขาวงดงามมีรูปทรงเว้าโค้งเหมือนรูปร่างหญิงสาว ดูน่าสนใจยิ่งนัก