สุดยอดนักผจญภัย

    ความสามารถที่พัฒนาได้

    การประลองทักษะดาบระหว่างเดซี่และฮูก้ากินเวลาไปถึงห้านาทีก่อนที่จะรู้ผล

    “ ฉันขอยอมแพ้ ” ฮูก้าพูดพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอ จากนั้นเขาก็มองดูร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลจำนวนมากจากการถูกเดซี่โจมตี

    เดซี่พยักหน้าก่อนที่จะลอยลงไปด้านล่าง

    “ เอาละคนต่อไปใครอยากจะประลองก็ยกมือ ” ไลท์พูดขึ้น

    ก่อนที่จะมีคนมาประลองวิชาดาบกับเบเรียล

    ผลสรุปก็เป็นเบเรียลที่เป็นฝ่ายชนะอย่างหมดจด

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปสามชั่วโมง 

    มีคนที่มาท้าประลองกับเดธปาร์ตี้อย่างต่อเนื่อง แต่ผลสุดท้ายก็เป็นฝ่ายเดธปาร์ตี้ที่ชนะตลอด แม้กระทั้งคอลรุยก็ยังมีคนที่ต้องการท้าประลองด้วยเช่นกัน แต่คนๆนั้นก็ถูกคอลรุยเอาชนะได้อย่างรวดเร็ว 

    ชื่อเสียงของเดธปาร์ตี้กลายเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เพราะทุกครั้งทุกคนได้ยินแค่ชื่อเสียงและความเก่งกาจจากปากสู่ปากแต่ไม่มีใครเคยเห็นพวกเขาเอาชนะคู่ต่อสู้กับตาของตัวเองมาก่อน แต่วันนี้พวกเขาได้รู้แล้วว่าชื่อเสียงของพวกเขาได้นั้นได้มาเพราะพวกเขาแข็งแกร่งจริงๆ 

    ไม่ใช่ว่าคู่แข็งของเขาอ่อนแอแต่เดธปาร์ตี้แต่ละคนมีทักษะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์และมีการโจมตีที่รวดเร็วและแม่นยำ จนคู่ต่อสู้ไม่สามารถตามได้ทัน 

    “ แข็งแกร่งจริงๆ ” สคริปพูดขึ้นด้วยแววตาเปร่งประกาย 

    “ เธอสนใจที่จะลองสู้กับเวโรนิก้าไหมล่ะ? ” แมคโวลัคยิ้มขึ้น เนื่องจากสคริปเป็นจอมเวทย์สายเสริมพลัง ที่เสริมความแข็งแกร่งและความเร็ว ทำให้เธอถนัดในการต่อสู้ด้วยหมัดมากกว่าอาวุธชนิดอื่นๆ

    “ แน่นอนค่ะ ” สคริปพยักหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้

    “ เอาไว้จบงานประมูลเดี๋ยวฉันจะนัดให้แล้วกัน ” แมคโวลัคพูดขึ้น

    “ ขอบคุณค่ะท่านแมคโวลัค ” สคริปพูด

    หลังจากที่การต่อสู้ระหว่างเดซี่และผู้ท้าประลองจบลง ไลท์ก็ขอยุติการประลองแต่เพียงเท่านี้ เพราะตอนนี้มันก็ใช้เวลานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว เขาอยากให้คนอื่นๆไปพักและกินข้าวบ้าง

    แน่นอนว่ามีคนไม่ยอมแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะพวกไลท์ได้หายตัวไปหมดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นทุกๆคนก็ได้รู้อย่างหนึ่งก็คือ เดธปาร์ตี้ทุกคนมีความแข็งแกร่งในระดับSทั้งหมด 

    หลังจากที่พวกไลท์ไปแล้วฝูงชนก็ค่อยๆแยกย้ายกันกลับ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็พูดคุยถึงเดธปาร์ตี้อยู่ตลอดเวลา แม้กระทั้งมีแฟนคลับเพิ่มขึ้นมาด้วย

    ไลท์และเบเรียลไปที่ตึกแลกเปลื่ยนสมบัติอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าตอนนี้พวกไมก้าจะมารอเขาหรือยังหรือว่าจะกลับไปแล้ว 

    ตอนนี้ที่ตึกแลกเปลื่ยนก็ยังพอมีผู้เยี่ยมชมหลงเหลืออยู่ แต่ก็ไม่ได้เยอะเหมือนกับตอนแรกๆ เนื่องจากคนส่วนมากไปที่ลานกว้างของเมืองกันหมด 

    ไลท์และเบเรียลเดินเข้าไปในตึกได้อย่างสบายใจโดยที่ไม่ต้องมีใครมาวุ่นวาย

    เมื่อมาถึงที่โต๊ะแล้วก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังอยู่ แต่ส่วนมากก็จะนั่งเหงาๆเพราะไม่ค่อยมีคนสักเท่าไหร่ 

    หลังจากที่ไลท์เปิดร้านได้ไม่นาน ก็เริ่มมีคนมาดูของที่ร้านเป็นจำนวนมาก

    “ ท่านไลท์ ” ไมก้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคารพ 

    นอกจากไมก้าแล้วเพื่อนของเขาก็มาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เจดอน ริชาร์ด เรนนี่ แคนดี้ 

    “ มากันแล้วหรอ? ” ไลท์ยิ้มทักทาย

    “ ท่านไลท์นี้นะ หลอกกันซะได้ ” แคนดี้พูดพร้อมกับส่ายหน้า

    ไลท์หัวเราะออกมาและพูดขึ้นว่า “ เอาน่าอย่าไปคิดมาก ” 

    “ ท่านไลท์นี้ครับ ” ไมก้าหยิบสมบัติขึ้นมาพร้อมกับแลกเปลื่ยนกับสมบัติของไลท์

    “ ขอบใจมาก ” ไลท์พูดด้วยรอยยิ้มสบายๆ

    หลังจากที่แลกเปลื่ยนสมบัติกันเสร็จแล้ว ไมก้าก็ขอตัวกลับทันที เขาไม่กล้าที่จะอยู่ที่นี้นานเพราะมันเป็นการรบกวนท่านไลท์ด้วย

    พริบตาเดียวก็ผ่านมาถึงวันงานประมูล

    งานประมูลจะเริ่มขึ้นตอนบ่ายโมงตรง

    ไลท์แต่งตัวในชุดสูทสีดำพร้อมกับเช็ตผมให้เนี๊ยบ 

    หลังจากที่ไลท์แต่งตัวเสร็จแล้ว เขาก็มานั่งรอเบเรียลแต่งตัวอยู่ที่ข้างหน้าต่าง

    เนื่องจากโรงแรมของไลท์อยู่ไม่ไกลจากโรงประมูลไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรเท่านั้น 

    ไลท์เห็นรถม้าจำนวนมากที่กำลังมุ่งหน้าไปยังโรงประมูล ซึ่งรถม้าเหล่านั้นต่างก็เป็นรถม้าหรูหราและคันใหญ่ แสดงถึงอำนาจบารมีของแต่ละคน

    ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง เบเรียลก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย

    ไลท์และเบเรียลเดินลงมาและพบว่าคนอื่นๆได้มานั่งรถพวกเขาหมดแล้ว

    “ แต่งตัวดีกันหมดเลยนะ  ” ไลท์หัวเราะออกมา

    “ อาจารย์เองก็เหมือนกันไม่ใช่หรอ แถมยังทำผมทรงใหม่อีกด้วยแทบจะจำไม่ได้เลยนะเนี้ย ” เดซี่หัวเราะออกมา

    “ เหอะ อย่ามาดูถูกทรงผมทรงนี้ของฉันนะ ” ไลท์พึมพำออกมาพร้อมกับหยิบกระจกออกมาส่องทรงผมของตัวเอง

    ทุกๆคนก็พากันหัวเราะกับท่าทีของไลท์

    ไลท์กรอกตาไปมาก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ไปกันเถอะ ”

    ยังไม่ทันที่พวกไลท์จะเดินออกจากโรงแรม เมทัลก็เดินเข้ามาในโรงแรมจากนั้นเขาก็รีบวิ่งมาหาไลท์ทันที

    “ ท่านไลท์ทางนี้เลยครับ ผมได้เตรียมรถม้าให้เรียบร้อยแล้วครับ ” เมทัลพูดขึ้น

    “ นึกว่าจะต้องเดินไปเองซะแล้ว ” ไลก้าหัวเราะออกมา

    “ ใครจะกล้าให้พวกคุณเดินไปเองล่ะครับ ” เมทัลส่ายหน้ายิ้มก่อนที่จะเดินนำทุกๆคนไป

    รถม้าที่เมทัลพามาเป็นรถม้าหรูสี่คัน

    คันแรกเป็นของไลก้าและคอลรุย 

    คันที่สองเป็นของไลท์และเบเรียล

    คันที่สามเป็นของเวโรนิก้า เดซี่

    คันที่สี่เป็นของเฮลเฟลชและเมลิซ่า

    เนื่องจากรถม้าที่ติดทำให้พวกไลท์ต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่าครึ่งชั่วโมงทั้งๆที่อยู่ใกล้ๆเพียงแค่หนึ่งกิโลเมตรเท่านั้น 

    “ ถ้าหากฉันจำไม่ผิดดูเหมือนว่าคุณเฟลิกซ์บอกว่างานประมูลนี้จะกินเวลามากถึงสิบสองชั่วโมงทีเดียว ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับหาวออกมา

    “ ก็แน่อยู่แล้วสิ เห็นว่ามีสมบัติที่จะประมูลไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันชิ้นเลยทีเดียว ดีไม่ดีอาจจะมากกว่าหนึ่งพันสองร้อยชิ้นเลยด้วยซ้ำ ” เบเรียลพูดขึ้น

    “ มีพวกหัวใจแห่งธาตุเยอะด้วยแหละ ก็ดีเลยฉันจะได้ประมูลหัวใจแห่งธาตุให้กับคนอื่นๆ ” ไลท์พูดพร้อมกับเท้าคางที่ขอบหน้าต่าง

    หลังจากที่รถม้าของพวกไลท์จอด พวกเขาก็เดินลงมาจากรถม้า

    “ ให้ตายเถอะ คนเยอะชะมัดเลย ” ไลก้าบ่นพึมพำออกมาพร้อมกับบิดขี้เกียจ

    คนอื่นๆเองก็บิดขี้เกียจด้วยเหมือนกันเพราะการนั่งในรถม้านานกว่าครึ่งชั่วโมงทำให้ทุกๆคนรู้สึกอึดอัด

    ไม่นานไลท์และคนอื่นๆก็เดินเข้าไปด้านในโรงประมูล

    โรงประมูลเป็นตึกใหญ่สูงประมาณสี่ชั้น ถูกสร้างขึ้นมาด้วยหินอ่อนสีขาวสวยงามและหรูหราอย่างมาก 

    เนื่องจากตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนที่งานประมูลจะเริ่ม ทำให้ผู้คนยังไม่ได้ขึ้นไปที่ชั้นสอง นอกจากนี้ที่ทางขึ้นชั้นสองก็ยังถูกปิดโดยเจ้าหน้าที่เพื่อไม่ให้มีใครขึ้นไปที่ชั้นสอง

    ที่ชั้นหนึ่งถูกจัดให้เป็นงานเลี้ยงก่อนที่จะเริ่มงานประมูล ตอนนี้ผู้คนที่จะเข้าร่วมงานประมูลก็ยืนพูดคุยแลกเปลื่ยนความคิดเห็นกัน

    พอพวกไลท์เดินเข้ามาในห้องงานเลี้ยงก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกๆคน มีหลายคนพากันชี้มาที่พวกไลท์พร้อมกับกระซิบพูดคุยกัน

    ไลท์และคนอื่นๆก็ยืนอยู่ที่มุมห้องแห่งหนึ่ง พวกเขาไม่ชอบที่จะทำตัวโดดเด่น 

    หลังจากที่พวกเขาตักอาหารมากินแล้วก็มีหลายคนเดินมาทักทายพวกเขาและก็เดินจากไป

    ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงก็มี ชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบถึงสามสิบปีในชุดสีน้ำเงินใบหน้าดูโดดเด่น ผมสีฟ้าอ่อน รูปร่างผอมสูง ตามมาด้วยหญิงสาวที่อายุพอๆกับชายหนุ่ม เธอสวมชุดคลุมสีน้ำเงิน ใบหน้าน่ารัก รูปร่างเตี้ยกว่าชายหนุ่มเล็กน้อย เส้นผมสีฟ้าอ่อน 

    ด้านหลังของชายหญิงคู่นี้เป็นชายชราที่ดูเหมือนกับคนอายุหกสิบเจ็ดสิบปี รูปร่างผอมแห้ง ตัวไม่ค่อยสูงนัก เส้นผมสีขาว มีเครายาวเล็กน้อย สวมชุดคลุมสีน้ำเงินด้วยเหมือนกัน 

    ไลท์มองดูสามคนนั้นด้วยความสนใจ แม้ว่าทั้งสามคนจะเก็บออร่าของตัวเองไว้อย่างดีแต่มันก็ไม่พ้นสายตาของไลท์ไปได้

    “ สามคนนั้นน่าสนใจนะ นายว่างั้นไหมไลท์? ” เฮลเฟลชที่ยืนข้างๆพูดขึ้น

    ไลท์พยักหน้าเห็นด้วย

    เมื่อคนอื่นๆได้ยินที่เฮลเฟลชคุยกับไลท์ก็พากันสนใจขึ้นมาและมองไปยังทั้งสามคนนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น

    ชายหนุ่มชุดน้ำเงินรู้สึกได้ว่ามีคนมองมาเขาจึงมองกลับไปยังจุดที่มีคนมองมา ก็พบว่าเป็นกลุ่มคนหลายคนกำลังมองมาที่เขา

    เมื่อชายหนุ่มมองไปดวงตาของเขาก็เปร่งประกายขึ้นมาและพึมพำขึ้นมาว่า “ เจอตัวสักที ” 

    หญิงสาวที่ได้ยินก็มองไปที่ชายหนุ่มและมองไปยังจุดที่ชายหนุ่มมองทันทีก่อนที่จะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นเธอก็เดินไปที่จุดที่พวกไลท์ยืนอยู่

    ไลท์และคนอื่นๆเองก็มองไปที่หญิงสาวด้วยความสนใจ

    เมื่อหญิงสาวมาถึงเธอก็ทักทายด้วยรอยยิ้มทันที “ สวัสดี ฉันชื่อฟีเลีย ยินดีที่ได้รู้จักนะเดธปาร์ตี้ทุกคน ” 

    “ สวัสดีฟีเลีย ” ไลท์และคนอื่นพากันทักทาย

    ไม่นานชายหนุ่มและชายชราก็เดินตามมาทีหลัง

    “ นี้พี่ชายของฉันชื่อว่าฟลินท์ ส่วนนี้คือผู้ติดตามของฉันชื่อว่าคานท์ ” ฟีเลียพูดขึ้น

    “ สวัสดีทุกคน ” ฟลินท์ทักทาย

    ไลท์และคนอื่นๆทักทายเช่นกัน

    จากนั้นฟีเลียก็ถอยหลังมาพร้อมกับทำมือแปลกๆ โดยที่เธอทำมือเป็นรูปสีเหลี่ยมโดยที่เอานิ้วโป้งเอามือขวาติดกับนิ้วชี้มือซ้าย จากนั้นก็เอานิ้วชี้มือขวาติดกับนิ้วโป้งมือซ้าย 

    ฟีเลียมองผ่านช่องสี่เหลี่ยมที่เธอทำขึ้นก่อนที่จะต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ

    “ พี่!! ไลท์นี้สุดยอดไปเลย!! ” ฟีเลียอุทานออกมาด้วยความตกใจ

    ฟลินท์มองไปที่น้องสาวของเขาพร้อมกับแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาจากนั้นเขาก็หรี่ตาลง 

    ส่วนทางด้านไลท์และคนอื่นๆก็มองไปที่ฟีเลียด้วยความสงสัยเหมือนกันว่าฟีเลียกำลังทำอะไรอยู่กันแน่

    “ เกิดอะไรขึ้นฟีเลีย? ” ฟลินท์ถามขึ้นด้วยความสงสัย

    “ ความแข็งแกร่งของไลท์สุดยอดไปเลยพี่ ” ฟีเลียพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น

    “ สุดยอดขนาดไหนกัน? ” ฟลินท์ทำสีหน้าสงสัย

    “ เอาง่ายๆเลยนะพี่ พี่น่ะกระจอกไปเลยเมื่อเทียบกับไลท์ ” ฟีเลียพูดอย่างไม่ไว้หน้า

    คิ้วของฟลินท์กระตุกอย่างช่วยไม่ได้

    “ เป็นอย่างไงบ้างล่ะ? ” ฟลินท์ถามขึ้นด้วยความอยากรู้ 

    “ ความแข็งแกร่งตอนนี้คือระดับSS+ ส่วนความแข็งแกร่งที่จะพัฒนาได้นั้นไม่ขึ้นอะไรมาเลย ” ฟีเลียตอบ

    “ อะไรนะ!!! ” ฟลินท์ตกใจ แม้กระทั้งคานท์ที่อยู่ด้านหลังก็ต้องประหลาดใจด้วยเหมือนกัน 

    “ อะไรคือความแข็งแกร่งตอนนี้และความแข็งแกร่งที่จะพัฒนาได้? ” ไลท์ถามด้วยความสนใจ

    “ พอดีว่าฟีเลียใช้เวทย์มนต์ที่สามารถตรวจสอบความแข็งแกร่งของคนอื่นๆได้ ซึ่งมันยังบอกอีกว่าอนาคตของคนๆนั้นจะพัฒนาไปได้ถึงขั้นไหน เมื่อมองผ่านช่องสี่เหลี่ยมที่เธอสร้างขึ้นมา ” ฟลินท์อธิบาย

    ไลท์และคนอื่นมองไปที่ฟีเลียด้วยความสนใจขึ้นมา

    “ นี้ๆฟีเลียเธอลองดูให้ฉันหน่อยสิว่าเป็นอย่างไงบ้าง  ” เดซี่พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น

    ฟีเลียพยักหน้าก่อนที่จะลองตรวจสอบความสามารถของเดซี่ 

    ดวงตาของฟีเลียเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง

    “ ความแข็งแกร่งปัจจุบันคือระดับS ส่วนความสามารถที่จะพัฒนาไปได้คือระดับSSS ” ฟีเลียพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

    “ เห้ยๆ จริงเปล่าเนี้ย!! ” ฟลินท์อุทานออกมา

    “ ว่าแต่ความแข็งแกร่งปัจจุบันและอนาคตมีอะไรบ้างหรอ? ” เดซี่ถามด้วยความสงสัย

    “ ความแข็งแกร่งนั้นถูกแบ่งระดับตามความแข็งแกร่งเลยเช่นต่ำสุดก็คือF สูงสุดก็คือSSS ส่วนความสามารถที่พัฒนาได้คือคนธรรมดาคนหนึ่งจะมีพรสวรรค์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งอย่างน้อยจะแต่จะอยู่ในระดับCหรือB นี้คือพรสวรรค์ของคนทั่วๆไปที่จะมีได้ แต่บางคนที่มีพรสวรรค์มากกว่าคนอื่นๆก็จะอยู่ในระดับA ส่วนพรสวรรค์สูงสุดก็คือระดับSSS แต่ที่ฉันแปลกใจก็คือของไลท์ เพราะฉันไม่สามารถวัดความสามารถในอนาคตของไลท์ได้เลย ” ฟีเลียพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาประหลาดใจ

    “ งั้นเธอลองดูสมาชิกเดธปาร์ตี้ให้หน่อยได้ไหม ” ไลท์ถามด้วยความอยากรู้

    “ ได้สิ ” ฟีเลียพยักหน้า เธอเองก็อยากจะรู้ว่าความแข็งแกร่งของเดธปาร์ตี้จะแข็งแกร่งขนาดไหน

    ดวงตาของฟีเลียเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆเมื่อเห็นว่าความแข็งแกร่งในอนาคตของพวกเดธปาร์ตี้ว่าจะแข็งแกร่งขนาดไหน 

    หลังจากที่ดูจบฟีเลียก็กลายเป็นเหม่อลอย

    “ ฟีเลีย!! ” ฟลินท์ตะโกนเรียกชื่อน้องสาวของตัวเองที่ตอนนี้เหมือนกับสติหลุดไปแล้ว

    “ ห๊ะๆ!! ” ฟีเลียได้สติกลับมา จากนั้นเธอก็มองไปที่พวกเดซี่ด้วยความไม่อยากเชื่อ

    “ เกิดอะไรขึ้นฟีเลีย? ” ฟลินท์สงสัยขึ้นมา

    ฟีเลียไม่ได้ตอบแต่เธอมองไปยังสมาชิกเดธปาร์ตี้ด้วยแววตาสั่นไหวเล็กน้อย 

    “ นี้ไลท์ถ้าหากฉันเข้าร่วมกับเดธปาร์ตี้ด้วยได้ไหม? ” ฟีเลียพูดขึ้นทันที

    “ เธอจะบ้างั้นหรอฟีเลีย! ” ฟลินท์ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

    “ พี่ ฉันไม่ได้บ้าแต่สมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกคนแข็งแกร่งจริง ” ฟีเลียถอนหายใจออกมา

    “ หมายความว่ายังไงฟีเลีย? ” ฟลินท์ถามด้วยความสงสัย

    “ ก็นอกจากคุณเมลิซ่าที่ในอนาคตจะอยู่ในระดับSS+แล้ว คนอื่นๆมีความสามารถที่พัฒนาได้อยู่ในระดับSSSทั้งหมด ” ฟีเลียพูดขึ้น

    ฟลินท์และคานท์ตกใจ เพราะพวกเขารู้ดีว่าความแข็งแกร่งระดับSSSคืออะไร

    ความแข็งแกร่งในระดับSSS คือตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก 

    คนจำนวนน้อยมากๆที่จะพัฒนามาถึงระดับนี้ได้ แต่ฟีเลียบอกว่า อนาคตของเดธปาร์ตี้ทั้งหมดคือระดับSSS งั้นก็หมายความว่าถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาดแล้ว เดธปาร์ตี้ทั้งหมดก็ขยันฝึกฝนตัวเอง พวกเขาจะกลายเป็นหนึ่งในตัวตนระดับSSS ได้อย่างไม่มีปัญหา

     

    คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน