บทที่ 2: ปรับตัว
หลิงอวี่หานในร่างของหลี่ซูซินเดินออกจากห้องพักของตนอย่างระมัดระวัง ภายในจวนหลังใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตด้วยสถาปัตยกรรมจีนโบราณ ทุกมุมของบ้านนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจและความเ็า เธอรู้สึกเหมือนถูกจับตามองจากทุกสายตา แม้กระทั่งจากเงาของเสาที่ตั้งเรียงราย
ซูเอ๋อเดินตามเธออย่างใกล้ชิด พร้อมกับอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างของจวน
“คุณหนูเ้าคะ ที่นี่เป็จวนขององค์ชายที่มีความสำคัญต่อราชวงศ์ ทุกห้อง ทุกซอกมุม ล้วนมีความหมายและกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด”
หลิงอวี่หานพยักหน้าเบาๆ ขณะที่สายตาสำรวจไปรอบๆ เธอเห็นลานกว้างที่ปูด้วยหินอ่อนเรียบเนียนตรงกลางมีศาลาเล็กๆ ตกแต่งด้วยไม้แกะสลักลวดลายัและดอกเหมย ศาลานี้ดูเหมือนจะเป็สถานที่สำหรับพักผ่อน แต่กลับให้ความรู้สึกเย็นะเืจนไม่น่าเข้าใกล้
“แล้วที่นี่มีใครอยู่บ้าง?”
หลิงอวี่หานถามพลางเดินผ่านสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่
“มีท่านกับองค์ชายเฉินอี้เฟยเป็ผู้จวนนี้เ้าค่ะนอกนั้นก็เป็บ่าวไพร่ที่คอยดูแลจวน ทุกคนทำงานตามหน้าที่ของตนและส่วนใหญ่จะไม่กล้าสบตาหรือพูดกับท่านเ้าค่ะ”
ซูเอ๋อตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะคุ้นชินกับความเ็าของสถานที่นี้
หลิงอวี่หานหยุดเดินเมื่อมาถึงห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งด้วยผ้าม่านสีแดงเข้มและโคมไฟที่ส่องแสงริบหรี่เธอััได้ถึงพลังบางอย่างที่แฝงอยู่ในบรรยากาศนี้
“ห้องนี้มีไว้ทำอะไร?”
เธอถามด้วยความสงสัย
“ห้องนี้คือที่ประชุมขององค์ชายกับขุนนางที่ใกล้ชิดเ้าค่ะ ท่านไม่ควรเข้ามาในนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต”
ซูเอ๋อรีบเตือนด้วยสีหน้ากังวล
หลิงอวี่หานถอนหายใจ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองถูกขังอยู่ในเขาวงกตที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์และข้อห้าม แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้
“ซูเอ๋อ ข้าอยากรู้ว่าที่นี่มีห้องสมุดหรือไม่?”
สาวใช้พยักหน้า
“มีเ้าค่ะ ห้องสมุดอยู่ทางทิศตะวันออกของจวน แต่ข้าไม่แน่ใจว่าท่านจะเข้าไปได้หรือไม่เพราะองค์ชายเป็คนควบคุมทุกอย่างในจวนนี้”
“ข้าจะลองดู”
หลิงอวี่หานพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
ซูเอ๋อมองคุณหนูของตนด้วยความประหลาดใจเธอไม่เคยเห็นหลี่ซูซินมีท่าทีเช่นนี้มาก่อนความกล้าหาญและความมุ่งมั่นในดวงตาของหลิงอวี่หานทำให้ซูเอ๋อรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่แปลกใหม่
“ถ้าท่านตัดสินใจแล้ว ข้าจะช่วยพาท่านไปเ้าค่ะ”
ซูเอ๋อพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลิงอวี่หานยิ้มบางๆ
“ขอบใจเ้ามาก ซูเอ๋อ”
แม้จะรู้ว่าหนทางข้างหน้ายากลำบาก แต่หลิงอวี่หานก็เริ่มมองเห็นความหวังเล็กๆ ในการปรับตัวเข้ากับโลกใบใหม่นี้ เธอรู้ว่าการสำรวจจวนนี้อาจเป็ก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตที่เธอถูกบังคับให้ใช้
เช้าวันถัดมา หลิงอวี่หานได้รับคำสั่งให้ไปพบกับองค์ชายเฉินอี้เฟยสามีเ้าของร่างเดิม "หลี่ซูซิน" ซึ่งเป็บุคคลที่เธอไม่ค่อยอยากรู้จักมาก่อนความรู้สึกขัดแย้งในใจทำให้เธอไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้างในครั้งนี้
การเดินทางไปห้องขององค์ชายใช้เวลานานพอสมควรเพราะจวนขององค์ชายมีขนาดใหญ่มากและทุกย่างก้าวที่เธอเดินผ่านก็ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองตกอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยห้องขององค์ชายอยู่ที่ปีกทิศตะวันตกของจวน ซึ่งแยกออกจากส่วนอื่นๆ อย่างชัดเจน และมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
เมื่อหลิงอวี่หานเดินเข้ามาในห้องที่ตกแต่งด้วยสีทองและแดงอันหรูหราองค์ชายเฉินอี้เฟยก็นั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ใหญ่ ท่าทางของเขาดูสงบและเ็า ราวกับเป็บุคคลที่ไม่ยอมให้ใครเข้ามาใกล้
“เข้ามาแล้วก็ยืนอยู่ตรงนั้น”
เสียงขององค์ชายดังขึ้นอย่างเ็า โดยไม่หันมามองเธอ
หลิงอวี่หานยืนตรงโดยไม่พูดอะไร เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอย่างไรดีแต่ก็ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เห็น เธอจึงสูดหายใจลึกๆ และตัดสินใจพูดขึ้น
“ข้ามาที่นี่เพราะเป็ภรรยาของท่าน ข้าไม่คิดว่าจะต้องทำตัวเหมือนคนที่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปหาท่านข้างใน”
คำพูดของหลิงอวี่หานทำให้สายตาขององค์ชายเฉินอี้เฟยเหลือบมองเธอเป็ครั้งแรก ดวงตาของเขาเ็าและคมกริบ เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“เ้าคิดว่าจะสามารถเข้าใกล้ข้าได้ง่ายๆ หรือ?”
หลิงอวี่หานไม่ยอมแพ้ เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ
“ข้าไม่ได้มาหาท่านเพื่อแสวงหาความสนใจ ข้ามาที่นี่เพราะสถานการณ์บังคับ ข้าต้องทำตัวให้เหมาะสมในฐานะฮูหยินของท่าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะสามารถสั่งให้ข้าทำทุกอย่างตามใจท่านได้”
องค์ชายเฉินอี้เฟยมองเธออย่างเงียบๆ สักพักก่อนจะพูดเสียงเบาๆแต่แฝงด้วยความน่ากลัว
“เ้าควรรู้ว่าที่นี่ไม่มีที่สำหรับผู้ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”
หลิงอวี่หานรู้สึกได้ถึงความกดดันจากคำพูดของเขาแต่เธอไม่ยอมแพ้และยืนหยัดอยู่ตรงนั้นอย่างมั่นคง
“ข้าจะทำให้ดีที่สุดในฐานะฮูหยินของท่าน แต่ข้าไม่สามารถยอมรับการปฏิบัติที่ไม่เป็ธรรมได้”
องค์ชายเฉินอี้เฟยมองเธออีกครั้งด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้าภายนอกอย่างเงียบๆ
“เ้าจะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเ้าเอง”
เขาพูดก่อนจะหันกลับมามองเธออีกครั้ง
“แต่ข้าขอเตือนเ้าไว้ว่าในจวนนี้ ทุกการกระทำของเ้าจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด”
หลิงอวี่หานพยักหน้าอย่างเข้าใจ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แต่เธอก็รู้ดีว่าเธอต้องระมัดระวังทุกการกระทำของตัวเอง
“ข้าเข้าใจแล้ว”
เธอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป
การพบกันครั้งนี้กับองค์ชายเฉินอี้เฟยไม่ได้ทำให้หลิงอวี่หานรู้สึกกลัว แต่กลับทำให้เธอเริ่มเข้าใจถึงความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า และเธอก็รู้ว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับมันอย่างแข็งแกร่ง
หลังจากการพบกับองค์ชายเฉินอี้เฟยในครั้งนี้หลิงอวี่หานรู้สึกได้ถึงความยากลำบากในการปรับตัวเข้ากับโลกนี้อย่างแท้จริงทุกสิ่งที่เธอเคยรู้ในยุคปัจจุบันดูเหมือนจะไม่สามารถนำมาใช้ได้ที่นี่ นอกจากการฝึกฝนทักษะการอยู่ในฐานะฮูหยินของตระกูลใหญ่แล้ว ยังต้องเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตในสังคมที่ถูกปกครองด้วยกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด
ซูเอ๋อ สาวใช้คนสนิทที่คอยช่วยเหลือหลิงอวี่หานในทุกเื่ได้สอนเธอหลายสิ่งหลายอย่างที่จำเป็สำหรับการอยู่ในจวนขององค์ชายเธอเป็ผู้ที่มีประสบการณ์มากมายในการดำเนินชีวิตในโลกโบราณ และรู้วิธีการปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละวัน
"คุณหนูเ้าคะ... ท่านต้องฝึกฝนการพูดจาให้สุภาพและการแต่งตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์"
ซูเอ๋อพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขณะช่วยหลิงอวี่หานสวมชุดที่เหมาะสมสำหรับการพบปะกับขุนนางในราชสำนัก
หลิงอวี่หานพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ในใจกลับรู้สึกอึดอัดกับการต้องทำตามกฎเกณฑ์เหล่านี้ ทุกสิ่งที่เธอเคยทำในชีวิตไม่เคยต้องพึ่งพาการแต่งตัวหรือการพูดจาแบบนี้มาก่อน แต่เธอก็รู้ว่าในสถานการณ์นี้ไม่มีทางเลือกอื่น
"ข้าเข้าใจแล้ว"
หลิงอวี่หานตอบเสียงเรียบ ก่อนจะมองตัวเองในกระจก เธอไม่ชอบการต้องแต่งตัวตามมาตรฐานของโลกนี้ แต่ก็รู้ดีว่าหากไม่ทำเช่นนั้น เธอจะไม่สามารถอยู่รอดได้
ซูเอ๋อสังเกตเห็นท่าทางของหลิงอวี่หานแล้วพูดขึ้นอย่างระมัดระวัง
"ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่านเ้าค่ะ แต่ในที่นี้ การรักษาความสงบและการรู้จักที่ต่ำที่สูงเป็สิ่งสำคัญมาก ท่านต้องทำตัวให้เหมาะสมกับสถานะของตนเอง"
หลิงอวี่หานรู้สึกถึงความกดดันจากทุกทิศทางแต่เธอก็พยายามทำใจให้สงบและเรียนรู้จากซูเอ๋ออย่างเต็มที่การใช้ชีวิตในโลกนี้ไม่ง่าย แต่เธอไม่มีทางเลือก นอกจากการฝึกฝนและทำตัวให้เหมาะสมกับบทบาทที่ถูกกำหนดให้
"ข้าเข้าใจแล้ว"
หลิงอวี่หานตอบเสียงแ่ ขณะที่เริ่มฝึกฝนการพูดจาอย่างสุภาพและการแสดงออกที่เหมาะสมกับฐานะของตน
เวลาผ่านไปหลายวัน หลิงอวี่หานที่อยู่ในร่างหลี่ซูซินเริ่มคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในจวนขององค์ชายมากขึ้นแม้จะยังคงรู้สึกอึดอัดในบางครั้ง แต่เธอก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับกฎเกณฑ์ที่เธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทุกวันเธอเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากซูเอ๋อ และเริ่มรู้สึกถึงความสำคัญของการทำตัวให้เหมาะสมในสังคมที่มีระเบียบและกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด
แม้ว่าเธอจะไม่ชอบการถูกบังคับให้ทำตามกฎแต่หลิงอวี่หานก็รู้ดีว่าเธอจะต้องฝึกฝนให้ดีขึ้นเพื่อให้สามารถอยู่รอดในโลกนี้ได้อย่างมีศักดิ์ศรี
หลังจากที่หลิงอวี่หานใช้ชีวิตในจวนขององค์ชายเฉินอี้เฟยมาหลายวัน เธอก็เริ่มรู้สึกถึงความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ขึ้นทุกวัน ทุกการเคลื่อนไหวในบ้านนี้ดูเหมือนจะถูกจับตามองและถูกตัดสินจากคนรอบข้าง เธอรู้ดีว่าในฐานะ "หลี่ซูซิน" ฮูหยินขององค์ชายทรราชนั้น เธอไม่สามารถทำตัวตามใจชอบได้
ทุกการกระทำของเธอถูกคาดหวังให้มีความสมบูรณ์แบบ ทั้งการพูดจาการแต่งตัว และการปฏิบัติตัวต่อผู้อื่นทุกสิ่งล้วนมีมาตรฐานที่ต้องรักษาหากเธอละเมิดกฎเหล่านี้แม้แต่เพียงเล็กน้อยอาจทำให้เธอเสี่ยงต่อการถูกลงโทษได้
หลิงอวี่หานในร่างหลี่ซูซินรู้สึกถึงความเครียดที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้เธอเริ่มวางแผนในใจเกี่ยวกับการใช้ความรู้และทักษะจากยุคปัจจุบันที่เธอเคยมีเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่ย่ำแย่ของตัวเองในโลกนี้
เธอคิดถึงเื่ราวของ "หลี่ซูซิน" ฮูหยินในร่างเดิมและการตายของเธอ หลิงอวี่หานยังคงไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเหตุใดหญิงสาวในร่างนี้ถึงต้องตายอย่างโหดร้าย เธอเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง "หลี่ซูซิน" และองค์ชายเฉินอี้เฟย รวมถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหลังจากนั้น
"ฉันต้องหาทางหาคำตอบให้ได้"
หลิงอวี่หานคิดในใจ ขณะที่มองออกไปนอกหน้าต่างของห้องที่เธอพักอาศัย ความคิดของเธอเริ่มหมุนเวียนไปตามสิ่งที่เธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกนี้และคนในจวน
ในขณะเดียวกัน หลิงอวี่หานก็รู้ว่าเธอไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในทันทีได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการรักษาความสงบและไม่ให้ใครสงสัยในตัวเธอ เธอเริ่มคิดถึงการใช้ความรู้ทางการแพทย์แผนจีนและทักษะการต่อสู้ที่เธอเคยฝึกฝนในอดีต เพื่อหาทางสร้างความได้เปรียบในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้
"ฉันเบื่อที่นี่เต็มทนแล้วฉันจะทำยังไงดีหรือฉันจะต้องหนีออกจากจวนนี้แล้วไปใช้ชีวิตในชนบทดีนะฉันไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองถูกควบคุมไปตามความ้าของคนอื่นได้"
หลิงอวี่หานพูดกับตัวเองด้วยความมั่นใจในใจ แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่เธอก็ไม่ยอมให้ความกลัวมาครอบงำเธอ
เธอเริ่มมองหาทางเลือกและโอกาสในการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้ในอนาคต โดยไม่ทำให้ใครสงสัยในตัวเธอในขณะเดียวกันเธอก็พยายามเข้าใจความลับที่อาจซ่อนอยู่ในเื่ราวของ "หลี่ซูซิน" และการตายของเธอเพื่อหาทางที่จะใช้มันให้เป็ประโยชน์ในการควบคุมชีวิตของตัวเองในโลกโบราณนี้
ในขณะที่หลิงอวี่หานเริ่มปรับตัวและวางแผนในการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ภายในจวนขององค์ชายเฉินอี้เฟย เธอก็พบว่าความพยายามของเธอไม่ได้เป็เื่ง่ายดายอย่างที่คิด ทุกย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ไม่คาดคิด และบางครั้งก็รู้สึกเหมือนเธอกำลังต่อสู้กับกำแพงที่ไม่มีทางเอาชนะได้
หนึ่งในอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือความสงสัยจากคนในจวน ฝหลายครั้งที่หลิงอวี่หานรู้สึกถึงการจับตามองจากผู้คนรอบข้างไม่ว่าจะเป็สาวใช้ในจวนหรือแม้กระทั่งขุนนางที่มักจะมาหาองค์ชายเฉินอี้เฟย พวกเขามักจะพูดถึงหลี่ซูซินในทางที่ร้ายกาจอยู่เสมอ และบางครั้งก็มีการกระซิบถึงความลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงานของเธอ
“เ้าคิดว่านางจะทำตัวสงบสุขได้นานหรือไม่ไม่ใช่ว่าจะหาทางก่อกวนหรือทำความวุ่นวายให้กับพวกเราอีกหรอกนะ?”
เสียงกระซิบจากขุนนางคนหนึ่งดังขึ้นขณะที่หลิงอวี่หานเดินผ่านพวกเขาในโถงทางเดินของจวน
หลิงอวี่หานไม่สามารถหลีกเลี่ยงการได้ยินคำพูดเ่าั้ได้และมันทำให้เธอรู้สึกถึงความกดดันที่เริ่มเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทุกคำพูดที่เธอได้ยินทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตามองและถูกตัดสินอย่างไม่ยุติธรรม
ในขณะเดียวกัน ซูเอ๋อ สาวใช้ที่คอยดูแลเธออยู่ก็เริ่มแสดงท่าทีที่ไม่ค่อยมั่นใจอีกต่อไป หลี่ซูที่เคยพูดกับหลิงอวี้หานด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและเต็มไปด้วยความมั่นใจ ดูเหมือนจะเริ่มลังเลเมื่อพูดถึงอดีตของหลี่ซูซิน
“คุณหนู... ข้าไม่แน่ใจนัก...”
ซูเอ๋อพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ ขณะที่เธอช่วยหลิงอวี่หานจัดการเสื้อผ้าในห้อง
หลิงอวี่หานรู้สึกได้ถึงความไม่สบายใจของซู เอ๋อและมันทำให้เธอเริ่มสงสัยว่าอาจมีบางสิ่งที่ซูเอ๋อรู้ แต่ไม่ยอมบอกเธอ ความลับที่ซ่อนอยู่ในจวนนี้ทำให้หลิงอวี่หานรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยที่คอยขวางทางเธอ
“ซูเอ๋อ...มีบางสิ่งที่เ้ากำลังปิดบังข้าหรือไม่?”
หลิงอวี่หานถามด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น แม้ในใจจะรู้สึกเครียดแต่เธอก็พยายามควบคุมอารมณ์ให้สงบ
ซูเอ๋อสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยิ้มฝืนและส่ายหัว
“ไม่ค่ะ... ไม่มีอะไรหรอกเ้าค่ะ”
หลิงอวี่หานรู้ดีว่าเธอไม่สามารถเชื่อใจทุกคนในจวนนี้ได้ทั้งหมด แม้กระทั่งคนที่ดูเหมือนจะอยู่ข้างเธอเสมอการระแวดระวังและการสังเกตการณ์กลายเป็สิ่งที่เธอต้องทำทุกวันเพื่อหาคำ
ตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลี่ซูซินในร่างเดิมและใครที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการตายของร่างเดิม