" เ้าเริ่มฝึกวิชากำลังภายในก่อนเป็อันดับแรก เมื่อเข้าสู่ระดับชั้นวิถีปราณได้แล้วให้เ้ามาพบข้า " หลิวเตี้ยนกล่าวแนะนำแล้วจึงพาฝูงแพะออกไปเล็มหญ้าที่ทุ่งหญ้ากว้างด้านทิศเหนือของเมืองก้านเร่อ
คัมภีร์ยุทธทั้งสามเล่มมีสีดำสนิทบนหน้าปกมีเพียงตัวอักษรสีเงินซึ่งบ่งบอกชื่อของคัมภีร์ทั้งสามเล่มเท่านั้น เล่มแรกคือวิชากำลังภายใน วิชาปราณัอัสนีบาต ส่วนเล่มที่สองและสามเฮยหลงเลือกที่ยังไม่เปิดออกอ่าน
ปราณัอัสนีบาต แบ่งออกเป็ 7 บท แต่ละบทสอดรับกับระดับชั้นพลังปราณ ขณะนี้เฮยหลงกำลังเริ่มฝึกบทที่หนึ่งซึ่งสอดคล้องกับกำลังภายในระดับชั้นวิถีปราณ
ชั้นวิถีปราณเป็ระดับชั้นเริ่มแรกสุด เริ่มจากการััพลังปราณธรรมชาติจากสรรพสิ่งรอบตัวเมื่อััได้แล้วจึงค่อยๆเหนี่ยวนำเข้ามายังจุดตันเถียนที่บริเวณท้องน้อย หลอมแปรจนกลายเป็กำลังภายในของตนเอง
ปราณัอัสนีบาต เป็วิชาปราณที่ประกอบด้วยสองธาตุคือสายฟ้าและลม ผู้ที่ฝึกฝนจะเปลี่ยนลมปราณที่ซึมซับเข้ามาให้กลายเป็ปราณวายุอัสนีบาต พลังภายในจะมีลักษณะคล้ายพายุหมุนที่มีสายฟ้าฟาดออกมาจากภายใน ไหลโคจรอยู่ภายในร่างกายตลอดเวลา
เฮยหลงจดจำบทวิถีปราณของปราณัอัสนีบาตจนขึ้นใจแล้ว จึงออกไปกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ใกล้ๆกับบริเวณที่หลิวเตี้ยนพาแพะออกไปเล็มหญ้า เสร็จแล้วนั่งลงหลับตาทำสมาธิเริ่มััถึงพลังปราณจากธรรมชาติรอบๆตัว
ครึ่งชั่วยามผ่านไป เฮยหลงเริ่มััได้ถึงพลังปราณจึงกำหนดจิตเหนี่ยวรั้งชักพาพลังปราณเข้ามายังจุดตันเถียน เมื่อมีพลังปราณภายในร่างกายแล้วเฮยหลงจึงเริ่มหลอมแปรพลังปราณตามหลักเคล็ดวิชาของพลังปราณัอัสนีบาต พลังปราณภายในจุดตันเถียนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากพลังปราณบริสุทธิ์เป็พลังปราณวายุอัสนีบาต
เมื่อพลังปราณภายในร่างกายเปลี่ยนเป็พลังปราณวายุอัสนีบาตแล้ว จึงเริ่มโคจรลมปราณตามเคล็ดวิชาปราณัอัสนีบาตไปตามจุดชีพจรต่างๆของร่างกาย พร้อมกับดูดซับลมปราณจากนอกร่างมาแปรเปลี่ยนเป็พลังปราณวายุอัสนีบาตอย่างต่อเนื่องดั่งน้ำไหลลงคลองไม่มีขาดสาย
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม ปัง! เสียงดังจากภายในจุดตันเถียน กำลังภายในของเฮยหลงทะลุระดับชั้นวิถีปราณขั้นที่ 1 เฮยหลงยังคงดูดซับพลังปราณมาหลอมแปรและโคจรไปยังจุดชีพจรทั่วร่างอย่างต่อเนื่อง
ฟ้าเริ่มมืดหลิวเตี้ยนมองเฮยหลงห่างออกไปราว 10 จิ้ง ััได้ถึงพลังระดับวิถีปราณขั้นที่ 1 แต่เฮยหลงไม่ทีท่าว่าจะหยุดลงหลิวเตี้ยนจึงก่อกองไฟนั่งรักษาความปลอดภัยอยู่ห่างๆ
แสงแดดอ่อนๆฉายลงมา เฮยหลงลืมตาขึ้น ห่างออกไปเห็นหลิวเตี้ยนยืนมองอยู่ เขาจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปหา
" ท่านลุงหลิวตอนนี้ข้าบรรลุถึงระดับชั้นวิถีปราณขั้นสาม่ปลายแล้วแต่ไม่ว่าข้าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถทะลุถึงขั้นที่สี่ได้เลย ว่าแต่ข้าใช้เวลาไปนานเท่าใดหรือครับ " เฮยหลงเอ่ยถาม
" สามวัน เ้าใช้เวลาเพียงสามวันบรรลุถึงระดับชั้นวิถีปราณขั้นที่สาม ในประวัติศาสตร์แผ่นดินตี้โจวของเราไม่เคยมีบุคคลใดฝึกฝนได้รวดเร็วขนาดนี้ และสาเหตุที่เ้าไม่สามารถทะลุถึงระดับขั้นที่สี่ได้นั้นก็เพราะ ขั้นที่ 4 ถือว่าอยู่ในขอบขั้น่กลาง จำเป็ต้องฝึกกระบวนท่าและวิชาตัวเบาควบคู่กันไปด้วย ถึงจะทะลุระดับขั้นที่ 4 ต่อไปได้ " หลิวเตี้ยนกล่าวอธิบาย
" แล้วข้าควรเริ่มอย่างใดก่อนดีครับท่านลุง " เฮยหลงเอ่ยถาม
" ในคัมภีร์เล่มที่ 2 และ 3 มีคำอธิบายอยู่ เ้าจงตั้งใจฝึกฝนคัมภีร์ทั้งสองเล่มนี้ควบคู่กันไป ในชั้นวิถีปราณเ้ายังไม่สามารถปลดปล่อยพลังภายในออกมาผสานกับกระบวนท่าและวิชาตัวเบาได้ ทำได้เพียงฝึกกระบวนท่าและวิชาตัวเบาด้วยร่างกายเท่านั้น เอาหละลุงย่างเนื้อไก่ป่าไว้ ไปกินซะเถอะ จะได้อาบน้ำอาบท่า เสร็จแล้วมาหาลุง "
เมื่อเฮยหลงกินไก่ย่างและอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยจึงได้เดินเข้าไปหาหลิวเตี้ยน หลิวเตี้ยนส่งดาบเหล็กให้เฮยหลงสองเล่ม ลักษณะเป็ดาบคาตานะไม่มีโกร่งดาบด้ามทำจากไม้สีดำ ใบดาบสีเงินยาวประมาณเกือบๆ 3 ฉื่อ
" ดาบสองเล่มนี้ลุงมอบให้เ้าไว้ใช้ร่วมกับการฝึกวิชาในคัมภีร์เล่มที่สอง " หลิวเตี้ยนกล่าวพร้อมยื่นดาบให้กับเฮยหลง
" ดาบช้ันวิถีปราณระดับสูง หลงเอ๋อขอบพระคุณท่านลุงมากครับ ข้าจะตั้งใจฝึกฝนไม่ทำให้ท่านลุงผิดหวัง " เฮยหลงรับดาบมาพร้อมกล่าวขอบคุณ
คัมภีร์เล่มที่สองเป็วิชากระบวนท่า วิชาดาบวายุอัสนีบาต มีทั้งหมด 9 กระบวนท่า ในบทวิถีปราณฝึกได้เพียง 2 กระบวนท่าเท่านั้น เฮยหลงอ่านบทวิถีปราณของวิชาดาบวายุอัสนีบาตจนจำได้ขึ้นใจ จึงเริ่มฝึกฝนกระบวนท่าแรก วายุอัสนีบาตผยอง !
ผ่านไปอีกสัปดาห์เฮยหลงฝึกกระบวนท่า วายุอัสนีบาตผยอง ได้ถึงระดับบรรลุส่วนใหญ่แล้ว หลิวเตี้ยนซึ่งมองดูอยู่ห่างๆจึงได้บอกให้หยุดก่อน
" เ้าฝึกกระบวนท่า วายุอัสนีบาตผยองได้ถึงระดับบรรลุส่วนใหญ่แล้ว หยุดเอาไว้เท่านี้แล้วไปฝึกวิชาตัวเบาก่อน เสร็จแล้วจึงใช้วิชาตัวเบามาฝึกควบคู่กับกระบวนท่าจะได้ผลดีกว่า "
คัมภีร์เล่มที่สามเป็วิชาตัวเบา คือ วิชาัอัสนีบาตทะยานเมฆา เน้นด้านความเร็ว และท่าร่างที่ใช้ร่วมกับวิชาดาบวายุอัสนีบาต วิชาัอัสนีบาตทะยานเมฆา ไม่ได้แบ่งออกเป็ 7 บทเหมือนกับสองวิชาก่อนหน้านี้ขอเพียงแค่เฮยหลงฝึกวิชานี้ได้ถึงขั้นสำเร็จเมื่อพลังภายในของเฮยหลงทะลุระดับชั้นใหญ่ประสิทธิภาพของวิชาตัวเบาัอัสนีบาตทะยานเมฆาก็จะเพิ่มขึ้นตามระดับพลังภายในไปด้วย ดังนั้นเฮยหลงจึงตั้งใจว่าต้องฝึกวิชานี้ให้สำเร็จขณะที่พลังภายในของเขาอยู่ในระดับชั้นวิถีปราณ
หน่วยวัดของจีน
1 ชุ่น เท่ากับ 1 นิ้ว
1 ฉื่อ เท่ากับ 10 นิ้ว
1 จิ้ง ประมาณ 3.3 เมตร
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร