THE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1)

    บทที่ 36 สุสานผีดิบ (ท่อนที่2)


                    ขึ้นชื่อว่าเป็นสุสานก็ย่อมต้องเป็นที่ฝังคนตาย  หรือไม่ก็เป็นที่เผาศพอย่างใดอย่างหนึ่ง แถมมันก็ไม่ค่อยจะน่าอภิรมย์นักหากใครจะมาทำกิจกรรมอะไรในที่แบบนี้  อย่างเช่นมานั่งปิคนิคสังสรรค์กัน  หรืออ่านหนังสือเรียน   ซึ่งอันหลังนี่เห็นทีจะมีสมาธิยากเพราะบรรยากาศที่อึมครึม แล้วรายล้อมไปด้วยกลิ่นอายของความสยองมันรังควานอยู่ทุกวินาที  แต่มันไม่ใช่สำหรับเกมส์เซียออนไลน์   ที่นี่เราสามารถเห็นผู้เล่นหลากหลายอาชีพ  พากันมาหัวเราะคิกคักในขณะที่มือก็ถือดาบบ้าง  มีดบ้าง ไม้เท้ารูปร่างแปลก ๆ บ้าง กวัดแกว่งปล่อยทักษะกันตูมตามใส่เหล่าผีดิบอย่างมีความสุข  ท่ามกลางวิวหลุมศพหลากหลายขนาดที่กระจายโดยทั่วสุสานแห่งนี้

                    “น่าเบื่อจัง”     

                    ผมบ่นออกมาเบา ๆ  ขณะที่กำลังนั่งรอบอสใหญ่ของสุสานผีดิบมาได้พักใหญ่แล้ว   และตอนนี้ผมก็มองดูกลุ่มผู้เล่นกลุ่มหนึ่งกำลังรุมกำจัดผีดิบที่น่าสงสาร2–3 ตัวอย่างไม่ปราณี    ส่วนเทลเลอร์นั้นผมใช้ให้ไปซื้ออะไรมากินระหว่างที่รอเวลา  ซึ่งมันเหลืออีกประมาณ  30 นาทีกว่าบอสที่ว่าจะออกมา

                    “ไคน์หาไรเล่นกันดีกว่ามั๊ย  อย่างเช่นถ้าผมขว้างกระดูกไป  แกก็วิ่งไปเก็บโอเคนะ”     ผมหันไปเหน็บแนมกับผู้ติดตามเผ่าพันธุ์หมาป่าเป็นการฆ่าเวลา  ซึ่งมันก็นั่งหน้าเบื่อโลกไม่ต่างจากผม

                    “งั้นรอบที่สองข้าจะเป็นคนขว้าง  แล้วเจ้านายก็คาบกลับมาตกลงมั๊ย”     ผมทำหน้าเบ้เมื่อมันเหน็บผมกลับ  

                    “มีสักครั้งมั๊ยที่แกจะทำตัวเป็นสุนัขเชื่องๆ เนี้ย”

                    “แล้วมีสักครั้งมั๊ยที่เจ้านายข้าจะเลิกทำตัวติ๊งต๊องซักที”     แล้วผมก็ย่นหน้าอย่างเซ็ง ๆ    และตัดสินใจแล้วว่าจะยุติการกัดผู้ติดตามตัวเองแต่เพียงเท่านี้  ก่อนจะเบือนหน้าไปทางเวียร่า  ที่กำลังนั่งหน้าบานมองดูผมกับไคน์ปะทะคารมกัน

                    “ข้าชอบเวลาที่ไคน์กับนายท่านเถียงกันจัง มันทำให้รู้สึกเหมือนเรากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน  ตอนที่นายท่านรับข้าเป็นผู้ติดตามใหม่ ๆ   ตอนนั้นนายท่านก็เถียงไคน์แบบนี้ข้าจำได้”    เวียร่าพูดไปด้วยยิ้มไปด้วยจนผมรู้สึกเอ็นดูราวกับว่าเธอเป็นน้องสาวคนหนึ่ง

                    “แต่บ่อย ๆ ก็ไม่ค่อยดีนะ เพราะเจ้าหมานี่มันไม่ค่อยรับมุขน่ะ”       ประโยคหลังผมแอบก้มหน้าเข้าใกล้เวียร่าแล้วกระซิบที่ข้างหู   ซึ่งเธอก็หัวเราะน้อย ๆ ทันทีที่ได้ยิน   ส่วนผู้ที่ถูกนินทานั้นก็แค่ทำท่าคิ้วกระตุก  เหมือนกับเจออะไรบางอย่างที่ทำให้หงุดหงิดก็เท่านั้น

                    “ข้าได้ยินนะ”        ในที่สุดไคน์ก็กัดฟันพูดออกมา  ซึ่งมันทำให้ผมถึงกับหัวเราะขึ้นมาทันที  ก่อนจะเอามือจับหัวเจ้าไคน์เบา ๆ  แล้วยีมันแรง ๆ จนผมที่ปกติก็ยุ่งอยู่แล้วของมันก็ฟูขึ้นไปอีกเมื่อโดนผมทำแบบนี้

                    “พอแล้ว”     มันเบี่ยงศีรษะออกให้พ้นมือผม  เมื่อผมเพิ่มความแรงในการยีขึ้น   ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่มีผู้เล่น3 คนเดินเข้ามาหาทางที่ผมนั่งอยู่

                    “เออ...พี่ชายครับ  จะเป็นไรมั๊ยถ้าพวกเราจะชวนพี่เข้าปาร์ตี้”    

                    ผมหันไปตามเสียเรียก  ก็พบว่าเป็นผู้เล่นชายอายุก็คงจะประมาณ 16  ปีเห็นจะได้กล่าวออกมา     ข้าง ๆ เขานั้นตามติดมาด้วยผู้เล่นอีกสองคนที่เป็นผู้หญิง  ซึ่งดูแล้วงคงจะอายุมากกว่าประมาณ  3-4  ปี  พวกเธอสองคนก็กำลังจ้องมองพวกผมด้วยเช่นกัน  โดยเฉพาะไคน์ที่ดูเหมือนคุณเธอจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ   ก็แน่ล่ะเจ้าหมาบ้านี่หน้าตาอย่างกับดารา  ตอนที่อยู่เมืองวอร์กโรดนั้นยอมรับว่าดูไม่ออกหรอกว่าหน้าตามันดี   แต่พอขัดสีฉวีวรรณหน่อยมันก็สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลดีๆ นี่เอง   ไม่รู้ว่าฝ่ายออกแบบคิดยังไงกันนะถึงให้มันหน้าตาดีอย่างนี้   เห็นแล้วอดน้อยใจในตัวเองทุกที

                    “เอาสิ...กำลังเบื่อ ๆอยู่พอดี”    

                    หลังจากที่นั่งคิดอยู่นานผมก็ตอบออกไป  ซึ่งทำให้พวกเขายิ้มร่าทันที และสักพักผมก็เห็นผู้เล่นชายคนนั้นกดอะไรบางอย่างกับหน้าตาระบบ และเพียงรู้เดียวก็ปรากฏหน้าต่างโปร่งแสงเด้งขึ้นตรงหน้าของผม  ซึ่งในนั้นมันเป็นข้อความให้ตอบตกลงเข้าร่วมปาร์ตี้

                    “เรียบร้อย”      ผมบอก และก็เป็นขณะเดียวกับที่พวกเขาแนะนำตัวเองขึ้นมา

                    “ผมชื่อนิกกี้นะครับ”   ผู้เล่นฝ่ายชายแนะนำตัวก่อนเป็นคนแรก  “ส่วนนี่เจน กับ มายครับ”   จากนั้นก็ผายมือไปทางผู้เล่นหญิงที่อยู่ข้างหลัง โดยที่หญิงสาวที่มีผมซอยสั้นประบ่านั้นคือชื่อแรก  และอีกคนที่มีผมสีน้ำตาลเข้มยาวเกือบถึงกลางหลังคือชื่อที่สอง

                    “ยินดีที่ได้รู้จักละกัน  เรียกพี่ว่าเควินก็ได้  ส่วนนี่ผู้ติดตามของพี่...”  ผมชี้ไปทางเจ้าหมาขี้เรื้อนเป็นตัวแรก  ก่อนจะผายมือไปทางผู้ติดตามที่เป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งของผม   “ชื่อไคน์กับเวียร่า”

                    “ครับพี่เควิน  ถ้ายังไงเราไปตีผีดิบกันทางนั้นดีกว่านะครับ”    นิกกี้ชี้มือไปทางที่มีผีดิบอยู่กลุ่มหนึ่งที่อยู่ทางด้านซ้ายของผม  ซึ่งยังไม่มีผู้เล่นคนไหนไปจัดการ

                    “ไปสิ”  ผมกล่าวแล้วลุกขึ้นยืนก่อนเดินตามพวกของนิกกี้ไป  โดยมีไคน์กับเวียร่าเดินตามอยู่ข้างหลัง

                    “พี่เควินเล่นอาชีพอะไรหรือครับ”       นิกกี้ถามขึ้นมา  จากนั้นก็หยุดเดินโดยทิ้งระยะห่างจากผีดิบพวกนั้นไปประมาณ2 เมตร

                    “นักดาบ”    ผมตอบก่อนจะเปิดหน้าต่างเก็บไอเทมขึ้นมา  แล้วหยิบการ์ดดาบมังกรพิโรธไว้ในมือ  แต่ยังไม่คลายผนึก

                    “อาชีพเดียวกับผมเลย  ส่วนเจนมีอาชีพหมอ   และมายก็เล่นอาชีพนักธนู  ถ้ายังไงเดี๋ยวผมจะล่อมันมาสัก 2-3ตัวนะครับ  แล้วเราเป็นคนชนกัน  จากนั้นก็ให้มายสนับสนุน ส่วนเจนก็คอยใช้มนต์เพิ่มเลือดกับพลังออร่าให้เรานะครับ”    ผมพยักหน้าให้ตามคำพูดของนิกกี้ก่อนจะหันไปทางไคน์กับเวียร่าแล้วกระซิบเบาๆ  แต่ดังพอที่จะให้ผู้ติดตามทั้งสองได้ยินถนัด

                    “นี่...ไคน์...เวียร่าเดี๋ยวช่วยฆ่าผีดิบแทนผมทีนะ  ระดับคงไม่เกิน 9 หรอก  ลำพังพวกเธอสองคนก็เอาอยู่แล้ว”

                    “ค่ะ...นายท่าน”

                    “ได้...เจ้านาย”

                    ผมยิ้มให้กับคำตอบรับของผู้ติดตามตัวเองทีหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางนิกกี้ที่ดูเหมือนจะมองพวกผมอย่างแปลก ๆ   แต่ก็เพียงแค่เดี๋ยวเดียวเขาก็ละความสนใจ  ก่อนจะหยิบดาบออกมาจากหน้าต่างเก็บไอเทม  แล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าหาผีดิบกลุ่มนั้น  ที่กำลังกระโดดเด้งดึ๋งไปมา  โดยมียันต์สีแดงที่เขียนด้วยอักษรจีนแปะที่หน้าผาก

                    “มาแล้วครับ”   นิกกี้ให้สัญญาณพร้อมกับล่อผีดิบมาได้ 3  ตัว    และทันทีที่เขามาถึงจุดที่ผมยืนอยู่ ทั้งไคน์กับเวียร่าก็ตรงรี่เข้าไปจัดการทันทีอย่างรวดเร็ว  โดยที่นิกกี้ เจนและมาย ยังไม่ได้ทันทำอะไรด้วยซ้ำ

                    ทักษะเผ่าพันธุ์     อาณาเขตศูนย์องศา

                    เวียร่าเปิดใช้อาณาเขตก่อน เธอขยายวงแหวนเวทย์สีฟ้าที่ใต้ฝ่าเท้าให้มีขนาดพอครอบคลุมผีดิบสามตัวนั้น   ก่อนจะใช้อาณาเขตทันที ซึ่งทำให้ผีดิบสามตัวที่โชคร้ายถูกน้ำแข็งเกาะกุมจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็งสามก้อนในบันดล

                    ทักษะเผ่าพันธุ์     กระชากเหยื่อ

                    ไคน์พุ่งเข้ามาพร้อมกับกรงเล็บสีเงินวาวที่งอกออกมาจากหลังมืออย่างรวดเร็ว  ก่อนผู้ติดตามเผ่าพันธุ์หมาป่าของผม  จะยกมือขึ้นไว้เหนืออกแล้ววาดออกเป็นรูปกากบาท บังเกิดเป็นคลื่นพลังปะทะก้อนน้ำแข็งผีดิบตัวหนึ่งจนแตกละเอียดในทันที   ก่อนจะกลายเป็นแสงสีขาวหายไป...

                    ทักษะเผ่าพันธุ์      ตะปบเหยื่อ

                    ร่างของเจ้าหมาบ้าลอยคว้างกลางอากาศ  จากการดีดตัวเองขึ้นไปจากนั้นก็พลิกหมุนตีลังกากลับหน้า  พร้อม ๆ กับสร้างกรงเล็บโปร่งแสงขึ้นมาด้วยพลังออร่า  แล้วฟาดลงตรงที่ก้อนน้ำแข็งผีดิบที่อยู่ถัดจากตัวที่สังหารไปครั้งแรกอย่างรุนแรง

                ตูม!

                    เสียงก้อนน้ำแข็งที่ข้างมีผีดิบอยู่แตกกระจาย  แต่ไคน์ก็ไม่ได้อยู่รอดูผล  มันร่อนลงบนพื้นแล้วซัดทักษะกระชากเหยื่ออีกครั้งใส่ผีดิบที่เป็นก้อนน้ำแข็งตัวสุดท้าย  จนแตกกระจายแล้วกลายเป็นแสงสีขาวหายไปในที่สุด   จากนั้นทั้งไคน์และเวียร่าก็กระโจนหากลุ่มผีดิบกลุ่มต่อไป   แล้วเริ่มมหกรรมกำจัดผีดิบทีละตัว ๆ   โดยมีพวกของนิกกี้ที่มองกันอย่างตาค้าง  ในขณะที่ผมกลับยิ้มอย่างพอใจที่ผู้ติดตามตัวเองสามารถกำจัดมอนเตอร์ระดับ8-9  ได้อย่างสบาย ๆ   

                ตูม!

                    เสียงเวียร่าระเบิดทักษะฝนน้ำแข็งพิโรธใส่ผีดิบตัวหนึ่ง  แต่มันกลับไม่ยักกะตายทันที  เธอจึงซัดทักษะเดิมอีกครั้งใส่มัน  นั่นแหละจึงทำให้ผีดิบเคราะห์ร้ายตัวนั้นกลายเป็นแสงไป   

                    “อืม!”  

                    ผมครางในลำคอเบา ๆ   เมื่อมองการต่อสู้ของเวียร่า ซึ่งอันที่จริงก็ทำได้ดีแล้วล่ะสำหรับระดับ  7 อย่างเธอ  เพราะคู่ต่อสู้เป็นถึงระดับ  9 การจะโจมตีให้ตายในทีเดียวคงจะเป็นไปไม่ได้  และผมก็มองว่าทักษะที่เวียร่ามีส่วนใหญ่  ก็เป็นการสนับสนุนมากกว่าจะใช้ต่อสู้เดี่ยว ๆ

                    “เวียร่าเธอคอยช่วยไคน์ก็พอ”       ผมตะโกนออกไป  ซึ่งทางเวียร่าเองก็พยักหน้ารับก่อนจะเปลี่ยนทิศทางมุ่งเข้าหาไคน์พร้อมกับใช้ทักษะอาณาเขตศูนย์องศาอีกครั้ง  เพื่อแช่แข็งผีดิบพวกนั้น  จากนั้นก็ให้ไคน์รับหน้าที่ปิดฉากตอนจบ

                    “เอาล่ะ....ตาเราออกโรงมั่ง”     ผมพูดกับตัวเองอย่างนึกสนุก  โดยไม่ได้ดูใบหน้าของผู้ร่วมปาร์ตี้ ที่ตอนนี้อ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปสร้างรังได้แล้ว

                    “จงขานรับเสียงของข้า  คลายผนึก การ์ดดาบมังกรพิโรธ”

                    สิ้นเสียงของผมด้ามดาบมังกรพิโรธก็ผุดยื่นออกมาจากห้วงมิติที่บิดเบี้ยวตรงหน้า  ซึ่งผมก็คว้าไปจับดึงออกมาทันที  ก่อนจะกระโจนเข้าไปร่วมวงกับไคน์และเวียร่า    ท่ามกลางเสียงก่นด่าของเจ้าดาบปากมาก  ที่มักจะร่ายยาวอย่างหนวกหูเป็นประจำทุกครั้งที่ถูกปลดผนึก

                    “เจ้าคนไร้มารยาท  อย่าให้ข้าคืนร่างเดิมนะ  ข้าจะเหยียบเจ้าให้แบนเลยคอยดู”    

                    “เงียบไปเลยนะเจ้าดาบปากเน่า วันนี้อุตส่าห์ตั้งใจมาเก็บค่าประสบการณ์ให้โดยเฉพาะ   ฉะนั้นช่วยอยู่เงียบ ๆ หน่อย”

                    “ข้าไม่ได้ขอให้ช่วยนะ  ลำพังผู้สูงศักดิ์อย่างข้าก็สามารถเก็บค่าประสบการณ์เองได้  ไม่จำเป็นต้องให้คนเสียมารยาทอย่างเจ้ามาช่วยหรอก”

                    “น้อย ๆ หน่อยเจ้าดาบปากไม่มีหูรูด  ถ้าไม่ใช่ว่าพลังโจมตีของแกตอนนี้มันน้อยนิด  จนฟันไม้ท่อนหนึ่งไม่เข้านะ  ผมก็ไม่ลงทุนมาเก็บให้หรอก”

                    “หนอย!....นี่เจ้าว่าข้ามีพลังโจมตีน้อยงั้นเรอะ เจ้านี่มันไม่รู้อะไรเมื่อก่อนข้าน่ะ....บลาๆๆๆ”    

                    จากนั้นเจ้าดาบก็พล่ามประวัติส่วนตัวในอดีตของมันอย่างยืดยาว   แต่ผมก็คร้านจะฟังจนต้องปล่อยดาบออก  แล้วบังคับมันด้วยพลังออร่าแทน  ซึ่งแน่นอนว่าผมสั่งให้มันลอยไปไกล ๆ หูอยู่แล้ว   ก่อนจะตะโกนบอกอะไรบางอย่างกับผู้ติดตามตัวเอง

                    “ไคน์...เวียร่า…ช่วยต้อนผีดิบมาตรงที่ผมอยู่หน่อย แต่เว้นตัวที่มีผู้เล่นกำลังสังหารอยู่นะ”

                    “ค่ะ...นายท่าน”

                    “ได้”

                    ทั้งสองตอบรับแล้วแยกกันไปคนละทาง  จากนั้นก็เริ่มไล่ผีดิบที่กำลังโดดกันดิ๋ง ๆ  ให้เข้าหาผมทีละนิด  จากหนึ่งตัว เป็นสองตัว  สามตัวแล้วกลายเป็นสิบ  ยี่สิบอย่างรวดเร็ว จนผู้เล่นที่อยู่โดยรอบเริ่มมองมาที่ผมอย่างสงสัย   แล้วกลายเป็นถอยห่างไปในที่สุด เลยกลายเป็นว่าผีดิบทั้งหลายถูกไคน์กับเวียร่า  ต้อนมาทางผมจนเกือบจะหมดสุสานอยู่แล้ว

                    “ประมาณ 50  กว่าตัว”      ผมกะประมาณผีดิบที่เห็น   ซึ่งแต่ละตัวนั้นระดับก็คงอยู่ราว 8-9แน่นอน  และระดับนี้นั้นสำหรับผู้เล่นชั้นไดม่อน  ระดับ 100 ขึ้นอย่างผมแล้ว   มันก็เป็นแค่ฝูงมดไว้ให้เหยียบเล่นแค่นั้นเอง

                    ทักษะเผ่าพันธุ์   กายาเพลิง

                    ผมเปิดใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ก่อนเป็นอันดับแรก  จนร่างของผมตอนนี้ก็ลุกท่วมไปด้วยไฟ  จากนั้นจึงตามติดด้วยทักษะปีกอัคคีเพื่อส่งตัวเองให้บินลอยกลางอากาศ  ก่อนจะปิดท้ายด้วยทักษะไฟทมิฬ ที่ทำให้เปลวอัคคีที่ลุกท่วมตัวผมกลายเป็นสีดำไปในทันที

                    ทักษะเผ่าพันธุ์    อาณาเขตอัคคี

                    วงแหวนอักขระโบราณสีแดงเจิดจรัส บังเกิดขึ้นใต้เท้าของเหล่าผีดิบเหล่านั้นในทันที  หลังจากที่ผมเปิดใช้ทักษะเสร็จ จากนั้นผมจึงขยายมันให้ใหญ่พอจะครอบคลุมผีดิบทั้ง  50  กว่าและ....

                    “อาณาเขตทำงาน”

                วิ้ง!   พรึบ!

                    สิ้นเสียงของผมอักขระสีแดงที่ถูกเขียนอยู่บนวงแหวนเวทย์ก็เปล่งแส่งประกายจ้า จากนั้นเปลวไฟสีแดงอันร้อนระอุก็ลุกพรึ่บเผาร่างของผีดิบเหล่านั้นทันที   เป็นผลให้พวกมันถึงกับร้องโหยหวน   แล้วดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวด  ก็แน่ล่ะขึ้นชื่อว่าผีดิบก็ต้องไม่ถูกกับไฟเป็นของธรรมดา

                    “เผาก่อนนะ  เดี๋ยวค่อยนิมนต์พระมาสวดมาติกาให้”    ผมพูดติดตลกก่อนจะวาดมือเบา ๆ   บังคับดาบให้ลอยอยู่เหนือพวกผีดิบเหล่านั้นแล้วปิดฉากด้วยทักษะทันที

                    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา  ขั้นที่ 2 คมดาบตราอสูร

                    พลังออร่าเริ่มทะลักออกจากร่างของผม  ก่อนจะไหลเข้าไปรวมตัวกันที่ดาบมังกรพิโรธ แล้วแปรเปลี่ยนเป็นดาบโปร่งแสงขนาดใหญ่สามเล่มที่เรียงซ้อนกัน   และชั่วพริบตานั้นเองมันก็ฟาดอย่างรุนแรงลงบนฝูงมอนเตอร์ผีดิบอย่างรวดเร็ว

                ตูม!

                ‘ผู้เล่นเควินสังหารมอนสเตอร์ผีดิบ  เป็นจำนวน 57  ตัว  ได้รับไอเทมดังนี้ค่ะ ....บลา ๆๆๆ....’

                    ผมได้ยินเสียงระบบแจ้งบอกถึงรายละเอียด  แต่ค่าประสบการณ์ที่ฟังตอนท้ายนั้น  มันน้อยนิดซะจนผมแทบไม่อยากสนใจ  ก็แน่ล่ะผมอยู่ชั้นไดม่อนแล้ว  ให้มาฆ่ามอนเตอร์ระดับ 8-9มันก็เท่ากับมาเขี่ยดินดี ๆ นี้เอง แล้วอีกอย่างผมก็อยู่ในปารตี้ด้วยดังนั้นค่าประสบการณ์ที่ได้มันก็ต้องหารอยู่แล้ว

                วูบ!

                    ผมคลายทักษะทั้งหมดออก  แล้วปิดผนึกดาบมังกรพิโรธเพื่อไม่ให้มันบ่นหนวกหูนอกเรื่อง  จากนั้นก็โยนมันมันเข้าไปในหน้าต่างเก็บไอเทม   ก่อนจะร่อนลงมาอยู่บนพื้นแล้วเดินเข้าหาพวกของนิกกี้ที่ยังคงทำท่าเดิมอยู่  นั่นก็คือยืนทำตาเบิกกว้างแล้วอ้าปากค้าง   ซึ่งแน่นอนว่าผู้เล่นคนอื่น ๆ ก็ทำท่าทางไม่ต่างกัน  หลังจากเห็นการกวาดล้างผีดิบของผมเมื่อครู่

                    “ถึงขั้นล้างป่าช้าเลยเรอะ”     เป็นนิกกี้ที่พูดออกมาหลังจากที่ผมมาถึง

                    “ก็นะถือว่าพี่ช่วยแล้วกัน  คงจะขึ้นหลายระดับเลยสิ”    ผมตอบแบบสบาย ๆ   แต่รู้สึกเหมือนจะได้รับสายตาที่มองผมเหมือนกับตัวประหลาดกลับมาแทน

                    “ใช่ครับ  ตั้ง 6 ระดับแน่ะ”    นิกกี้ตอบก่อนจะเริ่มมองผมอย่างไม่ไว้ใจ “พี่เควินอยู่ชั้นอะไรกันแน่ครับ”

                    “ไม่ได้ดูระดับพี่ในรายชื่อปาร์ตี้เหรอ  พี่นึกว่ารู้แล้วซะอีก”       ผมกล่าวจบ ก็เห็นมายรีบกุลีกุจอเปิดหน้าต่างรายชื่อปาร์ตี้ขึ้นมาดูทันที  ก่อนกลับมาอยู่ในโหมดเดิมอีกครั้ง  นั่นก็คืออาการตกใจอ้าปากค้าง

                    “ชะ...ชั้นไดม่อน”     มายพูดเสียงตะกุกตะกัก ซึ่งนั่นทำให้เจนกับนิกกี้ติดเชื้ออาการตกใจอ้าปากค้างอีกครั้ง

                    “ใช่... ทำไมเหรอ”   ผมถามแบบใสซื่อราวกับว่าชั้นไดม่อนที่ตัวเองอยู่ในขณะนี้มันเกลื่อนตลาดมากมาย

                    “ไม่ทำไมหรอกครับ...แต่ชั้นนี้น่ะพวกเราที่อยู่ชั้นซิลเวอร์หรือชั้นไอร่อน  ไม่ค่อยได้จะเห็นมาเตร็ดเตร่แถวนี้หรอกครับ  อีกอย่างผู้เล่นที่อยู่ระดับชั้นเนี้ย   ซึ่งอย่าว่าแต่ชั้นไดม่อนเลยขนาดชั้นโกลด์ก็แทบจะหายากแล้ว  ถ้าไม่นับพวกที่ติดอันดับของเกมส์นะ”     ผมยิ้มให้กับคำตอบของนิกกี้ก่อนจะกล่าวอะไรบางอย่างขึ้นมา

                    “ฟังนะนิกกี้...ถ้าพวกเธอขยันตีมอนสเตอร์กับทำภารกิจละก็  ชั้นไดม่อนน่ะก็ไม่ใช่ลำดับชั้นที่ไปถึงยากหรอก    แล้วที่พวกเธอไม่ค่อยเห็นผู้เล่นที่อยู่ระดับสูง ก็เพราะว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ยึดติดกับคำว่าไอเทมเกินไป  พวกเขาคิดว่าถ้ามีไอเทมดีก็จะเก่งขึ้น  หรือมีทักษะแรง ๆ ก็จะเทพขึ้น  แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย  คนเราจะเก่งหรือไม่เก่ง  จะเทพหรือไม่เทพมันอยู่ที่ความพยายามต่างหาก   พี่น่ะกว่าจะอยู่ระดับนี้ได้ก็ต้องฝ่าฟันมาเยอะ และทุกอย่างที่ประสบมามันก็เป็นองค์ประกอบอันดีที่ทำให้พี่เก่งขึ้นมาได้  จำไว้นะนิกกี้....เจน   และก็มาย...”      ผมหยุดช่วงพูดแล้วไล่สายตามองดูผู้เล่นทั้งสามคนทีละคนที่กำลังมองผมอย่างทึ่งๆ

                    “ไม่มีทางลัดสำหรับผู้แข็งแกร่งหรอก”

                    “สุดยอด...พี่เท่ห์ที่สุดเลยค่ะ”    เป็นเจนที่หลุดคำพูดออกมา ก่อนจะมองผมด้วยตาที่เป็นประกายอย่างนับถือ  แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรกันอีกก็มีเสียงระบบดังกระหึ่มทั่วสุสาน  ซึ่งแน่นอนว่าผู้เล่นทุกคนได้ยินกันหมด

                ‘ระบบขอประกาศเนื่องจากผู้เล่นเควินสังหารเหล่ามอนสเตอร์ผีดิบไปเป็นจำนวนมาก   ทำให้ผู้อาวุโสแห่งผีดิบทั้ง  3 ตัวโกรธเคือง  จึงได้ออกมาอาละวาดก่อนเวลาที่กำหนด 

                ทางระบบขอแจ้งให้ผู้เล่นที่ไม่ประสงค์จะกำจัดบอสผีดิบ  กรุณาถอยห่างจากสุสานผีดิบด้วย  และหากผู้เล่นท่านใดที่ถูกฆ่าตายโดยผู้อาวุโสผีดิบจะถูกลดระดับลง1 ระดับ   สูญเสียเงินเซียเป็นจำนวน  50,000 เซีย  และใช้เวลาเกิดใหม่  3 ชั่วโมงค่ะ’

     

    @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

     

    คล้ายกับเรื่องTHE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1) ที่คุณอ่าน