ขึ้นชื่อว่าเป็นสุสานก็ย่อมต้องเป็นที่ฝังคนตาย หรือไม่ก็เป็นที่เผาศพอย่างใดอย่างหนึ่ง แถมมันก็ไม่ค่อยจะน่าอภิรมย์นักหากใครจะมาทำกิจกรรมอะไรในที่แบบนี้ อย่างเช่นมานั่งปิคนิคสังสรรค์กัน หรืออ่านหนังสือเรียน ซึ่งอันหลังนี่เห็นทีจะมีสมาธิยากเพราะบรรยากาศที่อึมครึม แล้วรายล้อมไปด้วยกลิ่นอายของความสยองมันรังควานอยู่ทุกวินาที แต่มันไม่ใช่สำหรับเกมส์เซียออนไลน์ ที่นี่เราสามารถเห็นผู้เล่นหลากหลายอาชีพ พากันมาหัวเราะคิกคักในขณะที่มือก็ถือดาบบ้าง มีดบ้าง ไม้เท้ารูปร่างแปลก ๆ บ้าง กวัดแกว่งปล่อยทักษะกันตูมตามใส่เหล่าผีดิบอย่างมีความสุข ท่ามกลางวิวหลุมศพหลากหลายขนาดที่กระจายโดยทั่วสุสานแห่งนี้
“น่าเบื่อจัง”
ผมบ่นออกมาเบา ๆ ขณะที่กำลังนั่งรอบอสใหญ่ของสุสานผีดิบมาได้พักใหญ่แล้ว และตอนนี้ผมก็มองดูกลุ่มผู้เล่นกลุ่มหนึ่งกำลังรุมกำจัดผีดิบที่น่าสงสาร2–3 ตัวอย่างไม่ปราณี ส่วนเทลเลอร์นั้นผมใช้ให้ไปซื้ออะไรมากินระหว่างที่รอเวลา ซึ่งมันเหลืออีกประมาณ 30 นาทีกว่าบอสที่ว่าจะออกมา
“ไคน์หาไรเล่นกันดีกว่ามั๊ย อย่างเช่นถ้าผมขว้างกระดูกไป แกก็วิ่งไปเก็บโอเคนะ” ผมหันไปเหน็บแนมกับผู้ติดตามเผ่าพันธุ์หมาป่าเป็นการฆ่าเวลา ซึ่งมันก็นั่งหน้าเบื่อโลกไม่ต่างจากผม
“งั้นรอบที่สองข้าจะเป็นคนขว้าง แล้วเจ้านายก็คาบกลับมาตกลงมั๊ย” ผมทำหน้าเบ้เมื่อมันเหน็บผมกลับ
“มีสักครั้งมั๊ยที่แกจะทำตัวเป็นสุนัขเชื่องๆ เนี้ย”
“แล้วมีสักครั้งมั๊ยที่เจ้านายข้าจะเลิกทำตัวติ๊งต๊องซักที” แล้วผมก็ย่นหน้าอย่างเซ็ง ๆ และตัดสินใจแล้วว่าจะยุติการกัดผู้ติดตามตัวเองแต่เพียงเท่านี้ ก่อนจะเบือนหน้าไปทางเวียร่า ที่กำลังนั่งหน้าบานมองดูผมกับไคน์ปะทะคารมกัน
“ข้าชอบเวลาที่ไคน์กับนายท่านเถียงกันจัง มันทำให้รู้สึกเหมือนเรากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน ตอนที่นายท่านรับข้าเป็นผู้ติดตามใหม่ ๆ ตอนนั้นนายท่านก็เถียงไคน์แบบนี้ข้าจำได้” เวียร่าพูดไปด้วยยิ้มไปด้วยจนผมรู้สึกเอ็นดูราวกับว่าเธอเป็นน้องสาวคนหนึ่ง
“แต่บ่อย ๆ ก็ไม่ค่อยดีนะ เพราะเจ้าหมานี่มันไม่ค่อยรับมุขน่ะ” ประโยคหลังผมแอบก้มหน้าเข้าใกล้เวียร่าแล้วกระซิบที่ข้างหู ซึ่งเธอก็หัวเราะน้อย ๆ ทันทีที่ได้ยิน ส่วนผู้ที่ถูกนินทานั้นก็แค่ทำท่าคิ้วกระตุก เหมือนกับเจออะไรบางอย่างที่ทำให้หงุดหงิดก็เท่านั้น
“ข้าได้ยินนะ” ในที่สุดไคน์ก็กัดฟันพูดออกมา ซึ่งมันทำให้ผมถึงกับหัวเราะขึ้นมาทันที ก่อนจะเอามือจับหัวเจ้าไคน์เบา ๆ แล้วยีมันแรง ๆ จนผมที่ปกติก็ยุ่งอยู่แล้วของมันก็ฟูขึ้นไปอีกเมื่อโดนผมทำแบบนี้
“พอแล้ว” มันเบี่ยงศีรษะออกให้พ้นมือผม เมื่อผมเพิ่มความแรงในการยีขึ้น ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่มีผู้เล่น3 คนเดินเข้ามาหาทางที่ผมนั่งอยู่
“เออ...พี่ชายครับ จะเป็นไรมั๊ยถ้าพวกเราจะชวนพี่เข้าปาร์ตี้”
ผมหันไปตามเสียเรียก ก็พบว่าเป็นผู้เล่นชายอายุก็คงจะประมาณ 16 ปีเห็นจะได้กล่าวออกมา ข้าง ๆ เขานั้นตามติดมาด้วยผู้เล่นอีกสองคนที่เป็นผู้หญิง ซึ่งดูแล้วงคงจะอายุมากกว่าประมาณ 3-4 ปี พวกเธอสองคนก็กำลังจ้องมองพวกผมด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะไคน์ที่ดูเหมือนคุณเธอจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ ก็แน่ล่ะเจ้าหมาบ้านี่หน้าตาอย่างกับดารา ตอนที่อยู่เมืองวอร์กโรดนั้นยอมรับว่าดูไม่ออกหรอกว่าหน้าตามันดี แต่พอขัดสีฉวีวรรณหน่อยมันก็สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลดีๆ นี่เอง ไม่รู้ว่าฝ่ายออกแบบคิดยังไงกันนะถึงให้มันหน้าตาดีอย่างนี้ เห็นแล้วอดน้อยใจในตัวเองทุกที
“เอาสิ...กำลังเบื่อ ๆอยู่พอดี”
หลังจากที่นั่งคิดอยู่นานผมก็ตอบออกไป ซึ่งทำให้พวกเขายิ้มร่าทันที และสักพักผมก็เห็นผู้เล่นชายคนนั้นกดอะไรบางอย่างกับหน้าตาระบบ และเพียงรู้เดียวก็ปรากฏหน้าต่างโปร่งแสงเด้งขึ้นตรงหน้าของผม ซึ่งในนั้นมันเป็นข้อความให้ตอบตกลงเข้าร่วมปาร์ตี้
“เรียบร้อย” ผมบอก และก็เป็นขณะเดียวกับที่พวกเขาแนะนำตัวเองขึ้นมา
“ผมชื่อนิกกี้นะครับ” ผู้เล่นฝ่ายชายแนะนำตัวก่อนเป็นคนแรก “ส่วนนี่เจน กับ มายครับ” จากนั้นก็ผายมือไปทางผู้เล่นหญิงที่อยู่ข้างหลัง โดยที่หญิงสาวที่มีผมซอยสั้นประบ่านั้นคือชื่อแรก และอีกคนที่มีผมสีน้ำตาลเข้มยาวเกือบถึงกลางหลังคือชื่อที่สอง
“ยินดีที่ได้รู้จักละกัน เรียกพี่ว่าเควินก็ได้ ส่วนนี่ผู้ติดตามของพี่...” ผมชี้ไปทางเจ้าหมาขี้เรื้อนเป็นตัวแรก ก่อนจะผายมือไปทางผู้ติดตามที่เป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งของผม “ชื่อไคน์กับเวียร่า”
“ครับพี่เควิน ถ้ายังไงเราไปตีผีดิบกันทางนั้นดีกว่านะครับ” นิกกี้ชี้มือไปทางที่มีผีดิบอยู่กลุ่มหนึ่งที่อยู่ทางด้านซ้ายของผม ซึ่งยังไม่มีผู้เล่นคนไหนไปจัดการ
“ไปสิ” ผมกล่าวแล้วลุกขึ้นยืนก่อนเดินตามพวกของนิกกี้ไป โดยมีไคน์กับเวียร่าเดินตามอยู่ข้างหลัง
“พี่เควินเล่นอาชีพอะไรหรือครับ” นิกกี้ถามขึ้นมา จากนั้นก็หยุดเดินโดยทิ้งระยะห่างจากผีดิบพวกนั้นไปประมาณ2 เมตร
“นักดาบ” ผมตอบก่อนจะเปิดหน้าต่างเก็บไอเทมขึ้นมา แล้วหยิบการ์ดดาบมังกรพิโรธไว้ในมือ แต่ยังไม่คลายผนึก
“อาชีพเดียวกับผมเลย ส่วนเจนมีอาชีพหมอ และมายก็เล่นอาชีพนักธนู ถ้ายังไงเดี๋ยวผมจะล่อมันมาสัก 2-3ตัวนะครับ แล้วเราเป็นคนชนกัน จากนั้นก็ให้มายสนับสนุน ส่วนเจนก็คอยใช้มนต์เพิ่มเลือดกับพลังออร่าให้เรานะครับ” ผมพยักหน้าให้ตามคำพูดของนิกกี้ก่อนจะหันไปทางไคน์กับเวียร่าแล้วกระซิบเบาๆ แต่ดังพอที่จะให้ผู้ติดตามทั้งสองได้ยินถนัด
“นี่...ไคน์...เวียร่าเดี๋ยวช่วยฆ่าผีดิบแทนผมทีนะ ระดับคงไม่เกิน 9 หรอก ลำพังพวกเธอสองคนก็เอาอยู่แล้ว”
“ค่ะ...นายท่าน”
“ได้...เจ้านาย”
ผมยิ้มให้กับคำตอบรับของผู้ติดตามตัวเองทีหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางนิกกี้ที่ดูเหมือนจะมองพวกผมอย่างแปลก ๆ แต่ก็เพียงแค่เดี๋ยวเดียวเขาก็ละความสนใจ ก่อนจะหยิบดาบออกมาจากหน้าต่างเก็บไอเทม แล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าหาผีดิบกลุ่มนั้น ที่กำลังกระโดดเด้งดึ๋งไปมา โดยมียันต์สีแดงที่เขียนด้วยอักษรจีนแปะที่หน้าผาก
“มาแล้วครับ” นิกกี้ให้สัญญาณพร้อมกับล่อผีดิบมาได้ 3 ตัว และทันทีที่เขามาถึงจุดที่ผมยืนอยู่ ทั้งไคน์กับเวียร่าก็ตรงรี่เข้าไปจัดการทันทีอย่างรวดเร็ว โดยที่นิกกี้ เจนและมาย ยังไม่ได้ทันทำอะไรด้วยซ้ำ
ทักษะเผ่าพันธุ์ อาณาเขตศูนย์องศา
เวียร่าเปิดใช้อาณาเขตก่อน เธอขยายวงแหวนเวทย์สีฟ้าที่ใต้ฝ่าเท้าให้มีขนาดพอครอบคลุมผีดิบสามตัวนั้น ก่อนจะใช้อาณาเขตทันที ซึ่งทำให้ผีดิบสามตัวที่โชคร้ายถูกน้ำแข็งเกาะกุมจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็งสามก้อนในบันดล
ทักษะเผ่าพันธุ์ กระชากเหยื่อ
ไคน์พุ่งเข้ามาพร้อมกับกรงเล็บสีเงินวาวที่งอกออกมาจากหลังมืออย่างรวดเร็ว ก่อนผู้ติดตามเผ่าพันธุ์หมาป่าของผม จะยกมือขึ้นไว้เหนืออกแล้ววาดออกเป็นรูปกากบาท บังเกิดเป็นคลื่นพลังปะทะก้อนน้ำแข็งผีดิบตัวหนึ่งจนแตกละเอียดในทันที ก่อนจะกลายเป็นแสงสีขาวหายไป...
ทักษะเผ่าพันธุ์ ตะปบเหยื่อ
ร่างของเจ้าหมาบ้าลอยคว้างกลางอากาศ จากการดีดตัวเองขึ้นไปจากนั้นก็พลิกหมุนตีลังกากลับหน้า พร้อม ๆ กับสร้างกรงเล็บโปร่งแสงขึ้นมาด้วยพลังออร่า แล้วฟาดลงตรงที่ก้อนน้ำแข็งผีดิบที่อยู่ถัดจากตัวที่สังหารไปครั้งแรกอย่างรุนแรง
ตูม!
เสียงก้อนน้ำแข็งที่ข้างมีผีดิบอยู่แตกกระจาย แต่ไคน์ก็ไม่ได้อยู่รอดูผล มันร่อนลงบนพื้นแล้วซัดทักษะกระชากเหยื่ออีกครั้งใส่ผีดิบที่เป็นก้อนน้ำแข็งตัวสุดท้าย จนแตกกระจายแล้วกลายเป็นแสงสีขาวหายไปในที่สุด จากนั้นทั้งไคน์และเวียร่าก็กระโจนหากลุ่มผีดิบกลุ่มต่อไป แล้วเริ่มมหกรรมกำจัดผีดิบทีละตัว ๆ โดยมีพวกของนิกกี้ที่มองกันอย่างตาค้าง ในขณะที่ผมกลับยิ้มอย่างพอใจที่ผู้ติดตามตัวเองสามารถกำจัดมอนเตอร์ระดับ8-9 ได้อย่างสบาย ๆ
ตูม!
เสียงเวียร่าระเบิดทักษะฝนน้ำแข็งพิโรธใส่ผีดิบตัวหนึ่ง แต่มันกลับไม่ยักกะตายทันที เธอจึงซัดทักษะเดิมอีกครั้งใส่มัน นั่นแหละจึงทำให้ผีดิบเคราะห์ร้ายตัวนั้นกลายเป็นแสงไป
“อืม!”
ผมครางในลำคอเบา ๆ เมื่อมองการต่อสู้ของเวียร่า ซึ่งอันที่จริงก็ทำได้ดีแล้วล่ะสำหรับระดับ 7 อย่างเธอ เพราะคู่ต่อสู้เป็นถึงระดับ 9 การจะโจมตีให้ตายในทีเดียวคงจะเป็นไปไม่ได้ และผมก็มองว่าทักษะที่เวียร่ามีส่วนใหญ่ ก็เป็นการสนับสนุนมากกว่าจะใช้ต่อสู้เดี่ยว ๆ
“เวียร่าเธอคอยช่วยไคน์ก็พอ” ผมตะโกนออกไป ซึ่งทางเวียร่าเองก็พยักหน้ารับก่อนจะเปลี่ยนทิศทางมุ่งเข้าหาไคน์พร้อมกับใช้ทักษะอาณาเขตศูนย์องศาอีกครั้ง เพื่อแช่แข็งผีดิบพวกนั้น จากนั้นก็ให้ไคน์รับหน้าที่ปิดฉากตอนจบ
“เอาล่ะ....ตาเราออกโรงมั่ง” ผมพูดกับตัวเองอย่างนึกสนุก โดยไม่ได้ดูใบหน้าของผู้ร่วมปาร์ตี้ ที่ตอนนี้อ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปสร้างรังได้แล้ว
“จงขานรับเสียงของข้า คลายผนึก การ์ดดาบมังกรพิโรธ”
สิ้นเสียงของผมด้ามดาบมังกรพิโรธก็ผุดยื่นออกมาจากห้วงมิติที่บิดเบี้ยวตรงหน้า ซึ่งผมก็คว้าไปจับดึงออกมาทันที ก่อนจะกระโจนเข้าไปร่วมวงกับไคน์และเวียร่า ท่ามกลางเสียงก่นด่าของเจ้าดาบปากมาก ที่มักจะร่ายยาวอย่างหนวกหูเป็นประจำทุกครั้งที่ถูกปลดผนึก
“เจ้าคนไร้มารยาท อย่าให้ข้าคืนร่างเดิมนะ ข้าจะเหยียบเจ้าให้แบนเลยคอยดู”
“เงียบไปเลยนะเจ้าดาบปากเน่า วันนี้อุตส่าห์ตั้งใจมาเก็บค่าประสบการณ์ให้โดยเฉพาะ ฉะนั้นช่วยอยู่เงียบ ๆ หน่อย”
“ข้าไม่ได้ขอให้ช่วยนะ ลำพังผู้สูงศักดิ์อย่างข้าก็สามารถเก็บค่าประสบการณ์เองได้ ไม่จำเป็นต้องให้คนเสียมารยาทอย่างเจ้ามาช่วยหรอก”
“น้อย ๆ หน่อยเจ้าดาบปากไม่มีหูรูด ถ้าไม่ใช่ว่าพลังโจมตีของแกตอนนี้มันน้อยนิด จนฟันไม้ท่อนหนึ่งไม่เข้านะ ผมก็ไม่ลงทุนมาเก็บให้หรอก”
“หนอย!....นี่เจ้าว่าข้ามีพลังโจมตีน้อยงั้นเรอะ เจ้านี่มันไม่รู้อะไรเมื่อก่อนข้าน่ะ....บลาๆๆๆ”
จากนั้นเจ้าดาบก็พล่ามประวัติส่วนตัวในอดีตของมันอย่างยืดยาว แต่ผมก็คร้านจะฟังจนต้องปล่อยดาบออก แล้วบังคับมันด้วยพลังออร่าแทน ซึ่งแน่นอนว่าผมสั่งให้มันลอยไปไกล ๆ หูอยู่แล้ว ก่อนจะตะโกนบอกอะไรบางอย่างกับผู้ติดตามตัวเอง
“ไคน์...เวียร่า…ช่วยต้อนผีดิบมาตรงที่ผมอยู่หน่อย แต่เว้นตัวที่มีผู้เล่นกำลังสังหารอยู่นะ”
“ค่ะ...นายท่าน”
“ได้”
ทั้งสองตอบรับแล้วแยกกันไปคนละทาง จากนั้นก็เริ่มไล่ผีดิบที่กำลังโดดกันดิ๋ง ๆ ให้เข้าหาผมทีละนิด จากหนึ่งตัว เป็นสองตัว สามตัวแล้วกลายเป็นสิบ ยี่สิบอย่างรวดเร็ว จนผู้เล่นที่อยู่โดยรอบเริ่มมองมาที่ผมอย่างสงสัย แล้วกลายเป็นถอยห่างไปในที่สุด เลยกลายเป็นว่าผีดิบทั้งหลายถูกไคน์กับเวียร่า ต้อนมาทางผมจนเกือบจะหมดสุสานอยู่แล้ว
“ประมาณ 50 กว่าตัว” ผมกะประมาณผีดิบที่เห็น ซึ่งแต่ละตัวนั้นระดับก็คงอยู่ราว 8-9แน่นอน และระดับนี้นั้นสำหรับผู้เล่นชั้นไดม่อน ระดับ 100 ขึ้นอย่างผมแล้ว มันก็เป็นแค่ฝูงมดไว้ให้เหยียบเล่นแค่นั้นเอง
ทักษะเผ่าพันธุ์ กายาเพลิง
ผมเปิดใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ก่อนเป็นอันดับแรก จนร่างของผมตอนนี้ก็ลุกท่วมไปด้วยไฟ จากนั้นจึงตามติดด้วยทักษะปีกอัคคีเพื่อส่งตัวเองให้บินลอยกลางอากาศ ก่อนจะปิดท้ายด้วยทักษะไฟทมิฬ ที่ทำให้เปลวอัคคีที่ลุกท่วมตัวผมกลายเป็นสีดำไปในทันที
ทักษะเผ่าพันธุ์ อาณาเขตอัคคี
วงแหวนอักขระโบราณสีแดงเจิดจรัส บังเกิดขึ้นใต้เท้าของเหล่าผีดิบเหล่านั้นในทันที หลังจากที่ผมเปิดใช้ทักษะเสร็จ จากนั้นผมจึงขยายมันให้ใหญ่พอจะครอบคลุมผีดิบทั้ง 50 กว่าและ....
“อาณาเขตทำงาน”
วิ้ง! พรึบ!
สิ้นเสียงของผมอักขระสีแดงที่ถูกเขียนอยู่บนวงแหวนเวทย์ก็เปล่งแส่งประกายจ้า จากนั้นเปลวไฟสีแดงอันร้อนระอุก็ลุกพรึ่บเผาร่างของผีดิบเหล่านั้นทันที เป็นผลให้พวกมันถึงกับร้องโหยหวน แล้วดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวด ก็แน่ล่ะขึ้นชื่อว่าผีดิบก็ต้องไม่ถูกกับไฟเป็นของธรรมดา
“เผาก่อนนะ เดี๋ยวค่อยนิมนต์พระมาสวดมาติกาให้” ผมพูดติดตลกก่อนจะวาดมือเบา ๆ บังคับดาบให้ลอยอยู่เหนือพวกผีดิบเหล่านั้นแล้วปิดฉากด้วยทักษะทันที
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ขั้นที่ 2 คมดาบตราอสูร
พลังออร่าเริ่มทะลักออกจากร่างของผม ก่อนจะไหลเข้าไปรวมตัวกันที่ดาบมังกรพิโรธ แล้วแปรเปลี่ยนเป็นดาบโปร่งแสงขนาดใหญ่สามเล่มที่เรียงซ้อนกัน และชั่วพริบตานั้นเองมันก็ฟาดอย่างรุนแรงลงบนฝูงมอนเตอร์ผีดิบอย่างรวดเร็ว
ตูม!
‘ผู้เล่นเควินสังหารมอนสเตอร์ผีดิบ เป็นจำนวน 57 ตัว ได้รับไอเทมดังนี้ค่ะ ....บลา ๆๆๆ....’
ผมได้ยินเสียงระบบแจ้งบอกถึงรายละเอียด แต่ค่าประสบการณ์ที่ฟังตอนท้ายนั้น มันน้อยนิดซะจนผมแทบไม่อยากสนใจ ก็แน่ล่ะผมอยู่ชั้นไดม่อนแล้ว ให้มาฆ่ามอนเตอร์ระดับ 8-9มันก็เท่ากับมาเขี่ยดินดี ๆ นี้เอง แล้วอีกอย่างผมก็อยู่ในปารตี้ด้วยดังนั้นค่าประสบการณ์ที่ได้มันก็ต้องหารอยู่แล้ว
วูบ!
ผมคลายทักษะทั้งหมดออก แล้วปิดผนึกดาบมังกรพิโรธเพื่อไม่ให้มันบ่นหนวกหูนอกเรื่อง จากนั้นก็โยนมันมันเข้าไปในหน้าต่างเก็บไอเทม ก่อนจะร่อนลงมาอยู่บนพื้นแล้วเดินเข้าหาพวกของนิกกี้ที่ยังคงทำท่าเดิมอยู่ นั่นก็คือยืนทำตาเบิกกว้างแล้วอ้าปากค้าง ซึ่งแน่นอนว่าผู้เล่นคนอื่น ๆ ก็ทำท่าทางไม่ต่างกัน หลังจากเห็นการกวาดล้างผีดิบของผมเมื่อครู่
“ถึงขั้นล้างป่าช้าเลยเรอะ” เป็นนิกกี้ที่พูดออกมาหลังจากที่ผมมาถึง
“ก็นะถือว่าพี่ช่วยแล้วกัน คงจะขึ้นหลายระดับเลยสิ” ผมตอบแบบสบาย ๆ แต่รู้สึกเหมือนจะได้รับสายตาที่มองผมเหมือนกับตัวประหลาดกลับมาแทน
“ใช่ครับ ตั้ง 6 ระดับแน่ะ” นิกกี้ตอบก่อนจะเริ่มมองผมอย่างไม่ไว้ใจ “พี่เควินอยู่ชั้นอะไรกันแน่ครับ”
“ไม่ได้ดูระดับพี่ในรายชื่อปาร์ตี้เหรอ พี่นึกว่ารู้แล้วซะอีก” ผมกล่าวจบ ก็เห็นมายรีบกุลีกุจอเปิดหน้าต่างรายชื่อปาร์ตี้ขึ้นมาดูทันที ก่อนกลับมาอยู่ในโหมดเดิมอีกครั้ง นั่นก็คืออาการตกใจอ้าปากค้าง
“ชะ...ชั้นไดม่อน” มายพูดเสียงตะกุกตะกัก ซึ่งนั่นทำให้เจนกับนิกกี้ติดเชื้ออาการตกใจอ้าปากค้างอีกครั้ง
“ใช่... ทำไมเหรอ” ผมถามแบบใสซื่อราวกับว่าชั้นไดม่อนที่ตัวเองอยู่ในขณะนี้มันเกลื่อนตลาดมากมาย
“ไม่ทำไมหรอกครับ...แต่ชั้นนี้น่ะพวกเราที่อยู่ชั้นซิลเวอร์หรือชั้นไอร่อน ไม่ค่อยได้จะเห็นมาเตร็ดเตร่แถวนี้หรอกครับ อีกอย่างผู้เล่นที่อยู่ระดับชั้นเนี้ย ซึ่งอย่าว่าแต่ชั้นไดม่อนเลยขนาดชั้นโกลด์ก็แทบจะหายากแล้ว ถ้าไม่นับพวกที่ติดอันดับของเกมส์นะ” ผมยิ้มให้กับคำตอบของนิกกี้ก่อนจะกล่าวอะไรบางอย่างขึ้นมา
“ฟังนะนิกกี้...ถ้าพวกเธอขยันตีมอนสเตอร์กับทำภารกิจละก็ ชั้นไดม่อนน่ะก็ไม่ใช่ลำดับชั้นที่ไปถึงยากหรอก แล้วที่พวกเธอไม่ค่อยเห็นผู้เล่นที่อยู่ระดับสูง ก็เพราะว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ยึดติดกับคำว่าไอเทมเกินไป พวกเขาคิดว่าถ้ามีไอเทมดีก็จะเก่งขึ้น หรือมีทักษะแรง ๆ ก็จะเทพขึ้น แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย คนเราจะเก่งหรือไม่เก่ง จะเทพหรือไม่เทพมันอยู่ที่ความพยายามต่างหาก พี่น่ะกว่าจะอยู่ระดับนี้ได้ก็ต้องฝ่าฟันมาเยอะ และทุกอย่างที่ประสบมามันก็เป็นองค์ประกอบอันดีที่ทำให้พี่เก่งขึ้นมาได้ จำไว้นะนิกกี้....เจน และก็มาย...” ผมหยุดช่วงพูดแล้วไล่สายตามองดูผู้เล่นทั้งสามคนทีละคนที่กำลังมองผมอย่างทึ่งๆ
“ไม่มีทางลัดสำหรับผู้แข็งแกร่งหรอก”
“สุดยอด...พี่เท่ห์ที่สุดเลยค่ะ” เป็นเจนที่หลุดคำพูดออกมา ก่อนจะมองผมด้วยตาที่เป็นประกายอย่างนับถือ แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรกันอีกก็มีเสียงระบบดังกระหึ่มทั่วสุสาน ซึ่งแน่นอนว่าผู้เล่นทุกคนได้ยินกันหมด
‘ระบบขอประกาศเนื่องจากผู้เล่นเควินสังหารเหล่ามอนสเตอร์ผีดิบไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้อาวุโสแห่งผีดิบทั้ง 3 ตัวโกรธเคือง จึงได้ออกมาอาละวาดก่อนเวลาที่กำหนด
ทางระบบขอแจ้งให้ผู้เล่นที่ไม่ประสงค์จะกำจัดบอสผีดิบ กรุณาถอยห่างจากสุสานผีดิบด้วย และหากผู้เล่นท่านใดที่ถูกฆ่าตายโดยผู้อาวุโสผีดิบจะถูกลดระดับลง1 ระดับ สูญเสียเงินเซียเป็นจำนวน 50,000 เซีย และใช้เวลาเกิดใหม่ 3 ชั่วโมงค่ะ’
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@