บทที่ 30 ภาวะแท้งคุกคาม
หญิงชรากุมหน้าอกและไออย่างรุนแรงพร้อมกับเอ่ยชมว่า “เธอนี่ปากหวานจริง ๆ ฉันชอบนะ”
พูดจบหญิงชราก็เปิดลิ้นชัก และหยิบลูกอมนมตรากระต่ายขาวหนึ่งกำมือส่งให้ลู่จิ่วอัน
“แม่หนู กินลูกอมซะสิ”
ลู่จิ่วอันรับลูกอมนมมาใส่ลงในกระเป๋า และพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ฉันจะเก็บไว้กินทีหลังนะคะ แต่ว่าตอนนี้ฉันต้องดึงเข็มให้คุณยายก่อน”
“เด็กดีจริง ๆ”
เสิ่นอีหมิงรู้สึกวิตกกังวล เขาอ้าปากหวังจะพูดว่าตนจะเป็นคนทำเอง!
ลู่จิ่วอันจับจ้องสายน้ำเกลือไม่วางตา จนกระทั่งของเหลวใกล้หมด จึงค่อย ๆ แกะเทปบนเข็มออก แล้วดึงเข็มออกมาอย่างรวดเร็ว
ขณะที่เธอดึงเข็ม ก็ใช้สำลีซับลงไปบนจุดที่เข็มแทงเบา ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดไหล
“คุณยาย มือข้างที่ให้น้ำเกลือของคุณยายเย็นมาก คราวหน้าที่ให้น้ำเกลือควรเอาถุงน้ำร้อนวางไว้ใต้แขน มือจะได้ไม่เย็นเกินไปนะคะ”
หญิงชราถามขึ้น “ใช้ถุงน้ำร้อนจะส่งผลต่อฤทธิ์ยาหรือเปล่า?”
“ไม่ส่งผลอะไรค่ะ”
ชาติที่แล้วตอนที่ลูกชายของเธอป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล ลู่จิ่วอันกังวลว่าแขนของเขาจะเย็นเพราะว่าให้น้ำเกลือ เธอจึงกรอกน้ำใส่ถุงน้ำร้อนแล้วนำมาวางไว้ใต้แขนของเขา
“ถ้าไม่เชื่อก็ลองถามอาจารย์ดูสิคะ”
เสิ่นอีหมิงเห็นว่าลูกศิษย์ตนถอดสายน้ำเกลือด้วยความสงบ เธอทั้งใจกล้า ละเอียดรอบคอบ และแน่วแน่มั่นคง
เธอมีนิสัยที่เหมาะกับการเรียนแพทย์จริง ๆ
เขาคงต้องบอกเหล่าเผยให้ตั้งใจฝึกฝนลู่จิ่วอันให้ดี เพื่อให้เธอได้กลายเป็นหมอผู้มีใจรับผิดชอบในหน้าที่ในเร็ววัน
“คุณยาย หนูจิ่วอันพูดถูกแล้วล่ะ ครั้งหน้าลองทำดูนะครับ!”
หญิงชราพูดความในใจ “แหม คนแก่อย่างฉันอายุยืนขึ้นอีกวัน คนอื่นคงจะรำคาญแย่!”
“คุณยาย โบราณว่าไว้ การที่ครอบครัวมีคนแก่ก็เสมือนมีขุมทรัพย์! ลูกหลานต่างก็ปรารถนาให้คุณยายสุขภาพร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บนะคะ”
หญิงชราหันไปมองเสิ่นอีหมิงพร้อมกับเอ่ยชมอย่างมีความสุข “หมอเสิ่นไปได้แม่หนูน่ารักคนนี้มาจากไหนกัน?”
ลู่จิ่วอันเก็บอุปกรณ์ให้น้ำเกลือใส่กล่องพยาบาลพลางพูดกับคุณยายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณยาย วันนี้ข้างนอกอากาศดี ไปนั่งอาบแดดในสวนดีไหมคะ แสงแดดช่วยให้ดูดซึมแคลเซียมได้ดีนะคะ”
“เอาสิ ออกไปอาบแดดกัน”
เธอโน้มตัวพยุงคุณยายให้ลุกขึ้นพร้อมกับกำชับว่า “คุณครูกู้ ช่วยหยิบเก้าอี้ไปให้ทีนะคะ”
กู้เจียวเจียวย้ายเก้าอี้ไปที่ลานบ้านอย่างไม่เต็มใจ
ลู่จิ่วอันประคองคุณยายนั่งลงบนเก้าอี้ และห่มผ้าผืนบางไว้บนขาของหญิงชราเพื่อป้องกันไม่ให้เธอเป็นหวัด
“คุณครูกู้ ให้คุณยายอาบแดดสัก 20 นาทีก็พอนะคะ อีกอย่างก็เป็นเวลาสอนหนังสือพอดี คุณจะได้ไม่เสียเวลา”
กู้เจียวเจียวเกลียดผู้หญิงเจ้ากี้เจ้าการอย่างลู่จิ่วอันเป็นที่สุด แล้วก็ไม่ชอบคุณยายที่นอนป่วยติดเตียงคนนี้ด้วย
เธอได้ยินจากแม่ของตัวเองว่าเมื่อก่อนคุณยายมักจะรังแกเธอ และรังเกียจที่เธอเกิดเป็นลูกสาว
หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าคุณลุงจะเห็นพฤติกรรมที่ไม่ดีแล้วละก็ เธอก็คร้านจะเหลียวแลหญิงแก่ที่ใกล้ตายคนนี้เต็มที
“รู้แล้ว”
ลู่จิ่วอันถือกล่องพยาบาลและโบกมือให้หญิงชรา “คุณยาย วันหลังฉันกับอาจารย์จะมาเยี่ยมใหม่นะคะ”
“จ้า”
หญิงชราหรี่ตาลงและอาบแดดอย่างสบายใจ
หลายวันมานี้เธอถูกขังอยู่แต่ในห้องจนรากจะงอกอยู่แล้ว
เธอเองก็อยากออกมาอาบแดด แต่ลูกสะใภ้ดันบอกว่าเธอไอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากว่าออกไปตากลมแล้วอาการหนักขึ้นมาจะทำอย่างไร?
แสงแดดตกกระทบเรือนร่างของหญิงชรา รู้สึกเหมือนว่าอาการป่วยของเธอจะดีขึ้นเล็กน้อย
กู้เจียวเจียวไม่ใคร่อยากดูแลหญิงแก่ที่ไอโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดผู้นี้ หลังจากลู่จิ่วอันกลับไปแล้ว เธอก็พูดกับคุณยายว่า “คุณยาย หนูจะไปอ่านหนังสือ มีอะไรก็เรียกนะคะ!”
หญิงชราตอบเพียง “อืม” คำเดียว
เมื่อลู่จิ่วอันออกมาจากบ้านของผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ เธอก็ทักทายเพื่อนบ้านของผู้อำนวยการ และขอให้พวกหล่อนแวะไปดูที่ลานบ้านและช่วยกู้เจียวเจียวพยุงคุณยายกลับเข้าห้อง
ในตอนแรกบรรดาเพื่อนบ้านไม่รู้ว่าลู่จิ่วอันเป็นใคร แต่เมื่อเห็นเธอถือกล่องพยาบาลโดยมีเสิ่นอีหมิงเดินยืนอยู่ข้าง ๆ พวกหล่อนก็ตอบตกลงทันที
ศูนย์อนุรักษ์ยวนยางมีสถานีอนามัยเพียงแห่งเดียว และเสิ่นอีหมิงก็เป็นหมอเพียงคนเดียวในสถานีอนามัย คนส่วนใหญ่จึงไม่มีใครคิดล่วงเกินเสิ่นอีหมิง
ถึงอย่างไรก็เป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดา มีหรือที่จะไม่เจ็บไข้ได้ป่วย?
จะล่วงเกินใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่กับหมอ
“หมอเสิ่น เธอเป็นพยาบาลมาใหม่ที่สถานีอนามัยเหรอคะ?”
เสิ่นอีหมิงยิ้มและอธิบาย “ไม่ใช่หรอก เธอคือลูกศิษย์ที่ฉันเพิ่งรับมาใหม่ ต่อไปก็ฝากพวกเธอช่วยกันดูแลด้วยนะ”
“แน่นอนค่ะ!”
ภายในไม่ถึงครึ่งวัน คนทั้งศูนย์อนุรักษ์ยวนยางก็รู้เรื่องที่เสิ่นอีหมิงประจำสถานีอนามัยรับลูกศิษย์ผู้หญิง
เวลาส่วนใหญ่ในสถานีอนามัยไม่ค่อยมีอะไรให้ทำนัก เสิ่นอีหมิงสอนวิธีฆ่าเชื้อเครื่องมือแพทย์ให้ลู่จิ่วอัน อีกทั้งยังสอนวิธีฉีดยาและให้น้ำเกลือ
“ครูคะ คุณยายป่วยเป็นวัณโรคหรือเปล่า?”
“ไม่ใช่หรอก แค่โรคปอดอักเสบธรรมดา” เสิ่นอีหมิงอธิบาย “โรคปอดอักเสบเป็นภาวะที่ไข้หวัดกินเวลานานจนปอดเกิดการอักเสบ ให้น้ำเกลืออีกไม่กี่ครั้งก็หายดีแล้วล่ะ”
น้ำเสียงของลู่จิ่วอันฟังดูอ่อนโยน “ไม่ใช่วัณโรคก็ดีแล้วล่ะค่ะ เพราะวัณโรคเป็นโรคติดต่อ”
“ไม่ใช่หรอก แต่ว่าพวกเราก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยเวลาอยู่ที่สถานีเพื่อป้องกันไว้ก่อน”
ลู่จิ่วอันพูด “ทราบแล้วค่ะ”
เมื่อเซี่ยอวิ้นหนิงเลิกงานแล้ว เขาก็แวะไปรับลู่จิ่วอันที่สถานีอนามัย
เสิ่นอีหมิงมองคู่บ่าวสาว จากนั้นก็พูดอย่างเอาใจใส่ว่า “จิ่วอัน เธอเอานี่ไปแล้วก็เลิกงานได้แล้วล่ะ นี่เป็นเข็มให้น้ำเกลือที่ฉันฆ่าเชื้อแล้ว เอากลับไปฝึกมือกับเซี่ยอวิ้นหนิงดูนะ”
“ได้ค่ะ”
แน่นอนว่าเสิ่นอีหมิงจงใจ เขาไม่ได้ตาบอดที่จะมองไม่เห็นความเป็นศัตรูที่กู้เจียวเจียวมีต่อลู่จิ่วอัน!
ลู่จิ่วอันเป็นลูกศิษย์ของเขา แน่นอนว่าเขาย่อมอยู่ข้างเดียวกับเธอ!
นั่นเลยทำให้เซี่ยอวิ้นหนิงต้องทรมานสักเล็กน้อย
“จิ่วอัน ทำงานที่สถานีอนามัยวันแรกเป็นยังไงบ้าง?” เซี่ยอวิ้นหนิงถามอย่างห่วงใย
เขากังวลว่าภรรยาจะทำอะไรไม่เป็นแล้วถูกเสิ่นอีหมิงดุจนร้องไห้
จางฉือบอกว่าที่พยาบาลคนก่อนย้ายไปก็เพราะถูกต่อว่าเป็นประจำ
ลู่จิ่วอันนึกว่าการเป็นพยาบาลจะเป็นเรื่องยาก อีกทั้งกังวลว่าจะเรียนไม่เข้าใจ เธอจึงพกกระดาษและดินสอไว้จดบันทึกอย่างละเอียด
“รู้สึกดีมากเลยล่ะ”
บางทีอาจเป็นเพราะวันแรก เสิ่นอีหมิงจึงยังไม่เข้มงวดกับเธอมากนัก แต่หลังจากเรียนรู้เป็นเวลากว่าครึ่งวัน หญิงสาวก็รู้สึกมั่นใจในอาชีพด้านการแพทย์ของเธอเป็นอย่างมาก เธอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านของผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ให้เซี่ยอวิ้นหนิงฟังไม่หยุด
“คุณยายเป็นคนไข้คนแรกของฉัน ฉันจะต้องรักษาเธอให้หาย!”
แน่นอนว่าลู่จิ่วอันดูออกว่ากู้เจียวเจียวไม่ชอบคุณยาย ดังนั้นเธอจึงยิ่งต้องรักษาคุณยายให้หายเพื่อสร้างปัญหาให้ศัตรูหัวใจ!
กู้เจียวเจียวกล้าปล่อยข่าวลือเพื่อทำลายชื่อเสียงของเธอ เธอจะไม่มีวันออมมือให้อย่างเด็ดขาด
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปล่ะ”
ขณะที่ลู่จิ่วอันเล่าเรื่องการเป็นหมอด้วยท่าทางยิ้มแย้มมีความสุข หัวใจของเซี่ยอวิ้นหนิงก็เต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่
ที่แท้ การที่ใครสักคนตั้งใจทำในสิ่งที่รัก ก็จะงดงามออกมาจากภายในเช่นนี้นี่เอง
“เซี่ยอวิ้นหนิง คุณไม่เข้าใจหรอก ต้องกดดันถึงจะมีแรงฮึดสู้!”
แต่แล้วจู่ ๆ ลู่จิ่วอันที่กำลังตื่นเต้นดีใจ สีหน้าและแววตาก็เปลี่ยนไป เธอรู้สึกปวดหน่วงที่ท้องน้อย…