เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 65 เสียเปรียบ

    ช่วงเวลาที่ชาร์ลอตต์ถูกส่งมาอีกโลกหนึ่ง
    ในโลกขนาดเล็กแห่งหนึ่งสภาพแวดล้อมภูมิประเทศทั้งหมดเป็นแบบทุ่งโล่งกว้างขนาดใหญ่ท้องฟ้าด้านบนมีสีแดงฉานเหมือนเลือดที่ตอนนี้กำลังมีชายหญิงคู่หนึ่งจ้องมองกันด้วยสาตาอาฆาต ความแค้นของทั้งคู่มันบรรลุไปถึงขั้นที่ไม่สามารถทำข้อตกลงปกติธรรมดาร่วมกันได้แล้ว มีเพียงแต่ต้องฆ่าอีกฝ่ายให้ตายเท่านั้นถึงจะหาข้อยุติครั้งนี้ไปได้
    “เจ้าไปเรียนทักษะประเภทนี้มาจากโลกที่สูงกว่าสินะ”
    “แล้วมันจะทำไม เพื่อที่จะฆ่าเจ้าข้ายอมแม้แต่การแลกวิญญาณและตัวตนเพื่อให้ได้พลังนี้มา”
    ธีโอดอร์เปลี่ยนร่างของตนเองให้ใหญ่ขึ้นกว่าสามเมตรก่อนที่ใบหน้าของเขาจะค่อยๆบิดเบี้ยวจนกลายเป็นใบหน้าของอสูรตนหนึ่งที่มีเขางอกเพิ่มขึ้นมาอีกสามเขา ร่างกายที่ใหญ่โตของเขานั้นก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์และมีขนแหลมๆผุดขึ้นมาเต็มไปทั้งตัว
    ที่ด้านหลังก็มีปีกงอกออกมาถึงสี่ปีกเพื่อให้ธีโอดอร์สามารถโบยบินขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ มือข้างขวาของเขาก็มีรัศมีพลังงานแสงสีขาวอ่อนๆแผ่ออกมา ส่วนมือข้างซ้ายก็มีรัศมีพลังงานสีแดงอ่อนๆแผ่ออกมาเช่นกัน ดวงตาของเขาในตอนนี้กลายเป็นดวงตาของอสูรกายที่กระหายเลือดไปแล้ว
    แต่ไม่รู้ทำไมทั้งที่ชาร์ลอตต์ควรจะมีความรู้สึกกดดันหรือหวั่นเกรงสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เธอกลับไม่มีความรู้สึกที่ว่าพวกนั้นเลย เมื่อก่อนที่ยังเป็นมนุษย์ครึ่งมังกรก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังความกดดันแม้จะเพียงแค่บังเอิญไปเห็นรูปปั้นปกติธรรมดาของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในโลกที่สูงขึ้นไปอีกไม่ว่าจะเป็นตัวอะไรก็ตามก็จะรู้สึกกดดันและหวั่นเกรงในทันที
    ความรู้สึกเหล่านั้นมันได้หายไปตั้งแต่ตอนที่เธอได้กลายมาเป็นแวมไพร์ มันเป็นเรื่องที่ทำให้เธอค่อนข้างที่จะแปลกใจและสงสัยในความสามารถของเผ่าแวมไพร์ว่าเผ่าพันธุ์นี้เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีแข็งแกร่งมากขนาดไหนกันแน่
    ธีโอดอร์ที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้วตอนนี้กำลังจ้องมองมายังชาร์ลอตต์ด้วยสายตาที่มองไปยังเหยื่อตัวโตของตนเอง เขากำลังแสดงท่าทีพึงพอใจเพราะไม่ว่าใครก็ตามที่ยังเป็นคนของโลกเบื้องล่างก็ไม่มีวันที่จะต้านทานพลังความกดดันของสิ่งมีชีวิตจากโลกที่สูงกว่าได้ แล้วเรื่องอะไรที่ชาร์ลอตต์จะสามารถทนมันได้ ท่าทีของชาร์ลอตต์ที่สงบนิ่งคงกำลังตื่นตระหนกอย่างรุนแรงอยู่แน่ๆ
    “เจ้ากับข้าพวกเราสองคนมายื่นข้อเสนอเป็นยังไง”
    “ข้อเสนอ?”
    “ถ้าข้าไม่ตั้งขอเสนอแบบนี้กันขึ้นมาไม่ว่ายังไงเจ้าก็ไม่มีทางที่จะสู้กับข้าได้หรอกนะ ชาร์ลอตต์”
    “อะไรที่ทำให้เจ้ามั่นใจถึงขนาดนั้นว่าข้าไม่สามารถฆ่าเจ้าได้กันละธีโอดอร์ อย่าได้หลงตัวเองมากนัก”
    “ฮ่า ฮ่า ข้าอุตส่าห์ให้ข้อเสนอกับเจ้า เอาเถอะคนอย่างเจ้าที่ยังไม่รู้ว่าพลังที่เหนือกว่าเป็นยังไงตอนนี้เจ้าก็พูดได้ว่าเจ้ามีความสามารถที่จะรับมือกับข้าได้ หลังจากที่ถึงเวลาต่อสู้เจ้าก็จะรู้เองว่าความต่างชั้นระหว่างเจ้ากับข้ามันเป็นยังไง แต่ข้าก็ยังใจกว้างให้โอกาสเจ้าอีกรอบ สิ่งที่ข้าต้องการก็คือให้เจ้ามาสาบานเป็นทาสรับใช้ของข้าตลอดไปพร้อมกับปรนนิบัติทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าต้องการ ข้าก็จะไว้ชีวิตเจ้า”
    “ฮ่า ฮ่า ......”
    ชาร์ลอตต์หัวเราะเสียงดังแต่ก็ยังไพเราะน่าฟังเช่นเดิม เธอไม่มีคำอะไรจะพูดอีกต่อไปแล้วจริงๆผู้ชายทุกคนมันบ้ากามมากขนาดนั้นเลยเหรอการยื่นข้อเสนอของผู้ชายทุกคนที่เธอเคยได้ยินมาในชีวิตนี้ก็มีแต่คำพูดที่ว่า “มาเป็นผู้หญิงของข้าเถอะ” “มาเป็นภรรยาของข้าเถอะ” “เจ้าต้องมาเป็นนางสนมให้กับข้า” พวกผู้ชายทั้งหมดไม่เคยหลุดไปจากวังวนพวกนี้เลย
    แต่สำหรับโรเบิร์ตเธอเข้าใจเขาก็เพราะว่าเขามีอารมณ์ความรู้สึกเนื่องมาจากสายเลือดของแวมไพร์ที่ไหลเวียนอยู่ภายในตัวของเขาและมันยังส่งผลมาหาตัวเธอ ไอรีน และเซล่าที่เป็นวงศ์วานเดียวกันทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกไปด้วย แบบชนิดที่ว่าควบคุมมันไม่อยู่พร้อมที่จะทำเรื่องอย่างว่าตลอดเวลา
    “ทำไมเจ้าถึงได้มั่นใจขนาดนั้นว่าข้าจะตอบตกลงรับข้อเสนอของเจ้ากันละธีโอดอร์ เจ้ายังทำตัวไร้สาระไม่เปลี่ยนเลยนะ เรื่องที่รู้อยู่แล้วว่าข้าจะตอบเจ้ายังไงเจ้าก็ยังกล้ายื่นข้อเสนอแบบนั้นมาให้กับข้าอีกนะ เจ้าไม่ต้องทำทีมาเป็นเห็นใจข้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรเพราะข้าก็ไม่เคยเห็นใจต่อศัตรูของตนเองเด็ดขาด ส่วนเรื่องที่ว่าข้าสู้ได้ไม่ได้ลองมาสู้กันดูเดี๋ยวก็จะรู้เอง”
    ชาร์ลอตต์ดึงดาบเล่มสีขาวออกมาก่อนที่จะพุ่งตัวรวดเร็วดุจสายฟ้าเข้าหาธีโอดอร์
    สายลมแหวกเมฆา
    เงาร่างของชาร์ลอตต์พุ่งพร้อมใช้ดาบผ่าร่างของธีโอดอร์ด้วยพลังทำลายมหาศาลมันทั้งรุนแรงและเร็วจนธีโอดอร์ที่เป็นร่างที่คล้ายอสูรยังไม่สามารถสัมผัสรับรู้ได้ ทำให้ร่างของเขาถูกผ่าขาดออกเป็นสองท่อน
    “จบแล้วสินะ สงสัยต้องหาทางออกไปจากที่นี่แล้วสิ”
    เรื่องที่ควรจะจบลงไปโดยการที่ธีโอดอร์ถูกฟันผ่าขาดสองท่อนกลับกลายเป็นว่าหมัดของร่างที่ขาดไปสองท่อนทั้งซ้ายและขวาพุ่งเข้ามาที่ตัวของชาร์ลอตต์โดยตรงและมาแบบที่ร่างกายของชาร์ลอตต์กระเด็นออกไปไกลกว่าร้อยเมตรแล้วจึงรู้ว่าตัวเธอถูกโจมตี เธอในตอนนี้อยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้าทั้งร่างของเธอเต็มไปด้วยเลือด
    “ฮ่า ฮ่า เมื่อสักครู่เจ้าว่าอะไรนะ ข้าไม่ค่อยได้ยินเลย อ้อ ใช่สิพูดว่าจบแล้วสินะ ที่จบมันเป็นเจ้าต่างหากที่ไม่รู้เลยว่าพลังที่เหนือกว่ามันเป็นยังไงตราบใดที่เจ้ายังเป็นแค่มนุษย์และยังเป็นสิ่งมีชีวิตจากโลกที่ต่ำต้อยแบบนี้ก็ไม่มีวันก้าวข้ามข้าไปได้หรอก”
    ธีโอดอร์ฟื้นฟูร่างกายของตนเองที่ขาดไปพวกมันไม่ได้มาต่อกันหรือมาประกบกันแต่งอกส่วนที่หายไปของร่างกายออกมาเท่ากับว่าตอนนี้เขามีร่างอีกหนึ่งร่างที่เป็นร่างจริง และมีพลังทุกอย่างเหมือนกันชนิดที่ว่าถ้าคนที่มีความสามารถแยกแยะมาเห็นเขาก็คงบอกได้ว่าเป็นแฝดกัน
    ชาร์ลอตต์ค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นมาอย่างช้าๆในสภาพที่อ่อนแรงพร้อมที่จะล้มได้ตลอดเวลา การโจมตีเมื่อสักครู่เธอบอกได้คำเดียวว่ารุนแรงและมาแบบไม่ทันตั้งตัวจนทำให้เธอมีสภาพแบบนี้
    “ข้ายังรอการตอบรับข้อเสนอของข้าอยู่นะหวังว่าเจ้าจะเลือกทางที่ถูก”
    “ฝันไปเถอะ”
    “ฮ่า ฮ่า ถึงจะเสียดายที่จะต้องฆ่าเจ้าก็ตาม แต่มันก็ช่วยไม่ได้ละนะ”
    ธีโอดอร์รวมพลังที่มือทั้งสองข้างของตนเองก่อนที่มันจะกลายเป็นมือขนาดใหญ่สองมือที่มีทั้งพลังความกดดันและพลังทำลายที่เต็มเปี่ยม มือทั้งสองข้างมีสีที่แตกต่างกันไปโดยข้างซ้ายจะมีสีแดงและข้างขวาจะมีสีขาวพวกมันทั้งสองคอยส่งกระแสพลังเวทย์ให้แก่กันและกัน
    มือสีแดงและมือสีขาวตบเข้าหากันก่อนที่จะกลายเป็นคลื่นพลังลูกใหญ่พุ่งเข้าหาตัวของชาร์ลอตต์ ส่วนตัวของชาร์ลอตต์ที่อยู่ในสภาพบาดเจ็บหนักก็เบี่ยงหลบการโจมตีได้แบบฉิวเฉียดแต่มันก็ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะคลื่นพลังที่ว่ามันสามารถโค้งกลับมาโจมตีเข้าด้านหลังของชาร์ลอตต์แบบเน้นๆทำให้เธอกระเด็นไปอีกรอบคราวนี้ไกลกว่าเดิมถึงสองร้อยเมตร
    เธอก็กระอักเลือดออกมาสามครั้งติดๆกันทั่วทั้งร่างในตอนนี้เต็มไปด้วยบาดแผลเสื้อผ้าฉีกขาดจนเกือบจะเผยเรือนร่างออกมายังดีที่มีชุดทับด้านในอีกทีไม่อย่างนั้นเธอก็คงอยู่ในสภาพเปลือยไปแล้ว
    “เฮ้อ นี่มันอะไรกันเจ้าเป็นจักรพรรดินีคนนั้นแน่เหรอ คนที่มีอำนาจมากที่สุดในโลกตอนนี้กำลังหมอบลงแทบเท้าของข้า ความรู้สึกแบบนี้มันชั่งรู้สึกดีจริงๆ”
    ธีโอดอร์ค่อยๆเดินเข้ามาหาชาร์ลอตต์ช้าๆ ส่วนชาร์ลอตต์ในตอนนี้แทบจะหมดสติไปแล้วเธอรู้สึกตกใจมากเพราะไม่ว่าจะเป็นความสามารถอะไรก็ไม่สามารถใช้ออกมาได้มันน่าแปลกจนเกินไปแล้ว ต้องเป็นเพราะพลังของทักษะอะไรบางอย่างของธีโอดอร์แน่ๆถึงทำให้เธอเป็นแบบนี้ไป
    “จริงสิ ข้าจะบอกอะไรให้ก่อนที่เจ้าจะตายก็แล้วกันเจ้าคงจะรู้สึกได้ใช่ไหมว่าทำไมถึงใช้ทักษะอะไรต่อจากทักษะแรกที่ใช้ผ่าข้าออกเป็นสองท่อนไปไม่ได้ นั่นก็เพราะความต่างของระดับวิวัฒนาการยังไงละตอนนี้ข้ามีความสามารถที่อยู่ขั้นวิวัฒนาการระดับที่หนึ่งซึ่งมันก็เป็นปกติที่เจ้าจะไม่สามารถทำอะไรข้าได้ถึงแม้ว่าเจ้าจะมีพลังมากมายขนาดไหนก็ตามเพราะมันถูกจำกัดไว้ด้วยกฎเกณฑ์ของจักรวาลแห่งนี้”
    ( ไรท์จะขออธิบายดังนี้ก็คือหากยังไม่เข้าไปอยู่ในขั้นวิวัฒนาการตั้งแต่ขั้น 1 ขึ้นไปผู้ที่อยู่นอกจากนั้นจะไม่มีคุณสมบัติที่จะต่อสู้ด้วยเลยและถูกจำกัดไว้ด้วยกฎเกณฑ์ของจักรวาลยับยั้งทักษะความสามารถทุกอย่างเอาไว้ ทันทีที่ทำการโจมตีผู้ที่วิวัฒนาการตั้งแต่ขั้น 1 ขึ้นไปผลของมันก็จะทำงานในทันทีกับผู้ที่ยังไม่เข้าไปอยู่ในขั้นวิวัฒนาการ )
    ชาร์ลอตต์สีหน้าของเธอหม่นหมองลงไปในทันที มันมีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ ทำไมกฎเกณฑ์ที่ไม่ยุติธรรมแบบนี้มันถึงได้เกิดขึ้นมาได้ นั่นสินะ ความยุติธรรมในโลกใบนี้หรือจักรวาลแห่งนี้มันจะไปมีอยู่ได้ยังไงกันละ ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าผู้ที่อยู่ภายใต้การวิวัฒนาการที่ว่าก็ไม่มีโอกาสที่จะก้าวข้ามผู้ที่วิวัฒนาการไปแล้วได้ มันก็แสดงว่าเธอในตอนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไร้ผล ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
    “ฮ่า ฮ่า ใบหน้าแบบนั้นแหละที่ข้าอยากเห็น ใบหน้าที่สิ้นหวังโดยสมบูรณ์ของเจ้า แต่ว่าข้าเปลี่ยนใจแล้วว่าจะไม่ฆ่าเจ้าในทันทีแต่จะค่อยๆทรมานจนตายไปยังไงละ”
    ธีโอดอร์เรียกร่างของเขาอีกร่างมาเพื่อใช้การโจมตีเมื่อสักครู่แต่เป็นการโจมตีสองระลอก แค่การโจมตีของธีโอดอร์ร่างเดียวก็ทำเอาชาร์ลอตต์บาดเจ็บหนักขนาดนี้แต่ตอนนี้เขาเรียกอีกร่างของเขามาแล้วมันยิ่งทำให้ชาร์ลอตต์ไม่มีโอกาสที่จะรอดจากธีโอดอร์ไปได้
    “อย่าพึ่งตายไปก่อนละ ชาร์ลอตต์ ข้ายังอยากได้ยินเสียงทรมานของเจ้าอยู่”
    ธีโอดอร์โจมตีโดยใช้คลื่นพลังอีกครั้งและคลื่นพลังในครั้งนี้ก็มีถึงสองอันพุ่งตรงมายังชาร์ลอตต์
    ..........
    กลับมายังโลกของผมบ้าง
    ยูวายและหญิงสาวทั้งสามของเขาพุ่งมาใช้การโจมตีที่แรงที่สุดของพวกเขาออกมาทั้งหมดโดยที่ไม่ให้ผมได้ตั้งตัวอะไรได้เลย การโจมตีแรกคือการโจมตีด้วยกรงเล็บพุ่งเข้ามาที่ด้านหลังของผมโดยหญิงสาวคนแรกของยูวาย ตามมาด้วยการโจมตีที่สองที่เป็นการโจมตีด้วยกรงเล็บของหญิงสาวคนที่สองของยูวายเข้าที่ท้อง
    ทำให้ผมลอยขึ้นไปบนอากาศสูงถึงสิบเมตรก่อนที่การโจมตีของหญิงสาวคนที่สามของยูวายจะมาถึงแต่คราวนี้เป็นการใช้หมัด หมัดของเธอชกเข้าที่ใบหน้าของผมหนึ่งครั้งก่อนจะรัวเข้าใส่ท้องของผมแบบไม่ยั้งจนกระทั่งผมกระอักเลือดออกมาแบบไม่หยุด
    ปิดฉากด้วยการโจมตีของยูวายที่เป็นการใช้กรงเล็บที่ยาวประมาณ 50 เซนติเมตรโจมตีโดยการข่วนแบบรัวๆชนิดที่ว่าผมป้องกันเอาไว้ไม่ได้เลยทำให้โดนการโจมตีพวกนั้นเข้าไปเต็มๆจนครบชุดการโจมตีทั้งหมดของยูวาย
    ร่างกายของผมที่ถูกพลังทำลายที่รุนแรงโจมตีอย่างต่อเนื่องก็ร่วงลงมาจากอากาศพุ่งลงใส่พื้นดินแตกเป็นใยแมงมุมกว่าห้าเมตรทั่วทั้งร่างกายของผมตอนนี้บาดเจ็บสาหัสเสื้อผ้าที่ใส่ตอนนี้ก็เหลือแค่กางเกงตัวเดียวเท่านั้นที่ยังคงอยู่ไม่อย่างนั้นก็คง... บนร่างกายปรากฏรอยเล็บของยูวายเต็มไปทั่วทั้งร่างกายอาจเรียกได้ว่ากลายเป็นศิลปะลายทางไปแล้วเรียบร้อย
    แต่ที่ผมไม่ถึงกับจบชีวิตจากการโจมตีของยูวายนั่นก็เป็นเพราะมีทักษะการป้องที่แข็งแกร่ง แต่มันก็ทำเอาผมบาดเจ็บสาหัสไปมากเหมือนกันแบบชนิดที่ว่าทักษะการฟื้นฟูด้วยพลังแห่งธรรมชาติทำงานได้ไม่ทันการ
    “ทำไมมันยังคงหายใจอยู่ ชั่งมันเถอะรีบกำจัดเจ้านี่ไปให้พ้นๆพร้อมกับดาบเล่มนั้นก่อนค่อยคิดอีกทีหลัง”
    ยูวายเปลี่ยนร่างกายเป็นร่างที่คล้ายปีศาจมีเขาขึ้นสองเขา ผมสีดำยาวดวงตาสีแดงร่างกายของเขาก็ขยายขึ้นเป็นสองเท่าจากเดิมกลิ่นอายเลือดลอยไปทั่วทั้งบริวเณโดยรอบกว่าสิบเมตร ส่วนหญิงสาวทั้งสามคนเองก็กลายร่างคล้ายปีศาจตามยูวายไปลักษณะโดยรวมทั้งหมดเหมือนกันแต่ต่างกันที่หญิงสาวทั้งสามจะมีอยู่เขาเดียวและปรากฏสัญลักษณ์บนหน้าผากที่แตกต่างกันออกไป
    ท่าประสานการโจมตีของวงศ์วาน ยูวาย – โลหิตย้อมโลกา . .

    .

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน