บทที่ 124
เกรย์ ช็อปเปอร์
มนุษย์นั้น... มีความต้องการที่ไม่สิ้นสุด
สันดานดิบในตัวทำให้ทุกคนขวนขวายหาสิ่งที่ดีกว่าตามความคิดของตนเอง มีเงินก็อยากได้เงินมากขึ้น มีที่ดินก็อยากขยับขยาย มีเสื้อผ้าสวยงามมากเท่าใดก็ยังต้องซื้อของใหม่ๆ มาเติมเต็มช่องว่างในหัวใจอยู่ดี ยิ่งได้สัมผัสอำนาจที่มากขึ้น... ไม่ว่าใครก็ตามย่อมหลงใหลจนไม่อาจถอนตัว
เกรย์ ช็อปเปอร์... ก็เป็นเหมือนกับคนทั่วไป
เขาเคยเป็นแค่ลูกชายในตระกูลคนตัดไม้ที่เคยมีชื่อเสียง ครอบครัวมีงานทำ มีเงิน มีความสุขกันพร้อมหน้า แต่เกรย์ก็ไม่เคยรู้สึกพอ เมื่อถึงวัยเติบใหญ่ เขาก็ออกเดินทางค้นหาเป้าหมายของชีวิตโดยทิ้งครอบครัวเอาไว้เบื้องหลัง เมื่อขาดผู้สืบทอดไปชั่วคราว ตระกูลช็อปเปอร์จึงต้องออกเดินทางหาที่ทำกินใหม่เพราะเกิดปัญหา บิดาของเกรย์ส่งงานผิดพลาดหลายครั้งจนต้องถอนตัวออกจากธุรกิจค้าไม้ในรัสเซล
สองผัวเมียช็อปเปอร์จึงต้องออกเดินทางเพื่อย้ายถิ่นฐานหาที่ทำกินใหม่อีกครั้ง คำสัญญาว่าจะกลับมาหลังมีชื่อเสียงของบุตรชาย ทำให้พวกเขายังคงทำงานหนัก งานที่เรดวู้ดมีรายได้ที่ไม่ดีนักเพราะถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาอย่างหนัก แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปีพวกเขาก็มีเงินมากพอจะอยู่อย่างไม่ขัดสนอีกครั้ง... ทั้งสองได้แต่ตั้งตารอการกลับมาของบุตรชายที่รักอย่างมีความหวัง
การเดินทางของเกรย์ทำให้เขาได้เปิดโลกกว้าง ได้ลองผิดลองถูกกับชีวิต... สุดท้ายเกรย์ก็ถูกหยุดเอาไว้เพราะถลำลึกลงไปในการพนันจนหนี้สินท่วมตัว ท่ามกลางปัญหาที่ถาโถมเขากลับถูกเอิร์ลวินเดลรุ่นก่อนช่วยเหลือเอาไว้... คนผู้นั้นคือบิดาของออกัส วินเดล เอิร์ลคนปัจจุบัน
ความตั้งมั่นของคนหนุ่ม ทำให้เขาตัดสินใจสาบานตน ร่ำเรียนศึกษาวิธีการปกครองและศาสตร์ต่างๆ เพื่อช่วยตอบแทนผู้มีพระคุณ แรกเริ่มนั้นบิดาของออกัสคาดหวังว่าจะให้เขาทำหน้าที่เป็นพ่อบ้านของตระกูลรุ่นถัดไป แต่ชีวิตก็เต็มไปด้วยอุปสรรคมากมายเริ่มผันผวนอีกครั้ง เมื่อท่านลอร์ดเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยโรคร้ายที่รักษาไม่หาย
ผู้ปกครองที่เปลี่ยนไป ย่อมมาพร้อมนโยบายที่เปลี่ยนแปลง
วินเดลไม่ใช่เมืองแห่งความสุจริตเหมือนเคยอีกแล้ว ลอร์ดออกัสจับธุรกิจผิดกฎหมายทุกอย่างเพื่อเปลี่ยนมันให้เป็นเงิน เขาเป็นชนชั้นสูงที่เฉลียวฉลาด เก่งกาจด้านหาช่องทางเพื่อให้เม็ดเงินหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด แต่ในข้อดีของท่านลอร์ดก็มีความร้ายกาจปะปนอยู่ไม่แพ้กัน
ออกัส วินเดลนั้นเห็นแก่ตัว
ดินแดนที่มีเม็ดเงินจำนวนมากควรจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทว่าวินเดลยังคงแร้นแค้นและยากจน ไม่มีอาชีพหลักให้ประชาชนยึดเหนี่ยวเพื่อสร้างรายได้ ทุกคนทำงานเหมือนเป็นเพียงฉากหน้า คอยใช้ชีวิตไปวันๆ เพื่อให้เขตนี้ดูเหมือนกำลังพัฒนาเท่านั้น
เพื่ออะไรกัน...
ถ้าคำถามนี้ถูกถามกับลอร์ดออกัส เขาคงตอบอย่างไม่หวั่นเกรงว่า “เพื่อเงินอย่างไรเล่า”
กฎการส่งเสบียงอาหารของเซริสนั้น มีหลักเกณฑ์การช่วยเหลือที่รัดกุม จะมากจะน้อยล้วนวัดที่ปัจจัยหลักสามประการ... จำนวนประชากร สภาพความเป็นอยู่ และความมั่งคั่งของเมือง
ดังนั้นวินเดลจึงถูกจัดให้อยู่ในประเภทที่ได้รับการช่วยเหลือสูงสุดทุกครั้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่มีสิ่งใดพัฒนาหรือกระเตื้องขึ้นตามความเหมาะสม มีเพียงวินเดลที่ดูยิ่งใหญ่ คอยสร้างภาพให้ผู้ตรวจการได้เห็น มีหลักฐานอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ให้ใช้เป็นข้ออ้างว่าการพัฒนาดินแดนต้องหยุดชะงัก แน่นอนว่ากลุ่มผู้ตรวจการเอง... ก็ได้รับสินบนเพื่อปิดปาก
เกรย์ที่รับใช้ตระกูลของท่านลอร์ดมาหลายปี ได้รับรู้และรับทราบหลายสิ่งหลายอย่างจนอีกฝ่ายไว้เนื้อเชื่อใจ ชายหนุ่มตระกูลช็อปเปอร์ไม่ได้เป็นผู้มีอุดมการณ์อันสดใสเหมือนเก่าก่อนอีกแล้ว มีเพียงความเจ้าเล่ห์ บ้าอำนาจ และเห็นแก่เงินเท่านั้น
สำหรับเกรย์แล้ว... อำนาจคือทุกสิ่ง เงินคือทุกอย่าง
เพียงไม่ถึงสองปีต่อมา หนึ่งในพ่อบ้านของตระกูลวินเดลอย่างเกรย์ก็ได้รับคำสั่งบางอย่าง ลอร์ดออกัสกำลังรู้สึกว่าอีกฝ่ายรับรู้สิ่งสำคัญของโลกเบื้องหลังมากเกินไปจนเริ่มหวั่นเกรง หน้าที่ใหม่ของเกรย์จึงถูกกำหนดเอาไว้ให้เขาไม่สามารถรับรู้สิ่งใดของโลกใต้ดินได้อีก
“แผนนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่เจ้าคาดไว้นัก... ช่วยข้าควบคุมและหาข่าวในรัสเซล แล้วตำแหน่งหนึ่งในบารอนของเขตนั้นจะเป็นของเจ้า” เกรย์ที่มีความลังเลในคราแรก เปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินโอกาสเปลี่ยนแปลงชนชั้นของตนเองและตระกูล
“ข้าจะให้เงินเจ้าไปตั้งตัว รีบขึ้นเป็นหัวหน้าหมู่บ้านแห่งเรดวู้ดให้เร็วที่สุด จากนั้นก็รอฟังคำสั่งจากข้า”
“ขอรับนายท่าน หวังว่าสัญญาของเราจะเป็นจริงในเร็ววัน” เกรย์ตอบรับพร้อมรอยยิ้ม ขณะเดียวกันความทะเยอทะยานในใจก็พุ่งสูง ออกัสพยักหน้ารับคำด้วยรอยยิ้มเช่นกันเพราะเขากำลังเห็นว่าอีกฝ่ายช่างโง่งมเหลือเกิน
หลังจากนั้นเกรย์ก็กลับบ้านตามความตั้งใจดั้งเดิมที่มี เขามาพร้อมเงินทองมากมาย แต่บิดามารดาที่ชรามากแล้วกลับอยู่เสวยสุขกับบุตรชายได้ไม่นานนัก โชคดีที่พวกเขาจากไปอย่างสงบหลังได้ใช้ชีวิตอยู่กับบุตรชายที่เก่งกาจเป็นเวลาหลายเดือน
เงินหลายร้อยเหรียญทองทำให้เกรย์เริ่มมีอำนาจในสังคม มีทหารรับจ้างคุ้มกันการค้าขาย มีคนรับใช้ดูแล ชายหนุ่มเองก็เก่งกาจ เขียนอ่านหนังสือได้และแตกต่างจากหลายๆ คนในท้องถิ่น เขาใช้เวลาไม่กี่ปีสำหรับการสร้างภาพซื้อใจผู้คน แต่งงานกับสาวสวยมีลูกชายตัวเล็กๆ หนึ่งคน...
แต่เมื่ออำนาจของหัวหน้าหมู่บ้านอยู่ในมือ เกรย์ก็เริ่มยึดติดกับมัน และคอยใช้อำนาจของทหารรับจ้างระดับนักรบที่แข็งแกร่งคอยข่มเหงผู้คนเรื่อยมา...
ชีวิตของเกรย์หลังจากนั้น... เปลี่ยนไปหลังจากที่เดวิด รัสเซล เปิดเผยตัวอย่างเป็นทางการ
หรือไม่... ก็อาจจะก่อนหน้านั้นเล็กน้อย
แต่ว่าเขาไม่สนใจอดีตอันเจ็บปวดและแสนจะผกผันอีกแล้ว ตอนนี้ทุกสิ่งกำลังอยู่ในกำมือ เหลือแค่รอเวลาเท่านั้น
หลังรับประทานอาหารและพูดคุยเสร็จสิ้น... อดีตข้ารับใช้คนสำคัญก็ถูกส่งไปยังห้องนอนอันหรูหรา สาวใช้หลายคนมาปรนนิบัติอย่างถึงอกถึงใจ หลังจากเสร็จธุระและชำระร่างกายเรียบร้อย เกรย์ก็ทำการจดบันทึกทุกสิ่งที่พบเจอเพื่อนำมันไปทบทวนในอนาคต มันเป็นสิ่งที่เขาทำจนเป็นกิจวัตรประจำวันเสียแล้ว
“อืม... ข้อมูลย้อนหลังอยู่ครบถ้วนดี...” เอกสารปึกใหญ่ที่มีรายละเอียดการจดบันทึกพร้อมจดหมายระหว่างเขากับลอร์ดวินเดล เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เกรย์หยิบมาตรวจทุกคืนเพื่อความมั่นใจ
“อีกไม่นานหรอก หึๆๆ”
เอี๊ยด...
เสียงแผ่นไม้ลั่นทำให้เกรย์ไหวตัวพร้อมกับเก็บทุกอย่างเข้าที่มิดชิดอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากแสร้งทำเป็นหลับ หัวใจของชายวัยกลางคนก็เต้นระรัวอย่างรวดเร็วจนเหมือนกลองศึก ภาพผ่านสายตาที่เปิดอย่างริบหรี่ทำให้เขาเห็นเงามืดที่เคลื่อนไหวอยู่ในห้องพักของตนเอง
(หรือว่าเจ้าออกัส ต้องการจะสังหารข้า... บัดซบ!) ทันทีที่คิดได้ เกรย์ก็ลุกพรวดขึ้นจากที่นอนก่อนจะหลบคมดาบที่ฟันลงมาได้อย่างเฉียดฉิว
“โฮ่... หลบได้ด้วย อย่าโกรธกันเลยนะเกรย์ แต่เจ้าหมดประโยชน์เสียแล้ว” พ่อบ้านอีกคนที่ร่ำเรียนมาด้วยกันกำลังมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูถูก พลังมานาสีแดงฉานกำลังทอแสงจนเกรย์ตากระตุก
“พรแห่งการช่างอย่างเจ้า... เฮ้อ อย่างดิ้นรนให้เสียเวลาเลย”
“ทำไม...”
“ตายแล้วค่อยไปทบทวนดูเถอะ ข้ายังมีงานที่ต้องทำเยอะนัก ไม่ต้องห่วงนะ... เจ็บนิดเดียวเท่านั้น”
เจ็บนิดเดียวอย่างนั้นหรือ... สายตากระหายเลือดของอีกฝ่ายทำให้เกรย์มั่นใจว่าสหายเก่าคนนี้คงไม่ได้ทำงานเป็นพ่อบ้านเพียงอย่างเดียว
“ขะ...ข้ามีประโยชน์กว่าที่ท่านออกัสคาดไว้นะ... ให้ข้าได้ต่อรอง... ได้โปรด”
“ไม่ได้หรอกเกรย์ เจ้าก็รู้ว่าวงการนี้เข้ามาได้ง่าย แต่ตอนออกต้องตายอย่างเดียว ท่านออกัสไม่อาจปล่อยหลักฐานชิ้นสำคัญอย่างเจ้า ให้เดินลอยหน้าลอยตาไปไหนมาไหนได้ตามอำเภอใจหรอก” คมดาบสีเงินวาววับสะท้อนแสงสีส้มของตะเกียงที่ริบหรี่ มันอ่อนกำลังลงเหมือนชะตาชีวิตของเกรย์ที่กำลังจะขาดทุกเมื่อ
“ฝากทักทายอิซาเบลเมียรักของเจ้าด้วย... คืนสุดท้ายของเธอทำให้ข้ามีความสุขที่สุด” รอยยิ้มอันน่าเกลียดของอีกฝ่ายทำให้เกรย์กำหมัดแน่นอย่างเคียดแค้น เสียงดาบตัดผ่านอากาศมาช่างดังหวีดหวิว
จุดจบของชีวิตมาถึงแล้ว
ฉัวะ! ... ตุบ...
เสียงศีรษะตกกระทบพื้นช่างเป็นเอกลักษณ์ที่หาฟังได้ยากยิ่ง เลือดในร่างที่ยังอุ่นพุ่งออกมาเป็นสายเหมือนน้ำพุที่มีจังหวะเฉพาะตัวซึ่งค่อยๆ แผ่วเบาลงไป เข่าของร่างไร้หัวอ่อนลงและทรุดลงกับพื้นในเวลาไม่นานนัก
ผู้ลงมือสังหารเดาะลิ้นของตนเองอย่างไม่ชอบใจ เสื้อผ้าสีดำสนิทของเขาเปรอะเปื้อนเล็กน้อย
ทุกสิ่ง... จบอย่างรวดเร็วยิ่ง
“คิดเสียว่า เจ้าโชคดีที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญสำหรับมัดตัวลอร์ดวินเดลก็แล้วกันนะ เกรย์ ช็อปเปอร์”
“ท่าน... พวกท่านเป็นใคร” ชายวัยกลางคนถามด้วยเสียงตะกุกตะกักและมีร่างกายสั่นเทา ทว่าอีกฝ่ายกลับเลือกที่จะไม่ตอบคำถามดังกล่าว
“ข้าจะส่งข่าวด่วน ปีเตอร์...ออกไปดูต้นทางไว้หน่อย” สหายอีกคนพยักหน้าอย่างรวดเร็วและไม่พูดจาให้เสียเวลา พวกเขามีกันสามคน อีกคนหาข่าวอยู่นอกปราสาท ส่วนพวกเขาสองคนได้รับหน้าที่ตามประกบมิสเตอร์เกรย์ตลอดเวลา... ตามคำสั่งของท่านชายเดวิด
นกแก้วสีเขียวถูกส่งออกไปไม่นาน ก็มีจดหมายตอบกลับว่าให้ไปเจอกันที่จุดนัดพบ การเคลื่อนย้ายผู้เป็นเป้าสังหารจึงเกิดอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครสนใจร่างของพ่อบ้านหัวขาดที่นอนจมกองเลือดของตนเอง... ส่วนหัวที่ไร้ร่างมีดวงตาที่เบิกกว้าง ใบหน้าแข็งค้างและเต็มไปด้วยอารมณ์สับสน
จุดนัดพบนั้นลับตาคน และพอจะปิดบังแสงสว่างของอักขระเคลื่อนย้ายที่กำลังส่งตัวของท่านชายมาถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว เขาเลือกที่จะไม่ปกปิดฐานะของตนเองเหมือนเคย กลางดึกสงัดเช่นนี้ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเสียมานาโดยเปล่าประโยชน์
เกรย์... มองหนุ่มน้อยตรงหน้าอย่างหวาดกลัว อีกฝ่ายมีพลังแข็งแกร่งและสูงส่งกว่าที่เขาคุ้นเคยมากนัก
“หลักฐานทุกอย่างครบไหม”
“ครบครับท่านชาย ข้าเจอหนังสือและบันทึกส่วนตัวของเกรย์จำนวนมาก คงต้องตรวจสอบก่อนจำแนกหลักฐานครับ”
“ข้าจะเอามันไปส่งที่ส่วนกลางเอง...” คิทยื่นมือไปรับถุงผ้าใบใหญ่ ก่อนจะหันไปมองเกรย์ที่กำลังตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
“ขอบคุณพวกเจ้ามาก” ท่านชายตัดสินในมอบรางวัลเป็นเหรียญทองถึงร้อยเหรียญ “ใช้มันทำภารกิจให้สะดวกขึ้น ขาดเหลืออะไรก็บอกข้าได้ทุกเมื่อ”
“ขอบคุณมากขอรับ” ทั้งสองก้มหัวทำความเคารพ ไม่กี่อึดใจถัดมาคิทก็คว้าคอเสื้อของเกรย์เอาไว้ แล้วหายไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางกลุ่มแสงของตัวอักษรประหลาดนับร้อยพัน
สมาชิกกลุ่มงานข่าวในสังกัดของลอร์ดเดวิดมองหน้ากันอย่างตื่นตะลึง ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง
ท่านลอร์ดของพวกเขา... ยังเป็นมนุษย์ใช่หรือไม่