พอถูกถามหญิงสาวก็เงียบไปชั่วอึดใจพูดหรือ...อีธานไม่พูดอะไรนอกจากตะคอกและกล่าวหาว่าเธอรุนแรงหากชาคริยาก็กลบเกลื่อนออกไปว่า
“ไม่นี่คะ...เขาแค่ทักทายฉัน”
“ดีแล้วล่ะ...จำไว้นะจีนอีธานมีนิสัยที่แก้ไม่หายอย่างหนึ่งซึ่งฉันกำราบเขาไม่ลงสักที นั่นก็คือถ้าเกิดเขาไม่ชอบใจอะไรหรือใครขึ้นมาเมื่อไหร่เขาจะแสดงออกอย่างไร้เหตุผลเธออยู่ที่นี่นานไปก็คงได้รู้ว่าเขาเป็อย่างไรสิ่งหนึ่งที่ฉันอยากบอกเธอไว้คือพยายามอดทนและ...ทำดีกับเขา...อย่างน้อยก็เพื่อฉัน”
“ฉันคงอยู่ที่นี่ไม่นานขนาดนั้นกระมังคะเพราะคุณสัญญาแล้วว่าจะให้ฉันมาอยู่คอยดูแลคุณที่นี่สามเดือน...เอ้อ...ฉันอยากถามอะไรคุณอีกอย่างค่ะนาธาเนียล”
“ว่ายังไงล่ะ?”
“ขณะที่ฉันอยู่ที่นี่ไม่ทราบว่าคุณมีข้อตกลงหรือมีกฎอย่างอื่นนอกเหนือจากที่ให้ฉันมาคอยดูแลคุณหรือเปล่าคะ?”
“โอเคสาวน้อย...เธอมีหน้าที่คอยดูแลฉันและมิอิสระทุกอย่างเธอจะไปไหนก็ได้อย่างที่อยากไป...แต่ต้องบอกฉันก่อน”
“ฉันยินดีทำตามกฎทุกอย่างของคุณนะคะ”
“กฎของฉันคือความเข้าใจ...สาวน้อย...เราอยู่กันด้วยความเข้าใจและให้เกียรติซึ่งกันและกันนั่นเป็สิ่งที่ฉันยึดถือมาตลอดในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง”
แล้วทำไมลูกชายของเขาไม่คิดอย่างนั้นบ้าง...ชาคริยานึกแย้งในใจเธอมองชายสูงวัยซึ่งตอนนี้เขาเปรียบเสมือนนายจ้างคนหนึ่งของเธอด้วยความรู้สึกหลายอย่างนาธาเนียลอายุเลยเลขหกแล้วก็จริงแต่เขายังคงสง่างามและดูดีเค้าโครงหน้าแม้จะมีริ้วรอยตามวัยแต่ก็ยังหลงเหลือเค้ารอยของความหล่อเหลาซึ่งชั่ววาบของความคิดหญิงสาวก็อดนึกถึงใบหน้าของใครอีกคนไม่ได้
อีธาน...
ผู้ชายคนนั้นหล่อจับจิตหล่อเหลาอย่างร้ายกาจชนิดที่เธอเห็นครั้งแรกก็ยังตะลึงรูปร่างสูงใหญ่และบึกบึนเหมือนพ่อของเขาไม่มีผิด ต่างกันก็แต่นิสัย ในส่วนลึกหญิงสาวทั้งชื่นชมและอบอุ่นใจต่อการแสดงออกของนาธาเนียลหากก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกหดหู่ขึ้นมาในที่สุดเมื่อนึกถึงลูกชายคนเดียวของเขา
“จีน...”
“คะ?”
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะเธอคิดถึงบ้านหรือเปล่า?”
นาธาเนียลเอ่ยถามหญิงสาวซึ่งเธอมีอาการกระตุกเล็กน้อยเมื่อถูกทักเขาคงเห็นอะไรบางอย่างฉายออกมาจากแววตาที่มีร่องรอยของความกังวลทว่าสาวไทยกลับส่ายหน้า
“มะ...ไม่หรอกค่ะ...คนที่บ้านฉันเข้าใจ”
“ถ้ามีอะไรจะให้ฉันช่วยเหลือเธอรีบบอกฉันเลยนะอย่าเก็บความไม่สบายใจเอาไว้เพราะเธอต้องอยู่ที่นี่สามเดือน”
“ที่คุณจ้างฉันมาตั้งหนึ่งล้านดอลล่าห์ฉันก็ถือว่ามันมากมายสำหรับฉันแล้วล่ะค่ะ”
“ฉันหมายถึงการช่วยเหลือมากกว่านั้นอาจเป็ทางบ้านของเธอถ้ามีอะไรเดือดร้อนก็เธอบอกฉันเองนี่ไม่ใช่หรือว่าเธออยู่กับแม่สองคน”
“พวกเราโอเคค่ะ”
ชาคริยาตอบสั้นๆเพราะเธอไม่กล้าที่จะบอกรายละเอียดมหาเศรษฐีผู้โอบอ้อมอารีอย่างนาธาเนียลเกี่ยวกับมารดาของเธอที่กำลังป่วยและเงินค่าจ้างที่เขาให้เธอไปนั้นถูกใช้จ่ายไปเกือบทั้งหมดกับค่ารักษาพยาบาลแพงลิบลิ่ว
เธอไม่กล้าแม้แต่จะขอบคุณความมีน้ำใจที่เขาหยิบยื่นมาให้และเธอได้ใช้มันเพื่อยื้อลมหายใจของคนสำคัญที่สุดในชีวิตและยิ่งได้เจออีธานเธอก็ยิ่งหนักหน่วงในหัวใจไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากขอให้เขาช่วยอะไรมากไปกว่านี้เพราะเกรงว่าลูกชายของเขาจะมองว่าเธอมาที่นี่เพื่อสูบเืสูบเนื้อจากนาธาเนียลซึ่งมันไม่ได้อยู่ในสมองของเธอสักนิดแต่หลังจากนี้ชาคริยาก็รู้ตัวแล้วว่าเธอต้องเจอกับพายุใหญ่อย่างแน่นอน
“จีน...ตามฉันมานี่สิฉันจะพาเธอไปดูห้องของเธอที่ฉันจัดไว้ให้ และหน้าที่แรกสำหรับเธอในวันนี้ก็คือ...”
ชายสูงวัยดึงมือหญิงสาวไปกุมไว้อีกครั้งซึ่งในขณะนั้นก็มีแม่บ้านเข้ามาช่วยหิ้วกระเป๋าเดินทางของหญิงสาว
“คืนนี้เธอต้องไปที่ห้องของฉัน...และทุกคืนตอนสองทุ่มเธอต้องอ่านหนังสือให้ฉันฟังก่อนนอนมันคงเป็งานที่ไม่หนักหนาเกินไปใช่มั้ย?”
“ค่ะ...คุณนาธาเนียล”
หญิงสาวตอบรับเธอรู้สึกไว้วางใจในตัวของบุรุษสูงวัยผู้นี้ซึ่งไม่ว่าด้วยเหตุผลใดเธอก็รู้สึกแน่ใจว่าเขาจะไม่ทำอะไรนอกเหนือจากข้อตกลงที่เธอรับหน้าที่เป็คนคอยดูแลเขานาธาเนียลยิ้มกริ่มก่อนปล่อยมือหญิงสาวให้เป็อิสระและเดินนำหน้าไปยังห้องด้านในแต่ก่อนที่ชาคริยาจะเดินตามไปเธอก็รู้สึกเหมือนมีใครคอยจับจ้องอยู่ซึ่งก็เป็จริงอย่างที่คิดเพราะเมื่อเธอหันกลับไปที่ประตูทางเข้าห้องโถงใหญ่ก็เห็นร่างสูงของบุรุษที่สาดใส่ความหยาบร้ายต่อเธอก่อนหน้านี้
“อีธาน...”