หลายวันผ่านไปนับั้แ่หลินเหมยล้มป่วย อาการของนางก็ยังคงไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย หลินซูเฝ้าไข้มารดาอย่างไม่ลดละ นางเช็ดตัว ป้อนข้าวป้อนน้ำ และเปลี่ยนผ้าชุบน้ำเย็นประคบหน้าผากอยู่ตลอดเวลา ทว่าร่างกายที่เคยแข็งแรงของมารดากลับซูบผอมลงทุกวัน ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเื ลมหายใจแ่เบาจนน่าใจหาย
ใน่เช้าตรู่ หลินซูจะตื่นขึ้นมาก่อนแสงอรุณส่องฟ้า นางจะเดินเข้าไปในห้องมารดาเบาๆ เพื่อตรวจดูอาการ บางครั้งนางจะเห็นหลินเหมยกำลังนอนกรนเบาๆ ใบหน้าเปียกไปด้วยเหงื่อ บางครั้งนางจะเห็นมารดาลืมตาจ้องมองเพดานด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังคิดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ห่างไกล
"ท่านแม่เ้าค่ะ ท่านนอนหลับได้หรือไม่เ้าคะ?" หลินซูจะถามด้วยเสียงเบาๆ ขณะที่จัดเรียงหมอนให้มารดานอนสบายขึ้น
"ข้านอนได้บ้างซูเอ๋อร์ แต่ฝันร้ายมาก" หลินเหมยตอบด้วยเสียงแหบแห้ง "ข้าฝันเห็นบิดาของเ้า... ท่านดูเศร้าโศกมาก ราวกับกำลังจะจากข้าไป"
คำพูดของมารดาทำให้หลินซูรู้สึกหวาดกลัว นางรีบจับมือหลินเหมยไว้แน่น "ท่านแม่อย่าคิดมากเลยเ้าค่ะ นั่นเป็แค่ฝันร้ายเท่านั้นเอง ท่านพ่อจะกลับมาเร็วๆ นี้แน่นอน และท่านแม่ก็จะหายป่วยเ้าค่ะ"
หลินเหมยยิ้มอย่างเศร้าๆ แล้วลูบหัวลูกสาวเบาๆ "ลูกดีของแม่... แม่รู้ว่าเ้าเป็ห่วงมาก แต่บางครั้งความฝันก็บอกเล่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้นะลูก"
ใน่กลางวัน หลินซูจะนำน้ำซุปไก่และข้าวต้มที่ปรุงอย่างอ่อนโยนมาป้อนมารดา แต่หลินเหมยมักจะกินได้เพียงไม่กี่คำก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ "ข้ากินไม่ลงแล้วลูก... ท้องข้าปวดมาก"
"ท่านแม่พยายามกินอีกสักหน่อยเถิดเ้าค่ะ ท่านต้องมีแรงเพื่อสู้กับโรคภัย" หลินซูอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล
หลินเหมยจะพยายามกินอีกสักช้อนหรือสองช้อนเพื่อไม่ให้ลูกสาวเศร้าใจ แต่ไม่นานก็จะต้องหยุดเพราะคลื่นไส้ บางครั้งนางจะอาเจียนออกมา ทำให้หลินซูต้องรีบเอาผ้าเช็ดและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้
ความสิ้นหวังเริ่มกัดกินหัวใจของหลินซู นางมองมารดาที่นอนซมอยู่บนเตียงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเ็ปและไร้หนทาง นางไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว ยาของหมอหลี่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล สิ่งเดียวที่นางทำได้คือภาวนาขอให้์เมตตา
ในยามค่ำคืน หลินซูจะนั่งเย็บปักผ้าข้างเตียงมารดา เพื่อให้หลินเหมยรู้สึกไม่เหงา แสงเทียนไขส่องแสงเหลืองอ่อนๆ ทำให้เงาของนางเต้นไหวไปตามแสงไฟ เสียงลมหายใจของมารดาที่ไม่สม่ำเสมอทำให้นางต้องหยุดงานเย็บปักเป็ระยะๆ เพื่อเงี่ยหูฟัง
"ซูเอ๋อร์..." หลินเหมยเรียกด้วยเสียงแ่เบา "เ้ามานั่งใกล้แม่หน่อยได้ไหม?"
หลินซูรีบวางงานเย็บปักลงแล้วเลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้เตียงมากขึ้น "ท่านแม่้าอะไรเ้าคะ?"
"ข้าแค่อยากให้เ้าอยู่ใกล้ๆ เท่านั้นเอง" หลินเหมยยื่นมือออกมาจับมือลูกสาว "มือของเ้าอุ่นดี... ทำให้แม่รู้สึกสบายใจ"
หลินซูรู้สึกว่ามือของมารดาเย็นเฉียบและแห้งกร้าน นางจึงนำมือทั้งสองข้างมาอุ่นมือมารดาไว้ "ท่านแม่ มือของท่านเย็นมากเลยเ้าค่ะ ข้าจะไปเอาถุงมือมาให้ท่านใส่"
"ไม่ต้องหรอกลูก... เ้าอยู่ข้างแม่แบบนี้ก็พอแล้ว" หลินเหมยกำมือลูกสาวไว้แน่น "ข้าอยากเล่าให้เ้าฟังเื่หนึ่ง... เื่ที่ข้าไม่เคยเล่าให้ใครฟัง"
หลินซูตั้งใจฟังด้วยความสนใจ "เื่อะไรเ้าคะ ท่านแม่?"
"เมื่อข้ายังเป็สาวน้อยเหมือนเ้า ข้าเคยป่วยหนักมาก จนคิดว่าจะไม่รอดแล้ว" หลินเหมยเล่าด้วยเสียงที่เบาลง "แต่แล้วยายของข้าก็พาข้าไปขอพรที่อารามบนเขาเทียนซาน... และข้าก็หายป่วยอย่างปาฏิหาริย์"
"จริงหรือเ้าคะ ท่านแม่?" หลินซูถามด้วยความตื่นเต้น
"จริงลูก... อารามแห่งนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก มีนักพรตผู้มีตบะสูงส่งประทับอยู่ที่นั่น" หลินเหมยพูดต่อด้วยแววตาที่เริ่มมีความหวัง "ข้าคิดว่า... บางทีการไปขอพรที่นั่นอาจจะช่วยข้าได้"
คำพูดของมารดาทำให้หลินซูรู้สึกเหมือนมีแสงสว่างส่องเข้ามาในความมืดมิด นางจับมือมารดาไว้แน่นขึ้น "ท่านแม่ หากท่านเชื่อว่าการไปขอพรจะช่วยได้ ข้าจะไปแทนท่านเ้าค่ะ"
"เ้าจะไปเองหรือลูก?" หลินเหมยถามด้วยความประหลาดใจ "แต่การเดินทางไปเขาเทียนซานนั้นลำบากนัก และเ้าก็ยังเป็หญิงสาวอ่อนแอ..."
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ท่านแม่ เพื่อท่านแล้ว ข้าจะทำทุกอย่าง" หลินซูตอบด้วยความมุ่งมั่น "ข้าจะไปบำเพ็ญเพียรเจ็ดวันให้ท่านหายป่วย"
ในยามบ่ายวันหนึ่ง หลินซูตัดสินใจลงไปที่ร้านค้าผ้าเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยและสอบถามเื่การค้าขายจากพ่อบ้าน นางเดินผ่านตลาดที่คึกคัก ผู้คนเดินกันขวักไขว่ เสียงพูดคุยจอแจดังระงม ทว่าเสียงหนึ่งกลับดึงดูดความสนใจของนางให้หยุดฟัง
"เ้าได้ยินเื่นักพรตบนเขาเทียนซานหรือไม่?" เสียงของหญิงชราคนหนึ่งดังขึ้น "เขาว่ากันว่านักพรตผู้นั้นมีตบะแก่กล้า สามารถปัดเป่าโรคร้ายและเสริมสร้างสิริมงคลได้"
หลินซูหยุดเดินและเข้าไปใกล้กลุ่มผู้หญิงที่กำลังพูดคุยกัน นางแกล้งทำเป็ดูผ้าที่แผงข้างๆ แต่จริงๆ แล้วตั้งใจฟังการสนทนา
"จริงหรือเ้าคะป้าหลี่?" หญิงสาวอีกคนถามด้วยความสนใจ "ข้าได้ยินมาว่า หากเป็โรคร้ายแรงถึงขั้นต้องบำเพ็ญเพียรบนเขานานถึงเจ็ดวันเชียวนะ"
"ใช่แล้ว!" ป้าหลี่พยักหน้าหงึกหงัก "ลูกชายของเพื่อนบ้านข้าป่วยหนักจนหมอหลวงยังส่ายหน้า แต่พอไปบำเพ็ญบนเขาเทียนซานเจ็ดวัน กลับหายเป็ปลิดทิ้งราวกับปาฏิหาริย์"
"แม้จะลำบากก็จริง แต่หากเป็เพื่อชีวิตของคนที่เรารัก ความลำบากนั้นก็ไม่มีความหมายอะไร" ป้าหลี่ตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น "ข้าเคยไปมาแล้วเมื่อสามีข้าป่วยหนัก ต้องเดินขึ้นเขาสูงชันเป็เวลาสองวัน แต่พอถึงอารามแล้ว ความศักดิ์สิทธิ์ที่นั่นทำให้ข้ารู้สึกว่าทุกอย่างคุ้มค่า"
"นักพรตที่นั่นเป็อย่างไรบ้างคะ?" หญิงสาวถามด้วยความอยากรู้
"ท่านเป็คนที่มีจิตใจเมตตา แม้จะไม่ค่อยพูดมาก แต่ดวงตาของท่านเต็มไปด้วยความเข้าใจและความเมตตา" ป้าหลี่เล่าด้วยความศรัทธา "ท่านจะให้ผู้ที่มาขอพรนั่งสมาธิและภาวนาในถ้ำศักดิ์สิทธิ์ หากใครมีใจจริงและศรัทธาแก่กล้า ปาฏิหาริย์ก็จะเกิดขึ้น"
"แล้วต้องเตรียมอะไรไปบ้างคะ?" หญิงสาวอีกคนสอบถาม
"ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก แค่เสื้อผ้าเรียบง่าย อาหารแห้งสำหรับเดินทาง และที่สำคัญที่สุดคือใจที่เต็มไปด้วยศรัทธา" ป้าหลี่อธิบาย "อารามจะจัดที่พักและอาหารเรียบง่ายให้ผู้ที่มาบำเพ็ญเพียร แต่ต้องปฏิบัติตามกฎของอารามอย่างเคร่งครัด"
"กฎอะไรบ้างคะ?"
"ต้องรักษาศีล ไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่พูดจาเสียงดัง ไม่คิดในทางชั่ว และต้องภาวนาสวดมนต์ั้แ่เช้าจรดค่ำ" ป้าหลี่นับนิ้วบอก "ที่สำคัญคือต้องมีความอดทนและความเพียร เพราะการบำเพ็ญเพียรเจ็ดวันนั้นไม่ใช่เื่ง่าย"
คำพูดเ่าั้ดังก้องอยู่ในหูของหลินซูราวกับเสียง์ นางนึกถึงคำพูดของมารดาที่เคยเอ่ยถึงอารามบนเขาเทียนซานเมื่อไม่นานมานี้ ความหวังริบหรี่ที่เคยดับมอดไปแล้วพลันลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
เขาเทียนซาน... อารามศักดิ์สิทธิ์... บำเพ็ญเพียรเจ็ดวัน...
นี่อาจจะเป็ทางออกเดียวที่นางจะช่วยมารดาได้ในตอนนี้ แม้ว่านางจะเป็เพียงหญิงสาวอ่อนแอ ไม่เคยต้องเผชิญความยากลำบากใดๆ แต่เพื่อมารดาแล้ว นางยอมทำทุกอย่าง
หลินซูเดินจากตลาดด้วยใจที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นางคิดถึงใบหน้าซีดเซียวของมารดา ถึงลมหายใจที่แ่เบา ถึงมือที่เย็นเฉียบ ทุกอย่างเหล่านี้ทำให้นางรู้ว่าเวลาไม่เหลือมากแล้ว หากนางไม่ทำอะไรเร็วๆ นี้ นางอาจจะสูญเสียมารดาไปตลอดกาล
หลินซูรีบเดินเข้าไปในร้านค้าผ้า นางกำชับพ่อบ้านเื่การดูแลกิจการอย่างละเอียดถี่ถ้วน "ท่านพ่อบ้าน ข้าจะไม่อยู่ที่ร้านเจ็ดวัน ฝากท่านดูแลกิจการให้ดีด้วยนะเ้าคะ หากมีเื่ด่วนใดๆ ให้ส่งคนไปแจ้งข้าที่อารามบนเขาเทียนซาน"
พ่อบ้านมองคุณหนูหลินด้วยความแปลกใจ "คุณหนูจะไปที่นั่นหรือขอรับ? อารามบนเขาเทียนซานนั้นเดินทางลำบากนัก อีกทั้งยังต้องบำเพ็ญเพียรอย่างเคร่งครัด เกรงว่าคุณหนูจะ..."
"ข้าตัดสินใจแล้วท่านพ่อบ้าน" หลินซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นผิดวิสัย "เพื่อท่านแม่แล้ว ข้าจะทำทุกอย่าง ขอเพียงท่านพ่อบ้านช่วยดูแลร้านและท่านแม่ให้ดีที่สุด"
พ่อบ้านเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของคุณหนูหลิน จึงพยักหน้ารับคำ "ได้ขอรับ คุณหนูไม่ต้องเป็ห่วงเื่ร้านค้า ข้าจะดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อย และจะส่งคนไปดูแลฮูหยินหลินเป็ระยะๆ ด้วย"
"ขอบใจมากเ้าค่ะ" หลินซูกล่าวด้วยความซาบซึ้ง "ข้าจะกลับมาภายในเจ็ดวัน และหวังว่าจะนำข่าวดีกลับมาด้วย"
เมื่อกลับมาถึงเรือน หลินซูตรงไปยังห้องของมารดา นางมองใบหน้าซีดเซียวของหลินเหมยด้วยความรักและความมุ่งมั่น นางกุมมือมารดาไว้แน่น "ท่านแม่เ้าคะ... ข้าจะไปขอพรที่อารามบนเขาเทียนซานให้ท่านหายป่วยนะเ้าคะ ข้าจะบำเพ็ญเพียรเจ็ดวันให้ท่านกลับมาแข็งแรงดังเดิม"
หลินเหมยลืมตาขึ้นมาช้าๆ แววตาเบลอๆ ของนางพยายามจับจ้องที่ใบหน้าของลูกสาว "ซูเอ๋อร์... เ้าจะไปจริงๆ หรือลูก?"
"ใช่เ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าได้ยินชาวบ้านเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของอารามแห่งนั้น มีคนมากมายที่หายป่วยหลังจากไปบำเพ็ญเพียรที่นั่น" หลินซูอธิบายด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง "ข้าเชื่อว่าหากข้าไปด้วยใจจริงและศรัทธาแก่กล้า ท่านแม่จะต้องหายป่วย"
น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของหลินเหมย "ลูกดีของแม่... แต่การเดินทางไปเขาเทียนซานนั้นอันตรายมาก เ้าเป็หญิงสาวที่ไม่เคยออกจากเมืองไปไหนไกล..."
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าจะระวังตัวให้ดี" หลินซูปลอบใจมารดา "ข้าจะไปกับกลุ่มผู้แสวงบุญคนอื่นๆ จะได้ปลอดภัย"
หลินเหมยพยายามยกมือขึ้นมาลูบแก้มลูกสาว "หากเ้าตัดสินใจแล้ว... แม่ก็จะไม่ห้าม แต่เ้าต้องสัญญาว่าจะระวังตัวให้ดี และหากมีอันตรายใดๆ ให้รีบกลับมาทันที"
"ข้าสัญญาเ้าค่ะ ท่านแม่" หลินซูจูบมือมารดาเบาๆ "ท่านแม่ก็ต้องสัญญาว่าจะรอข้ากลับมา และจะพยายามกินยาให้หมด"
นางสั่งให้สาวใช้คนสนิทนามว่า "เสี่ยวเหมย" เข้ามาพบ "เสี่ยวเหมย เ้าช่วยดูแลท่านแม่ให้ดีที่สุดนะเ้าคะ หากท่านแม่้าสิ่งใด ให้รีบจัดหามาให้ทันที ข้าจะไปบำเพ็ญเพียรบนเขาเทียนซานเจ็ดวัน เพื่อขอให้ท่านแม่หายป่วย"
เสี่ยวเหมยพยักหน้ารับคำด้วยความเข้าใจและเป็ห่วง "คุณหนูหลินไม่ต้องเป็ห่วงเ้าค่ะ ข้าจะดูแลฮูหยินหลินให้ดีที่สุด ขอให้คุณหนูเดินทางปลอดภัยนะเ้าคะ"
"เสี่ยวเหมย ข้าฝากเื่สำคัญไว้กับเ้า" หลินซูพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "หากท่านแม่มีอาการหนักขึ้น ให้รีบเรียกหมอหลี่มาทันที และหากมีเื่ฉุกเฉินใดๆ ให้ส่งคนไปตามข้าที่เขาเทียนซาน"
"ได้เ้าค่ะ คุณหนู ข้าจะจำไว้ทุกคำ" เสี่ยวเหมยตอบด้วยความมั่นใจ
หลินซูเริ่มเก็บข้าวของที่จำเป็สำหรับการเดินทาง นางเลือกเสื้อผ้าที่เรียบง่ายที่สุดสองสามชุด พร้อมกับเงินติดตัวเล็กน้อย และผ้าห่มผืนหนาหนึ่งผืน นางใส่ข้าวแห้ง ผลไม้แห้ง และน้ำดื่มลงในถุงผ้าสำหรับเดินทาง นางไม่รู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะพบเจอสิ่งใดบ้าง แต่ในใจของนางเต็มไปด้วยความหวังและความศรัทธาอันแรงกล้า
นางยังได้เตรียมเงินบางส่วนไว้สำหรับถวายอารามและสำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง นางคิดว่าการไปขอพรนั้นควรจะมีสิ่งของถวายด้วย เพื่อแสดงถึงความเคารพและความศรัทธา
ใน่เย็นก่อนวันเดินทาง หลินซูนั่งข้างเตียงมารดาเป็ครั้งสุดท้าย นางจับมือหลินเหมยไว้แน่นและพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความรัก "ท่านแม่เ้าค่ะ ข้าจะไปแล้ว ขอให้ท่านรอข้ากลับมาด้วยนะเ้าคะ"
"ข้าจะรอลูก... ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ข้าก็จะรอ" หลินเหมยตอบด้วยเสียงที่แ่เบาแต่เต็มไปด้วยความรัก "ขอให้เ้าเดินทางปลอดภัย และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องเ้า"
ในยามรุ่งสางของวันถัดมา หลินซูออกเดินทางจากจวนตระกูลหลิน มุ่งหน้าสู่เขาเทียนซาน นางหันกลับไปมองจวนที่เงียบสงบเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวเดินต่อไปด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น
แสงอรุณส่องผ่านใบไผ่ที่โต้แต้ไปตามสายลม เสียงนกร้องดังขึ้นเป็ทำนองไพเราะ ท้องฟ้าสีฟ้าใสไร้เมฆ ทุกอย่างดูเหมือนเป็ลางดีสำหรับการเดินทางครั้งนี้ หลินซูรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมา นางเชื่อว่าการเดินทางครั้งนี้จะนำความหวังมาให้มารดา
นางหารู้ไม่ว่า การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เป็เพียงการไปขอพรเพื่อมารดาเท่านั้น แต่ยังเป็การเดินทางที่นำพานางไปสู่ชะตากรรมที่ไม่อาจคาดเดาได้ และเป็การเริ่มต้นของบททดสอบครั้งสำคัญในชีวิตของนาง