บรื้น!
วินาทีนั้นรถสปอร์ตสสีนํ้าเงินที่ควรจะชะลอความเร็วลงกลับเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นเต็มพิกัดก่อนพุ่งไต่ขึ้นไปบนผนังเขาข้างๆด้วยความอัศจรรย์
พริบตา รถสปอร์ตสีนํ้าเงินก็ได้แล่นลงสู่อีกฝั่งที่รถสปอร์ตสีแดงจอดรออยู่อย่างไรก็ตามมันกลับไม่ได้แล่นลงข้างๆ แต่เป็นข้างหน้า
ข้างหน้ารถสปอร์ตสสีนํ้าเงินของเจาหลุย!
เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเจาหลุยก็อึ้งไป ดวงตาของเขาแทบจะถลนออกจากเบ้า นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นแล้วสิ่งที่เขาเพิ่งได้เห็นไปนี่เป็นความจริงหรือไม่?
บรื้น!
เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นอีกครั้งส่งผลให้เจาหลุยที่อึ้งอยู่สังเกตเห็นว่าเขาถูกแซงไปแล้ว แซงทิ้งไปอย่างไกลโข
“เฮ้อดูเหมือนว่าฉันจะแพ้แม่สาวน้อยคนนั้นเสียแล้ว…’’สุดท้ายเมื่อเห็นเพียงความว่างเปล่า เจาหลุยก็ถอนหายใจถึงจะอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้เสียใจเลยเพราะอย่างไรซะการแข่งขันครั้งนี้ไม่มีใครตายก็ดีแล้วยิ่งได้เห็นเทคนิคการขับไต่ผนังเขาที่น่าอัศจรรย์นั่นเขาก็เชื่อแล้วว่าเธอมีฝีมือเหนือกว่าเขาอย่างแน่นอน
ด้านผู้ชมที่สังเกตการจากระยะไกลและเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็อึ้งไปเหมือนกันไม่ช้า ความอึ้งเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความตะลึงงัน
ตะลึง!ตะลึง! ตะลึง!
นี่มัน...เป็นไปได้อย่างไร?
ทําไมรถสปอร์ตสีนํ้าเงินนั่นถึงรอดมาได้?!
ในที่นี้ไม่มีใครไม่ช็อคเพราะสสําหรับพวกเขาแล้วตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเห็นอะไรที่น่าอัศจรรย์อย่างนี้มาก่อนเลยบอกได้ว่าตอนนี้ในใจของพวกเขาซูฮว๋าเธอถือเป็นนักซิ่งบนภูเขาอันดับหนึ่งอย่างแท้จริงแล้ว!
นักซิ่งที่น่าอัศจรรย์!
กลับกันทางซูฮว๋าที่รู้สึกตัวว่าตัวเธอรอดจากความเป็นความตายมาได้ก็อึ้งเพราะในตอนนี้เธอสามารถสังเกตเห็นได้อย่างดีถึงชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูหล่อเหลา ณข้างๆของเธอ
เขา!
เขาเป็นใครกัน?
แล้วแท้จริงแล้วเขาขึ้นมาบนรถของเธอได้ยังไง?!
แม้ซูฮว๋าจะตกตะลึงที่รอดมาได้แต่เธอก็ตกใจมากกว่าว่าชายหนุ่มคนนี้มาปรากฏตัวบนรถของเธอและนั่งยังที่ของเธอได้ยังไง
“สาวน้อยในเมื่อตอนนี้คุณปลอดภัยแล้ว พรุ่งนี้คุณก็ควรจะกลับไปเรียนที่ห้องเรียนสิบสองต่อได้แล้วนะเพราะอย่างนั้นผมคุณครูคนนี้ขอตัวไปล่ะ…’’ สัมผัสได้ถึงความสงสัยของหญิงสาว มู่หลินก็เพียงยิ้มบางแล้วสับเปลี่ยนที่นั่งของหญิงสาวให้กลับมาเหมือนเดิมก่อนหายไป
วูบ!
“ห้องเรียนสิบสอง?คุณครู?’’ ได้ยิน แววตาของซูฮว๋าก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความไม่อยากเชื่อแต่เมื่อเธอมองไม่เห็นชายหนุ่มอีกต่อไปและเห็นว่าตัวเธอกลายเป็นคนขับเหมือนเดิมแล้วเธอก็ตะลึงงันไป
เป็นไปได้อย่างไร!
แล้วเมื่อครู่นี้มันเป็นความฝันรึเปล่า?
สําหรับซูฮว๋าแล้วทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากอาจบอกได้ว่าตอนนี้เธอคิดว่ามันเป็นความฝันอย่างหนึ่งถึงอย่างนั้นเธอที่นึกถึงคําพูดของชายหนุ่มได้ก็รู้สึกว่าตัวเองต้องไปที่โรงเรียนในวันพรุ่งนี้เพื่อคลายข้อสงสัยที่ว่านี้ให้ได้
ด้านมู่หลินที่ออกมาจากรถก็มุ่งหน้าไปหาฉินเสว่เพราะเดิมทีแล้วเขาตั้งใจจะมาทําให้นักเรียนของเขากลับไปเรียนเฉยๆดังนั้นเมื่อเห็นเหตุการณ์เลวร้ายเขาจึงต้องออกตัวช่วยอย่างไม่มีทางเลือก ซึ่งการที่เขาช่วยเสร็จและกลับออกมาโดยไม่เปิดเผยตัวนั้นเป็นเพราะเขาไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่ไม่อย่างนั้นทุกคนคงจะมาลุมถามที่เขาว่าไปปรากฏตัวที่นั่นได้ยังไง
ผลสุดท้ายเมื่อกลับมาและยังคงเห็นว่าฉินเสว่ยังยืนอยู่ที่เดิม เขาก็กลอกตาก่อนกลับมามีท่าทีเฉยเมยอีกครั้ง “ไปกันเถอะสาวน้อย…’’’
ได้ยินฉินเสว่ที่กําลังจะเดินไปต่อก็ชะงักก่อนหันไปมองยังต้นทางของเสียงด้วยความไม่อยากเชื่อเธอไม่อยากเชื่อเป็นอย่างมากว่าคุณครูของเธอจะผุบๆโผล่ๆโดยที่เธอไม่รู้ตัวได้
แท้จริงแล้วเขาทําได้ยังไงกัน?
อีกอย่างที่ว่าไปกันเถอะนี่เขาได้ไปเจอซูฮว๋ามาแล้วงั้นเหรอ?
ถึงจะสงสัยฉินเสว่ก็ไม่ได้คิดจะถามอะไร เธอคิดว่าคุณครูของเธอคงจะมีเหตุผลบางอย่างดังนั้นเธอจึงได้เดินตามเขาออกไปเพราะในตอนนี้เหลือเพียงแค่สถานที่เดียวแล้วที่เธอจะต้องนําทาง
“หืม?’’ระหว่างทาง มู่หลินที่มองเห็นสองสาวสวยเดินขึ้นภูเขามาก็ประหลาดใจแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรและทําเพียงแค่เดินสวนทางทั้งสองคนไป
ฉินเสว่ก็ไม่ได้ประหลาดใจอะไรเธอเพียงแค่เดินตามเขาไปอย่างทุกที
อย่างไรก็ตามสองสาวสวยที่ว่ากลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นพวกเธอทั้งสองคนหยุดฝีเท้าลงพร้อมกันก่อนมีท่าทีแตกต่างกันไป
“นั่นเขา!’’เสี่ยวหนิงรีบหันกลับไปมองด้วยความตกใจเธอตกใจเป็นอย่างมากที่มาพบผู้ชายคนนั้นที่นี่
“เขา?ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอพูดถึงอะไร แต่ฉันรู้สึกคุ้นเคยกับเขาอย่างบอกไม่ถูกมันไม่ใช่ความคุ้นเคยทางหน้าตา แต่เป็นความรู้สึกบางอย่าง…’’ ได้ยินจูหลิงเยว่ที่มีท่าทีต่างออกไปก็ส่ายหัว เมื่อครู่นี้จากการที่เดินสวนกันเธอกลับรู้สึกได้ถึงมัน ความรู้สึกบางอย่างที่เคยมีให้กับคนๆหนึ่งมาเมื่อนานมาแล้ว
และเขาคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...มู่หลิน!
“จริงสิเธอบอกว่าเขา แล้วเธอรู้ไหมว่าเขาชื่ออะไร?’’มองไปยังทั้งสองคนที่ลับตาไปแล้ว จูหลิงเยว่ก็อดถามออกไปไม่ได้เธอคาใจเป็นอย่างมาก และมีความรู้สึกว่าเขาอาจจะเป็นคนเดียวกันกับที่เธอตามหาอยู่เพียงแต่ที่เมื่อกี้เธอไม่ได้หยุดเขาเอาไว้เป็นเพราะเธอไม่มั่นใจต่างหาก
“ชื่ออย่างนั้นเหรอ?ฮึ! เขามันก็แค่ผู้ชายแย่ๆคนหนึ่ง! ผู้ชายแย่ๆที่ฉันเล่าให้เธอฟังไง!’’ กลับกันเสี่ยวหนิงที่ได้ยินกลับแค่นเสียงเยาะอย่างไม่พอใจมันเป็นเหตุผลที่เธอไม่คิดจะเรียกเขาให้หยุดดังนั้นเธอจึงไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าเพื่อนของเธอจะรู้สึกยังไงเพราะในสายตาของเธอแล้วเขามันก็แค่ผู้ชายแย่ๆคนหนึ่ง
“ผู้ชายแย่ๆคนนั้น?’’จูหลิงเยว่ผงะไปเธอจําได้เป็นอย่างดีว่าเพื่อนของเธอเล่าถึงเขาคนนั้นว่าอย่างไรบ้างถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงอดมองไปยังที่ๆเขาเดินผ่านไปไม่ได้มันเต็มไปด้วยแววตาแห่งความซับซ้อน
คงไม่ใช่นายหรอกใช่ไหม...มู่หลิน?
…
ผ่านไปไม่นานหลังจากที่การแข่งขันของภูเขาจั้งหยาจบลง ข่าวการแข่งขันก็แพร่กระจายไปทั่วไม่มีใครสงสัยเลยว่าซูฮว๋าสามารถมีเทคนิคการขับรถที่น่าอัศจรรย์อย่างนั้นได้อย่างไรเพราะพวกเขาทุกคนล้วนยกย่องในฝีมือของเธอเป็นอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้พวกเสี่ยวหนิงที่มาดูการแข่งขันจึงอดรู้สึกเสียดายไม่ได้เพราะดูเหมือนว่าพวกเธอจะมาช้าไปและพลาดฉากสําคัญที่ไม่ควรพลาด
ดังนั้นการแข่งขันของภูเขาจั้งหยาในครั้งนี้เจาหลุยจึงกลายเป็นที่สองไป โดยที่อันดับหนึ่งคือ ซูฮว๋า!
นักซิ่งบนภูเขาที่เก่งที่สุด!