ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
ooooooooooooooooooooo
เช้าวันต่อมา
"ท่านพ่อดวงตาของท่านบวมมากท่านร้องไห้หรือเ้าค่ะ"
หยางเจี้ยนส่งยิ้มอ่อนโยนให้หยางมี่พร้อมกับลูบหัวไปด้วย
"เมื่อคืนพ่อฝันถึงมารดาของเ้า นางบอกว่านางจะไปแล้ว นาง้าให้พ่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขเพื่อนาง "
หยางเจี้ยนยิ้มทั้งน้ำตาและเหม่อมองออกไปบนท้องฟ้า
"ท่านพ่อข้าก็ฝันเช่นเดียวกัน ท่านแม่บอกว่าฝากดูแลทุกคนแทนท่านด้วย และบ้านที่เรากำลังจะไปคือชีวิตของท่านแม่"
หยางจื่อกับหยางเฉินต่างก็ฝันเช่นเดียวกัน และท่านแม่ได้บอกกับทั้งสองว่าจงเข้มแข็ง และฝากให้ดูแลทุกคนแทนท่านแม่ด้วย
'ฝันพร้อมกับแบบนี้คงจะมาจริงๆ แล้วล่ะ '
"ท่านพ่อ พี่ใหญ่ น้องเล็ก ข้ารับปากท่านแม่ว่าจะดูและทุกคนให้ดีที่สุด "
หยางมี่เดินเข้าไปกอดท่านพ่อ กอดพี่ใหญ่ และกอดน้องชาย ตามที่หยางมี่ตัวจริง้า
หลังจากที่พูดคุยกันเื่ของท่านแม่หยางมี่เดินเข้ารถม้าแล้วทำข้าวผัดหมูชาชูและทาโกะยากิ นางต้องทำเผื่อบ้านข้างๆ ที่อยู่รั้วติดกันเพียงหลังเดียวด้วย
นางต้องไปดูลาดเลาก่อนว่าเพื่อนบ้านของนางเป็ยังไง ถ้าเพื่อนบ้านไม่ดีจะได้รับมือได้ถูก แต่ถ้ามีเพื่อนบ้านดีก็ถือว่าเรามีโชคแล้ว
หลังจากที่ทาโกะยากิของนางกรอบได้ที่แล้ว นางคีบทาโกะยากิใส่กระทงทาซอสและโรยด้วยผงสาหร่าย ปลาโอแห้ง
"พี่ใหญ่อาหารเสร็จแล้วเ้าค่ะ"
"ได้ๆ เดี๋ยวพี่ไปช่วยยก"
หยางจื่อได้ยินเสียงเล็กๆ ของน้องสาวะโดังออกมาจากรถม้า เขารีบเข้ามาช่วยน้องสาวทันที เพราะเขาเองก็หิวมากเช่นกัน
หลังจากกินข้าวเสร็จก็ตามด้วยขนมของหยางมี่ที่หยางเฉินเคยพูดโอ้อวดเจื้อยแจ้วให้ฟังหลายครั้ง
"ขนมแป้งกลมทอดอร่อยมากเลยมี่เอ๋อร์ พ่อไม่คิดว่าจะอร่อยมากขนาดนี้ ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมถึงขายดี"
"ใช่..ปู่เห็นด้วย"
ท่านพ่อท่านปู่ท่านย่าซ่งกินไปเอ่ยชมไปและบอกว่าเป็รสชาติที่แปลกลิ้น ทั้งยังคีบขนมขึ้นมาพิจารณาว่าทำไม่มันถึงได้มีรสชาติแบบนี้ แปลก แต่อร่อยเหลือเกิน
"ท่านพ่อข้าทำขนมไปให้ข้างบ้านด้วยนะเ้าคะ ข้าจะไปดูลาดเลาสักหน่อย"
"หืม...ตัวแค่นี้รู้จักไปดูลาดเลาด้วยหรือ "
หยางมี่ไม่ได้พูดตอบโต้ท่านปู่ซ่ง นางทำได้เพียงยิ้มแฉ่งออกมาอย่างน่ารักเหมือนเดิม และเดินถือขนมแป้งกลมทอดมากับท่านพ่อและเพื่อที่จะมาทำความรู้จักคนข้างบ้าน
...ก๊อกๆๆ …
มีเด็กผู้ชายอายุพอๆ กับพี่ใหญ่ออกมาเปิดประตูแล้วก็มองมาที่พวกนางอย่างแปลกใจ
"มาหาใครหรือขอรับ"
"ข้าชื่อหยางเจี้ยนเพิ่งจะย้ายกลับมา เลยมาทำความรู้จัก แล้วพ่อของเ้าอยู่หรือไม่"
"อยู่ขอรับ..พวกท่านเชิญเข้ามาก่อนขอรับ"
หลังจากที่ทุกคนเดินเข้ามาด้านใน เด็กชายคนนั้นก็เข้าไปเรียกบิดาออกมาต้อนรับกลุ่มของหยางเจี้ยน
"ข้าชื่อหยางเจี้ยน แซ่จ้าว ส่วนนี่คือหยางจื่อ หยางมี่ และอีกคนไม่ได้มาด้วยชื่อหยางเฉินขอรับ"
"ข้าชื่อต้วนอี้ แซ่เว่ย ส่วนนี่คือภรรยาของข้าชื่อไป๋ลู่ คนนี้คือลูกชายคนโตของข้าชื่อเฟยเทียน คนเล็กชื่อเจี้ยนหัว ยินดีที่ได้รู้จักพวกเ้านะ เรียกข้า
ว่าพี่อี้ก็ได้ "
"ขอรับพี่อี้ ท่านก็เรียกข้าว่าอาเจี้ยนก็ได้ขอรับ"
"ได้อาเจี้ยน ข้ากำลังจะไปทักทายพวกเ้าอยู่พอดี แต่พวกเ้าก็มากันซะก่อน "
"ขอรับ พอดีว่าลูกสาวของข้าทำขนม ข้าก็เลยเอามาให้พี่อี้และครอบครัวได้ลองกิน แล้วก็มาทำความรู้จักด้วย ขนมอันนี้ต้องกินร้อนๆ ถึงจะอร่อย พวกท่านลองกินดู"
หยางมี่นำกระทงขนมออกจากตะกร้าแล้วส่งให้ครอบครัวเหว่ย ภรรยาท่านลุงอี้รับไปและมองหยางมี่ด้วยสายตาเอื้อเอ็นดู
เมื่อครอบครัวเว่ยเอาขนมเข้าปาก ต่างก็นิ่งอึ้งกับรสชาติแปลกที่พวกเขาไม่เคยได้ลิ้มลองมากก่อน ทั้งกรอบนอกนุ่มข้างใน ทั้งยังเคี้ยวโดนเนื้ออะไรสักอย่างที่มีกลิ่นหอม
"อร่อยมาก..ข้าไม่เคยกินอะไรที่อร่อยอย่างนี้มาก่อนเลย"
"นั้นสิท่านพี่ อร่อยจนข้าแทบจะกลืนลิ้น"
ลูกชายทั้งสองของท่านลุงอี้ไม่ได้พูดอะไร แต่มือคีบขนมเข้าปากไม่หยุด ทำให้หยางมี่ที่มองดูอยู่ก็ยิ้มกว้างทันที
"ขนมอันนี้เรียกว่าแป้งกลมทอดขอรับ เป็ขนมที่บ้านของข้าเคยทำขายที่แคว้นหนาน"
"เ้าจะมาขายที่นี่หรือไม่"
"ขายขอรับ แต่ต้องหลังจากจัดการเื่บ้านให้เรียบร้อยก่อน"
"พวกข้าคงจะเป็ลูกค้าประจำของเ้าแน่นอน ข้าแนะนำให้พวกเ้าไปเช่าพื้นที่ขายของตลาดท่าเรือน้ำจืด อยู่ตรงข้ามกับหอการค้าและพรรคภูผามายา เพราะที่นั้นมีอาจารย์ลูกศิษย์ออกมาหาซื้อของกันเยอะมาก"
"ขอรับพี่อี้ ขอบคุณที่แนะนำขอรับ"
"แล้วภรรยาของเ้าไม่มาด้วยหรืออาเจี้ยน"
"ภรรยาของข้านางจากข้าไปนานแล้วขอรับ"
"ข้าขอโทษเ้าที่พูดเื่นี้ ข้าเสียใจด้วยนะ "
"ไม่เป็ไรขอรับพี่อี้ ว่าแต่พี่อี้เป็หมอหรือขอรับ สมุนไพรเต็มบ้านเลย"
"ใช่แล้ว ข้ารักษาให้ชาวบ้านในราคาไม่แพง"
"เช่นนั้นก็ดีเลย ข้าจะได้ไม่ต้องไปซื้อยาในตัวเมือง "
"ยาอะไรที่เ้า้าซื้อล่ะข้าจะได้จัดไว้ให้"
"เป็ยารักษากระดูกขอรับ ลูกชายคนเล็กของข้ากระดูกหัก"
"เป็เช่นนั้นหรือ!! พรุ่งนี้พาลูกชายของเ้ามาให้ข้าตรวจดูก่อน ข้าจะได้จัดสมุนไพรให้ถูกกับอาการาเ็"
"ขอบคุณขอรับพี่อี้ ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว ท่านมีอะไรบอกข้าได้นะขอรับ ข้าพร้อมจะช่วยเหลือเต็มที่"
"เ้าก็เช่นกันอาเจี้ยน บอกข้าได้เสมอ"
"ขอบคุณพี่อี้ขอรับ "
"มี่เอ๋อร์ไปก่อนนะเ้าคะ ท่านลุงอี้ท่านป้าลู่"
"เด็กดี..วันหลังมาหาป้าอีกนะ"
"เ้าค่ะท่านป้า"
หลังจากที่หยางเจี้ยนออกไป สองพี่น้องเฟยเทียนและเจี้ยนหัวก็ยังคงกินขนมแป้งกลมทอดไม่หยุด
"ท่านพี่หนูน้อยหยางมี่น่ารักมากเ้าค่ะ"
"พี่ก็ว่าเช่นนั้น ทั้งพูดเก่งและออดอ้อน ไม่เหมือนกับลูกชายของเราเลย ทั้งเ็าและพูดน้อย ดูสิพูดขนาดนี้ก็ยังไม่หันมามองพ่อ ไม่รู้เหมือนใคร"
"จะเหมือนใครล่ะเ้าค่ะก็เหมือนท่านนั้นแหละ หึหึ"
"พี่ไม่ได้เ็าเหมือนลูกสักหน่อย"
"ท่านพี่ว่าหยางเจี้ยนเป็อย่างไร"
"พี่ว่าเขาเป็คนที่ใช้ได้นะ อีกทั้งพี่ยังรู้สึกถูกชะตากับอาเจี้ยนด้วย"
ไป๋ลู่พยักหน้ารับรู้ ถ้าสามีนางพูดแบบนี้แสดงว่าหยางเจี้ยนนับเป็สหายได้ สามีของนางดูคนไม่เคยพลาดและที่สำคัญ น้อยคนที่สามีนางจะพูดว่ารู้สึกถูกชะตา คนแรกก็คือพี่ชายของนาง คนที่สองก็เป็หยางเจี้ยนนี่แหละ
"อาเทียน อาหัว พ่อว่าลูกชายของท่านอาเจี้ยนดูใช้ได้นะ น่าจะเป็เพื่อนที่ดีของพวกเ้าได้เช่นกัน"
"ขอรับท่านพ่อ ข้าก็คิดเช่นนั้น เสียดายที่ข้าอายุมากกว่า ข้าว่าอายุของหยางจื่อน่าจะเท่ากับอาหัวนะขอรับ"
"พ่อเห็นด้วย อ่า..พรุ่งนี้พ่อชวนอาเจี้ยนเข้าป่าดีกว่า"
"เข้าป่าทั้งๆ ที่มีหิมะหรือเ้าคะ"
"ใช่แล้ว..จะได้สนิทกันมากขึ้นอย่างไรเล่า"
ไป๋ลู่ส่ายหน้าแล้วเดินเข้าไปทางหลังบ้านทันที นางระอาใจสามียิ่งนัก เข้าป่าตอนนี้จะเจออะไรนอกจากหิมะ
ส่วนเจี้ยนหัวที่กำลังนั่งดมและพิจารณาขนมแป้งกลมทอดว่ามันทำมาจากอะไร โดยไม่สนใจคนรอบข้าง
'ใช่กลิ่นเดียวกับเมื่อคืนหรือไม่นะ'
หยางเจี้ยนเดินกลับเข้ามาในบ้าน แล้วก็เข้าไปดูลูกชายคนเล็กก่อนอันดับแรก หลังจากนั้นเขาก็เดินสำรวจบ้านอีกครั้ง
"ท่านพ่อเ้าคะ บ้านท่านลุงอี้น่าจะเป็คนดีอยู่นะเ้าค่ะ "
"ดูจากแววตาแล้วพ่อก็คิดเช่นเ้า"
"ตอนที่ท่านพ่ออยู่ที่บ้านท่านตา ท่านไม่เคยเห็นท่านลุงอี้หรือเ้าค่ะ"
"ตอนที่พ่อพาแม่ของเ้าย้ายออกไป พวกพี่อี้ก็เข้ามาอยู่หมู่บ้านนี้พอดีไม่ทันได้ทักทายกัน"
หยางเฉินนั่งฟังท่านพ่อกับพี่สาวคุยกันก็ให้สงสัยว่าเหตุใดต้องดูตาคน เขาจึงนั่งจ้องตาพี่สาวนิ่งๆ
"เฉินเอ๋อร์จ้องพี่ทำไม"
"ข้าอยากรู้ว่าทำไมต้องดูตาคนขอรับ"
"ดูตาคนหรือ...อ๋อแววตาใช่หรือไม่ ฮ่าๆๆๆ การจะดูแววตาคนเขาไม่ได้มานั่งจ้องแบบที่เ้าทำหรอกนะ ฮ่าๆๆ "
"แล้วการดูแววตาคนต้องทำยังไงหรือ มี่เอ๋อร์ต้วน้อยบอกพ่อได้หรือไม่"
"ดวงตาเป็จุดที่แสดงความคิดได้ดีที่สุด เราสามารถอ่านความคิดคนผ่านดวงตาได้เ้าค่ะ แต่ใช้ไม่ได้กับทุกคนนะเ้าคะ บางครั้งก็ให้ดูกิริยาท่าทางประกอบไปด้วยเ้าค่ะ คนที่เก็บซ่อนอารมณ์เก่งก็มีเยอะเหมือนกัน"
"น้องรู้เื่นี้ด้วยหรือ"
"เออ..ท่านตาผู้เฒ่าขายรถม้าสอนข้ามาเ้าค่ะ บอกว่าข้าจะได้ดูคนเป็ เออ..อ่อ..แล้วก็ให้แผนที่ข้ามาด้วย"
หยางมี่วิ่งไปที่รถม้าเพื่อไปเอาแผนที่มาให้ท่านพ่อได้ดูเพื่อหลีกเลี่ยงคำถามของท่านพ่อและพี่ใหญ่
"นี่เ้าค่ะท่านพ่อ ท่านตาตนนั้นเหมือนจะรู้ว่าข้าจะเดินทางก็เลยเอาแผนที่มาให้มีอักษรเยอะเต็มไปหมด แต่ข้าดูเป็แค่เส้นทางเท่านั้น"
หยางมี่พูดไปด้วยพร้อมกับหยอกล้อเฉินเอ๋อร์ไปด้วย
"เฉินเอ๋อร์พรุ่งนี่พี่จะพาเ้าไปตรวจดูขากับลุงหมออี้ข้างบ้านของเรานะ"
"ขอรับพี่สาว ...แต่ข้าไม่อยากกินยาแล้ว มันขมมากเลย"
"อืม...เอาไว้พี่จะลองทำเป็ยาลูกกลอนให้นะ ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่"
"ขอรับพี่สาว"
"อ๊ะ!!พี่ใหญ่ข้านึกออกแล้วว่าลืมอะไร"
หยางเจี้ยนและหยางจื่อที่กำลังสุมหัวกันดูแผนที่ ต่างก็สะดุ้งใกับเสียงแหลมเล็กๆ ของลูกสาวตัวน้อย
"มี่เอ๋อร์เ้าจะเสียงดังทำไมกัน"
"แหะ..ขออภัยเ้าค่ะท่านพ่อ ข้าเพิ่งคิดออกว่าจะทำอะไร ท่านพ่อพี่ใหญ่ ข้าอยากทำเก้าอี้มีล้อเ้าค่ะ ข้าจะเอามาให้เฉินเอ๋อร์นั่ง จะได้ไม่ต้องอยู่แต่ในบ้าน"
"พ่อก็ว่าดีเหมือนกัน พ่อจะลองทำให้นะ"
"เ้าค่ะท่านพ่อ เอาแบบเปลี่ยนล้อเป็ที่ลากเลื่อนหิมะได้แบบรถม้าจะดีมากเลย"
"ได้ๆ ถ้ามีไม้เพียงพอจะทำให้นะ"
หลังจากนั้น หยางเจี้ยนและหยางจื่อก็เข้าไปในห้องของท่านปู่ท่านย่าเพื่อเอาแผนที่ที่น่าสงสัยไปให้ดู แล้วทั้งสองคนก็หายเข้าไปนานจนหยางมี่และหยางเฉินเผลอหลับไป
ooooooooooooooooooooo
ขอบคุณมากๆนะคะ