Born to be Barbarian เกิดใหม่เป็นบาบาเรี่ยน

    ตอนที่เก้าสิบเจ็ด My dice is trying to kill me

    ตอนที่เก้าสิบเจ็ด My dice is trying to kill me

    คัลนั้นสามารถกล่าวได้เต็มปากว่า

    ทุกอย่างของผมมาจากการคำนวณไว้อย่างดีแล้ว

    แต่ยังอยากจะบอกอีกอย่างว่า

    ผมนั้นคำนวณไม่เก่ง

    หรืออยากจะบอกว่ามันไม่ใช่ได้เจอกับการทอยเต๋าที่ดีทุกครั้ง

    Natural 20

    ทอยเต๋าได้ 20

    อย่างที่ก็อบลินสเลเยอร์ล้อเลียน

    แต่คือคติว่า

    My dice is trying to kill me.

    ลูกเต๋าของผมพยายามที่จะฆ่าผม

    ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเห็นเพื่อนร่วมปาร์ตี้ที่เสี่ยงตายใช้แผนการที่ความเป็นไปได้ต่ำมากๆแต่พวกเขาดันทำสำเร็จ

    ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมวางแผนที่มีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ตอนนี้ประมาณ5% แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว

    แผนการทุกอย่างตอนแรกเป็นไปตามแผนของผมทั้งหมด...นั่นน่าจะเป็นเหตุผลที่ผมควรจะระแวงได้แล้ว

    เพราะเวลาที่ผมวางแผนเอาไว้มันไม่เคยจะเป็นไปตามแผนการเลย

    ผมถึงไม่ค่อยเชื่อถือพวกไลท์ หรือลูลูชพวกนั้นเสียเท่าไร

    แผนการของพวกเขามี”รอยต่อ” ช่องโหว่ที่สามารถเกิดความผิดพลาดได้มากเกินไป

    และหากเราเดิมพันแผนการของเรากับการ“ทอยลูกเต๋า”จริงๆก็มีความเป็นไปได้อย่างมากที่แผนการของเราจะผิดพลาด

    “ไม่ยอมให้เทพเจ้าทอยเต๋า”

    ผมคอยลองแล้วในการเล่นเกมส์โดยเลียนแบบก็อบลินสเลเยอร์สรุปคือผมต้องคอยอยู่หลายสัปดาห์กว่าเพื่อนๆในวงจะหายโกรธผมและยอมให้ผมเล่นด้วยอีกครั้งหนึ่ง

    ว่ามันเป็นประโยคที่ดูเท่ดีแต่มันทำไม่ได้โว๊ย

    ทำอย่างนั้นนอกจาก DM จะเตะเราออกจากวงแล้ว

    เพื่อนๆของเราอาจจะไม่คุยกับเราไปนานในชีวิตจริง

    โอ้แผนการตอนแกรเป็นไปตามที่ผมคิด...นั่นควรจะเป็นสัญญาณแรกที่ผมรู้สึกตัวว่าต้องมีอะไรผิดปรกติแน่ๆ

    ผมเคยเจอแผนที่วางมาอย่างดีอัตราความสำเร็จนั้นสูงได้ล้มเหลว

    เพื่อนผมที่วางแผนอัตราความสำเร็จต่ำระดับพึ่งปาฏิหาริย์กลับได้รับชัยชนะ

    อะไรก็เกิดขึ้นได้หากเราทอยลูกเต๋าเรื่องนั้นผมเข้าใจดี

    ราชินีออโรร่าที่น่าจะมีปัญหามากที่สุดกลับเชื่อฟังผม

    ลดมือลงตามสัญญาณที่ผมให้

    เธอราวกับวางของที่หนักลงจากการที่ต้องคงสภาพตั้งสมาธิกำแพงน้ำแข็งเอาไว้

    ไหล่ของเธอตกลงสภาพเหนื่อยอ่อนจากการใช้คาถา

    ทหารแต่ละคนถอยไปและเก็บอุปกรณ์ไอเท็มตามที่ผมบอก

    แม้แต่ดรายแอดกับแวมไพร์ที่พยายามพังกำแพงน้ำแข็งเข้ามาก็ตกใจที่กำแพงน้ำแข็งหายไป

    Rageeeeeeeeeeeee

    พิโรธธธธธธธธธธธธธ

    ร่างกายของผมมีออร่าแห่งความโกรธห่อหุ้มร่างกายและสายฟ้าที่ปะทุขึ้นมา

    คนทั้งหมดที่กำลังต่อสู้กันอยู่นั้นหันมาทางผม

    แต่ก็สายไปแล้ว

    ไม่มีใครเปลี่ยนผลลัพธ์ได้แม้แต่ตัวผมเองด้วย

    Strom in my soul

    พายุในวิญญาณของข้า

    ราวกับความโกรธของผมกลายเป็นกลุ่มก้อนพุ่งออกจากร่างกายของผมกระจายไปกลางวงของกลุ่มที่ต่อสู้กันอยู่

    ทุกคนที่อยู่กลางวงได้รับผลจากการพลังสายฟ้าที่โจมตีพวกเขาเป็นกลุ่มแบบไม่เลือกหน้า

    นั่นก็อยู่ในการคำนวณของผม

    ตู้ม

    แวมไพร์ที่ใช้เวทย์นั้นไฟลุกท่วมตนเอง

    ดรายแอดบางตนก็ควบคุมเวทย์ของตนเองไม่ได้กลายเป็นกระถางต้นไม้

    Wild Magic

    เวทย์บรรพกาล

    เวทย์แบบดั้งเดิมที่สุดไม่ใช่เวทย์ที่แบ่งเป็นระดับอย่างเรียบง่าย

    เวทย์ที่เราเห็นในตอนนี้คือเวทย์ที่มีเทพแห่งเวทย์คอยควบคุมอยู่แล้ว

    ให้มนุษย์นั้นสามารถใช้เวทย์ได้โดยไม่ตอ้งเจอกับพลังเวทย์บรรพกาลที่ไม่มีรูปร่างและไม่มีอะไรสามารถควบคุมได้

    ตามตำนานหากไม่มีเทพเจ้าแห่งเวทย์คอยควบคุมเวทย์

    เวทย์ทุกอย่างจะใช้ไม่ได้เมื่อเวทย์ได้แสดงโฉมหน้าที่แท้จริงของตนเองว่าไม่มีใครควบคุมมันได้

    แม้แต่ผู้ถือคบเพลิงที่ถืออาวุธเผาไหม้Burned Weapon ก็แตกระเบิดขึ้นคามือของพวกเขาเป็นไฟลุกท่วมรอบตัว

    หัวหน้าของกลุ่มผู้ถือคบเพลิงที่จิตใจกล้าแกร่งถืออาวุธเผาไหม้ห้อยสร้อยคอเวทย์และเข็มขัดเวทย์

    ได้เจอเวทย์บรรพกาลแปลงให้เป็นกระถางต้นไม้และระเบิดกระจายเป็นเสี่ยงๆเพราะมีอุปกรณ์เวทย์ในตนเองมากกว่าคนอื่นๆ

    คนอื่นที่ใช้เวทย์หรือมีอุปกรณ์เวทย์แค่อย่างเดียวก็จะเจอผลเพียงแค่อย่างเดียว

    ยิ่งมีอุปกรร์เวทย์มากเท่าใดก็ยิ่งได้เจอผลของเวทย์บรรพกาลมากเท่านั้น

    มันมีสาเหตุอยู่ที่พอเทพเจ้าแห่งเวทย์ตายไปเทพเจ้าคนอื่นๆไม่ว่าดีหรือชั่วหันกลับมาร่วมมือกันให้เวทย์กลับมาใช้ได้ตามปรกติอีกครั้ง

    การที่แต่ละคนเจอชะตากรรมอันน่าสยดสยองจากการใช้เวทย์

    ทั้งพื้นดินหรือกำแพงที่กลายเป็นเลือดหรือเรือนเพาะชำที่กลายเป็นหนามและฟันที่แหลมคมและมีโลหิตกับเสียงกรีดร้องออกมาก็ยังอยู่ในการคำนวณของผม

    จะมีทหารที่เปลี่ยนจากคนที่มีจิตใจเปิดกว้างกลายเป็นคนที่เกลียดเวทย์เข้าไส้และจะตามล่าฆ่าคนมีเวทย์ให้หมดแผ่นดินเพราะเจอประสบการณ์สยองขวัญในครั้งนี้ก็ยังอยู่ในการคำนวณของผมเช่นกัน

    ที่ไม่อยู่ในการคำนวณของผมคือมีประตูมิติเปิดออกมาจากต่างมิติ

    กรี๊ซซซซซซ

    Psychic Scream

    เสีนงกรีดร้องพลังจิต

    ทำให้คนที่อยู่ในบริเวณได้รับการโจมตีจากพลังจิตจนเลือดออกหูจมูกและลูกตาน้ำตาไหลเป็นสายเลือด

    รยางค์และลูกตานับไม่ถ้วนของสิ่งมีชีวิตเป็นก้อนกลมที่อยู่ต่างมิติโผล่ออกมาจากหลุมมิติที่ตามอัตราการทอยเตาควรมีความเป็นไปได้ต่ำกว่า5% แต่ก็เป็นไปแล้ว

     

    The Enslaver

    เอ็นสเลฟเวอร์

    Uncrown King of the beyond

    ราชาไร้มงกุฎแห่งโลกอื่น

    เสียงกรีดร้องของเอ็นสเลฟเวอร์ที่โผล่มากลางวงของคนที่ต่อสู้กัน

    ไม่มีความจำเป็นที่ผมต้องไปไล่โจมตีคนที่เหลือเพราะพวกเขาตายอนาถโดนเผาไฟหรือกลายเป็นกระถางต้นไม้ไปจนหมดและยังโดนเสียงกรีดร้องของเอ็นสเลฟเวอร์ซ้ำไปอีกทีจนเลือดออกจากหูและปากจมูกไม่สามารถลุกขึ้นมาได้

    ในบรรดาศัตรูทั้งหมด

    บาบาเรี่ยนกลัวสายพลังจิต psychic มากที่สุดเพราะโจมตีพวกเขาเข้าในขณะที่พวกเขาแสดงความพิโรธออกมา

    ทำไมต้องเป็นไอ้ตัวนี้ที่โผล่ออกมาด้วยฟะ?

    คล้ายกับเรื่องBorn to be Barbarian เกิดใหม่เป็นบาบาเรี่ยน ที่คุณอ่าน