ตอนที่ 6 ในป่าไม่ได้มีแค่เงิน แต่ยังมีชีวิตของพวกเราด้วย
ตระกร้าสานใบเล็กที่ท่านพ่อเคยทำให้ของเธอเต็มไปด้วยเห็ดหอม เห็ดฟาง สาระพัดเห็ดที่ละน้อยละนิด และสมุนไพรจำพวกห้ามเือีกนิดหน่อย ตระกร้าที่ไม่ใหญ่มากแม้เทียบกับขนาดตัวเธอ พอใส่ของมาสักหน่อยก็แอบหนักเหมือนกัน ด้วยเพราะร่างนี้ผอมอย่างมาก เรี่ยวแรงก็น้อยตาม
“ถ้าเ้าแบกไม่ไหวก็แบ่งของมาให้พ่อช่วยหรือไม่”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้ายังไหว ต้องฝึกกำลังไว้บ้าง” ปกติร่างนี้ก็โดนใช้ให้แบกน้ำใส่โอ่งบ่อยๆอยู่แล้ว แค่ก็ขนตามกำลังไปกลับหลายๆครั้งเอา
“ตอนนี้เรามาไกลพอสมควร มี่เอ๋อร์กลับไปรอด้านหน้าป่าดีไหม เ้าจำทางได้หรือไม่”
“ท่านพ่อจะไปไหนหรอเ้าคะ”
“พ่อจะลองไปหาสัตว์ป่าตัวเล็กๆ อย่างไก่ป่าสักตัว แต่ก็ไม่ใช่จะหาง่ายๆ อาจจะเจอหรือไม่เจอก็เป็ได้” อ๋อ ที่เคยรับปากท่านย่าใหญ่ไว้ ท่านพ่อคงเกรงว่าถ้าไม่มีสัตว์สักตัวกลับไปเลยจะทำให้บ้านใหญ่ไม่พอใจ โดยเฉพาะกับเื่ที่พาเธอเข้าป่าวันนี้
“ข้าจำไม่ค่อยได้เ้าค่ะ ข้าตามท่านพ่อไปได้หรือไม่ ข้าสัญญาว่าจะไม่วุ่นวายเ้าค่ะ” เธอรู้สึกความจำสั้นขึ้นมาทันที ก็คนมันอยากไปด้วยนี่น่า ถึงจะเข้าไม่ได้เข้าไปถึงป่าชั้นใน แต่ก็น่าจะไปได้ลึกของป่าชั้นนอก เผื่อมีอะไรน่าสนใจ
“งั้นพ่อเดินไปส่งเ้าเอง”
“โถ่ท่านพ่อ เดินไปเดินกลับเสียเวลามากนะเ้าคะ หากพระอาทิตย์ตกดินเราจะไม่ได้สัตว์สักตัวเลย อย่างไรก็ไม่ได้เข้าป่าชั้นในนะเ้าคะ ปลอดภัยแน่นอนเ้าค่ะ”
“งั้นข้าขอไปด้วยได้หรือไม่ เ้าจะได้ไม่ต้องกังวลมากนักอาเต๋อ” ท่านลุงหนิงเหอที่เคยมาชวนท่านพ่อไปล่าสัตว์ป่าด้วยกันบ่อยๆ เดินตรงเข้ามาทัก “ดีหรือไม่มี่เอ๋อร์”
“ดีเ้าค่ะ!!” เธอตอบรับทันที เธอชอบท่านลุงหนิงเหอ กับท่านป้าเจียวซิ่นมาก ยิ่งกับป้าเจียวซิ่นที่มักโดนเธอหลอกถามเื่ทั้งภายนอกและภายในหมู่บ้าน คนที่ทำให้เธอรู้เื่ป่าที่นี่ ก็คือท่านป้าเจียวซิ่นนี่แหละ
“ข้านึกว่าเ้าจะอยู่ในเมืองเพราะกำลังสร้างเรือนให้คนในเมืองเสียอีก” ท่านพ่อถามอย่างไม่คาดว่าจะเจอท่านลุงหนิงเหอใน่เวลานี้
“ข้าแค่เข้าเมืองไปคุยเื่รายละเอียดก่อน คาดว่ายังไม่ใช่เร็วๆนี้ เพราะเ้าของที่จะให้สร้างเรือนเกิดเื่ภายในบ้าน ข้าจึงกลับมาก่อน” ท่านลุงหนิงเหอพูดอย่างเสียดาย เพราะงานสร้างเรือนมีไม่ง่าย ยิ่งเรือนในเมืองที่มีการแข่งขันสูง แต่ก็ได้รายได้ดี “ข้าแวะไปหาท่านปู่หวังจิ้งจะปรึกษาเื่หาคน หากได้งานนี้จริงๆจะได้คัดคนในหมู่บ้านไปช่วยกัน เพราะช่างที่ข้ามีอยู่หกเจ็ดคนยังน้อยเกินไป พอดีเจอท่านย่าหลี่น่า นางบอกว่าเจอเ้า ไหนๆก็ว่างงาน่นี้ พอคุยเสร็จข้าจึงแวะมาหาเ้า เผื่อได้อะไรติดไม้ติดมือ เพราะโชคของเ้า ฮ่า ฮ่า”
เธอจึงได้รับการยอมรับจากท่านพ่อให้ได้ไปต่อ เพราะมีท่านลุงเข้าร่วมปาร์ตี้นี้ ฮี่ฮี่
เมื่อพวกเราเดินจนมาเกือบสุดป่าชั้นนอก บรรยากาศให้ความรู้สึกเหมือนป่าดงดิบเล็กน้อย หรือเพราะใกล้่เย็นแล้ว “เดินเข้าไประหว่างเขาตรงนั้น เลยไปอีกสักเค่อ[1] ก็จะเป็ป่าชั้นในแล้ว” ท่านพ่อชี้ไปตรงปลายทางระหว่างอยูู่เาให้เธอดู
“เป็ทางเข้าสินะเ้าคะ”
“ใช่ แต่มีหลายทาง นี่ก็เป็ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพียงแค่เลยตรงนี้ไปสักหนึ่งเค่อก็ถือว่าเป็ป่าชั้นในแล้ว”
“วันนี้ดวงของเ้าจะไม่ทำงานนะอาเต๋อ” ท่านลุงหนิงเหอบ่น เพราะตลอดทาง นอกจากแมลงก็ไม่เจอสิ่งมีชีวิตใดใด
“มันก็ต้องมีเจอมีไม่เจอมั้งแหละอาเหอ จะให้พบเจอทุกครั้งได้เช่นไร”
“แต่ข้าว่าวันนี้มันเงียบแปลกๆเกินไปหรือไม่”
“ก็จริง แต่่นี้เป็่ปลายที่สัตว์ในป่าจำศีล จึงทำให้รอบๆ ดูเงียบลงก็เป็ได้”
เธอเดินไปพลางมองสองลุงคุยกันตลอดทาง อย่างเป็ส่วนเกิน
‘หรือว่ามันจะไม่มีอะไรดีดีเพิ่มขึ้นเลยนะ’ เธอคิดพลางมองต้นไม้ใบหญ้าที่คล้ายๆกับที่เดินผ่านมา ทันใดนั้นสายตาเธอเหลือบไปเห็นใบไม้ใบคล้ายรูปฝ่ามือ และมีดอกชมพูอ่อนห้าแฉกอย่างตื่นเต้น
เธอรีบวิ่งออกไปจากทางเพื่อเข้าไปดูใกล้ๆ “มี่เอ๋อร์!!! ระวังลูกกก” เพราะรีบวิ่งเข้าไป เธอไม่ทันดูรอบๆให้ดีว่ามีสัตว์ขนาดใหญ่กำลังหลุดออกมาจากทางแคบระหว่างเขา
โฮกกกก!!
หมีป่าตัวใหญ่เกือบร้อยยี่สิบจินก็ใที่มีสิ่งขวางทางมัน มันจึงยกแขนจะตะปบลงมา
ฟึบ!!
พอดีกับที่ท่านพ่อรีบกระโจนตัวออกมารับแทน ทำให้ท่านพ่อได้รับาเ็ที่แขน
โฮ่งๆ โฮ่งงงง แฮร่!
เมื่อเธอมองไปด้านหลังหมีป่าตัวนี้ก็มีฝูงหมาป่าอีกหกตัว
“อาเต๋อ มานี่ก่อนน” ท่านลุงหนิงเหอรีบอุ้มเธอพร้อมดึงแขนท่านพ่ออีกฝั่งที่ไม่ได้รับาเ็หนีไปหลังโขดหินทันที
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ท่านพ่อเจ็บมากไหมเ้าคะ” ท่านพ่อพยักหน้าเบาๆ อย่างอดทน แต่ไม่ได้ร้องสักคำ
หญ้าสมุนไพรห้ามเืที่เก็บมา กับเห็ดต่างๆ หกหล่นอยู่ตรงที่เธอล้ม โชคดีที่เจอปวยกีเช่าบริเวณนี้ ใบของมันสามารถใช้ห้ามเืได้ เธอจึงรีบนำมาขยี้ และโปะลงบนแผลท่านพ่อ ระหว่างนั้นเธอต้องน้ำตาไหลอย่างอดไม่อยู่ เพราะท่านพ่อมีรอยแผลยาวั้แ่หัวไหล่จนถึงศอก
“ข้าขอโทษเ้าค่ะ ข้าขอโทษ ถ้าข้าไม่…ฮึก” เธอโทษความใจร้อนของตัวเอง
“ไม่เป็ไรมี่เอ๋อร์ ดีแล้วที่เ้าปลอดภัย” ท่านพ่อลูบหัวเธอยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิด
“หมีป่าตัวนั้นก็าเ็ เป็ไปได้ว่ามันก็หนีหมาป่าพวกนั้นมาเหมือนกัน ่นี้สัตว์ป่าส่วนใหญ่ยังไม่ควรออกจากการจำศีล แต่อาจเพราะหมาป่ามาเจอหมีตัวนี้ ทำให้เกิดหิวขึ้นมาละมั้ง” ท่านลุงหนิงเหอคาดเดาสถานการณ์อย่างตึงเครียด แต่เมื่อหันมามองแผลของท่านพ่อ “โอ้ มี่เอ๋อร์เ้าฉลาดจริงๆที่รู้ว่าปวยกีเช่าห้ามเืได้ ถึงกลิ่นมันจะแรง แต่ก็ช่วยห้ามเืได้ดีเชียวล่ะ”
“เอ่ออ ข้าเคยได้ยินท่านป้าเจียวซิ่นพูดผ่านๆมาเ้าค่ะ” เธอตอบพลางหลบตาท่านพ่อที่มองมาอย่างสงสัยเช่นกัน
“ถ้ามันยังโดนรุมแบบนี้ เ้าหมีนั่นท่าจะแพ้ได้นะ” ท่านลุงหนิงกลับมารายงานสถานการณ์ต่อสู้หน้าโขดหินต่อ นับว่าช่วยเธอเปลี่ยนเื่ได้อย่างไม่ตั้งใจ
“หากฝูงหมาป่านั่นชนะ คิดว่าจะเป็อย่างไรต่อไป” ท่านพ่อเอ่ยขึ้น พร้อมสายตาแข็งกร้าว มืออีกข้างล้วงไปในย่ามที่มีธนู
“เ้าคงยิงไม่ไหวหรอก ครั้งนี้ข้าจัดการเอง” ท่านลุงหนิงเหอรับอาสา และหาจังหวะที่จะยิง แต่ก็กลัวว่าหากยิงออกไปที่หมาป่าสักตัว แล้วทั้งฝูงจะเปลี่ยนเป้าหมายมาที่พวกเขาแทนหรือไม่
ระหว่างนั้นท่านพ่อก็ล้วงเข้าไปหยิบมีดพร้าด้ามไม่ใหญ่นักออกมาจากย่ามอีกอัน เผื่อหากมีอะไรผิดพลาดจะได้ช่วยเหลือได้ ส่วนเธอนั้นถูกดันให้ไปอยู่หลังสุดอีกที
เธอเองก็มองดูผ่านโขดหินอีกทางอย่างตื่นกลัวเช่นกัน ไม่ได้มีแค่หมีป่าที่าเ็ หมาป่าหกตัวนั่นก็เสียเืไปไม่น้อยทีเดียว หมีป่าถึงแม้จะได้เปรียบในเื่กำลัง แต่มันมีาแที่ท้องอยู่ มันตะปบหมาป่าาเ็ไปสองตัว แต่เพราะหมาป่ามีหลายตัว และคล่องแคล่วกว่า จึงได้เปรียบเื่จำนวน
แต่ในจังหวะเหมือนหมาป่าจ่าฝูงจะกระโจนเข้าไปกัดขาของหมีป่า เ้าหมียกขาดีดและเหยียบลงหัวมันพอดี เรียกได้ว่าตายคาเท้า
โบร๋ว บรู๋วววววว !!!!
“แย่แล้ว! มันอาจจะเรียกพวกเพิ่ม” ท่านลุงหนิงเหอบอกพร้อมตัดสินใจยิงธนูไปที่หมาป่าตัวที่าเ็ ทำให้หมาป่าตัวที่เหลือเปลี่ยนเป้าหมาย ขณะที่หมาป่าหันมาสนใจทางนี่จนลืมหมีป่าไปชั่วขณะ จึงถูกหมีป่ากัดคอไปอีกหนึ่งตัว หมาป่าเหลืออีกสามตัว หนึ่งตัวาเ็ หมาสองตัวที่แข็งแรงกว่าร้องขู่ พร้อมกระโจนเข้าซ้ำแผลเดิมที่ท้องจนเวอะวะ
เมื่อเห็นหมีป่าล้มแล้ว มันสองตัวจึงหันมาทางนี้
ฟุบ!!
ท่านลุงหนิงเหอที่รอจังหวะอยู่แล้วยิงสวนไปหนึ่งตัว โดนเข้าที่ตาข้างหนึ่งของมันอย่างจัง ทำให้พวกมันยิ่งคุ้มคลั่ง
“กรี้ดดดด” เธอร้องอย่างใเมื่อหมาป่าตัวาเ็ที่หลุดสายตาทุกคนวิ่งอ้อมมาทางเธอ
ท่านพ่อยกเท้าแตะมัน เป็เหตุให้หมาป่าอีกตัวะโกัดขาขวาท่านพ่อทันที
“อ้ากกก”
“ท่านพ่อ!!”
“ถังเต๋อ!!”
ท่านพ่อร้องเสียงดัง ดวงตาแดงก่ำ มือที่ถือมีดพร้าอยู่ปาดเข้าคอมันทันที
จากนั้นท่านลุงเหอรีบยิงธนูใส่ตัวที่าเ็จนมันแน่นิ่งไป
เหลือหมาป่าตัวที่ตาบอดหนึ่งข้าง มันคิดว่าคงสู้ไม่ได้จึงรีบกลับเข้าไปในป่าชั้นใน
“อาเต๋อเป็อย่างไรบ้าง” ท่านลุงหนิงเหอถามอย่างตื่นตระหนกกับสภาพสหายที่ทั้งแขนและขาาเ็ ทั้งยังมีเืออกอย่างน่ากลัว
เธอมองท่านพ่อแบบทำอะไรไม่ถูก หรือแท้จริงแล้วเธอไม่ควรชวนท่านมา หรือต่อให้ท่านมาเธอก็ไม่ควรมา เธอได้แต่จมอยู่ในความคิดและโทษตัวเอง พร้อมทั้งกลัวท่านพ่อจะเป็อะไรไป เพราะไม่รู้การแพทย์ยุคนี้จะเป็เช่นไร
“ข้าถูกกัด ขาขวาเจ็บจนชา เ้าอาจจะต้องช่วยพยุงข้ากลับ รีบไปกันเถอะ กลัวว่าเ้าตัวที่หนีไปมันจะเรียกฝูงมันมาอีก” ท่านพ่อแจ้งอาการ พร้อมบอกสิ่งที่กังวล
“มาเถอะมี่เอ๋อร์ วันนี้ต้องขอโทษเ้าที่ต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เ้าอย่ากังวลไปเลย” ท่านพ่อปลอบเธออย่างอ่อนโยน
หลังจากท่านลุงหนิงเหอขยี้ใบป่วยกีเช่าใส่ขาท่านพ่อ แล้วฉีกชายเสื้อนำมาพันรอบขาแล้วมัดแล้ว จึงหันไปมองหมีป่า กับศพหมาป่าห้าตัวอย่างตัดสินใจ เดินเอามีดพร้าไปสับเท้าหมีมาทั้งสี่เท้า ใส่ย่ามตัวเอง และเดินกลับมาพยุงท่านพ่อกลับบ้าน แม้ใจจริงจะ้าลากเอามาทั้งหมด หรือแล่หนัง ตัดเนื้อมาอีก เพราะนี่ไม่ใช่จะได้มาง่ายๆ แต่เพราะต้องพาสหายกลับ อีกทั้งกลัวฝูงหมาป่าจะมา เขาจึงต้องเลือกชีวิตไว้ก่อน
[1] เค่อ (刻:kè) นับเวลา 1 เค่อ เทียบเท่ากับ 15 นาที