บทนำ
าในดินแดนแห่งความว่างเปล่า
นานมาแล้ว ก่อนกำเนิดแห่งฟ้าและดินก่อนกาลเวลาแรกจะไหลริน ยังมี ดินแดนแห่งความว่างเปล่า ที่ดำรงอยู่เหนือสรรพภพทั้งปวง
เป็สถานที่อยู่เหนือกว่า์ชั้นที่สิบเหนือกว่าภูมิทั้งหก ไม่มีแม้แต่กาลเวลา ไร้ซึ่งขอบเขตของสิ่งมีชีวิตธรรมดาหรือแม้กระทั่งเทพเซียนก็ไม่อาจอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ได้ไม่มีแม้กระทั่งแผ่นดินให้ยืนหยัด มีเพียงพลังแห่งการเกิดและการดับหมุนวนไปชั่วนิจนิรันดร์
แต่ในห้วงแห่งความว่างเปล่าอันสงบนิ่งนั้นกลับมีเปลวอเวจีสีดำราวกับหมึกพวยพุ่งขึ้นมาปกคลุมไปทั่วทุกสรรพสิ่ง มันคือเปลวเพลิงที่ถือกำเนิดมาจากปีศาจาที่มีตบะอยู่ในระดับเหนือภพภูมิ
เป็สิ่งมีชีวิตที่ก่อกำเนิดขึ้นมาจากความโกลาหลมันเป็หายนะ ที่สามารถทำลายทุกสิ่งอย่างให้แหลกเป็จุลได้ในพริบตาและเป็จิตใจแห่งการทำลายล้างและสร้างความพินาศให้กับทุกสรรพสิ่ง
และในขณะนั้นเองฝั่งตรงข้ามกับปีศาจาตนนี้นั้นได้มีแสงสีทองเปล่งรัศมีแผ่ซ่านที่แม้แต่ความว่างเปล่าก็ยังต้องสั่นะเืผู้ที่ยืนอยู่นั้นคือเทพาที่อยุ๋ในดินแดนของความว่างเปล่าแห่งนี้
ระดับพลังยุทธ์ของคนผู้นี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าศัตรูตรงหน้าสักเท่าไรระดับเหนือภพภูมิขั้นสูงสุดที่จวนเจียนจะบรรลุระดับขึ้นไปในอีกไม่นาน
และในคราวนี้ภารกิจของเขามีเพียงอย่างเดียวคือผนึกปีศาจาตนนี้ให้สูญสิ้นไปในทุกห้วงเวลา
พอได้เห็นภาพตรงหน้าปีศาจาก็หัวเราะร่าออกมาก่อนจะเอ่ยถ้อยคำอย่างเย้ยหยันว่า “เ้ายังไม่เข้าใจ หากไร้การทำลาย จะมีการสร้างได้อย่างไรเล่าเทพาเอ๋ย”
ว่าได้เพียงแค่นั้นร่างของมันก็ขยายออกไปจนปกคลุมทุกสรรพภพ ค่อยๆ กลืนกินแสงแห่ง์อย่างช้าๆ
เทพาจึงเคล้นพลังเต็มที่ในขอบข่ายของตนเพียงเดี๋ยวเดียวแสงเจิดจ้าสีทองสว่างไสวก็สะท้อนกลับจากความว่างเปล่ากลายเป็เกลียวหมุนผนึกนับหมื่นชั้นหรือเรีกขานกันว่าผนึกแห่งนิรันดร์ ก็ปรากฏออกมา
เพียงชั่วลมหายใจเดียวทุกภพภูมิ ก็พลันหยุดนิ่งทุกสรรพสิ่งสั่นะเืไปทั่วหล้า
ก่อนจะมีเสียงปีศาจากรีดร้องเสียงดังออกมาอย่างทุกทรมานสายเืแห่งความมืดถูกกดทับบีบอัดเอาไว้ในผนึกแบบทันทีทันใด
ทว่าในขณะที่ผนึกแห่งนิรันดร์กำลังจะถูกปิดสนิทลงจู่ๆ ก็มีเศษเสี้ยวจิติญญาของปีศาจาหลายเสี้ยวจิติญญาหลุดรอดออกมาเสียอย่างนั้น
แล้วหนีลงไปเบื้องล่างผ่านดินแดนแห่งความว่างเปล่าผ่าน์ทั้งสิบชั้น ลงสู่ภพภูมิเบื้องล่างโลกนับหมื่นในชั้นล่างสุดของห้วงสหภพ
โดยที่เทพาเองหลังจากผนึกปีศาจาแล้วก็ทอดสายตาไปยังเบื้องหน้าโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าชัยชนะในคราวนี้นั้น กำลังเกิดหายนะครั้งใหม่ขึ้นมา
วันเวลาผ่านไป…
ณจุดสูงสุดในดินแดนแห่งความว่างเปล่าที่อยู่เหนือทุกสรรพสิ่งทั้งมวล ผู้ที่มีเป็จิตแห่งเอกภพกำลังลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แววตาสีเข้มของเขาฉายแสงแห่งสัจธรรม นามของคนคนนี้นั้นไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ย เรียกขานเพียงแค่ว่า ผู้ไร้นาม
เขาคือผู้ที่อยู่เหนือทุกสรรพสิ่งเป็จิตของทุกสิ่งอย่างและแทรกซึมอยู่ทุกอณู ได้เอื้อนเอ่ยออกมาว่า
“เศษเสี้ยวิญญาร้ายตนนั้นได้หลบหนีลงไปยังโลกเบื้องล่างแล้ว”
ว่าเพียงแค่นั้นั์ตาสีเข้มก็ส่องสว่างแล้วจ้องมองลงไปยังห้วงลึกที่อยู่เบื้องล่างสถานที่ที่มีโลกนับหมื่นดำรงอยู่ ไม่ว่าจะเป็โลกแห่งชีวิต โลกแห่งวัฏจักรโลกของมวลของเหล่ามนุษย์ปุถุชนทั่วไป
มองได้เพียงเดี๋ยวเดียวก็เอ่ยออกมาว่า“หากปล่อยไว้เช่นนี้ ดินแดนเบื้องล่างคงไม่ต่างจากอเวจี”
ว่าได้เพียงแค่นั้นเขาก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเหลียวหน้าหันไปมองบุรุษผู้หนึ่งที่ในตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่าลงเพียงข้างอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะเปล่งถ้อยคำออกมาอีกครั้ง
“เทียนหรานบุตรแห่งข้าผู้กำเนิดเพียงหนึ่งเดียวในทุกสรรพสิ่ง จงไปเถิดลงไปยังดินแดนเบื้องล่าง และจัดการเภทภัย”
อี้เทียนหราน ที่ได้ยินคำพูดดังกล่าวก็เอ่ยออกมาเพียงถ้อยคำสั้นๆว่า “ขอรับ” ก่อนจะก้มศีรษะลงเล็กน้อยอย่างสุภาพ
ยามได้ยินคำพูดของผู้เป็บุตรชายผู้ไร้นามก็ยกมือขึ้น และเพียงเดี๋ยวเดียวร่างของอี้เทียนหรานก็ปรากฏแสงสีขาวออกมาก่อนจะแยกจากกันเป็หมื่นสายแบบทันทีทันใด
แสงนับหมื่นเส้นแตกกระจายออกจากกันพุ่งทะลุผ่านชั้นของภพภูมิชั้นแล้วชั้นเล่าลงสู่โลกเบื้องล่างอย่างช้าๆ
และในลมหายใจสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะดับลงก็มีเสียงของผู้เป็บิดาดังขึ้นมาในห้วงจิตสำนึกว่าสุดท้าย “จงตามหาเศษเสี้ยวิญญาของปีศาจาตนนั้นและกำจัดมันทิ้งไป ก่อนที่มันจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งจนสิ้นสูญ”